กังวาล ทองเนตร ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่บล็อก Temu.bloggang.com
<<
พฤษภาคม 2555
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
13 พฤษภาคม 2555
 
 
ตรรกวิทยาคืออะไร

ภาพพรางตา



  • เหตุผลคือเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ การศึกษาตรรกวิทยาจะทำให้เราสามารถใช้เหตุผลได้ถูกต้อง

  • การคิดหาเหตุผลคือ  การสรุปสิ่งที่เรายังไม่รู้ และ สิ่งที่เรารู้แล้ว

  • สิ่งที่เรารู้แล้ว เรียกว่าข้อมูลหรือวัตถุดิบที่จะใช้ในการตัดสินใจ

  • การอ้างเหตุผล จะถูกหรือผิดก็ได้ เพราะบางครั้งดูเหมือนว่ามีเหตุผล แต่จริงๆ กลับไม่เป็นเหตุเป็นผล จึงต้องมีกฎเกณฑ์ในการใช้เหตุผลและต้องรู้ถึงปัจจัยที่ทำให้การอ้างเหตุผลนั้นไม่สมเหตุสมผลด้วย เช่น

  • เราเห็นนายดำ ขับรถ ราคาคันละสิบล้าน เราได้ข้อมูลแล้วคือรถ  สุดท้ายเราก็สรุปว่านายดำเป็นคนรวยมีฐานะดี

ซึ่งอาจผิดหรือถูกก็ได้  เพราะความเป็นจริง


นายดำอาจรวยจริง หรือเป็นแค่คนขับรถ หรือยืมรถเพื่อนมาขับ ก็เป็นได้

หรือ เราขับรถไปเห็นถนนเปียก ข้อมูลที่เราได้คือ ถนนเปียก แล้วเราก็สรุปว่า ฝนตก ซึ่งความจริง อาจเป็นจริงหรือไม่ก็ได้ ถนนอาจเปียกเพราะท่อประปาแตก หรือมีการรดน้ำต้นไม้ นี่จึงเป็นหลักเกณฑ์ ที่เราต้องเรียน ตรรกวิทยา   


ตรรกวิทยาคือการคิดหาเหตุผล  ตรรกวิทยาแบ่งเป็น 2 ประเภท

1.   ตรรกวิทยา เชิงรูปแบบ ( นิรนัย )

  •      ตรรกวิทยาเชิงรูปแบบนี้ จะเน้นให้ความสำคัญ กับรูปแบบทางความคิด มากกว่าทางด้านเนื้อหา

เราจะแยกได้อย่างไรว่าแบบไหนเป็นนิรนัย แบบไหนเป็นอุปนัย

  • ลักษณะของตรรกวิทยาแบบนิรนัยจะเริ่มต้นกว้าง แล้วสรุปแคบ คือเริ่มต้นตรรกด้วยหลักใหญ่ทั่วไป แล้วไปสรุปที่ปลีกย่อย เช่น


  • ทุกคนเกิดมาต้องตาย  นายบอด เป็นคน เพราะฉะนั้น นายบอดต้องตาย
  • ทุกคนคือตรรกเริ่มต้น เริ่มด้วยทั้งหมด คือทุกคนหรือทุกสิ่ง เป็นต้น

นายบอดคือข้อสรุป เริ่มจากทุกคน แต่มาสรุปที่นายบอด 

( นี่คือแบบนิรนัย)



2.  ตรรกวิทยา แบบอุปนัย ตรรกวิทยารูปแบบนี้ ให้ความสำคัญกับความรู้เชิงประจักษ์หรือประสบการณ์ เป็นพื้นฐาน แต่จะสรุปเกินประสบการณ์ เช่น

  • สมุดลอยน้ำ
  • กล่องลอยน้ำ
  • หนังสือลอยน้ำ
  • ซองจดหมายลอยน้ำ
  • สรุป กระดาษ เป็นสิ่งที่ลอยน้ำ  เห็นความต่างนะครับ

คือแบบอุปนัย เป็นการเก็บข้อมูลหลายๆครั้ง แล้วจึงนำมาสรุป


ส่วน ค่าความจริงหรือความเป็นไปได้ของตรรกรูปแบบนี้ อยู่ในขั้น ความน่าจะเป็นเท่านั้น  


แต่


 วิธีอุปนัยนั้น ถ้าข้อสรุปที่เราได้มานั้นมีความจริงอยู่สูง เราก็จะได้ความรู้ใหม่เพิ่มขึ้นมาจากตรรกวิทยารูปแบบนี้

  • ส่วนแบบนิรนัย ถ้าข้ออ้างจริง บทสรุปก็จริงด้วย

 องค์ประกอบของความรู้ มีอยู่ 3 ประการ


1. มีความคิดเกี่ยวกับสิ่งหนึ่งสิ่งใดอยู่ในใจแล้ว (สมมุติฐาน )

2. สิ่งที่คิดนั้น มีอยู่จริง ในโลกภายนอก

3.  เชื่อว่าสิ่งที่เราคิด กับวัตถุภายนอกนั้นตรงกันหรือเหมือนกัน 

  • เมื่อมีองค์ประกอบทั้ง 3 นี้ จึงจัดว่าเป็นความรู้จะขาดข้อใดไปไม่ได้


  • สรุป. ตรรกวิทยามี 2 รูปแบบ คือ นิรนัย และอุปนัย
  • นิรนัย เริ่มจากตรรกที่กว้าง แต่สรุปแคบ และระดับค่าความเป็นจริงนั้นถูกต้อง
  • อุปนัย เริ่มจากแคบ แต่สรุปกว้าง ดังนั้นค่าความจริงจึงอยู่ในขั้น ความน่าจะเป็นเท่านั้น

การอ้างเหตุผล มีทั้งผิดและถูก ถ้า ภาษา บกพร่อง ดังนั้น ตรรกวิทยา จึงให้ความสำคัญกับภาษา โดยไม่สนใจไวยากรณ์ เน้นที่ภาษาที่ใช้สื่อสาร ไม่สนใจภาษามือ หรือ อวัจนะภาษา เพราะเป็นภาษาที่บกพร่องจึงไม่สามารถสื่อความคิดหรือเหตุผลได้ตรงความจริง

         กังวาล ทองเนตร รัฐศาสตร์

การปกครอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง




Create Date : 13 พฤษภาคม 2555
Last Update : 5 พฤศจิกายน 2555 10:44:12 น. 2 comments
Counter : Pageviews.

 
เป็นประโยชน์มากเลยครับ
ขอบคุณมากๆๆครับ


โดย: gap IP: 115.67.4.1 วันที่: 28 ตุลาคม 2555 เวลา:20:40:33 น.  

 
สุดยอด


โดย: เด็กเกียร IP: 182.93.197.9 วันที่: 30 มกราคม 2557 เวลา:10:06:25 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 
Thongnetra
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 7 คน [?]




เปิด-ปิดวิทยุคลิกที่ปุ่ม
New Comments
[Add Thongnetra's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com
pantip.com pantipmarket.com pantown.com