your enjoyable TENTarized knowledge :)
เข้าไปถามคำถามในเฟซบุคที่จะสะดวกตอบกว่านะ ^^
<<
ตุลาคม 2552
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
3 ตุลาคม 2552

เฉลย: โครงสร้าง หน้าที่ และการเจริญเติบโตของพืชดอก

เฉลยเรื่อง โครงสร้าง หน้าที่ และการเจริญเติบโตของพืชดอก

ตอนที่ 1
1. ถูก เนื้อเยื่อทั่วๆไปของพืชจะเป็น parenchyma อย่าง cortex, spongy cell, palisade cell หรือ bundle-sheath cell
และถ้าหากมี chloroplast จะเรียกว่า chlorenchyma เช่น mesopyll cell หรือ bundle-sheath cell ของพืช C4
2. ผิด endodermis เป็นชั้นในสุดของ cortex ต่างๆหาก
3. ถูก ทั้งสามอย่างประกอบด้วยเนื้อเยื่อถาวรเชิงเดี่ยว (simple permanent tissue) ชนิดเดียวกันคือ sclerenchyma แบบ sclereid
4. ถูก รากสังเคราะห์ด้วยแสงได้อย่างกล้วยไม้ ลำต้นสังเคราะห์ด้วยแสงได้อย่างกระบองเพชร หรือหญ้าถอดปล้อง (equisetum) ไง
5. ผิด สี safranin เอาไว้ย้อม lignin ของ secondary cell wall หรือย้อมแบคทีเรียแกรมลบต่างหาก ถ้าเอาไว้ย้อมนิวเคลียสจะเป็น acetocarmine หรือ hematoxyllin นะ
6. ถูก กระพี้และแก่นไม้ อยู่ในเนื้อไม้ (bark) ซึ่งเป็นส่วนของ xylem ทั้งหมด กระพี้คือลำเลียงน้ำได้อยู่ ส่วนแก่นลำเลียงไม่ได้แล้ว
7. ถูก เปลือกไม้เกิดจาก cork cambium และ vascular cambium (แบ่งออกนอก) ส่วนเนื้อไม้และวงปี เกิดจาก vascular cambium (แบ่งเข้าใน)
8. ถูก เป็น concept ที่สำคัญเลยล่ะ
9. ผิด หมวกรากเป็นเซลล์ที่ผ่าน differentiation มาแล้ว ไม่ได้ทำหน้าที่แบ่งเซลล์
10. ถูก ตามนั้นเลย lenticel ที่ cork ช่วยคายน้ำให้พืชในรูปไอน้ำ แต่เมื่อเทียบกับการคายน้ำที่ปากใบแล้วถือว่ากระจอกมากๆ
11. ถูก ใบเลี้ยงคู่เมื่ออายุมาก primary phloem จะถูกเบียดแล้วสลายไป ดังนั้นเมื่อนับจาก vascular cambium ออกมาเลยมีแต่ secondary phloem และ periderm เท่านั้น
12. ผิด rhizoid ของมอสและหวายทะนอย ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นรากเทียม ชั้นต่ำ เมื่อผ่า cross section ดูแล้วโครงสร้างต่างๆไม่เหมือนพืชชั้นสูงหรอกนะ และกลไกการลำเลียงน้ำก็ไม่เหมือนกันด้วย อย่างของมอสซึ่งไม่มีท่อลำเลียงก็ใช้การออสโมซิสของน้ำและการแพร่ของแร่ธาตุ


rhizoid ของมอส โครงสร้างไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย


13. ผิด ใบไม้ด้านบนมีสีเข้มกว่า เพราะ palisade cell มี chloroplast มากกว่า spongy cell ด้านล่าง ในโจทย์เขียนว่าเซลล์ผิว (epidermal cell) ซึ่งไม่มี chloroplast
แต่ถ้าเป็นพืช C4 ที่บนล่างมีแต่ mesophyll cell เหมือนๆกัน สีใบสองด้านก็เท่ากันด้วยนะ ลองไปหาใบบานไม่รู้โรยมาดูดูสิ

ตอนที่ 2
1. เรียงเป็น B A D C เห็นไหมว่ามันค่อยๆซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆนะ
B = โครงสร้างที่เกิดจาก primary growth จาก apical shoot meristem ของลำต้น
A = เริ่มมี vascular bundle เต็มวงในบริเวณ pith ray
D = vascular cambium เริ่มแบ่งได้ secondary xylem และ phloem
C = cork cambium แบ่งตัวเกิดชั้น periderm
2.
B = primary phloem
D = vascular cambium
F = primary xylem

A = cork
C = secondary phloem
E = secondary xylem

ตอนที่ 3
1. ค.
ก. ถูก กิ่งแขนงเปลี่ยนมาจากเนื้อเยื่อเจริญที่มาจาก cortex
ข. ถูก รากแขนงเปลี่ยนมาจากเนื้อเยื่อเจริญที่มาจาก pericycle
ค. ผิด primary xylem เปลี่ยนมาจากเนื้อเยื่อเจริญปฐมภูมิที่เรียก procambium
ง. ถูก cork เปลี่ยนมาจาก cork cambium ที่มาจากเนื้อเยื่อถาวรอื่นๆในลำต้น เช่น cortex
2. ก.
มี cellulose มากสุดแสดงว่ามี secondary cell wall คือ vessel tracheid sclereid fiber ข้อนี้ก็ข้อสอบเอนท์นะ
องค์ประกอบของ secondary cell wall = cellulose, hemicellulose, lignin
3. ก.
ก. ผิด ต้องเปลี่ยนสัตว์มีกระดูกสันหลัง เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ข. ถูก parenchyma ใน phloem ช่วยลำเลียงอาหารแนวขนานเรียก phloem ray
ค. ถูก เซลล์เหล่านั้นคือ fiber
ง. ถูก companion cell ต้องมีนิวเคลียสจะได้ดูแล sieve tube member ได้
4. ค.
พืชเมล็ดเปลือย (gymnosperm) มีเนื้อไม้ (ก.) มี tracheid (ข. แต่ไม่มี vessel นะ) มี vascular bundle แต่ไม่มี sieve tube member (มีแต่ sieve cell)
5. ก.
ก. ถูก เฉพาะ parenchyma เท่านั้นที่ยังมีสารพันธุกรรมในเซลล์ ส่วน vessel, tracheid, fiber เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว
ข. ผิด ต้อง 3 เซลล์ คือ vessel, tracheid, fiber
ค. ผิด 3 เซลล์ที่ตายแล้วทั้ง vessel, tracheid และ fiber นั้นมีทั้ง midlle lamella, primary cell wall และ secondary cell wall จึงเต็มไปด้วย cellulose
ง. ผิด vessel และ tracheid ลำเลียงในแนวดิ่ง และ parenchyma ที่เรียก xylem ray ลำเลียงแนวขนานก็จริง แต่ fiber ไม่ลำเลียงน้ำ
6. ข.
a) พบ อย่างเช่นช่องกลวงกลางต้นไผ่ หรือต้นหญ้า
b) พบ pericycle ในพืชใบเลี้ยงเดี่ยวถึงจะไม่แบ่งเซลล์ให้รากแขนงเหมือนใบเลี้ยงคู่ แต่ก็ทำให้รากฝอยฝอยมากขึ้น
c) ไม่พบ รากแขนงเจริญมาจาก pericycle ของใบเลี้ยงคู่
7. ข.
ที่ตำแหน่งตรงนั้นเป็นที่ที่มีการเจริญขั้นสองแล้ว จะไม่ยืดตัวขึ้น (เพราะการเจริญของต้นไม้จะสูงขึ้นตรงยอดขึ้นไปเรื่อยๆ แต่ตรงฐานไม่สูงขึ้นแล้ว) แต่จะอ้วนขึ้น เพราะทั้ง vascular cambium และ cork cambium ยังคงแบ่งตัวไปเรื่อยๆ
8. ค.
A = guard cell มี chloroplast สร้างอาหารได้
B = epidermal cell ไม่มี chloroplast
C = spongy mesophyll cell มี chloroplast สร้างอาหารได้
9. ก.
ถามว่าอันไหนคือ xylem ที่ดูดน้ำสีแดงขึ้นมานั่นเอง อันนี้ก็ข้อสอบเอนท์
(1) A = xylem เป็นแฉกๆ B = phloem อยู่ระหว่างแฉก
(2) C = xylem อยู่ข้างใน B = phloem อยู่ข้างนอก vascular cambium
(3) E = xylem อยู่บน F = phloem อยู่ล่างมัดท่อลำเลียง
10. ข.
โครงสร้างที่เห็นเป็นรากพืชใบเลี้ยงคู่ เพราะมัดท่อลำเลียงในรากมีสามแฉก (triarch)
a) พบ ระบบรากแก้วเป็นของใบเลี้ยงคู่
b) พบ รากแขนงที่แตกออกมาจากรากแก้วก็มีโครงสร้างเหมือนกัน
c) ไม่พบ รากฝอยเป็นของใบเลี้ยงเดี่ยว มัดท่อลำเลียงต้องมีหลายแขนง (polyarch)
d) ไม่พบ ขนรากเป็นแค่เซลล์เซลล์เดียวเท่านั้นนะ
11. ค.
เปลือกไม้คือโครงสร้างที่เกิดจาก secondary growth โดยนับตั้งแต่ vascular cambium ออกไป คือ secondary phloem, cork cambium, cork และอาจจะมี cortex, phelloderm
12. ค.
ข้อนี้เป็นข้อสอบเอนท์ที่ยากมาก ให้รูปที่ดียาก แต่พี่ดัดแปลงให้มันง่ายลง
เราต้องรู้ว่าสี safranin จะย้อมติด lignin ใน secondary cell wall เป็นสีแดง
A = cell lumen เพราะ vessel เป็นเซลล์ที่ตายแล้ว ไม่มี protoplasm
B = ไม่ติด safranin แสดงว่าไม่มี lignin คือ primary cell wall
C = ติด safrani แสดงว่ามี lignin คือ secondary cell wall
13. ข.
ชั้นที่ 1 = middle lamella, ชั้นที่ 2 = primary cell wall, ชั้นที่ 3 = secondary cell wall
ก. ผิด เพราะ collenchyma ไม่มี secondary cell wall
ข. ถูก middle lamella เจริญมาจาก cell plate ที่สร้างจาก Golgi body ใน cytokinesis ของเซลล์พืช
ค. ผิด primary cell wall พบในทุกๆเซลล์พืช มี pectin, cellulose และ hemicellulose เป็นสำคัญ
ง. ผิด secondary cell wall พบเฉพาะใน vessel tracheid sclereid และ fiber โดยมี cellulose และ lignin เป็นสำคัญ
14. ง.
ก. ถูก อย่างเช่น palisade cell, spongy cell, bundle-sheath cell ของพืช C4
ข. ถูก สะสมอาหาร เช่น parenchyma ในลำต้น ราก
ค. ถูก ลำเลียงสาร อย่างเช่น xylem ray, phloem ray
ง. ผิด parenchyma เป็นเนื้อเยื่อถาวร ไม่ใช่เนื้อเยื่อเจริญ (meristem) จึงแบ่งเซลล์ไม่ได้
15. ก.
โครงสร้างที่เห็นเจริญมาจาก primary growth คือเห็นเนื้อเยื่อถาวรชนิดต่างๆ ทั้ง stele cortex endodermis pith pericycle phloem xylem ฯลฯ ซึ่งจะเห็นเมื่อตัดใน zone ของ cell differentiation & maturation แล้วเท่านั้น
A = zone of cell diffenrentiation & maturation
B = zone of cell elongation
C = zone of cell division
16. ค.
พืชที่มีเนื้อไม้ ต้องมี lateral meristem อันก่อให้เกิด secondary growth ได้แก่
1) พืชใบเลี้ยงคู่ 2) พืช gymnosperm 3) พืชใบเลี้ยงเดี่ยวบางชนิดเท่านั้น เช่น หมากผู้หมากเมีย จันทน์ผา
ก. ถูก = ใบเลี้ยงเดี่ยวที่เป็นข้อยกเว้น
ข. ถูก = gymnosperm
ค. ผิด = ใบเลี้ยงเดี่ยว
ง. ถูก = ใบเลี้ยงคู่
17. ก.
การควั่นเปลือก คือเอาเปลือกไม้ (bark) ออกไป (bark = secondary phloem + periderm) ใช้ได้เฉพาะกับพืชใบเลี้ยงคู่ เพราะพืชใบเลี้ยงเดี่ยวไม่มี vascular cambium สร้างเปลือกไม้ และมัดท่อลำเลียงกระจัดกระจาย
18. ข.
อันนี้ก็ข้อสอบเอนท์ ต้นข้าวเป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวซึ่งไม่มี lateral meristem ดังนั้นความสูงที่เพิ่มขึ้นจึงเกิดจาก apical meristem และ intercalary meristem เท่านั้น
19. ง.
ก. ถูก รากของแสม ลำพูอยู่ในน้ำขัง เลยงอกออกมาเป็น รากผุด โผล่มาเหนือน้ำเอาไว้หายใจ
ข. ถูก ใบของกระบองเพชรลดรูปเพื่อลดการคายน้ำ ลำต้นที่อวบน้ำจึงมีสีเขียวและช่วยสังเคราะห์ด้วยแสงโดยวิถี CAM แทน
ค. ถูก พืชกินแมลงมีการปรับตัวเพราะขึ้นในที่ที่ขาดไนโตรเจน
ง. ผิด สาหร่ายหางกระรอกเป็นพืชดอกที่อยู่ในน้ำ ไม่มีปากใบเลย ใช้การแลกเปลี่ยนแก๊สโดยเซลล์ผ่านสิ่งแวดล้อมโดยตรง


รากผุด, รากหายใจ (pneumatophore) ของแสม, ลำพู ที่ยื่นขึ้นมาเหนือพื้นดินรับแก๊สต่างๆ


20. ง.
อันนี้ก็ข้อสอบเอนท์ที่ทำให้พี่ต้องค้นคว้าเกี่ยวกับสารในผนังเซลล์ของพืชกันเยอะเลยทีเดียว
a) พบ อยู่มากใน primary cell wall ซึ่งพบในทุกเซลล์พืช
b) ไม่พบ suberin เป็นไขมันกันน้ำที่พบมากใน cork และ Casparian strip
c) ไม่พบ cutin เป็นสารฉาบอยู่บนใบ เรียกว่าชั้น cuticle
d) ไม่พบ lignin เป็นสารที่พบมากใน secondary cell wall ซึ่งเป็นชั้นเฉพาะในเซลล์ vessel tracheid sclereid และ fiber เท่านั้น
21. ค.
ไม้สัก = ใบเลี้ยงคู่ เนื้อไม้แข็งๆตรงกลางเป็น wood ที่แท้จริง เกิดจาก secondary growth และประกอบไปด้วย xylem เท่านั้น
ไม้ตาล = ใบเลี้ยงเดี่ยว ไม้แข็งๆตรงกลางไม่ได้เป็น wood ที่แท้จริง โครงสร้างเหมือนพืชใบเลี้ยงเดี่ยวทั่วๆไป คือมีทั้ง cortex pith และมัดท่อลำเลียง (primary xylem + primary phloem) กระจัดกระจาย
22. ง.
ข้อสอบเอนท์อีกแล้ว ชุดที่ต้องแตกต่างมากที่สุด ต้องเป็นชุดที่มีการทำงานของ spindle fiber มากที่สุด ซึ่ง spindle fiber เอาไว้ฉีกแขนของโครมาทิดออกจากกันขณะแบ่งเซลล์แบบ mitosis ในการเจริญเติบโตของพืช
ดังนั้นจึงเกี่ยวข้องกับเนื้อเยื่อเจริญ (cambium) มากที่สุดไง
23. ค.
ข้อสอบเอนท์นะ lenticel เป็นรอยแตกใน cork ซึ่งเป็นโครงสร้างในพืชใบเลี้ยงคู่
a), b) เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ส่วน c), d) เป็นพืชใบเลี้ยงคู่
24. ง.
phosphorylation มีสามแบบคือ
1) substrate-level ใน glycolysis และ Krebs cycle
2) oxidative ในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนของ mitochondria
3) photophosphorylation ในการถ่ายทอดอิเล็กตรอนใน chloroplast
ดังนั้นทุกเซลล์ที่หายใจระดับเซลล์ได้ หรือสังเคราะห์ด้วยแสงได้ ก็ย่อมมี phosphorylation
A = guard cell หายใจระดับเซลล์ + สังเคราะห์ด้วยแสง
B = epidermal cell หายใจระดับเซลล์
C = bundle-sheath cell ของพืช C4 หายใจระดับเซลล์ + สังเคราะห์ด้วยแสง
25. ก.
ข้อสอบ ANET
A = ลำต้นพืชใบเลี้ยงคู่ มีมัดท่อลำเลียงเรียงกันเป็นวง
B = รากพืชใบเลี้ยงคู่ มัดท่อลำเลียงแค่สี่แฉก (tetrarch)
C = ใบพืชใบเลี้ยงคู่ ไอ้ที่นูนมากๆนั่นคือมัดท่อลำเลียงใหญ่กลางใบ คือเส้นกลางใบนั่นเอง สอดคล้องกับระบบเส้นใบแบบร่างแห
D = ลำต้นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มัดท่อลำเลียงกระจัดกระจาย
E = รากพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีมัดท่อลำเลียงหลายแฉก (polyarch)
F = ใบพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มัดท่อลำเลียงเรียงกันสลอน แสดงว่าเป็นระบบเส้นใบแบบขนาน


Create Date : 03 ตุลาคม 2552
Last Update : 19 ตุลาคม 2552 20:20:14 น. 32 comments
Counter : 15788 Pageviews.  

 
ง่า ทำได้ 75 เปอร์เซนต์เองครับ -*-


โดย: ภีม IP: 58.9.61.200 วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:1:24:20 น.  

 
เยอะมากๆแล้วนะ 75 อะคร้าบ
พี่เปิดๆดูบทนี้ให้ข้อสอบเอนท์เยอะมากๆเลย
เป็นเรื่องที่ไม่ถนัดรึเปล่า?
อีกตั้งนานกว่าจะเอนท์อีกครั้งอะ (ถ้าอยู่ม.หก)
ยังไงก็สู้ๆนา


โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 22 ตุลาคม 2552 เวลา:21:13:06 น.  

 
ตั้ง 75 เรา 50
5555
ไม่ชอบเรื่องพืชเลยๆๆๆๆ
อีก 10 วันจะโควตาแล้ว :'(


พี่เต๊นนน
ชอบงง cork กะ cortex อะ
คนละอันช่ายป่ะ ??

ละcork cam มีเฉพาะ Dicot
แล้ว Cork เฉยๆ มีทั้ง DIcot และ Mononcot รึเปล่า ?


โดย: :) IP: 118.172.27.35 วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:12:46:34 น.  

 
cork กับ cortex ไม่เหมือนกันนะ
ถ้าเปิดไปรูปล่างสุดหน้า 155 มันจะมีแถบสีเทาสามแถบใช่ไหม
สองแถบซ้ายจะเป็น cortex ส่วนแถบในจะเป็น stele
ส่วน cork มันแยกออกมาต่างหากเลยนะ

cork และ cork cambium พบใน dicot, gymnosperm (และ monocot บางชนิดเท่านั้นครับ)

เรื่องพืชจริงๆสนุกจะตาย ลองคิดว่าตัวเองเป็นต้นไม้สิครับ (?)
ช่วยได้ไหม -*-a


โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 8 ธันวาคม 2552 เวลา:15:12:19 น.  

 
เพิ่งแวะมาครั้งแรกค่ะ

มาดูเฉลยแบบฝึกหัดก่อนสอบ


พี่เต้นแต่งหนังสือได้ดีมากเลยค่ะ

รูปวาดเองก็สวย น่ารัก น่าสนใจ สุดยอดไปเลยค่ะ


โดย: ตอย IP: 222.123.210.227 วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:0:56:33 น.  

 
พี่เต๊นคะ
การที่กรีดยางนี่ กรีดไปที่โฟลเอมหรือว่าคอร์เทกคะ
หนังบางเล่มเฉลยกรีดที่โฟลเอม แต่โฟลเอมลำเลียงน้ำตาล จะมีน้ำยางได้ยังไงคะ
บางเล่มบอกว่ากรีดลงไปที่คอร์เทก แต่ในเมื่อพืชมีsecondary growth แล้วจะมีคอร์เทกเหลือหรอคะ
แล้วน้ำยางนี้สร้างมาจากพวกเซลล์พาเรงไคมารึเปล่าคะ


โดย: lappenchen IP: 113.53.173.167 วันที่: 4 มกราคม 2553 เวลา:19:27:35 น.  

 
พี่คะ ~
ตอนที่ 1 ข้อ 8 อ่ะค่ะ
การเจริญขั้นที่ 1
มันไม่รวม intercalary ด้วยหรอคะ

แล้วตอนที่ 2 ข้อ 6 อ่ะค่ะ
คือ pericycle กับ รากแขนงไม่เหมือนกันหรอคะ
หนูเข้าใจว่ามันเหมือนกันมาตลอดเลยยย
เห้ออ แย่จังง T T



อ่อ
พี่คะ
แล้ว sclerenchyma ผนังเซลล์หม่ำเหมอมั๊ยอ่ะค๊ะ



ขอบคุณพี่เต๊นมาก ๆ นะคะ
รบกวนด้วยค่ะ ^______^


โดย: แจง IP: 124.121.89.234 วันที่: 5 มกราคม 2553 เวลา:3:15:51 น.  

 
# น้อง leppenchen

น้ำยางกรีดไปที่เปลือกไม้ (bark) ครับ
แต่ไม่ได้เจาะไปที่ cortex หรือ phloem นะ มันจะมีสิ่งพิเศษที่เรียกว่า latex vessel อะ
รายละเอียดอย่างอื่นพี่ไม่ค่อยรู้หรอก
แต่ไม่น่าจะมาจาก phleom เพราะมันเอาไว้ลำเลียงอาหารนิถูกปะ
ส่วนที่ว่า secondary growth แล้ว cortex หายไปมันไม่แน่นะ
พืชบางชนิดใน bark ก็ยังมี cortex หลงเหลืออยู่ (หน้า 155)
ยางพืชแต่ละชนิดสร้างจากเซลล์ไม่เหมือนกัน ยางบางอย่างอยู่ในแก่นไม้ บางชนิดต้องอยู่กับเชื้อราถึงจะสร้างได้ บางที parenchyma ก็เปลี่ยนเป็น gland สร้างสาร ไรเงี้ย
แต่สารที่เป็นน้ำยางส่วนใหญ่นักวิทยาศาสตร์บอกว่าเป็น secondary metabolite
แปลง่ายๆคือสร้างมาทำไมก็ไม่ค่อยรู้เหมือนกัน

# น้องแจง
- ขั้นที่ 1 ของพืชบางชนิดเท่านั้นที่มี intercalary นะ
แต่ขั้นที่หนึ่งของพืชทุกชนิดมี apical ไง
- ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ^^"
pericycle เป็นเนื้อเยื่อถาวระเชิงเดี่ยวชั้นนึงในพืช ถัดเข้ามาจาก endodermis
สามารถเปลี่ยนกลับเป็นเนื้อเยื่อเจริญแล้วสร้างรากงอกออกมาได้
ถ้าอยู่ใน dicot จะเรียกว่ารากแขนง
ถ้าอยู่ใน monocot จะทำให้รากฝอยๆมากขึ้นอ่า
- sclerenchyma พี่ว่าเราไม่มองว่ามันสม่ำเสมอรึเปล่านะ -*-
(เพราะ collen กับ paren มันผนังบาง เลยดูง่ายว่าสม่ำเสมอหรือไม่)
พยายามค้นให้แล้ว ทุกเล่มบอกว่าผนังหนามากๆอย่างเดียว
แต่ถ้าเป็น tracheid หรือ vessel อะ อันนั้นหนาด้วย และไม่สม่ำเสมอ มองด้านข้างเลยเห็นเป็นรู (pit) บ้าง เป็นลวดลายบ้าง ไรเงี้ย



โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 6 มกราคม 2553 เวลา:18:03:58 น.  

 
อ๋ออ !!
ขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆ ที่สุดในโลกค่ะพี่เต๊น
* =))))))))))


โดย: แจง IP: 124.121.94.137 วันที่: 7 มกราคม 2553 เวลา:18:52:58 น.  

 
พระเจ้า!! 77.5% -*- เรื่องนี้ต้องแม่นมากๆใช่มั้ยพี่ เฮ่อ..


โดย: frozen IP: 117.47.57.191 วันที่: 16 มกราคม 2553 เวลา:0:10:55 น.  

 
พี่คะ
อยากรุ้ว่า เรื่องไหนออกมาสุด และควรเน้นให้เข้าใจมากๆ

เรื่องไหนไม่ค่อยออก แบบแทบไม่ออกเลย มันมีมั้ยคะ ?
แบบ จาได้รุ้ว่าเรื่องไหนควรเน้นมากหน่อยอ่าค่ะ

ขอบคุนค่ะพี่เต๊น


โดย: hi IP: 111.84.60.6 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:5:00:59 น.  

 
อ่า แต่ยังไงพี่ว่าควรจะอ่านให้รู้เรื่องทั้งหมดอยู่ดีนะครับ
เรื่องที่พี่คิดว่าออกมากๆ ก็พวกสัตว์ทั้งหมดอะ ระบบต่างๆโดยเฉพาะสมดุลและการสืบพันธุ์
พวกเซลล์ อนุกรมวิธาน เคมี หายใจ สังเคราะห์แสง ก็ออกเยอะ...
สรุปออกเยอะหมดเลย -*-
สู้ๆนะครับ


โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:11:45:14 น.  

 
อ่ออ TT



โอเค สู้ตาย ^ ^
ขอบคุณค่ะพี่เต๊น


โดย: hi IP: 115.67.194.173 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:22:09:28 น.  

 
พี่เต๊นท์คร้าบ ผมงงตอนที่ 1 ข้อที่ 2 อ่ะคร้าบ endodermis มันก็อยู่นอกสุดของ stele = มันอยู่ในสุดของ cortex รึเปล่าง้าบ งงงงงTwT


โดย: เอ IP: 124.120.137.253 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:47:39 น.  

 
พี่เต๊นท์ฮับ แล้วตอนที่ 1 ข้อที่ 6 อ่ะงับเนื้อไม้นี่ wood รึป่าวอ่ะครับ TwT ขอบคุณมากๆครับ


โดย: เอ IP: 124.120.137.253 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:52:50 น.  

 
พี่ครับขอโทษอีกรอบนะครับTT คือ cork cambium กับ vascular cambium นี่เป็นผลมาจากการเจริญขั้นที่เท่าไหร่อะครับ


โดย: เอ IP: 124.120.137.253 วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:12:24:47 น.  

 
- endodermis อยู่ด้านนอกของ stele ก็จริงเมื่อพิจารณาจากตำแหน่งครับ
แต่ endodermis เป็นชั้นในสุดของ cortex
(นั่นคือจะบอกว่า endodermis เป็นส่วนหนึ่งของ cortex ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ stele)
- เนื้อไม้ = wood ถูกแล้ว
- vascular cambium กับ cork cambium เป็นโครงสร้างที่เกิดหลัง primary growth และก่อให้เกิด secondary growth ครับ
ดูแผนภาพหน้า 153
อย่างเช่น cork cambium อาจเปลี่ยนมาจาก 1ry phloem ซึ่งเกิดจาก 1ry growth
หรือ vascular cambium อาจเปลี่ยนมาจาก cortex ที่อยู่ระหว่าง vascular bundle ซึ่งเกิดจาก 1ry growth
เลยเป็นการยากที่จะบอกครับว่า cambium ทั้งสองนี้เป็นผลโดยตรงจากการเจริญขึ้นปฐมภูมิ


โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:18:59:22 น.  

 
อ่อ ขอบคุณมากครับพี่เต๊นท์ แสดงว่า secondary xylem,phloem ก็คือเนื้อเยื่อที่เป็นผลมาจากเนื้อเยื่อเจริญที่เปลี่ยนแปลงมาจากเนื้อเยื่อถาวรอีกทีใช่ไหมครับ ^^?


โดย: เอ IP: 124.120.135.200 วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:8:27:51 น.  

 
จะพูดอย่างนั้นก็ได้ครับ


โดย: เต๊น (ตัวตุ่นตามัว ) วันที่: 19 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:23:47 น.  

 
-ตอนที่2 อัตนัย ข้อ2. มันคือรูป secondary growth ของ รากพืชใบเลี้ยงคู่ ใช่รึเปล่าครับ?
-cork ในรากมีหน้าที่อะไรอ่ะครับ

ขอบคุณ cup(^^)\\/


โดย: ปลื้ม IP: 117.47.179.3 วันที่: 17 กรกฎาคม 2553 เวลา:20:41:30 น.  

 
ข้อ 6(ถูกผิด)
ทั้งกระพี้และแก่นของต้นจามจุรี ต่างก็เป็นเนื้อเยื่อลำเลียงน้ำทั้งหมด มัน ผิดไม่ใช่หรอ เพราะ กระพี้และแก่นไม้ อยู่ในเนื้อไม้ (bark) ซึ่งเป็นส่วนของ xylem ทั้งหมด กระพี้คือลำเลียงน้ำได้อยู่ ส่วนแก่นลำเลียงไม่ได้แล้ว


โดย: mo IP: 112.142.197.78 วันที่: 30 กรกฎาคม 2553 เวลา:19:33:32 น.  

 
อธิบาย epidermal cell ให้ฟังหน่อยครับ สงสัยจากเฉลยข้อ 24 ครับ


โดย: น้อง pichi IP: 116.58.231.242 วันที่: 8 มกราคม 2554 เวลา:20:30:42 น.  

 
Pericycle เป็น Parenchyma ไหมครับ


โดย: Nat IP: 192.168.1.22, 61.7.190.143 วันที่: 9 มกราคม 2554 เวลา:19:39:54 น.  

 
แลกเปลี่ยนแก๊ส แปลว่า แก๊สออกอย่างเดียวก็ได้หรอคะ?


โดย: fern IP: 183.89.110.96 วันที่: 11 มกราคม 2554 เวลา:15:42:07 น.  

 
ควั่นเปลือกนี้เป็นการเอาโฟลเอมออกหรือแคมเบียมออกอ่ะค่ะ เห็นบางเว็บบอกว่าเป็นแคมเบียม


โดย: golf IP: 61.90.67.243 วันที่: 19 สิงหาคม 2554 เวลา:21:58:09 น.  

 
พี่ค่ะ ไมepidermal cell ถึงหายใจระดับเซลล์อะค่ะเพราะอะไร


โดย: ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด IP: 171.4.189.35 วันที่: 28 ธันวาคม 2554 เวลา:15:00:34 น.  

 
ไม่ถึงครึ่งเลย โอ้วม่ายยยยยยยยยยยยยย T T


โดย: tufrio IP: 223.207.14.57 วันที่: 3 เมษายน 2555 เวลา:14:06:48 น.  

 
สฃสัยตอนที่ 3 ข้อ 4 ครับ
gymnosperm พี่เขียนว่าพบ seive cell แต่ไม่พบ seive tube merber หมายความว่ายังไงหรือครับ


โดย: ฐิติพงษ์ IP: 110.171.26.121 วันที่: 8 กรกฎาคม 2555 เวลา:21:57:15 น.  

 
พี่คะ ตกลงน้ำยางของต้นไม้มันอยู่ชั้น cortex หรือ phloem กันแน่คะ ทำไมหนังสือบางเล่มเฉลยไม่เหมือนกัน


โดย: zoey IP: 183.88.20.100 วันที่: 17 สิงหาคม 2555 เวลา:21:42:31 น.  

 
พี่เต้นค่ะ
คือหนูอยากรู้ว่าโครงสร้างของลำต้นใต้ดินที่ทำหน้าที่สะสมอาหารมีลักษณะแตกต่างจากโครงสร้างของรากสะสมอาหารอย่างไรค่ะ


โดย: pair IP: 101.51.244.8 วันที่: 15 ธันวาคม 2555 เวลา:10:44:43 น.  

 
พี่เต๊น คับ ทำอย่างไรให้อ่านเรื่องพืช ให้เข้าใจอ่า อ่านหน้าลืมหลัง 555


โดย: tam IP: 1.0.140.57 วันที่: 16 พฤษภาคม 2556 เวลา:22:08:11 น.  

 
พี่คะ cell plate จะเปลี่ยนไปเป็น middle lamella ในระยะเทโลเฟสใช่ป่าว แล้ว golgi body เป็นตัวสร้าง cell plate กับ middle lamella ใช่ป่าวอ่า งง


โดย: เกมทดสอบ: คุณโรคจิตมากแค่ไหน IP: 27.55.160.209 วันที่: 13 กรกฎาคม 2558 เวลา:6:09:40 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิกช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

มิสเตอร์คัสตาร์ด
Location :
Igloo house Antarctica

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 223 คน [?]




เมลล์มาคุยกันได้นะครับ
tentaroro@yahoo.com :)

[Add มิสเตอร์คัสตาร์ด's blog to your web]