Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
15 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
เพิ่งได้ดูดีวีดี “ไชยา” จะเชิดชูศิลปมวยไทย หรือโชว์ความชั่วร้ายของวงการมวยไทยกันแน่




ตั้งใจไว้ว่าจะรีวิวดีวีดีรวมไปถึง special feature แต่กว่าจะดูจบเกรงจะหมดอารมณ์เขียนไปซะก่อน

หลังจากอ่านศึกคารมในบอร์ดเฉลิมไทย ระหว่าง สาวกไชยา กับ สาวกรักแห่งสยาม เรื่องรางวัลหนังยอดเยี่ยม ก็ให้กังขาอยู่ครามครัน โชคดีที่ได้รับการอนุเคราะห์ดีวีดี “ไชยา”มาทันการณ์ ก็เลยได้ทันเห็นภาพข้อพิพาท..

แต่แรกว่าจะชม ไชยา ในโรงภาพยนตร์ หากตัวอย่างหนังมิได้ชวนลุ้นให้ไปดูแต่ประการใด รอไปรอมาดั๊นน..ออกจากโรงไปดื้อๆ ได้ทราบข่าวตามหลังมาว่าได้ไปไม่กี่กะตังค์ ก็..น่าอยู่หรอก...5555

เปล่าๆ มิใช่ว่าจะซ้ำเติม...จริงๆ ออกนึกเสียดายอยู่ด้วยซ้ำ เพราะหลังจากได้ดูหนังจริงๆ แล้ว คุณค่าของมันนั้นเหนือว่าหนังดัง “ช็อคโกแลต”อยู่หลายช่วงตัว

หากแต่พลาดในการโปรโมทหนังอย่างมโหฬาร ไร้ประเด็นที่แกร่งในการนำเสนอ (เช่นเดียวกับปัญหาของตัวเนื้อหนัง) และยิงเข้ากลุ่มเป้าหมายอย่างสะเปะสะปะ...ด้วยกลยุทธที่ไม่มีอะไรใหม่

ก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า มวยไทยไชยาของปักษ์ใต้ มีบุคลิกที่โดดเด่น ไม่เหมือนใคร แต่ครั้นดูในตัวหนัง กลับให้ความสำคัญกับมันน้อยมาก เวลาที่เหลือ..ทุ่มไปกับชีวิตอุบาทว์ในวงการมวยไทย

ความเข้าใจแต่แรกว่า หนัง “ไชยา” น่าจะเป็นหนังที่นำเสนอศิลปมวยไทยในแง่มุมลงลึกกว่า “องค์บาก” และเชิดชูศิลปการต่อสู้ชนิดนี้ต่อชาวโลกได้อย่างน่าภาคภูมิ...

กลับกลายเป็นหนังมวยไทยแก๊งค์สเตอร์รสชาติพิซซ่าผสมหมั่นโถวแถมบ้าระห่ำแบบแรมโบ้ (ภาคไหนไม่ทราบ)

น่าเสียดายนะ... เพราะหนังก็เปิดตัวได้เข้าท่าไม่เลว กับคุณภาพการถ่ายทำที่สวยงามน่าประทับใจ เห็นลีลาการฝึกมวยไชยากับฉากหลังของทะเลภาคใต้อันตื่นตา





จริงๆ ความสัมพันธ์อันลึกล้ำของเพื่อนทั้งสามในเรื่องนั้น ถือว่าเดินมาไม่ผิดหรอก มันสามารถสร้างความลึกให้เรื่อง สร้างดราม่าที่เข้มข้นได้ดี แต่ว่าประเด็นความโดดเด่นของมวยไชยาที่ควรจะนำมาไฮไลท์กลับแผ่วไปอย่างน่าเสียดาย... ดูไปแทบไม่รู้เลยว่ามวยไชยามีความเด่นแตกต่างจากมวยภาคอื่นยังไง กลับไปเสียเวลากับชีวิตผันผวนของตัวละครที่มุ่งเข้าสู่วงการมวยไทยในกรุงเทพฯ

พอพ้นช่วงอินโทรเข้ามาใน กทม.เท่านั้นแหละ “ไชยา”ภาคฟิล์มนัวร์ + หนังฮ่องกงก็กระหน่ำด้วยฉากความรุนแรงชนิดตาลาย

เรื่องที่เหลือคือชะตากรรมของตัวละครที่ไหลไปตามพล็อต ตัวเรื่องดำเนินไปอย่างฉับไวรวดเร็วทันใจจนเกินเหตุ ด้วยลีลาการตัดต่อประมาณหนังโคดสะนา...

ปล่อยให้สถานการณ์พาเรื่องเดินไป แทนที่จะให้แรงผลักดันของแคแรคเตอร์ตัวละคร เป็นตัวพาให้เกิดการตัดสินใจ นี่แหละที่เป็นประเด็นให้หนังไชยาดูมีชีวิตน้อยกว่า “รักแห่งสยาม” อย่างเห็นได้ชัด

ขนาดที่ว่าแรงจูงใจของบทใน “รักแห่งสยาม” ยังมีช่องโหว่อยู่ไม่น้อย... “ไชยา” ทำให้คนดูรู้สึกโหวงเหวงมากกว่านั้น การที่ตัวละครตัดสินใจทำอะไรเลวๆ หนักข้อขึ้นเรื่อยๆ .. อิทธิพลของวงการมันขนาดนั้นเชียวหรือ? อุปนิสัยสันดานดั้งเดิมของตัวละครเป็นอย่างไร? มันย่อมมีผลต่อพัฒนาการของตัวละครเช่นกันนะ

อาศัยเหตุการณ์ที่เดินไปฉับไว (ให้คนดูเดาตามให้ทัน) ว่ามันเป็นเพราะอย่างนั้นอย่างนี้ อาศัยแอ๊คชั่นที่เริ่มหวือหวานอกโลกไปทุกที ..อย่างฉากสังเวียนมวยนอกสารบบแบบแรมโบ้...

ที่สำคัญ เรื่องราวล้วนวนเวียนอยู่กับความเน่าของวงการมวยไทยชนิดดูแล้วสยดสยองพองขน นึกอยู่ในใจว่าไม่กลัวสมาคมมวยที่ไหนเขาฟ้องเอาหรอกเหรอ เด็กไทยที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็นนักมวยไทย ถ้าได้มาดูเข้าสงสัยว่าจะเปลี่ยนใจโดยฉับพลัน ...5555

สงสัยอยู่ว่าถ้าส่งไปฉายเมืองนอก ฝรั่งมังค่าดูแล้วอาจจะเหวอไปเรยว่าวงการมวยบ้านเรามันอุบาทว์อารายกานขนาดเนี้ยะ....




น่าเสียดายนะ...น่าจะเป็นหนังที่ให้มุมมองที่ดีกับมวยไทย ลงลึกด้านศิลปมวยไทยแต่ละภาคอย่างจริงจัง แทนที่จะมารักพี่เสียดายน้อง เอาความเถื่อนความรุนแรงแบบ The Departed มาขาย ภาพลักษณ์ดีๆ ของมวยไทยกลับกลายเป็นอะไรไปไม่ทราบ...

ถ้าอยากทำหนังตีแผ่ความเน่าของวงการ ก็ทำไปอีกรูปแบบนึงเลย อย่าเอาศิลปมวยไทยมาเป็นหน้าฉากให้เสียของซะเป่าๆ...

แต่คุณภาพด้านโปรดักชั่นก็ต้องนับว่าทำได้ดีทีเดียว การถ่ายภาพได้บรรยากาศและไม่คำนึงถึงความสว่างจนเกินเหตุแบบหนังไทยทั่วไป ถึงแม้ยุคสมัยจะสับสนปนเปจนเล่นเอาเง็งไปบ้าง ตอนแรกๆ ดูยังกะสมัยรัชกาลที่ 7 มีข้าราชการผู้ใหญ่ใส่ราชปะแตนมาดูมวย ไปๆ มาๆ พอเข้ามากรุงเทพฯ เห็นป้ายพิซซ่าฮัทหรา แต่พอกลับเข้าไปในบ้าน กลับให้บรรยากาศประมาณยุค พ.ศ. 2500.. เล่นเอามึนอยู่..

ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้พระเอกไว้ผมกะเร้อกะรังมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดูหัวโตๆ ตัวเล็กๆ พิกล แล้วสมัยโน้นบ้านนอกไม่มีใครเขานิยมไว้ผมขนาดนั้น ถ้าช่วงหลังๆ ใน กทม.ค่อยว่าไปอย่าง..

และจากการที่บทเขียนแต่ละซีนไว้สั้นๆ พาเรื่องเดินพรวดๆ ไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว อารมณ์ความรู้สึกของเพื่อนตายทั้งสามนั้นมันเลยลอยๆ อยู่ คนดูไม่ได้ซาบซึ้งกินใจไปด้วยอย่างที่ควรจะเป็น การที่มาหักมุมเผยเรื่องตอนท้ายว่าพระเอกยอมเสียสละ (ความดี?) ช่วยเหลือเพื่อนมาตลอดนั้น ก็เลยดูไม่มีน้ำหนักพิกล

ส่วนความรุนแรงนั้นหายห่วง ถ้าฉายเมืองนอกก็ติดเรตอาร์ชัวร์ๆ พระเอกของเราฆ่าคนเป็นผักเป็นปลา.. กว่าจะจบเรื่องสงสัยเกือบร้อย..เหอๆๆ

เอาเถอะ..ยังไงก็เป็นหนังไทยที่ดูตั้งใจทำ ดูประณีตกว่าหนังไทยในรอบปีด้วยกัน แล้วดูได้จนจบโดยไม่รู้สึกอยากจะเบรคเข้าห้องน้ำแต่ประการใด สำหรับรางวัลการถ่ายภาพที่ได้มานั้นก็คิดว่าสมควรอยู่ เพราะดูดีได้บรรยากาศกว่าหนังเงินถุงเงินถังแบบ “ช็อคโกแลต” อยู่หลายขุม

น่าเสียดาย (อีกครั้ง) กับการโปรโมทหลงทาง... และกับรายได้ที่ควรจะดีกว่านี้ …









Create Date : 15 มีนาคม 2551
Last Update : 15 มีนาคม 2551 16:01:56 น. 5 comments
Counter : 1142 Pageviews.

 
ซื้อวีซีดีมาตั้งนานสองนานแล้ว ก็ยังตัดสินใจไม่หยิบมาดูจนแล้วจนรอด ว่างเมื่อไรมือที่ตั้งใจแต่แรกว่าจะคว้าไปหยิบหนังสักเรื่องมายลสักหน่อยก็มีอันต้องชะงักติดขัด เพราะใจมันแปรผันไปเสียกลางคัน สั่งมือนั้นให้เปลี่ยนทิศทางไปเลือกหยิบนิยายสารพัดประดามีที่กองกลาดเกลื่อนอยู่ข้างๆ มาอ่าน ก็เลยเป็นอันว่าหนังเรื่องไหนต่อเรื่องไหนที่ขนซื้อมาตั้งหลายปีแล้ว รวมทั้งเรื่องนี้ด้วย ก็ยังไม่มีโอกาสได้ถูกหยิบมาแกะกล่องเสียที

แต่อ่านวิจารณ์แล้ว อาจต้องลองตัดใจหยิบมาดูบ้าง...


โดย: doo_wop_boy วันที่: 16 มีนาคม 2551 เวลา:17:07:43 น.  

 
ฟังจากคุณหมีบางกอกเล่ามา อดคิดไม่ได้ว่าทำไมหนังเรื่องนี้มันน่ากลัวจัง หนูเองก็ไม่ได้ดูหรอกค่ะ ไม่คิดจะดูด้วย ไม่ใช้ว่าจะอคติหรือว่าอะไรนะ แต่ดูจากไตเติ้ลแล้วคงจะทำใจดูไม่ได้จริง มันโหดเกินไป ดูแล้วคงไม่ได้หายใจกันแน่ๆ แต่จากที่ฟังมาหนังคงจะเน้นดราม่ามากกว่าจะถ่ายทอดศิลปมวยไทยกระมังคะ


โดย: cloveruntitle2 วันที่: 24 มีนาคม 2551 เวลา:12:28:54 น.  

 
เด๋ว ไปเช่าแผ่นมาดูงับ พี่เหม


โดย: Nagano วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:12:46:10 น.  

 
เรื่องนี้สนุกไหม


โดย: งง IP: 125.27.66.66 วันที่: 18 เมษายน 2551 เวลา:13:55:50 น.  

 
พี่หมี ผมอยากได้..


โดย: mantis IP: 210.86.190.136 วันที่: 28 ธันวาคม 2551 เวลา:1:38:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.