Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2551
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
15 ตุลาคม 2551
 
All Blogs
 
ความผูกพันของหนังแอนิเมชั่น Wall-E (2008) กับหนังเพลง Hello Dolly! (1969)




ใครๆ ที่เพิ่งได้ชมหนัง Feel good animation อย่าง Wall-E น่าจะจำเพลง Theme ของเรื่องที่ขึ้นมาตั้งแต่ไตเติลได้ ซึ่งเพลงนี้กลายเป็นเพลงประจำหนังไปตลอดเรื่อง โดยสะท้อนแรงบันดาลใจของวอลล์ อี เจ้าหุ่นเก็บขยะตัวน้อย ที่หลงไหลเฝ้าแต่ชมวิดิโอเพลง Put on your Sunday clothes นี้อยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

น้อยคนในบรรดานักดูหนังยุคนี้จะรู้ว่า เป็นฉากเพลงเอกเพลงหนึ่งในภาพยนตร์มิวสิคัลเรื่องยิ่งใหญ่ในยุค 60-70 เรื่อง Hello Dolly! นำแสดงโดยบาร์บรา สไตรแซนด์ วอลเธอร์ แมทเทา และเสียงชายหนุ่มที่ร้องนำต้นเพลง คือ ไมเคิล ครอว์ฟอร์ด เจ้าของบทแฟนธ่อมต้นฉบับของละครเพลงเรื่องดัง Phantom of the Opera นั่นเอง




ตอนนั้น ไมเคิล ครอว์ฟอร์ด ยังคงเป็นชายหนุ่มเอ๊าะๆ สูงชะลูดเสียงแหลมๆ ที่ไม่มีเค้าของแฟนธ่อมผู้ลึกลับเลยแม้แต่น้อย ด้วยบทเบาสมองร้องเพลงเต้นรำซะเป็นส่วนใหญ่ใน Hello Dolly! ภาคภาพยนตร์ซึ่งดัดแปลงมาจากบรอดเวย์มิวสิคัลชื่อเดียวกัน

Hello Dolly! ฉบับหนังนี้กำกับโดย Gene Kelly ดารานักร้องนักเต้นจากภาพยนตร์เพลงมากมาย รวมทั้ง An American in Paris ที่โด่งดัง ซึ่งยีน เคลลี่ก็ได้กำกับมิวสิคัลเรื่องนี้ไว้อย่างทิ้งทวนด้วยโปรดักชั่นโอฬารตระการตาจนได้รับรางวัลออสการ์ด้านออกแบบฉากมาครอง โดยไม่ต้องอาศัย CG ให้เมื่อยตุ้มกับฉากนิวยอร์คสมัยแรกเริ่ม

โปรดักชั่นของ Hello Dolly! ถ่ายทำในระบบฟิล์ม 70 มม.ต้นแบบ ซึ่งน่าจะเป็นหนังรุ่นท้ายๆ แล้วที่ลงทุนกันขนาดนั้น ด้วย Movement ของกล้องที่ลื่นไหลเล่นเทคยาวๆ กันชนิดโชว์กึ๋นของการแสดงและการกำกับอย่างแยบยล ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆ กับเครื่องไม้เครื่องมือที่ใหญ่โตในยุคนั้น

และบรรยากาศของการถ่ายทำในแนวซีเนมาสโคป 70 มม. นี้ได้กลายมาเป็นไอเดียอย่างหนึ่งของ Andrew Stanton ผู้กำกับ Wall-E ที่อยากได้ความรู้สึกทางด้านภาพแบบเดียวกันในหนังแอนิเมชั่นเรื่องนี้ ถึงขนาดยอมจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงมาอบรมคนของ Pixar เพื่อให้ได้ผลทางภาพอย่างที่ต้องการ ซึ่งเราก็ได้เห็นความตื่นตาของโปรดักชั่นดีไซน์อันยอดเยี่ยมที่เก็บรายละเอียดได้อย่างน่าทึ่ง






นี่คือเพลง Put on your Sunday clothes และ It only takes a moment จากต้นฉบับในหนัง Hello Dolly!



แรงบันดาลใจหลัก Wall-E ก็มาจาก Hello Dolly! นี่เอง เพราะตาผู้กำกับเองก็เคยทำละครเรื่องนี้ตั้งแต่สมัยเรียนไฮสกูล และยังประทับใจในความหมายของเพลง Put on your Sunday clothes ที่สองหนุ่มในเมืองเล็กๆ บ้านนอกกำลังตัดสินใจออกมาผจญโลกในนิวยอร์คเพื่อแสวงหาความรัก

เหมือนกับคอนเซ็ปต์ของวอลล์ อี ที่ตัดสินใจกระโจนออกไปผจญภัยอย่างใจเรียกร้อง ด้วยแรงบันดาลใจของวิดิโอหนัง Hello Dolly! โดยเฉพาะอีกเพลงที่มีความหมายยิ่ง นั่นคือ It only takes a moment ซึ่งแสดงภาพของการจับมือแนบแน่นของคู่รักในเรื่อง และเป็นแรงกระตุ้นให้ Eve หุ่นไฮเทคได้หันมาเข้าใจความรู้สึกของวอลล์ อีในที่สุด

นับเป็นการสมานฉันท์ของคอนเซปต์หนังต่างยุคที่ทำได้กลมกลืนและสนุกสนานชวนติดตามเป็นที่ยิ่ง ต้องยอมรับว่าฝีมือของ Andrew Stanton นั้นเหนือชั้นมากๆ หนังของเขามีชีวิตชีวา สอนใจคน และสร้างความหวังให้กับมนุษยโลก โดยเฉพาะธีมที่แฝงถึงความรักษ์โลกนั้น..เข้ากับยุคสมัยซะไม่มี

จริงๆ เรื่อง Wall-E นี้แอนดรูว์เกิดไอเดียมาตั้งแต่สมัยทำ Toy Story แล้ว แต่ก็พัฒนามาอย่างกระท่อนกระแท่น จนกระทั่งประสบความสำเร็จกับ Finding Nemo เขาก็ได้มีโอกาสหันมาเอาจริงเอาจังกับมันอีกครั้ง นับเป็นสิบปีเลยสินะ ถ้าใครยังมีความฝันที่จะทำหนังไทยดีๆ สักเรื่องก็อย่าเพิ่งหมดหวัง ถ้าได้เรื่องดีพล็อตดีก็จงพยายามพัฒนาต่อไปเถิด อาจจะมีนายทุนแสนดีสมองล้ำมองเห็นเพชรในตมก็ได้..ใครจะรู้





ใครที่มีโอกาสได้ชม Wall-E ก็ไม่น่าจะพลาด Hello Dolly! เพราะนอกจากจะได้เข้าใจ Theme ของเรื่องอย่างลึกซึ้งแล้ว ยังจะได้เห็นโปรดักชั่นของหนังเพลงรุ่นมโหฬารพันลึกที่สมัยนี้ยากที่จะได้ชม นอกไปจากเพลงไพเราะ และฝีมือการแสดงของป้าบาร์บรา รวมทั้งเสียงร้องอันมหัศจรรย์ของเธอ

ส่วนจะไปหาชมได้ที่ไหน..ถ้าลำบากในการหาดีวีดี ก็ลองย่องๆ ไปค้นในเว็บ torrent ดูก็ได้จ้ะ

ผู้เขียนก็ได้มาจากแถวนั้นแหละ ชัดใช้ได้เลยทีเดียวเชียว....




Create Date : 15 ตุลาคม 2551
Last Update : 17 ตุลาคม 2551 7:45:37 น. 11 comments
Counter : 953 Pageviews.

 
อิอิ ยางมะได้ดูซักกะเรื่องเลยคับพี่หมี อ่า ไปย่องๆ มั่งดีก่าคับ


โดย: mantis IP: 210.86.190.136 วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:17:22:27 น.  

 
หุๆๆ ไม่ได้ยุให้รำตำให้นอกลู่นอกทางนะจ๊ะ...น้องแมนติ๊ดดด

จริงๆ พี่หมีเคยได้ดู Hello Dolly! ของจริงบนจอโรงหนังสยามตอนที่ฉายด้วยฟิล์ม 70 มม.เสียงแม็กเนติกรอบทิศทางมาแล้ว ซึ่งคุณภาพเสียงอนาล็อกจะนิ่มหูกว่าดิจิทัล ฟิล์มก็ส่งมาจากนอก สีแจ่มจรัสไม่มีเพี้ยนไปเพี้ยนมาเหมือนหนังที่ใช้ก็อปปี้ในไทยทุกวันนี้

ดูๆ ไป..วัฒนธรรมการดูหนังในสมัยก่อนมีพิธีรีตรองเป็นเรื่องเป็นราวกว่าสมัยนี้เยอะ หนังเพลงดีๆ จะมีคนชมกันแน่นขนัด Hello Dolly! น่าจะเป็นช่วงท้ายๆ ของยุคทองหนังเพลงแล้ว


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 15 ตุลาคม 2551 เวลา:22:43:24 น.  

 
^
^
เห็นด้วยครับพี่หมี ครอบครัวผมถึงแม้จะฝักใฝ่หนังบ้านๆ แบบหนังไทย สรพงษ์ ทูน จารุณี อะไรงี้อะครับ
แต่จะไปดูหนังแต่้ละเรื่องได้นี่ ถือเป็นเรื่องราวใหญ่โตเลยอ่า อิอิ

ช่วงนี้ไม่ได้ดูหนังอะไรเลยครับพี่หมี


โดย: ทายาทตระกูลหยี วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:11:52:57 น.  

 

อ๊ะ ตอนนั้นอยู่หอ เดินมาดูรอบดึก

ชอบเพลง Hello Dolly ที่หลุยส์ อาร์มสตรองร้องครับ

Wall -E ยังไม่ได้ดูครับ เรื่องย่อก็ยังไม่ได้อ่าน ช่วงนี้ ห่างเหินกิจกรรมหนัง สงสัยจะอิ่มตัว มัวแต่เล่นบล๊อก ฮ่า ฮ่า ฮ่า


โดย: yyswim วันที่: 16 ตุลาคม 2551 เวลา:21:50:28 น.  

 
โห..ได้ดูตั้งแต่สมัยเป็นเด็กหอเลยนะครับพี่สิน

ถ้ามีโอกาสควรหามาชมนะครับ หนังการ์ตูนยุคนี้ทำดีกว่าหนังเรื่องซะอีก

Blocker มืออาชีพก็อย่างนี้แหละ..อย่าลืมกินข้าวนะคับ..5555


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 17 ตุลาคม 2551 เวลา:8:19:56 น.  

 


โดย: Nagano วันที่: 25 ตุลาคม 2551 เวลา:23:39:49 น.  

 
ยังไม่ได้ดูเลยค่ะ
แต่เรื่องแรกอยากดูมาก
จะหาเช่ามาดู

^ ^


โดย: หมูปิ้งไม้ละ 5 บาท วันที่: 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา:12:01:47 น.  

 
พี่เหม
น้องโนะเปิดคอนเสิร์ตแว้วนะค้าบ


โดย: Nagano วันที่: 15 พฤศจิกายน 2551 เวลา:1:36:26 น.  

 
oh..it's showtime!!

รีบไปชมด่วน....


โดย: พี่หมี IP: 124.120.212.82 วันที่: 16 พฤศจิกายน 2551 เวลา:21:16:52 น.  

 
Dear my beloved PM (pee mee or pah mee ...whatever! hehehe)

i guess my time here has come to an end and i guess you know the reasons why....

i'll be moving by the end of the year. thanks for everything, i'll be missing you!


โดย: Nagano วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:0:25:10 น.  

 
ยังไม่ได้ดู Wall-E เลยง่ะ ว่าจะๆ อยู่นั่น ไม่ได้ไป 555
Hello Dolly นี่ก็มิเคยดู กรรมๆๆ


โดย: deffy-melody วันที่: 27 พฤศจิกายน 2551 เวลา:5:31:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.