มิถุนายน 2560

 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
เกวียนทมิฬ ตอนที่ 39/1






หวายดง โดย ทักษภณ

ตอนที่ 39/1 

ในขณะนั้นมีมือหนึ่งลูบไปที่หลังของมุกเบามุกรู้สึกขนลุกซู่อย่างน่าประหลาด หันไปมองพบว่าเป็นมือของป้าพรมุกถึงกับโผเข้าไปกอดป้าพรด้วยความดีใจ

“ป้าถูกงูไม่มีพิษกัดไม่เป็นอันใดดอก ข้าใส่ยาแล้วเดี๋ยวก็หาย”

หมอยิ้มกล่าวเสียงเรียบๆ ในขณะเก็บสิ่งของลงย่ามหวายและพร้าวขึ้นมาบนกระท่อม หวายยิ้มให้กับหมอยิ้มกล่าวขึ้นว่า

“ป้าพรไม่เป็นไรก็ดีแล้วมุกเจอป้าพรที่เคยดูแลมาก่อน ลุงและน้าคงต้องขอกลับที่พักก่อนแล้วละหนูมุกอยู่ที่นี่ก่อนหรือว่าจะกลับที่พักขบวนเกวียนดี”

“หนูดีใจมากที่ได้เจอป้าขออยู่กับป้า คุยกับป้าก่อนจ๊ะ”

หนูมุกสะอื้นน้ำตาคลอเบ้าในขณะที่ยังกุมมือป้าพรไว้

“หนูอยู่ที่นี่ก็ดีจะได้คุยกัน จะตัดสินใจเยี่ยงไรก็ไปบอกที่ขบวนเกวียนแล้วกัน”

ทุกคนรู้สึกดีใจกับมุกที่ได้เจอผู้เคยรู้จักใกล้ชิดอยู่ในครอบครัวและเห็นด้วยกับตัดสินใจเยี่ยงนี้ จากนั้นกลับมาที่ปางพักของขบวนเกวียนเมื่อมาถึงทุกคนต่างสอบถามเรื่องเกี่ยวกับป้าพรและมุก จึงได้เล่าให้ฟัง เสียงหลายคนสนับสนุนให้มุกอยู่กับป้าพรไม่ต้องไปยากลำบากกับขบวนเกวียน หวายหันไปคุยเกี่ยวกับการเดินทางกลับโคราชของแก้วและก้อง

“การที่แก้ว และก้องคิดกลับไปหาพ่อเป็นการดีแล้วการเดินทางกับขบวนเกวียนเป็นการเสี่ยงอันตรายยิ่งนัก พี่คิดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งที่เศรษฐีอ่ำเจ็บป่วยและทรุดลงเรื่อยๆ ก็เพราะคิดถึงและเป็นห่วง แก้วและก้อง โชคดีแล้วที่พ่อและแม่ยังมีชีวิตอยู่

ต่างจากหลายๆ คนอยากจะอยู่พร้อมหน้าครอบครัวแต่มิมีโอกาสใจพี่ก็อยากกลับไปเยี่ยมอาการของเศรษฐี แต่คงไปไม่ได้ด้วยเป็นห่วงขบวนเกวียนพี่หวายได้คุยกับลุงพร้าวคร่าวๆแล้ว ลุงพร้าวและคนของทางการจะช่วยไปส่ง โดยออกแต่เช้ามืดพรุ่งนี้พี่หวายขออวยพรให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ”

“พี่หวายไปส่งแก้วได้ฤาไม่”

แก้วกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือสายตาวิงวอนจ้องมองหน้าเขา น้ำเสียงนี้สร้างความสะท้อนใจให้กับหวายยิ่งนักจากที่ผ่านมาหวายพยายามรักษาระดับความคุ้นเคยกับแก้วเพื่อมิให้ถูกมองว่ากินบนเรือนขี้รดบนหลังคา ในใจเขาระลึกถึงสิ่งนี้เสมอ

ด้วยว่าเขาได้รับความเมตตาจากท่านเศรษฐีมากมายจึงคิดจะทำสิ่งที่คิดว่าเหมาะสมเท่านั้น ในท่ามกลางแสงไฟที่วับแวมเขามองเห็นรูปร่างที่งามสมส่วนยังคงมองมาที่เขาเหมือนรอคำตอบ หวายถอนใจกล่าวว่า

“ใจพี่หวายอยากไปส่งแก้วใจแทบขาดแต่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบต่อขบวนเกวียน สินค้าทุกชิ้นของผู้ส่งผู้รับจ้างส่งควรที่จะรักษาไว้ให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงจุดหมายเพราะว่าผู้ส่งทุกคนเชื่อมั่นในการขนส่งของพวกเราถ้าขบวนเกวียนเราทำให้ลูกค้าพึงพอใจได้ ก็จะการดีสำหรับขบวนเกวียนเอง

ความเชื่อถือต่อขบวนเกวียนก็จะมีมากขึ้นสินค้าที่จะส่งมีมากขึ้น ผู้คนที่ทำงานก็จะมีรายได้กันมากขึ้น กิจการค้าของพ่อเจ้าก็จะมั่นคงขึ้นสิ่งที่พี่หวายทำในเพลานี้ เสมือนว่าแบกความหวังของคนมากมายไว้พี่คิดว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก้องพี่ฝากช่วยดูแลพี่สาวด้วยนะ”

ตอนท้ายหวายหันไปกล่าวกับก้องเห็นแก้วที่ยังคงนั่งนิ่งในใจของหวายหวังว่าแก้วจะเข้าใจในสิ่งที่เขาพูดไม่แสดงความดื้อดึงเอาแต่ใจดังเช่นในเพลาก่อนๆ เขากวาดสายตาไปที่คนอื่นๆล้วนจ้องมายังเขากับแก้ว

“ไม่ต้องห่วงพี่เมื่อกลับไปถึงเมืองโคราช ก้องจะไปฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงปู่ขอเรียนวิชาทุกอย่างให้เก่งเหมือนพี่หวายผู้ใดที่เมืองโคราช มีวิชาดีจะไปขอเรียนให้หมดทุกคนเลย จะได้ดูแลพี่แก้วได้จะขอเป็นลูกศิษย์พี่สมด้วย”

ตอนท้ายก้องหันไปทำน้ำเสียงอ้อนกับสมที่นั่งอยู่ไม่ห่างนักสมผงกหัวยิ้มนิดๆ ทำให้ซึ่งนั่งอยู่ไม่ห่างนักเกิดความรู้สึกว่าถูกมองข้าม

“คุณก้องขอรับ อึ่งก็มีดีกับเขาเหมือนกันไม่คิดจะเรียนกับอึ่งบ้างฤาขอรับ”

“พี่อึ่งมีวิชาดีอันใดบ้างก้องใคร่เรียนรู้เช่นกัน ไว้พี่อึ่งกลับจากเมืองหลวงจะไปขอเรียนด้วยผู้ใดมีวิชาใดดีๆ ก้องจะเรียนด้วยทุกคนเลย”

ก้องกล่าวน้ำเสียงท่าทีแสดงถึงความตั้งใจเต็มที่

“ลุงดีใจมาก ที่ก้องดูเหมือนเป็นผู้ใหญ่ขึ้นคงเป็นเพราะการที่ก้องได้ออกมากับขบวนเกวียนคราวนี้ได้พบเห็นความยากลำบากอันตรายต่างๆ ทำให้คิดอยากหาความรู้ วิชาต่างๆเรียนไว้ไม่เสียหาย ลางทีก่อนเรียนอาจเห็นว่าคงไม่ได้ใช้ แต่ความเป็นจริงแล้วลางทีสักวันหนึ่งอาจได้ใช้ความรู้นั้นก็ได้ ความจริงคนในขบวนเกวียนของเรา ต่างก็มีประสบการณ์ความรู้แตกต่างกันไป”

พร้าวหันไปกล่าวด้วยความชื่นชมในตัวก้องจากนั้นหันไปทางอึ่งทำท่าคิ้วขมวดสงสัยกล่าวว่า

“อึ่งเองอยู่กับขบวนเกวียนมานานข้ายังไม่รู้ว่าเองเก่งเรื่องอันใดบ้าง“

“อึ่งเก่งทุกอย่างเลยพี่พร้าว”

อึ่งกล่าวพร้อมกับยืดตัวยิ้มประดุจว่าภาคภูมิใจในความสามารถของตนเองเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าไม่เชื่อดอกเองเล่นโบกคราใดเสียทุกที”

เขียดนั่งอยู่ไม่ห่างนักกล่าวแย้งทำให้อึ่งรู้สึกเหมือนโดนขัดจังหวะ

“ข้าเสียเพราะโดนเพราะโดนไอ้เขียวโกงดอกข้ายอมรับว่าเรื่องการพนันข้าไม่เก่งแต่อย่างอื่น ข้าไม่ด้อยกว่าผู้ใด”

“วันก่อนพี่อึ่งหุงข้าวก็ไหม้ด้วยแสดงว่าไม่เก่งเรื่องหุงข้าว”

น้ำใสแย้งขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่อึ่งคิดว่าเหมือนโดนเยาะเย้ย

“เฮ้ย ...หุงข้าวไหม้ทุกคนก็เคยหุงไหม้ทั้งนั้น หุงข้าวไม่นับ เล่นโบกแพ้ไม่นับ โอ้ย...พูดเยี่ยงนี้ข้าเสียหายข้าก็พอมีความรู้มากกว่าหางอึ่ง มากโขอยู่ เรื่องขี่ม้า ฝีมือทำอาหารคิดว่ามิเป็นรองใครแน่นอน หัวหน้าพรุ่งนี้จัดแข่งไปเลยอึ่งจะแสดงฝีมือให้เห็นชัดๆ”

อึ่งโวยวาย ด้วยมีความรู้สึกว่าเหมือนโดนรุม

“เอาอย่างนี้ดีกว่าพรุ่งนี้ยามสายผู้ใดคิดว่ามีความสามารถอันใดก็มาแข่งกันให้รู้ผลไปเลย ผู้ใดชนะข้าจะเสนอต่อเศรษฐีให้มีเบี้ยพิเศษให้ ดีฤาไม่”

หวายรีบกล่าวสรุปก่อนที่จะถกเถียงซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยกับความคิดนี้

“น่าสนุกก้องอยากดูจังเลยพรุ่งนี้ยังไม่กลับได้ฤาไม่”

ก้องพูดทำหน้าเศร้าเสียดายเนื่องจากรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องเดินทางกลับโคราชแต่เช้า ทำให้ผู้ที่อยู่ในวงสนทนาเกิดความเห็นใจก้องขึ้นมาทันทีทุกคนหันไปมองที่หวายด้วยคำถามจะตัดสินใจเรื่องนี้เยี่ยงใด




Create Date : 12 มิถุนายน 2560
Last Update : 13 มิถุนายน 2560 6:23:58 น.
Counter : 168 Pageviews.

0 comments
(โหวต blog นี้) 
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

thampitak 33
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]



New Comments