TewTew

TewTew B2D
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




tewDR
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
11 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add TewTew B2D's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 

นิยายที่แต่งเอง

นิยายเรื่องแรกที่เขียนให้ดริวเล่น
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งพล็อตเรื่องขึ้นเองนะคะ เพราะร้างลาการอ่านนิยายมานานมาก เรื่องที่เคยอ่านๆมา ก็ทำเป็นละครจนหมดแล้ว ก็เลยลองคิดเองดู ช่วยอ่านให้จบและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

ชื่อเรื่อง “โค้งรุ้ง.....คุ้งดาว” โดย tewtew เองค่ะ

เรื่อง นี้จะสื่อให้เห็นถึงภัยธรรมชาติกับความสูญเสีย สอนให้คนหยุดทำร้ายธรรมชาติ จะสอดแทรกแง่คิด ให้กับชาวบ้าน ให้อนุรักษ์สัตว์น้ำ สัตว์ทะเล สำนึกรักบ้านเกิด รักเมืองไทย รักแผ่นดินแม่ โดยมีพระเอก นางเอกเป็นตัวเชื่อม

เรื่องนี้อาจจะได้เห็นดริวในบทบาทใหม่ เป็นชาวเล ชาวประมง มีการดำน้ำ เป็นอาจารย์และนักวิจัยทางทะเลที่หาตัวจับยาก มีทั้งบทบู้ บทผู้นำ บทผู้ตาม และบทกุ๊กกิ๊กบ้าง ซึ่งดริวน่าจะผ่านหมดทุกบท(ยกเว้นใส่ชุดกบ..ดริวจะยอมรึป่าวก็ไม่รู้...อิอิ อิ....)

นางเอกที่วางตัวไว้....อยากได้ผู้หญิงไทย หน้าหวานๆ สวย หวาน เก่ง ไม่ยอมคน และรักศักดิ์ศรีของความเป็นไทยมาก....น่าจะเป็นแอฟ ทักษอร นะคะ

....Anthony..หรือภคภาส ชายหนุ่มอายุประมาณ26-28ปี หนุ่มลูกครี่ง ไทย-อังกฤษ เขากำพร้าทั้งพ่อและแม่และต้องสูญเสียน้องสาวคนเดียวไปกับเหตุการณ์คลึ่นสึ นามิถล่มเมื่อ5ปีที่แล้ว เขาไม่คิดว่าจะได้กลับมาเหยียบแผ่นดินแม่อีกเพราะเหตุการณ์เมื่อ5ปีที่แล้ว สภาพ พ่อ แม่และก็น้องสาวที่ต้องตายอย่างน่าเวทนา มันทำให้เขามิอาจลืมได้และฝังใจอยู่เสมอว่า ที่ตรงนี้ทำให้พ่อ แม่และน้องต้องตาย ทั้งยังฟังคำพูดจากปู่กับย่าที่อยู่อังกฤษผู้ที่เลี้ยงดูเขามาว่าแม่ทำให้ พ่อกับน้องต้องตาย เพราะแม่ไม่ยอมย้ายไปอยู่ที่บ้านปู่กับย่า แต่หารู้ไม่ว่าพ่อต่างหากที่อยากอยู่เมืองไทยพ่อรักแม่มาก และก็รักเมืองไทยมาก ถึงขนาดเคยสั่งเอาไว้ก่อนตายว่า ถ้าตายก็ขอให้เอาแผ่นดินไทยกลบหน้า
เมื่อ 5 ปีก่อนเขาและปู่กับย่า ได้บินมาจัดการงานศพพ่อ แม่ และน้อง ให้ถุกต้องตามประเพณี และก็ยกร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้ให้กับน้าเดือน น้องสาวและญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ของแม่ให้ดูแลแทนและเขาก็ไม่เคยกลับมา เหยียบที่นี่อีกเลย จนกระทั่งได้รับจดหมายจากเมืองไทยว่าน้าเดือนสิ้นใจเสียแล้ว และให้เขาซึ่งเป็นผู้รับมรดกโดยชอบธรรมแต่เพียงผู้เดียวให้มาจัดการว่าจะขาย หรือจะทำต่อ ลำพังร้านอาหารเล็กๆร้านเดียว เขาไม่ต้องการหรอก จะไม่กลับมาก็ได้ แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่าง....ที่ทำให้เขาอยากกลับมา..แผ่นดินแม่อีกครั้ง หนึ่ง
ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่ตรงรั้วไม้ระแนงต่ำๆ มีป้ายแกะสลักเป็นตัวหนังสือภาษาไทยเก๋ๆว่า”บ้านโค้งรุ้ง....คุ้งดาว” แสงตะวันอ่อนๆยามพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้า สาดส่องเข้าไปในบริเวณบ้านที่ปลูกเป็นเรือนไม้ชั้นเดียวแบ่งแยกออกเป็นส่วนๆ ลายล้อมไปด้วยพันไม้ต่างๆนา ทังไม้ดอกและไม้ประดับ เลยออกไปหน่อยมองเห็นหลังคาบ้านหลังเล็กๆเรียงรายกันออกไป เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยเพราะมันไม่เหลือสภาพเมื่อ5ปีที่แล้วให้เห็น สักนิด ไม่น่าเชื่อว่าผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างน้าเดือน จะทำให้ที่ร้างแห่งนี้กลายเป็นที่ร่มรื่นน่าอยู่ได้ขนาดนี้
“อ้าว!คุณโทนี่ มายังไงครับเนี่ย” ลุงมั่นกับป้าแสงคนเก่าแก่ที่ดูแลที่นี่อยู่วิ่งออกมาต้อนรับภคภาสด้วยท่าทางยินดีเป็นอย่างยิ่ง
“ทำไม ไม่โทรมาบอกป้าก่อนล่ะคะคุณ...ป้าจะได้เตรียมต้อนรับ...ดูสิห้องหับป้าก็ยัง ไม่ได้จัดเลย....แต่ไม่เป็นไรนะคะป้าทำความสะอาดอยู่ทุกวัน....นอนห้องคุณ ป๋าก่อนก็ได้ค่ะ...ไปค่ะ เข้าบ้านก่อน”ว่าแล้วป้าแสงก็เข้าไปเกาะแขนภคภาสพาเดินเข้ำไปในบ้านด้วยท่า ทางที่มีความสุข
ภคถาสเดินเข้ามาในบ้านและกวาดสายตามองไปรอบๆ
“ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะ จนผมจำแทบไม่ได้” เขาหันไปพูดกับลุงมั่นที่ยืนยิ้มกว้างมองดูนายน้อยของเขาด้วยความ
ปลื้มปิติ
“คุณโทนี่ ยังพูดไทยชัดอยู่เลยนะครับ....ลุงดีใจจริงๆ”
“เรียกผม..โต..เถอะครับ...ยังไงผมก็มีแม่เป็นคนไทย.....ภาษาไทยเป็นภาษาแม่นะครับ..ผมไม่ลืมหรอก”
“โถ....พ่อคุณของป้า....ป้าแสงน้ำตารื้นขึ้นมาโผเข้ากอดชายหนุ่มด้วยความเอ็นดู
“เดี๋ยวป้าไปเตรียมห้องให้คุณก่อนนะคะ คุณมาเหนื่อยๆจะได้พักผ่อน”ป้าแสงผละจากอกเดินมือปาดน้ำตาออกไป
“คุณโต...จะทำยังไงกับที่นี่ครับ จะทำต่อหรือว่าจะขาย”ลุงมั่นถามเพราะอยากรู้
“ผม ยังไม่รู้เลย...แต่คิดว่าน่าจะขายกิจการให้คนอื่นเค้าทำต่อไป ผมคงทำไม่ไหว...และก็ไม่มีความรู้ทางนี้เลย”ชายหนุ่มเดินไปเกาะที่ริม หน้าต่าง ความมืดเริ่มเครอบคลุมไปทั่วบริเวณ เขามองฝ่าความมืดออกไป เห็นแสงรำไรมาจากเรือนหลังเล็กๆทางด้านหลังมองออกไปไม่ไกลเท่าไหร่ เขาจึงหันกลับมาถามลุงมั่น
“ยังมีคนมาพักที่นี่อยู่เหรอครับ” เขาบอกพร้อมมองหน้าออกไปนอกหน้าต่าง
“ไหนครับ”ลุงมั่นเดินมายืนข้างๆชายหนุ่มพร้อมชโงกหน้าออกไปดู แล้วเหมือนนึกขึ้นได้
“อ๋อ...คุณนนท์ครับ....แกมาคอยคุณอยู่หลายวันแล้ว”
“คอยผม..คอยทำไม..แล้วใครครับ..คุณนนท์”ชายหนุ่มเลิกค้วเป็นเชิงถามพร้อมกับความสงสัย

นนท ชา สาวน้อยหน้าหวานนักอนุรักษ์นิยม ชอบการดำน้ำเป็นชิวิตจิตใจ เป็นครูสอนดำน้ำ ว่างๆก็รับจ๊อบเป็นนักเขียนเชิงอนุรักษ์ เธอคุ้นเคยกับที่นี่เพราะจะพานักเรียนมาดำน้ำดูปะการังในบริเวณนี้และก็จะพา กันมาพักที่บ้านโค้งรุ้ง...คุ้งดาว...นี่เป็นประจำ และสนิทกับน้าเดือนมาก มากขนาดมากินนอนที่นี่เป็นเดือนๆ รู้เรื่องทุกอย่างของน้าเดือน และน้าเดือนเองก็รักและไว้ใจเธอมาก จนกระทั่งก่อนตายน้าเดือนก็สั่งเสียถึงหลานชายคนเดียวของน้าเดือน และเธอเองนั่นแหละที่เป็นคนจัดการงานศพของน้าเดือน และเป็นคนส่งข่าวถึงหลานชายคนเดียวของน้าเดือนด้วย

“ไปตามเธอมาพบผม” ชายหนุ่มหันมาสั่งนายมั่น หลังจากฟังเรื่องราวของนนทชาจากนายมั่น เขาใคร่อยากรู้ว่าเธอมาคอยเขาเพื่ออะไรกัน ลุงมั่นกับป้าแสงก็น่าจะจัดการได้

นนทชาเดินเอาผ้าขนหนูที่ห้อยคอ ขยี้ผมเมาแต่ไกล เธอพึ่งจะอาบน้ำสระผมเสร็จ หลังจากลงไปดำผุดดำว่ายอยูในทะเลนานสองนาน ซึ่งเป็นกิจวัตรที่เคยทำอย่างที่ไม่เคยรู้สึกเบื่อ สงสัยชาติที่แล้วเธอคงเกิดเป็นปลาล่ะมั้ง เธอเคยบอกตัวเองแบบนั้น
“สวัสดี ค่ะ” เธอยกมือไหว้ผู้ชายที่ยืนหันหลังให้เธออยู่เพราะอย่างน้อยเขาก็แก่กว่าเธอ อยู่หลายปี สายตาเขาจับจ้องออกไปนอกหน้าต่าง ร่างสูงๆ ผิวขาวๆเหมือนคนเอเชียมากกว่า ไม่ได้ขาวจั๊วแบบพวกฝรั่ง ค่อยๆ หันกลับมามองเธอ ด้วยสายตาที่....
“โอ้! อะไรกันนี่ ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอนี่น่ะเหรอ หลานชายคนดีของน้าเดือน ที่น้าเดือนเฝ้าพรรณนาให้เธอฟังอยู่ทุกวีวัน...พึ่งจะเชื่อคำพูดของน้าเดือน ก็วันนี้นี่เอง......ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้.....หล่อ..เท่ห์..เป็นบ้าเลย.....” นนทชาได้แต่กรี๊ดอยู่ในใจ แต่ภายนอกที่แสดงออกมาคือท่าทางที่ตรงกันข้ามกับใจอย่างสิ้นเชิง เพราะอย่างน้อยเธอก็เป็นคนไทย ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกผู้หญิงไทยง่ายๆหรอก
“ชั้นชื่อนนทชา...เป็น....”เธออ้ำอึ้งนิดหน่อย “เป็นคนสนิทของน้าเดือน”
“แล้ว ไง”เป็นประโยคแรกที่เขาพูดกับเธอ สั้นและห้วนได้ใจจริงๆ ความรู้สึกดีๆเมื่อครู่นี้ เริ่มเลือนหายไปทีละหน่อย ลืม แม้กระทั่งว่าจะพูดอะไรต่อไป เมื่อต้องผสานกับสายตาอันคมกริบของเขา
“ทำไมน้าเดือนถึงได้ไว้ใจเธอขนาดนี้......ทั้งๆที่.......”ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบเธอก็แทรกขึ้นมากลางคัน
“ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ลูก ไม่ใช่หลาน....แล้วมีลูกหลานคนไหนบ้างละคะ ที่อยู่ดูแลคุณน้าคุณ จนกระทั่งท่านสิ้น.....คนเรานะคะ ถ้าจะรักกัน..ผูกพันธ์กัน...ห่วงใยซึ่งกันและกัน...ไม่จำเป็นต้องสายเลือด เดียวกันหรอกค่ะ...ขอแค่เราเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนกัน....เราก็สามารถรักกัน ได้” นนทชากลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่ เพราะน้ำเสียงที่ไม่เป็นมิตรของเขาทำให้เธอไม่อยากคุยดีด้วย
“เอาล่ะ...ผมขอโทษละกัน” น้ำเสียงเขาแผ่วลง เหมือนรู้สึกผิด “คุณบอกจุดประสงค์ของคุณมา”
“ก้อ..ไม่มีอะไรมาก พรุ่งนี้ชั้นจะเอาเอกสารทั้งหมดมาให้คุณ ของๆคุณ จะได้หมดหน้าที่ของชั้นซะที”
“แล้วผมต้องทำอะไรบ้าง”
“ก็แล้วแต่คุณ สมบัติของคุณนี่”นนทชาพูดปัด
“แต่ ชั้นอยากจะบอกอะไรคุณไว้อย่างนึงนะ ว่าที่ตรงนี้เป็นที่ๆแม่คุณ คุณป๋าคุณ และน้าเดือนของคุณ รักและผูกพันธ์กับมันมาก ชั้นไม่อยากให้คุณขายมันเลย ชั้นเสียดาย เพราะชั้นก็รักที่นี่มากเหมือนกัน”นนทชาพูดด้วยน้ำเสียงเครือๆ แล้วก็เดินผละไป ปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามและยืนครุ่นคิดอย่างไม่รู้จะตัดสินใจยังไง

โอ้ โห..นี่แค่บทเริ่มต้นเองนะ อย่าพึ่งเบื่อซะก่อนล่ะ หลังจากนั้นก็จะมีเหตุการณ์ต่างๆนาๆที่ทำให้ทั้งคู่ต้องมาเผชิญหน้ากัน ต้องเกี่ยวข้องกัน นนทชาพยายามเกลี้ยกล่อมให้ภคภาสเก็บสมบัตืชิ้นนี้เอาไว้ เพราะที่บ้านโค้งรุ้ง..คุ้งดาว..แห่งนี้เป็นจุดที่สวยที่สุดบนเกาะนี้ มีแต่คนอยากจะได้ พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้ครอบครองมันแม้กระทั่งพยายามที่จะค่านนทชา เพียงเพื่อ เมื่อไม่มีเธอการที่จะเกลี้ยกล่อมภคภาสนั้น คงไม่ใช่เรื่องยากอะไรนักจากเหตุการณตรงนี้ การได้ผ่านความเป็นความตายมาด้วยกัน ทำให้ทั้งสองคนเริ่มมีความรู้สึกดีๆให้กัน เห็นใจกัน

นนทชาได้สอนให้ เขาใช้ชีวิตแบบชาวบ้าน ชาวเล ชาวประมง ได้ออกหาปลา ได้ดำน้ำดูปะการัง เอาความรู้และประบการณ์ที่สั่งสมมา ถ่ายทอดให้ชาวบ้านรู้ ให้ปฏิบัตตัวให้เข้ากับธรรมชาติ หยุดทำร้ายธรรมชาติ

เรื่องนี้ก็จะมี ฉากกุ๊กกิ๊กระหว่างพระเอกกับนางเอกอยู่เหมือนกัน อย่างตอนที่นางเอกสอนพระเอกดำน้ำ นางเอกเกิดเป็นตะคริว แล้วจมน้ำ พระเอกก็นึกว่าแกล้ง แต่สุดท้ายก็โดดลงไปช่วย แล้วก็มีการผายปอดกัน นางเอกรู้สึกตัวก็โวยวายใหญ่
“นี่คุณ ผมช่วยคุณนะ แล้วคุณมาโวยวายใส่ผมทำไมล่ะ”
“ใครใช้ให้คุณมาทำแบบนี้ล่ะ ชั้นเป็นผู้หญิงนะ” นนทชาพูดแล้วออกอาการหน้าแดง
“ผมผายปอดนะครับไม่ได้จูบคุณ แล้วเมื่อกี้หน้าคุณก็ซีดเป็นไก่ต้ม ผมไม่มีอารมณ์หรอก”เขาพูดพร้อมกับส่ายหัว
“รู้จักด้วยเหรอ ซีดเป็นไก่ต้มน่ะ” เธอย้อนถาม
“รู้ สิ..ตอนเด็กๆ เวลาผมกลัวอะไรมากๆ หรือเห็นเลือดละก็ หน้าผมจะซีดมาก จนแม่ชอบพูดว่าหน้าซี๊ดเป็นไก่ต้ม..ผมจำได้ขึ้นใจเชียวล่ะ”เขาเล่าและนึกถึง เหตุการณ์เมื่อตอนเด็กๆ เวลาช่วง summer เขาจะมาพักอยู่ที่นี่
“อะไรกัน ตัวออกจะโต....ใจปลาซิวไปได้”
“ใคร บอก ใจปลาซิว ใจผมน่ะ เท่านี้ต่างหากล่ะ” แล้วเขาก็กุมมือเธอขึ้นมา พร้อมส่งสายตา ที่สามารถทำให้คนที่มองอยู่ละลายไปต่อหน้าต่อตาได้เลยทีเดียว

สัมพันธ ภาพของทั้งคู่กำลังดำเนินไปด้วยดี แต่แล้วจู่ๆ ภคภาส ก็ถูกปู่กับย่าทางโน้นเรียกตัวกลับด่วน ทำให้เขาต้องทิ้งหัวใจเขาไว้ที่นี่ ทำไมน้า.....ความสุข..มักจะอยู่กับเราได้ไม่นาน นนทชาเฝ้ารอการกลับมาของเขาอยู่ทุกวัน..จากหัวใจที่เคยพองโต กลับห่อเหี่ยว..ไร้เรี่ยวแรง.....แต่จะมีประโยชน์อะไรเล่า..ที่เธอจะมานั่ง เศร้า..คลุกเคล้าความหลังอยู่อย่างนี้..นนทชาคนเดิมหายไปไหน.....

ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจ ทิ้งความรู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างไว้ที่นี่......กลับไปเรียนโทต่อที่กรุงเทพฯ

.......2 ปี ต่อมา......
“เฮ้ย...นนท์ วันนี้จะมีอาจารย์สอนพิเศษประจำภาค มาใหม่ด้วยล่ะ”รวี เพื่อสาวคนสนิทของนนทชาเดินเจื้อยแจ้วส่งข่าวมาแต่ไกล
“เหรอ....มาจากไหนอ่ะ” ปากพูด แต่ตายังจับจ้องอยู่กับนิตสารตรงหน้าเหมือนไม่ใส่ใจนัก
“เขา ว่าเป็นคนไทย..มาจากอังกฤษ...ว่าที่ด๊อกเตอร์เชียวนะ....เก่งมากเลย..เป็น นักวิจัยด้วย...และที่สำคัญ....หล่อด้วยล่ะ.....” รวี ทำท่าทางปลื้มออกหน้าออกตา
“รวี..เธอนี่แพ้ความหล่ออีกแล้วนะ.....เห็นใครหล่อเป็นไม่ได้”นนทชาแซวเพื่อนแล้วก็นึกขำ
“ป่ะ...ไปดูกัน...”ว่าแล้วรวีก็ฉุดเพื่อนสาวขึ้นตึกไป

..ที่หน้าห้อง..

“ผม ยังใหม่สำหรับที่นี่มาก มีอะไรก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ อาทิตย์นึงผมจะสอนแค่ 2 วัน นอกนั้นผมก็จะไปอยู่ที่เกาะ บ้านโค้งรุ้ง..คุ้งดาว ของผมครับ ใครว่างก็แวะไปเที่ยวได้น้ะ ยินต้อนรับเต็มที่เลยครับ”สิ้นเสียงอาจารย์สอนพิเศษคนใหม่ นักศึกษาก็ปรบมือกันเกรียวกราว แต่คนที่ยืนใจเต้นไม่เป็นจังหวะอยู่หน้าห้องนี่สิ ไม่...เราได้ยินผิดไป..ไม่ใช่...นนทชาร้องบอกตัวเองในใจอย่างสับสน มือทั้งสองข้างเย็นเฉียบ ค่อยๆโผล่หน้าออกไปที่ประตู เป็นจังหวะที่อาจารย์ภคภาสเหลือบสายตามามองพอดี ตาต่อตาประสานกันอีกครั้งหนึ่ง......นี่มันอะไรกัน สิ่งที่เธอเคยปรามาสเค้าไว้ต่างๆนา เคยดูถูกว่าเค้าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ทำอะไรไม่เป็น.....คิดขึ้นมาอย่างนั้นแล้วเธอก็รู้สึกอายจนไม่สามารถยืนอยู่ ตรงนั้นได้.....จึงวิ่งหนีไป

สุดท้ายพระเอกของเราก็ไปปรับความเข้าใจ กับนางเอกจนได้ ว่าที่เค้าหายไป เพราะอะไร เค้ากลับเรียนต่อให้จบเค้าเรียนเกี่ยวกับงานวิจัยทางทะเล การอนุรักษ์สัตว์ทะเล เกี่ยวกับคลื่นสึนามิ เพราบทเรียนที่เกิดขึ้นกับครอบครัวเค้า มันทำให้เค้าอยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ให้รู้ทันภัยธรรมชาติ จะได้ไม่ต้องพบกับความสูญเสีย เหมือนอย่างที่เค้าเคยเจอ และก็รู้และเข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงได้รักแม่และรักเมืองไทยได้ขนาดนี้ เพราะตอนนี้เขาก็กำลังตกหลุมรักผู้หญิงไทยเข้าให้แล้วล่ะสิ........

ขอ อภัยนะคะ หากมีข้อมูลอะไรผิดพลาด เพราะเป็นเรื่องที่คิดขึ้นเอง พล็อตเอง ถ้าหากสมมุติว่าจะเอาไปทำเป็นละครจริงๆแล้วนั้น คงต้องให้มืออาชิพจริงๆ เค้าทำน่ะค่ะ ต้องให้กูรูที่เค้ามีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะ

+++ภัยธรรมชาติ โหดร้าย..และทำลายชีวิต.....แต่...ผลพวงที่เราทำร้ายเขาก่อน++++

+++หยุดทำร้ายธรรมชาติกันตั้งแต่วันนี้..อาจช่วยสมานรอยร้าว..รอยแตก..ของโลกได้++++

หน้าปกหนังสือกลอนที่เคยแต่งลงหนังสือเธอกับฉัน+ทราย
เป็นความภูมิใจเล็กไอ่ะ

Photobucket






 

Create Date : 11 กุมภาพันธ์ 2553
2 comments
Last Update : 16 กรกฎาคม 2554 17:24:01 น.
Counter : 407 Pageviews.

 

 

โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว 11 กุมภาพันธ์ 2553 1:31:52 น.  

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

 

โดย: นนนี่มาแล้ว 11 กุมภาพันธ์ 2553 11:05:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.