Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2551
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
242526272829 
 
21 กุมภาพันธ์ 2551
 
All Blogs
 
ช็อคโกแลต ..ฤาจะเป็นได้แค่เพียง “สตั๊นท์โชว์”




แรกว่าจะไม่เล่าให้ฟังซะแล้ว...แต่ไหนๆ ตอนดูก็คันปากยิบๆ ไม่รู้จะบ่นกะใคร..ขอบรรเลงแบบช็อคโกแลตละลายเลอะเทอะพองามแล้วกัน

เหมาะกับคนที่ดูมาแล้ว มาแชร์ประสบการณ์พิพักพิพ่วนด้วยกัน...

แต่แรกสงสัยอยู่ว่าชื่อเรื่อง “ช็อคโกแลต”นั้นสำคัญไฉน คงต้องมีความหมายยิ่งถึงยอมนำมาใช้เป็นชื่อหนัง (เพราะอาจสร้างความสับสนกับหนังฝรั่งที่ชื่อเดียวกันนี้ในตลาดโลกได้ง่ายๆ)

ครั้นดูจนจบเรื่อง..ข้าพเจ้าก็ยังไม่ GET จนบัดเดี๋ยวนี้.....ว่าทำไมถึงต้องตั้งชื่อเรื่องได้เชยปานฉะนั้น

หรือว่าได้สปอนเซอร์จากช็อคโกแลตเจ้าดังที่เห็นหนูจีจ้าฟาดหมับๆ ในเรื่อง..ก็มิซับซาบ...(จำได้จากกล่องอะ) งานนี้ M&M คงแค้นไปมิน้อย..5555

ความประทับใจจากเรื่องนี้มิใช่ไม่มี ทั้งหมดทั้งมวลนั่นก็คือฉากโชว์การต่อสู้ที่อัดมาแน่นพรึดทั้งเรื่อง แสดงถึงกึ๋นทีมสตั๊นท์ไทยและครีเอทีฟในการออกแบบท่าต่อสู้ของพันนา ฤทธิไกร

แต่ไอ้ความไม่สมเหตุสมผล และจังหวะจะโคนกระโดกกระเดกของเรื่องนี้แหละ ที่ทำลายความงามของฉากต่อสู้นี้ไปครึ่งต่อครึ่ง ...ในเมื่อคนดูไม่รู้สึกเชื่อแล้วว่าสถานการณ์นั้นมันสมจริง...จะไปเหลืออะไร..

ยังดีที่มีฉากไคลแม็กซ์เด็ดสุดตอนจบของการต่อสู้บนกันสาดหน้าบาร์มาไว้โชว์กึ๋นชนิดยาวเป็นสิบนาทีได้กระมัง เล่นเอาสงสารหนุ่มสตั๊นท์ทั้งหลายที่สะบักสะบอมชนิดหามเข้าโรงหมอ (คอยตามดูเครดิตไตเติลตอนท้าย เขาอุตส่าห์มาปะไว้ประมาณโชว์ว่า “ของจริง” นะเฟ้ย...แต่แอบมีสลิงเล็กๆ ช่วยหนูจีจ้าห้อยโหนไว้...เหอๆ.. แล้วคุยว่าเตะจริง..เจ็บจริง..ไม่มีสลิง..ได้ไงง่ะ)

เอ๊ะ..ไปๆ มาๆ ดันมาสปอยล์ตอนจบไปซะเนี่ย..เอาน่า..อย่าเพิ่งลมเสีย….





จากการที่รู้เรื่องความเป็นเด็กออทิสติกตั้งแต่ตัวอย่างแถมด้วยรายการโปรโมทหนูจีจ้าซะกระหน่ำขนาดนั้น เลยหมดความเซอร์ไพรส์ไปสิ้นตอนนั่งดูหนังจริง...

รสชาติมันเลยกล้อมแกล้ม ปะแล่มๆ ไปเรื่อยๆ ที่แย่คือบทหนังเรื่องนี้ไม่ได้ดีไปกว่าต้มยำกุ้งกี่มากน้อย จังหวะจะโคนความสมเหตุสมผลเอาไปถมที่หมดหรือไงไม่ทราบเหมือนกัน

องค์ประกอบอื่นที่ควรจะดี เพื่อช่วยให้หนังอยู่รอด (นอกจากแม่หนูตัวเอก) อย่างเช่น การถ่ายภาพ เพลงประกอบ..โปรดักชั่นดีไซน์ ก็ไม่ได้ช่วยสักกี่มากน้อย

ไม่น่าเชื่อว่าหนังที่ถ่ายมาใช้เวลานานถึง 2 ปี กลับดูเหมือนรีบๆ ถ่าย บางซีนเหมือนขี้เกียจจัดไฟ ขนาดยอมไปดูโรงดิจิตัล (ที่เอสเอฟมาบุญครอง..ถูกดีแฮะ) ในขณะที่หนังชัดแจ๋วโออยู่ทีเดียว แต่กลับทำให้เห็นความไม่ประณีตของการจัดแสงและฉากที่สร้างไม่เนี้ยบได้ชัดหนักขึ้นซะงั้น

ส่วนเพลงประกอบ..สไตล์ยังไงยังงั้นตั้งแต่องค์บากมายันต้มยำกุ้ง สงสัยเป็นเทรดมาร์คของ ผกก.กระมัง




หนูเซน+นางซิน+แมงมุมอ้วน สามชีวิตที่ต้องปากกัดตีนถีบ(เป็นระวิง)


บทบาทการแสดงนั้น น่าเสียดายที่ตัวบทเขียนมาเหมือนบุคลิกในการ์ตูน มีแต่พล็อตพาเรื่องให้เดินไป ทำให้น้ำหนักการแสดงแต่ละฉากแต่ละซีนล่องลอยหาที่เกาะไม่ได้ ดูไปยิ่งไม่เชื่อ...และยิ่งสงสัยว่าตัวละครมันทำอะไรของมัน

ยกตัวอย่างง่ายๆ นางซิน (ไม่ใช่ ..เดอเรลล่า นะจ๊ะ) แม่ของหนูเซน (จีจ้า) ตอนเปิดตัว ดูหล่อนเป็นนางสิงห์ซ่อนคม เก่งกาจด้านการต่อสู้ แต่พอเดินเรื่องไปหน่อย กลายเป็นลูกแมวเซื่องๆไปซะงั้น ยิ่งมีด้วยลูกแล้ว ยิ่งทำอะไรไม่เป็น นังกะเทยมือปืน (ทำไมเอาน้าเดมาเล่นฟระ ดูยังไงก็ไม่เชื่อ) เข้ามาขู่หน่อย ก็ลนลานยอมแต่โดยดี แทนที่จะใช้ฝีมือเพื่อปกป้องตัวเอง เพราะยังไงก็ต้องแลกหมัดกันแล้ว..เพื่อลูก โชว์ฉากพวกนี้สักหน่อยก็ไม่เห็นเสียหาย....




ยากูซ่า+นางซิน+เจ้าพ่อ รักสามเส้าเคล้าซาดิสต์

ที่ขำขนาดหนักคือตอนที่เจ้าแม่ เอ๊ย..เจ้าพ่อพงษ์พัฒน์ (เธอไว้ผมสลวยประบ่า แต่ใส่แว่นเรย์แบนด์ทั้งวันทั้งคืน..แถมมีแก๊งค์กะเทยมือปืนเป็นบอดี้การ์ด...กรี๊ดดด) โกรธว่าแม่นางซินคู่ขาแอบไปปันใจให้ยากูซ่าคู่แค้น ถึงขนาดเอาตัวมาบังทางปืน เลยไม่รู้ทำไร..หันมายิงหัวแม่เท้าตัวเอง...(แก้เซ็งหรือไงหว่า??) จนบัดนี้ข้าพเจ้าก็ยังไม่เก็ต (อีกครั้ง)อยู่นั่นแล้ว

และหลังจากนั้นเป็นปีๆ..อยู่ดีๆ เกิดอารมณ์แค้นมาตามเอาคืนกะนางซิน (ซึ่งหนีไปเลี้ยงลูกของยากูซ่า) โดยมาตัดหัวแม่เท้านางซินต่อหน้าลูก?? ด้วยเหตุผลแค่จับได้ว่าหล่อนยังเขียนจม.เล็ตเตอร์ติดต่อกะกิ๊กญี่ปุ่น (เชยฟระ เดี๋ยวนี้เขาส่งอีเมล์กันแร้ว)

แล้วไม่ทราบว่าส่งนังกะเทยมือปืนไปเฝ้าพฤติกรรมนางซินด้วยเหตุอันใด ยังรักยังหวง(ก้าง)อยู่? หรือ..บลาๆๆ ..ข้าพเจ้าก็เมื่อยสมองมากในการเดา...

เลยได้แต่นั่งหัวเราะหึๆ ด้วยไม่ทราบว่าจะทำอารมณ์ไหนดีให้เข้ากับหนัง... (ประกอบกับเสียงออฟซีนแว่วจากที่นั่งด้านหน้า “แม่ๆ ..มันทำอารายอะ...” อื๋ยยย..สงสัยคุณพ่อคุณแม่คงนึกว่าเป็นหนังดิสนีย์กระมัง)




กะเทยมือปืน บอดี้การ์ด หรือคู่ขาคนใหม่ของเจ้าพ่อกันง่ะ..


ที่มันไปกว่านั้น ตอนที่หนูเซนได้แสดงฝีไม้ลายมือ (และเท้า) เป็นครั้งแรกกับกลุ่มจิ๊กโก๋ที่เข้ามาตีรวน (อย่างไม่มีเหตุผล) เธอก็ซัดได้กระหน่ำจนไอ้เวรพวกนั้นลงไปนอนบิดไปบิดมา ไม่มีเวลาเข้ามารุม...

แต่หลังจากนั้น..ตอนมาทวงตังค์ให้แม่ที่โรงน้ำแข็ง กลับปล่อยให้เสี่ยเอาลูกคิดฟาดหน้า..ให้ลูกน้องจับโยนกระเด็นไปกระเด็นมาอยู่นานสองนาน ก็ยังไม่นึกจะลุกขึ้นมาต่อสู้

กว่าจะต้องจิ้นถึงหนังองค์บาก..ต้มยำกุ้งที่นั่งดูแล้วดูอีก (เน้นสุดๆ ซะหลายหนเลยครับท่าน) ถึงจะได้แรงกระตุ้นให้ลุกขึ้นมาต่อกร กระนั้นก็หมดเวลาไปซะนานสองนาน บอกตามตรงงงโคตรๆ ครับผม ทีฉากตีกะจิ๊กโก๋ แม่คุณไม่ต้องบิ๊ลท์อารมณ์สักกะติ๊ด เตะกระจายทันทีทันควัน...

จากนั้นก็เป็นฉากโชว์สตั๊นท์ละเลงกันทั่วโรงน้ำแข็ง โรงหมู โรง..บลาๆๆๆ แบบเละๆ เลอะๆ ทุกโรงคะรับท่าน แต่ก็ล้วนเป็นฉากได้โชว์ฝีมือการออกแบบท่าต่อสู้ที่สำคัญทั้งสิ้น

ฉากโชว์มันเยอะจนจังหวะความสมจริงมันประดักประเดิดไปหมด....





ยิ่งตอนท้ายๆ นึกว่าไปฟัดกะยากูซ่าในญี่ปุ่น (ให้นึกฉากในหนัง KILL BILL ไว้ ยังไงยังงั้น) แต่งสูทชักซามูไรฟาดฟันกันโช้งเช้ง แล้วอยู่ดีๆ ตาพระเอก..พ่อญี่ปุ่นของหนูเซน ก็โผล่เข้ามาไม่มีปี่มีขลุ่ยได้จังหวะซะไม่มี (บินตรงมาจากญี่ปุ่นลุยเดี่ยวอีกตะหาก) เข้ามาฟาดฟันกันนัวเนีย

ขณะที่เจ้าพ่อพงษ์พัฒน์ก็ลากแม่นางซิน (ซึ่งถูกยิงถูกอัดซะพรุน) ไปทางโน้นที ลากไปทางนี้ที เอ่อ..จะลากไปถึงไหน..ไม่หนักเหรอไงฟระ ส่วนอีลูกน้องก็ยืนกันเป็นกุรุต ไม่เห็นมีใครสนใจจะช่วย




ลากมันเข้าไป...ไม่ยอมตายซะที


ส่วนแม่หนูจีจ้าหลังจากเอาชนะคู่ต่อสู้ออทิสติกได้ อยู่ดีๆ ก็หมดแรงข้าวต้มไปซะงั้น นอนดูผลงานจนกระทั่ง..แม่โดนแทง พ่อโดนฟัน ฯลฯ แล้วหล่อนก็ไม่มีปัญญาจะลุกขึ้นมาช่วย? นอนดูทำตาปริบๆ

ส่วนข้าพเจ้านั้น..ไม่รู้จะทำเช่นไรได้แต่ดิ้นกระแด่วๆ อยู่บนเก้าอี้ด้วยความขัดใจยิ่งนัก..

นี่คือความผิดพลาดอย่างยิ่งของจังหวะการเล่าเรื่อง การโชว์ฉากต่อสู้ที่ดี มันต้องมีเหตุผลตอบรับ และจังหวะที่สอดคล้องจนคนดูคล้อยตามและลุ้นเอาใจช่วยตัวเอกสุดริด...แต่เนี่ย..เอ่อ..ทำหนังมาก็เรื่องที่สามแล้วนะคะรับท่าน

ยังดีที่มีฉากสุดท้ายไล่ล่ากันบนกันสาดห้องแถวมากู้หน้าไว้ได้ ก็ต้องยอมรับว่าตัวแสดงทุกคนทนทรหดยิ่งกว่าแควด (แรด+ควาย) ยิ่งนัก เห็นอาการหล่นมาจากตึกสามชั้นกันตุบๆๆ..แล้ว ช่างน่าชมเชยในความเสี่ยงอย่างบ้าบิ่นชนิดที่ เจสัน สเตตแธม หรือ เจ็ทลี ยังส่ายหน้า... และแม่หนูจีจ้า (และสตั๊นท์ตัวแทน) ก็ทำได้มหัศจรรย์เกินคาดที่เดียวเชียว





ไม่ต้องไปเอ่ยถึงบทดราม่าอะไรนั่น ระหว่างแม่ลูกหรือกับตาแมงมุมอ้วนเพื่อนรัก เหมือนฉากประกอบในการเล่าเรื่อง แต่เอาเถอะ..ดูๆ ไปก็น่าเป็นส่วนดีที่เหลืออยู่ของหนัง

เท่าที่ฟังแผนโปรโมท ดูผู้สร้างจะลงทุนกับการสร้างจีจ้าอย่างจริงจังมากๆ ใช้เวลาเป็นปีๆ กว่าจะฝึก กว่าจะถ่ายทำจนจบ

แต่ถ้าองค์ประกอบของหนังเป็นได้แค่อย่างที่เห็น...มันจะคุ้มค่ากับที่ลงทุนไปหรือไม่ ..ยังนึกไม่ออกอยู่

น่าเสียดายกับผลลัพธ์ส่วนที่ดีที่สุดของหนัง ..แม่หนูจีจ้า ญานิน...เธอน่าจะไปได้ไกลกว่านี้






Create Date : 21 กุมภาพันธ์ 2551
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2551 14:54:13 น. 14 comments
Counter : 1083 Pageviews.

 
ถึงจะสปอยล์ก็ยังอยากไปดูอ่ะ เพราะชอบความสามารถของจีจ้า แต่ก็ไปดูไม่ได้รอแผ่นออกอย่างเดียวโลด..


โดย: PriYa วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:56:48 น.  

 
ไม่ได้อ่านนะคะ กลัวสปอยส์ แต่มาดูรูป


โดย: grippini วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:3:16:41 น.  

 
มีคนบอกผมว่า ตัวละครหนึ่งหน้าเหมือนผมเลย


โดย: I will see U in the next life. วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:43:51 น.  

 
ขออำภัยที่แอบสปอยล์ไปซะตรึม..เหอๆ เราเตือนคุณแร้วว...

ดูแล้วกลับมาเม้าท์กานต่อนะค้าบ

น้องดอง พี่พยายามใช้ความทรงจำอย่างยิ่งยวดว่าคนไหนหน้าเหมือน... คงไม่ใช่เจ้าแมงมุมขยุ้มหลังคานะ รู้สึกน่าจะเหมือนแค่หุ่นนิ หุๆๆ


โดย: หมีบางกอก (Bkkbear ) วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:15:00:20 น.  

 
ไปดูมาเหมือนกันครับ

แล้วก็เกิดอาการกางขา เอ้ย กังขาเหมือนๆกับพี่หมี

เช่น ทำไมบทมันไร้น้ำหนักได้ขนาดนี้

ทำไมเจ้าพ่อพัฒน์พงษ์ เอ้ย พงษ์พัฒน์ ถึงมีสาวๆเหล่านี้เป็นลูกน้อง

ถ้ามีเด็กเมื่อวานซืนมาทวงตังค์ อ้างว่าน้าให้มาทวง โดยมีหลักฐานแค่สมุดบัญชีเล่มเดียว ใครเค้าจะให้

น้าซินไม่เคยคิดจะตามหนี้คืนตั้งแต่ก่อนล้มป่วยเลยหรือ

โอย... อีกหลายทำไม

ก็เลยเดินออกจากโรงซะงั้น หลังจากหนังเริ่มไปได้ชั่วโมงนึง และงีบสั้นๆสองงีบ

โดยที่ไม่ได้อยากรู้ซักนิดเลยว่า แมงมุมหายไปไหน ตายหรือเปล่า จีจ้าจะทวงเงินคืนได้ครบมั้ย หรือ นังซินจะหายหรือเปล่า


โดย: Fight_on วันที่: 21 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:20:44:31 น.  

 
ขอบคุณพี่หมี ที่เล่าความรู้สึกได้ชัด จนเหมือนได้ไปดูด้วย นึกออกว่ากระอักกระอ่วนแค่ไหน ดังนั้น จึงไม่ต้องเสียเงิน และเวลาที่มีน้อยกว่าเงินซะอีก ไปดูให้เมื่อยใจ แถมคุณเต้เข้ามาเสริมเรื่องเดินออก.... จบข่าวไปเลย


โดย: bacon IP: 58.8.90.227 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:1:30:07 น.  

 
ผมไม่ไปดูหรอกเรื่องนี้
เพราะกลัวสู้กันจนตาลาย

เรื่องเจ้าเขียว สาธุนะครับพี่หมี


โดย: ทายาทตระกูลหยี วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:2:11:17 น.  

 
ไว้จะไปอุดหนุน สงสารหนังไทย
เนอะ.....​สงสารประเทศนี้ด้วย....
...อยากไปลาออกจากการเป็นคนไทย....
ลาออกได้ที่ไหนเนี่ย.....

ไม่ได้แวะเข้ามานาน สบายและเป็นสุขดีนะ
ไว้เล่าหนังให้ฟังอีกนะครับ หนุกดี
:)


โดย: oak (nata339 ) วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:22:57:01 น.  

 
คุณน้องเท่คับ ..กว่าจะดูจบคงจะขากางหุบไม่ลงไปนานนะคับ.. โชคดีเดินออกมาซะก่อน..

ไม่นึกว่าคุณน้องจะหมดมู้ดเร็วขนาดน้าน .. ไอ้เรื่อง"เอาตังค์(กรู)คืนมา"น่ะ ..ถูกต้องแร้วคร้าบบ.. มึนตึ้บไปเหมียนกาน

..เด็กเมื่อวานซืน ไปเปิดสมุดอะไรไม่รู้ ไม่ถามไม่ไถ่..ดันเดาดุ่ยๆ ไปทวงหนี้เฉยๆ ซะงั้น แล้วก็งงว่าไอ้พวกเวรนั่นน่ะ ทำตัวเป็นมาเฟียเลี้ยงนักเลงไว้เพียบ ดันเสือกมาติดหนี้ 5000 บาทกับนางซิน

ฮ่าๆๆ ดูหนังแอ็คชั่นแล้วแอบงีบไปสองตลบ แถมเดินออกกลางเรื่อง...น่าบันทึกลงกินเนสส์บุ๊คไว้เรยนะค้าบ

..............................................

คุณน้องเบค่อน ไม่อุดหนุนหนังไทยหน่อยเหรอ

แต่อย่างว่า..หนังไทยเรื่องนี้เขาคุยฟุ้งว่างบไม่อั้น เพราะขายทั่วโลกได้ตั้งแต่ยังไม่สร้าง เพราะฉะนั้น เราไปช่วยหนังดีๆ ที่สมควรช่วยกว่านี้ดีกว่าเนอะ

...........................................

ดูหน่อยน่าน้องต๋อง 5555..จะได้มาช่วยกานเม้าท์แตก จะได้รู้ว่าคนไทยเราน่ะทำหนังแอ็คชั่นได้(มั่ว)ไม่แพ้ใครในโลก

...........................................

ยินดีที่แวะเวียนมาอีกนะน้องโอ๊ค ก็ยังมีชืวิตเป็นคนไทยอยู่ได้นะคับ ถึงอยากจะลาออกพอๆ กับน้องวันละสามรอบก็ตามที คุณเบคอนแกชวนลาไปอยู่สามจังหวัดภาคใต้อยู่หยกๆ

อย่างที่ว่าแหละ หนังเรื่องนี้เขาอวดร่ำอวดรวยแต่แรกแล้ว เราจะดูไม่ดูก็คงไม่กระเทือนกี่มากน้อย แต่ถ้าจะดูแล้วเอามาวิเคราะห์ทัศนคติคนทำก็ไม่เลวอยู่ ปัญหาคือเราจะทนทัศนคติแบบนี้ได้สักแค่ไหน


โดย: พี่หมี (Bkkbear ) วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:41:13 น.  

 
มันก็ดีกว่าสตันท์โชว์นิดนึง ตรงพยายามใส่เรื่องราวเข้าไปบ้าง แต่ไม่ได้ลงลึกสักเท่าไหร่ หนังพอดูได้ครับ แต่ยังไม่ดี

ส่วนตัวผม ผมถือว่าแฟนคลับรักแห่งสยามประกาศสงครามกับผมก่อน ผมก็เลยต้องประกาศสงครามกับพวกมันกลับ ก็เท่านั้นครับ



โดย: joblovenuk วันที่: 23 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:26:52 น.  

 
เอ่อ.... ช็อคโกแลต ละลายเลอะเทอะ 555

เจ้าพ่อพงษ์พัฒน์ (เธอไว้ผมสลวยประบ่า แต่ใส่แว่นเรย์แบนด์ทั้งวันทั้งคืน..แถมมีแก๊งค์กะเทยมือปืนเป็นบอดี้การ์ด...กรี๊ดดด) ยิ่งอ่านยิ่งฮา

ไม่ได้ไปดูอะคัฟ เรื่องนี้

มาฟังพี่หมีเล่าแล้วฮา........


โดย: deffy-melody วันที่: 24 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:11:05:34 น.  

 
หนังสั้น+ผลงานวันต่อมา..


โดย: ............. IP: 58.147.53.131 วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:22:32:24 น.  

 
วิจๅนกันซะป๋มคิดว่า ถ้ๅผู้กำกับและนักแสดงมๅอ่ๅนคงต้องนั่งน้ำตๅไหลแน่ๆเรย
ส่วนตัวไปดูหนังเรื่องนี้มๅตั้งแต่วันแรกที่เข้ๅโรง และเพิ่งดูรอบ2เมื่อไม่กี่ช.มก่อนหน้ๅนี่เอง(dvdแผ่นออกแล้ว)ป๋มเห็นด้วยกับคำวิจๅนด้ๅนบน ซึ่งกๅรดำเนินเรื่องมันก็ขๅดควๅมสมเหดสมผลอย่ๅงนั้นจิงๆ แต่โดยควๅมรุสึกส่วนตัวป๋มหลังจๅกที่ดูมๅ2รอบริ้ว (ซึ่งเปนควๅมรุสึกของคนทิชอบดูหนังเปงชีวิดจิตใจ)นั้นไม่ค่อยรุสึกว่ๅหนังไม่สนุก หรือ ไม่รุสึกกระวนกะวๅยขณะดูหนัง อย่ๅว่ๅแต่ลุกหนีออกจๅกโรงเรย เพๅะถึงจะมีบๅงฉๅกทิคิดว่ๅ ทำไมเปนอย่ๅงนิ หรือทำไมต้องทำอย่ๅงนั้น แต่ฉๅกกๅรต่อสู้ทิสวยงๅมก็ทำให้รุสึกเพลินจนมองข้ๅมสิ่งนั้นไป เอๅเปนว่ๅฟๅมรุสึกส่วนตัว ใครรุสึกยังไงนั้นไม่ผิด ติเพื่อก่อเปงเรื่องทิสมควรทำ แต่คำพูดก็ควรให้กำลังใจ ไม่พูดให้เสียกำลังใจ ขนๅดป๋มอ่ๅนยังรุสึกหดหู่ใจ แต่ก็ไม่เปนรัยเพๅะป๋มพิสูดหนังเรื่องนิมๅด้วยตัวเองแร้ว แต่คนทิอ่ๅนคำวิจๅนด้ๅนบนทิยังไม่เฅยดู แล้วไม่คิดจะดูหลังจๅกอ่ๅนคำวิจๅน ป๋มขอให้คิดซะใหม่และขอเอๅหัวเปงปะกันว่ๅหนังเรื่องนินอกจๅกจะมีฉๅกแอ็คชั่นทิยอดเยี่ยมของยิ๋งไทยแล้ว หนังยังให้แง่คิดอิกหลๅยมุม ดูแร้วจะรุสึกภูมิใจในหนังไทยทิดังไปทั่วโลก ป.ล ดิฉันภูมิใจมๅกทิเกิดเปงคนไทย (คนทิอยๅกลๅออกจๅกกๅรเปงคนไทยนั้น เสียชๅดเกิดจิงๆ บ้ๅนเกิดเมืองนอนยังไม่เคๅรพ ยังไม่ภูมิใจ อยู่ทิหนัยก็ไม่เจริญ)


โดย: รักชๅติเป็นอๅชีพ IP: 195.189.142.168 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:45:06 น.  

 
วิจๅนกันซะป๋มคิดว่า ถ้ๅผู้กำกับและนักแสดงมๅอ่ๅนคงต้องนั่งน้ำตๅไหลแน่ๆเรย
ส่วนตัวไปดูหนังเรื่องนี้มๅตั้งแต่วันแรกที่เข้ๅโรง และเพิ่งดูรอบ2เมื่อไม่กี่ช.มก่อนหน้ๅนี่เอง(dvdแผ่นออกแล้ว)ป๋มเห็นด้วยกับคำวิจๅนด้ๅนบน ซึ่งกๅรดำเนินเรื่องมันก็ขๅดควๅมสมเหดสมผลอย่ๅงนั้นจิงๆ แต่โดยควๅมรุสึกส่วนตัวป๋มหลังจๅกที่ดูมๅ2รอบริ้ว (ซึ่งเปนควๅมรุสึกของคนทิชอบดูหนังเปงชีวิดจิตใจ)นั้นไม่ค่อยรุสึกว่ๅหนังไม่สนุก หรือ ไม่รุสึกกระวนกะวๅยขณะดูหนัง อย่ๅว่ๅแต่ลุกหนีออกจๅกโรงเรย เพๅะถึงจะมีบๅงฉๅกทิคิดว่ๅ ทำไมเปนอย่ๅงนิ หรือทำไมต้องทำอย่ๅงนั้น แต่ฉๅกกๅรต่อสู้ทิสวยงๅมก็ทำให้รุสึกเพลินจนมองข้ๅมสิ่งนั้นไป เอๅเปนว่ๅฟๅมรุสึกส่วนตัว ใครรุสึกยังไงนั้นไม่ผิด ติเพื่อก่อเปงเรื่องทิสมควรทำ แต่คำพูดก็ควรให้กำลังใจ ไม่พูดให้เสียกำลังใจ ขนๅดป๋มอ่ๅนยังรุสึกหดหู่ใจ แต่ก็ไม่เปนรัยเพๅะป๋มพิสูดหนังเรื่องนิมๅด้วยตัวเองแร้ว แต่คนทิอ่ๅนคำวิจๅนด้ๅนบนทิยังไม่เฅยดู แล้วไม่คิดจะดูหลังจๅกอ่ๅนคำวิจๅน ป๋มขอให้คิดซะใหม่และขอเอๅหัวเปงปะกันว่ๅหนังเรื่องนินอกจๅกจะมีฉๅกแอ็คชั่นทิยอดเยี่ยมของยิ๋งไทยแล้ว หนังยังให้แง่คิดอิกหลๅยมุม ดูแร้วจะรุสึกภูมิใจในหนังไทยทิดังไปทั่วโลก ป.ล ดิฉันภูมิใจมๅกทิเกิดเปงคนไทย (คนทิอยๅกลๅออกจๅกกๅรเปงคนไทยนั้น เสียชๅดเกิดจิงๆ บ้ๅนเกิดเมืองนอนยังไม่เคๅรพ ยังไม่ภูมิใจ อยู่ทิหนัยก็ไม่เจริญ)


โดย: รักชๅติเปงอๅชีพ IP: 195.189.142.168 วันที่: 1 พฤษภาคม 2551 เวลา:22:48:38 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Bkkbear
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




งานเขียนบทความ บทหนัง เรื่องสั้น และนวนิยายในบล็อกนี้สงวนลิขสิทธิ์โดย Bkkbear (หมีบางกอก) ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2539 ห้ามมิให้ดัดแปลง ลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

Friends' blogs
[Add Bkkbear's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.