Group Blog
 
<<
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ผู้ชายอย่าง “ลุง”ใน รถไฟฟ้ามาหานะเธอ กับ “เดวิด” ใน An Education ต่างกันตรงไหน?

ทั้งนั่ง ทั้งนอนก่ายหน้าผาก รวมทั้งฟุบอยู่หน้าคอมพ์ก็หลายเพลา ก็ยังนึกไม่ออกว่าจะอัพเดตบล็อกฉันใดดี

จู่ๆ ก็นึกย้อนขึ้นมาได้ถึงหนังที่ดูผ่านตาไปสองเรื่อง เป็นหนังไทยยอดนิยมถล่มทลายซะหนึ่งเรื่อง ส่วนอีกเรื่องเป็นหนังอังกฤษของ BBC ที่ทำให้นางเอกวัยรุ่น แครี่ มัลลิแกน กวาดรางวัลมาหลายสถาบันรวมทั้งเข้าชิงออสการ์ปีนี้ น่าเสียดายที่ไปพ่ายกับแซนดร้า บุลล็อค ทั้งๆ ที่บทของเธอนั้นโดดเด่นกว่าอย่างเห็นได้ชัด (อาจจะจะถึงคราวที่คนอเมริกันอยากจะ Compliment แม่ซานดร้าก็ได้นะ) ขณะที่ตัวหนัง An Education ก็ยังเข้าชิงรางวัลสำคัญอีกสองรางวัลคือ บทดัดแปลง และหนังยอดเยี่ยม นั่นคงเพียงพอที่ทำให้เห็นว่าหนังเรื่องนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

สำหรับ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณในความเป็นหนังยอดนิยมที่กวาดรายได้เป็นร้อยล้านในช่วงซบเซาของหนังไทย ถึงแม้ความลุ่มๆ ดอนๆ ยังคงมีอยู่เช่นเคยในการเล่าเรื่อง แต่ความใหม่ในการนำเสนอชีวิตคนกรุงเทพฯในอีกแง่มุมหนึ่งก็ทำให้หนังเรื่องนี้จับใจคนดูรุ่นใหม่ได้อีกไม่น้อย อันที่จริงเขาจับแนวเรื่องได้ถูกต้องแล้ว หากแต่วิธีนำเสนอยังคงต้องพัฒนาอีกแหละ ผู้กำกับคงอายุน้อยเกินกว่าจะทำให้มันลึกซึ้งไปกว่าที่เห็น



เคน ธีระเดช ในบทของ “ลุง” หนุ่มหล่อในฝันของหลายๆ สาวชาวกรุง วิศวกรประจำรถไฟฟ้า ที่ทำหน้าหล่อไปก็หล่อมาด้วยบทไม่ค่อยเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความสามารถอะไรมากนักโดยเฉพาะครึ่งแรกของเรื่องที่มีแต่บทเอ๋อเหรอเสมือนหลุดเข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่ได้ตั้งใจอยู่บ่อยครั้ง จนผ่านครึ่งเรื่องหลังไปแล้วนั่นแหละถึงพอจะรู้ว่าเขาก็เริ่มมีหัวใจ หันมาสนใจสาวหมวยเหมยลี่อย่างเป็นเรื่องเป็นราว (ขึ้นมาบ้าง)

แต่ก็เหมือนกับว่า..อยากจะให้ “ลุง” เป็นตัวแทนของคนกรุงที่มีจิตโลเลเอาแน่ไม่ได้หรือกระไรก็ไม่ทราบ เขาลากเหมยลี่เข้าไปอยู่ในสถานการณ์ “เดต” อันแสนหวานกุ๊กกิ๊ก โดยไม่บอกเลยว่าอีกไม่กี่วันเขาจะบินไปนอกเพื่อเรียนต่ออีกร่วม 2 ปีกว่าจะกลับมา ปล่อยให้แม่นางเอกของเราอึ้งกิมกี่ต้องยอมรับชะตากรรมฝันสลายข้ามคืนของตัวเองไปตามระเบียบระบบ บุคลิกของ “ลุง” กำลังสะท้อนอะไร..นอกจากความเห็นแก่ตัวของผู้ชายคนนึงที่ยังมีหน้าไปลากผู้หญิงที่ตนรู้สึกชอบ (อยู่บ้าง) เอามาเป็นเครื่องทดลองความรู้สึกของตัวเองงั้นหรือ?

และที่แย่คือ ไม่เคยให้ความหวังอะไรต่อว่าตัวเองจะ Continue Relationship ให้คำมั่นสัญญาว่าจะแชท หรือ Skype กลับมาทุกวัน หรือชวนผู้หญิงไปเยี่ยมที่เยอรมัน..บลาๆๆๆ อะไรก็ได้ หรือนี่คือ Stereo type ของหนุ่มชาวกรุงที่ทำหล่อลอยไปลอยมา แต่ไร้ซึ่งสติในการเอาใจใส่ความรู้สึกของคนอื่น? ปล่อยให้แม่เหมยลี่ศรีสมรฝันค้างกลางหาวแทบเสียผู้เสียคนไปซะงั้น

ที่ตลกคือ ท้ายสุดเวลาผ่านไป 2 ปีปานติดปีก ทั้งสองมาเจอกันอีกในรถไฟฟ้าแบบเมโลดราม่าบังเอิญโคดๆ ฝ่ายหญิงก็ยังทำท่าอาวรณ์ยังไม่ลืม (และพร้อมยอมเป็นเบี้ยล่างให้อภัย) ขณะอีตาลุงโรบ็อตคนนี้ก็ยังทำท่าลอยๆ ไม่รู้สึกรู้สมว่าเวลาที่ผ่านไปนั้นตัวเองหายหัวไม่เคยติดต่อมาเลย ทำเหมือนเป็นแค่คนรู้จักที่เพิ่งมาเจอกันใหม่...เอาเถอะ ถึงแม้จะจบลงอย่างแฮปปี้เอ็นดิ้ง โดยที่ “ลุง” ยังคิดได้หันกลับมาล่าเหมยลี่ก็ตามที แต่มันได้บ่งบอกวุฒิภาวะของตัวละครตัวนี้ไปแล้วว่า ช่าง Insecure และไว้ใจไม่ได้เอาเลยจริงๆ วันดีคืนดีพ่อคุณเกิดเจตภูตล่องลอยอีก นึกเบื่อแม่เหมยลี่อยากไปเรียนทำขนมโมจิที่ญี่ปุ่นต่ออีกจะทำฉันใด

ผู้ชายเช่นนี้สมควรให้หญิงชาวกรุง ผู้ขาดความมั่นในตัวเอง จะยอมรอ.. ร้อ.. รอกันข้ามปีข้ามชาติ เพราะเพียงเขาเป็นหนุ่มในฝันของเจ้าหล่อนกระนั้นหรือ?



ความคิดเช่นนี้กระเด้งกระดอนออกมาอีกครั้งเมื่อได้ชม An Education ซึ่งเป็นเรื่องของนักเรียนมัธยมสาวน้อยร้อยชั่ง เจนนี่ ที่แสนจะฉลาดเฉลียวเกินเพื่อนวัยเดียวกัน และเป็นความหวังของพ่อแม่ที่จะให้ลูกได้เป็นหน้าเป็นตาไปเรียนต่อที่อ๊อกสฟอร์ดได้อย่างเต็มภาคภูมิ หากแต่บุญมีกรรมดันมาบัง เพราะเจ้าหล่อนเกิดไปจับพลัดจับผลูได้เจอกับหนุ่มใหญ่นาม เดวิด โดยบังเอิญ (อีกแล้ว...แต่ฝรั่งมันทำเมโลดราม่าพวกนี้ได้น่ารักน่าเชื่อดี)

พ่อหนุ่ม “เดวิด”คนนี้ก็แสนจะ Charming รู้สารพัดในการเอาใจสาว จนแม่เจนนี่ของเราสะบัดว่าที่แฟนหนุ่มวัยเดียวกันออกไปอย่างไม่แยแส ถึงอายุจะต่างกันเป็นรอบ หากแต่วุฒิภาวะและความฉลาดเฉลียวของเดวิดกลับทำให้พ่อแม่ของเจนนี่ซึ่งแสนจะหัวโบราณกลับยอมรับในตัวเขา ถึงขนาดยอมให้พาออกไปเห็นโลกในแง่มุมต่างๆ อย่างอิสระ เจนนี่เองก็แสนจะปลื้มในชีวิตใหม่อันหรูเฟ่และตื่นตาด้วยกิจกรรมอันท้าทายแบบที่ผู้ใหญ่ๆ เขาทำกัน แต่ความดีของเจ้าหล่อนยังมีอยู่ตรงที่เธอยังหัวโบราณไม่ยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวจ้ำจี้กับเดวิด ทั้งๆ ที่โอกาสก็เปิดอยู่ไม่น้อย

ผู้ชายอย่างเดวิดดูเอาจริงเอาจังกับสาวน้อยคราวหลานคนนี้ถึงขนาดขอเจ้าหล่อนแต่งงาน และพ่อแม่ก็เชื่อใจว่าที่ลูกเขยคนนี้ถึงขนาด เหมือนกับว่าอะไรๆ ทุกอย่างก็ลงตัวจนไม่น่าเชื่อ สร้างความหวังให้กับเจนนี่จนถึงขั้นที่หล่อนยอมลาออกจากโรงเรียนทิ้งอนาคตสาวอ๊อกสฟอร์ดพร้อมจะไปเป็นแม่บ้านให้อีตาเดวิดคนนี้

(สำหรับคนที่นึกอยากจะดูหนังเรื่องนี้ขึ้นมา กรุณาทำใจถ้าอยากจะอ่านต่อไป เพราะคงต้องสปอยล์อย่างเลี่ยงไม่ได้..)

แต่แล้ว ความฝันของเหมยลี่..เอ๊ย เจนนี่ก็พลันล่มกลางคัน (ราวกับนัดกันไว้) ด้วยความจริง (อันโหดร้าย) ได้เผยตัวออกมาว่าอีตาหนุ่มใหญ่ในฝันของหล่อนนั้นมีเมียมีลูกแล้ว! ขณะที่ผู้ชายก็พยายามจะขอโทษและบอกว่ารักจริงนะ (แหม อุตส่าห์ซื้อแหวนมาขอแต่งงาน?) เพียงแต่รอจังหวะที่จะบอกความจริง และที่เป็นจุดสิ้นสุดคือ ไม่มีกึ๋นพอจะไปสารภาพผิดกับพ่อแม่ของเจนนี่ ทำใจอยู่พักใหญ่แล้วก็..ขับรถหนีไปซะงั้น

แล้วผู้ชายอย่าง “เดวิด” และ “ลุง” มีอะไรต่างกันบ้าง?

ก็คงแค่เรื่องมีเมียมีลูกเท่านั้นกระมัง? ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ ลุงเคน ของเราดูดีขึ้นมาได้ ไม่กลายเป็นหนุ่มลวงโลก เพราะในแง่วุฒิภาวะ ความฉลาด มีคลาสแล้ว เดวิดนั้นกินขาดไม่เห็นฝุ่น แต่ในแง่ความร้ายกาจแล้ว “ลุง”ของเรายังอ่อนด้อยอยู่มาก คนดูไทยๆ เราจึงให้อภัยในความเอ๋อๆ ไร้วุฒิภาวะไปได้ (อ้อ ..คงเพราะความหล่อของลุงเคนอีกประการหนึ่ง) ส่วนเดวิดนั้น อาจจะมีความดีหลงเหลืออยู่ประการหนึ่งก็คือ เขาไม่คิดจะหักหาญปล้ำแม่หนูเจนนี่เป็นเมีย แม้ว่าเขาสามารถจะทำได้ก็ตาม...

ส่วนที่เหลือ คือความเหมือนในความต่าง ชนิดที่น่าแปลกใจว่า ผู้ชายแนวขาดความมั่นคงทางจิตใจ (insecurity) แบบนี้ ทำไมช่างมีได้ดาษดื่นในทุกชาติทุกภาษา แม้ว่าวัฒนธรรมความคิดอ่านจะต่างกัน แต่ความเป็นผู้ชายที่หมกมุ่นกับความต้องการของตัวเองจนลืมความรู้สึกนึกคิดของผู้หญิงนั้น ช่างเป็นสากลโลกจนน่าพิศวง

และนี่เอง อาจเป็นความแตกต่างของความลึกซึ้งในการเขียนบทหนังชีวิตแนวนี้ (จะบวก Comedy ไร้สติเข้าไปบ้างหรือไม่ก็ตามที) หากได้มีโอกาสชมทั้งสองเรื่อง ก็น่าจะเป็นกรณีศึกษาได้ดีว่า ในการนำเสนอบุคลิกตัวละครผู้ชายอย่าง “ลุง” และ “เดวิด” นั้น ในความ insecure ของพวกเขา กลวิธีในการทำให้ผู้ชมเข้าใจความรู้สึกนึกคิดเบื้องลึกของตัวละครนั้น คนที่เขียนเป็นและเข้าใจชีวิตอย่างผู้มีประสบการณ์ ย่อมทำให้ตัวละครมีชีวิต สมจริง และเป็นอุทาหรณ์ให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี

ที่กล่าวมานี้มิใช่อยากจะตำหนิหนังไทยเราหรอกนะว่าทำยังไม่ถึง Theme เรื่องน่ะน่าสนใจดีแล้ว หากแต่ขาดการถ่ายทอดประสบการณ์ชีวิตและวิธีเล่าเรื่องที่ดี และมัวแต่ไปสนใจกับ Gimmick มากไปนิสส .. ถ้าได้ดู An Education แล้วก็จะได้เห็นว่า บทภาพยนตร์ที่ได้เข้าชิงรางวัลระดับออสการ์นั้น เขาสามารถทำให้เรื่องราวชีวิตที่เห็นๆ กันดาษดื่น (ซึ่งไม่ต่างกับละครหลังข่าวบ้านเราเท่าไร) ดูน่าสนใจขึ้นและมีค่าควรอยู่ในความทรงจำได้อย่างไร.....



Create Date : 28 มีนาคม 2553
Last Update : 28 มีนาคม 2553 10:29:03 น. 24 comments
Counter : 918 Pageviews.

 
ชอบ รถไฟฟ้าครับ ดูแบบเพลินๆ เพราะชอบเคน ฮ่าๆๆๆๆ แต่ก็นะสงสัยว่า บ้านเคนจะไม่มีอินเตอร์เน๊ต ฮ่าๆๆๆๆๆๆ เหมยลี่ก็แบบว่า หนูทนได้ ( ถ้าตอนจบมันไม่เจอกันในรถ มันคงไม่ได้กันเป็นแน่ๆ ) เหอๆๆๆๆๆๆๆ ตลกดี

อีกเรื่องไม่เคยดูคร๊าบบบ


โดย: Mr Fame IP: 125.25.225.13 วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:9:47:22 น.  

 
กริ๊ด (รู้สึกชอบมากจนอยากจะร้องออกมาดัง ๆ ) ชอบบทวิจารณ์หนังมาก ๆ ค่ะ เห็นด้วยกับเรื่องของบุคลิกของการขาดความมั่นคงทางจิตใจของคน (มันคงไม่ได้มีแต่ผู้ชายหรอกมั้งเนาะ เอากลาง ๆ หล่ะกัน) ทุกชาติ ทุกภาษา


โดย: prettycrazy วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:10:43:15 น.  

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:11:11:58 น.  

 


โดย: thanitsita วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:13:47:17 น.  

 


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:19:09:15 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี

ได้ดูแต่เรื่องรถไฟฟ้าฯ
ดูแบบไม่ไ่ด้นั่งดูดีดีด้วยครับ
เพราะมัวแต่อัพบล้อกครับ 555

มาดามผมเธอชอบพี่เคนน่ะครับ
แฟนพันธุ์แท้เลย








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:7:28:45 น.  

 
เค้าว่าหนังส่วนใหญ่ก็สร้างมาจากชีวิตจริงใช่มั้ยครับพี่หมี ผมว่าจริงๆก็มีอย่างนี้เยอะนะครับ


โดย: JohnV วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:13:34:33 น.  

 
แวะมาทักทายตอนบ่ายค่ะ..
ว้าว!!!! เอารูปแฟนเรามาลงทำมาย..อิอิ



โดย: nootikky วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:13:52:25 น.  

 
"วันดีคืนดีพ่อคุณเกิดเจตภูตล่องลอยอีก นึกเบื่อแม่เหมยลี่อยากไปเรียนทำขนมโมจิที่ญี่ปุ่นต่ออีกจะทำฉันใด"---->> ป้าโซจัดการเอง กร๊ากกกก..


ไม่ว่าเลยค่ะพี่หมีที่สปอยล์ ชอบๆๆ

ผู้ชายแนวขาดความมั่นคงทางจิตใจนี่ ประเภทไม่เยส ไม่โน แต่เมย์บีหรือเปล่าอ้ะพี่หมี?


โดย: ป้าโซ วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:15:19:25 น.  

 
หวัดดีครับคุณหมี

สำหรับผมเรื่องรถไฟฟ้าฯไม่สามารถดูให้จบได้...
ไม่มีความพยายามพอ ขอเม้นท์แค่นี้

อาจเป็นเพราะว่าผมไม่มีนิสัยแบบสากลโลกที่สามารถโลเลเหลาะแหลกับเลดี้ได้ง่ายๆ แบบว่าขี้ใจอ่อนน่ะ...อิ อิ

แต่ยอมรับนะ หมู่นี้ผมเจอคนแบบ "ลุง" กับ "เดวิด" มากขึ้นจริงๆคุณหมี (ก๊อเกิดมานานจึงเจอมาก...เรื่องธรรมดา?)


โดย: Dingtech วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:20:50:25 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:7:35:50 น.  

 
"รถไฟฟ้ามาหานะเธอ" ที่ทำรายได้ถล่มทลายเพราะว่านักแสดงนำชายกับเรื่องราวที่โดนใจสาวโสดครับผม


ปล. ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนกันนะครับ


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:17:18:34 น.  

 
ป้าโซ พูชายแบบเนี้ยะ เขามีแต่เยสๆๆๆ แต่เอาแน่ไม่ได้สักเรื่อง...

คุณ Ding คับ ไม่แปลกใจที่ดูไม่จบ ผมก็ใช้เวลาเป็นอาทิตย์กว่าจะดูได้จบเรื่อง ยิ่งตอนเสียดสีคนจีนทำตลกทุเรศ กระอักกระอ่วนพิลึก

แสดงว่าเรารุ่นเดียวกาน เจอแต่คนแบบนี้จนเอียนไปข้างนึง


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:21:29:08 น.  

 
กะก๋ายังไม่ไ่ด้เล่นหนัง
เลยยังไม่ไ่ด้เป็นดาราครับพี่หมี อิอิอิ



ตอนนี้ขอเป็นแค่นักอยากเขียนก็พอครับ





โดย: กะว่าก๋า วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:10:30 น.  

 


โดย: nootikky วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:22:39:57 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี








โดย: กะว่าก๋า วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:7:45:40 น.  

 
ตอนก่อนจบเรื่องรถไฟฟ้ามหานรก (พึ่งได้ดูบนรถทัวร์) ผมว่าได้รับอิทธิพลมาจากเถียนมิมีมาเห็น ๆ


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:19:38:09 น.  

 
สวัสดียามเช้าครับพี่หมี

คำถามพี่หมี
ผมขออนุญาตนำไปตอบในก๋าราณีนะครับ

ขอบคุณครับพี่







โดย: กะว่าก๋า วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:6:06:25 น.  

 
แวะมาทักทายตอนเย็นๆครับผม


ปล. จากบ้านลองไปหามาดูนะครับไม่รู้ว่าออกแผ่นหรือยัง?


โดย: ไอซ์คุง (ปีศาจความฝัน ) วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:18:26:00 น.  

 
เรื่อง Education ผมยังไม่ได้ดูนะครับ
แต่ผมว่าคาแรกเตอร์ของลุงในรถไฟฟ้าก็ถูกต้องดีครับ
ตรงที่โลเล เอาแน่เอานอนไม่ได้ ไม่ใส่ใจความรู้สึก ไม่ค่อยฉลาด คิดไม่ทัน
คาแรกเตอร์แบบนี้มันผู้ช้ายผู้ชายครับ
ผมว่าผู้ชายไม่ค่อยคิดอะไรเยอะ แล้วก็ออกจะโง่ๆ เป็นปกติ
ต่างกับคาแรกเตอร์เหมยลี่ที่ดูละเอียดไปทุกเม็ด
คิดเยอะ คิดไปเอง คิดโน่นนี่นั่น ดูเป็นผู้ยิ๊งผู้หญิง

จะขัดใจก็ตอนใกล้จบที่ลุงส่งความประทับใจในกล่องมาให้นั่นแหละครับ
ตรงนี้มันขัดกับคาแรกเตอร์ที่วางมาทั้งเรื่องมากๆ
ผมไม่คิดว่าผู้ชายอย่างลุงจะมีปัญญามาละเอียดอ่อน
เก็บสะสมของใช้แล้ว และแอบมาทำอะไรกิ๊บเก๋แบบนี้แน่นอนครับ

ไม่รู้ว่าคุณพี่หมีได้ดู Up in the Air รึยัง เรื่องนั้นบทฉลาด คนเล่นก็โคตรดี
ส่วน Hurt Locker ผมไม่ชอบเลย ผมว่ามันเป็นหนังสงครามอารมณ์หญิง
อ้อ...
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้ดู Glee เป็นครั้งแรก
บทมันมาก ดูแล้วหัวเราะตลอด สนุกสมกับที่คุณพี่หมีเคยโฆษณาไว้จริงๆ



ปอลอ
เจ้าชายน้อยไม่ได้ใส่รองเท้าแดงครับ
ผมตะหากที่ใส่รองเท้าแดง ก็เลยจับมารวมกับเจ้าชายน้อยเพื่อล้อนาธานซะงั้น


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 1 เมษายน 2553 เวลา:22:29:14 น.  

 
:) มารอดูว่า มีอะไร Update หรือเปล่า เพราะ blog นี้เลย ถึงกะต้องไปลากเอา fouth signs มา ช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ดูหนังโรงสักเท่าไหร่

ดูแล้ว แบบว่า แหม เหมือนจะน่าเชื่ออยู่เหมือนกัน

คืนนี้ดูไป 2 คือ new moon กับ the ugly truths ฮ่า ฮ่า หนังผู้หญิงหน่อย ๆ มีเรื่องให้ เพราะพระเอกหล่อ รักแท้แน่เชียว แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย


โดย: prettycrazy วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:0:28:53 น.  

 
คนที่ดีมากๆน่ารักมากๆเกินคนแบบหนึ่งในล้าน เห็นแล้วหุบยิ้มไม่ลง แต่ดันไม่มีแฟน ทำงานกลางคืน มันก็มีอยู่ (ต่างกับพี่ลุงแค่การศึกษาต่ำกว่า อายุน้อยกว่า) เพียงแต่ มันเป็นไปไม่ได้้เลยที่คนๆนั้นจะมาชอบคนแบบเหมยลี่ ประเภทว่ากรี๊ดเขาแบบสุดๆ โดยตัวเองก็ไม่ได้มีอะไรโดดเด่น ไม่ได้ฮา ไม่ได้บ้าบอ มีแต่ฮาเพราะเซ่อ
ใครๆก็ชอบคนๆนั้น... แล้วเหมยลี่มีอะไรให้ชอบ
แค่ไปเที่ยวด้วยกัน ทำตัวดี อ่อนหวาน มันไม่ช่วยหรอก


โดย: วา IP: 58.8.66.225 วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:17:39:38 น.  

 
ที่เป็นไปไม่ได้สุดๆก็คือ อย่างที่พี่พูดว่า หายหน้าไปเฉยๆ2ปี ไม่แม้แต่ผ่านskype แล้วก็กลับมาทำเหมือนทุกอย่างโอเค โดยทั้งฝ่ายหญิง ฝ่ายชาย ก็ยังไม่มีแฟน?????


โดย: วา IP: 58.8.66.225 วันที่: 7 เมษายน 2553 เวลา:17:58:00 น.  

 
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็นนะครับ มันๆ ทั้งนั้น


โดย: Bkkbear วันที่: 15 เมษายน 2553 เวลา:20:30:23 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.