Literature is a luxury. Fiction is a necessity.
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2550
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930 
 
9 พฤศจิกายน 2550
 
All Blogs
 
The Book Thief : Markus Suzak ถ้ารู้อย่างนี้...คงอ่านเสียตั้งนานแล้ว

I'm haunted by human.
- Death -

ก่อนอื่นต้องขอสารภาพว่าซื้อหนังสือเล่มนี้มาดองไว้นานมาก
แต่ด้วยความหนา & เนื้อหาที่ท่าจะหนักอึ้งจึงถูกวางทิ้งไว้
(ซื้อมาแค่เพราะมี Death เป็นผู้เล่าเรื่อง น่ากลัวเนอะเรา)
จนมาได้ฤกษ์หยิบเพราะลงมือชำระกองดองอย่างจริงจัง
พออ่านจบก็ได้แต่คิดว่าทำไมไม่รีบอ่านก่อนหน้านี้ฟะ

ปกค่ะ

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket>


เรื่องนี้เป็นหนังสือภาษาอังกฤษเล่มที่ 2 ที่ทำให้เราน้ำตาพรากๆ (ส่วนมากมักแค่ซึม เพราะไม่เลือกอ่านเรื่องเศร้า + อ่านไม่เข้าใจ ฮา)
ผู้เล่าเรื่องคือ Death ซึ่งเจอกับนักขโมยหนังสือคนนี้หลายต่อหลายครั้ง จนเริ่มสนใจในชะตากรรมของเธอขึ้นมา

เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อ Liesel ต้องจากแม่ที่แท้จริงไปอยู่กับครอบครัวบุญธรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยเหตุผลที่เธอจะรู้ในภายหลัง
น้องชายของเธอตายไประหว่างการเดินทาง Liesel เก็บคู่มือนักฝังศพขึ้นมาจากข้างหลุมศพน้อง และนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการขโมยหนังสือ

เมื่อมาถึงบ้านใหม่ Liesel พบกับ Papa ช่างทาสีนักเล่นแอคคอร์เดียนผู้อ่อนโยนและ Mama หญิงปากร้ายแต่ใจไม่ร้ายอย่างที่ใครๆเห็น Rudy เด็กหนุ่มที่จะตกหลุมรักเธอไปตลอดชีวิต Ilsa ภรรยาของนายกเทศมนตรีผู้มีความหลัง และ Max ชายหนุ่มชาวยิวที่ Papa ช่วยซ่อนตัวไว้ ผู้เขียนหนังสือให้กับเธอ

จุดเด่นอย่างแรกของเรื่องนี้คือวิธีการเล่าค่ะ
Death จะแทรกความเห็นตัวเองลงไปเป็นระยะ บางทีก็หยอดเรื่องในอนาคตก่อนบ้างแล้วค่อยย้อนกลับมา ทำให้คนอ่านร้องอ๊ากเป็นระยะ
พอจุดที่พูดถึงนิทานที่ Max เขียนให้ Liesel ก็ใส่นิทาน+ภาพเข้ามาจริงๆ (ในเรื่องบรรยายว่าเอา Mein Kampf ไปทาสีขาวแล้ววาดรูปลงไป ซึ่งในหนังสือก็ยังให้เห็นตัวหนังสือใน Mein Kampf จางๆเหลืออยู่ด้วย)

อีกอย่างก็คือการเล่าเรื่องที่ไม่ฟูมฟายหรือพยายามบีบคั้นอารมณ์คนอ่านเกินไปเพราะหนังสือแนว WWII ที่มีชาวยิวด้วยเนี่ยชอบหลุดไปทางนั้นเรื่อย

ที่ชอบที่สุดก็คือนิทานเรื่อง Word Shaker ในหนังสือที่ Max เขียน มันอึ้งดีอะ

สปอยล์ตอนจบ


แง ตายหมดเลยตายหมด ถนนสายที่ Liesel อยู่โดนบอมบ์ มีแต่เธอเท่านั้นที่รอดเพราะลงไปเขียนบันทึกอยู่ในห้องใต้ดินที่เคยหัดอ่านหนังสือกับพ่อ+Max เขียนหนังสือให้ (บันทึกที่ว่าถูก Death เก็บมาเล่าเป็นเรื่อง Book Thief นี่ล่ะค่ะ) ฉากที่ Death มารับวิญญาณแต่ละคนเศร้ามากมาย ตอนที่ Liesel ไปจูบลา Rudy แล้วก็พูดกับศพของ Mama และ Papa ก็เศร้า ยังดีที่ Max รอดอะ












Create Date : 09 พฤศจิกายน 2550
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2550 20:47:38 น. 11 comments
Counter : 1715 Pageviews.

 
เราเห็นเล่มนี้เป็นแบบอีกปกนึงล่ะ
อยากอ่านเหมือนกัน
แง้ ต้องลากเมาส์ผ่านไปไวๆ
---กลั้นใจไม่อ่านสปอยล์


โดย: แพนด้ามหาภัย วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:49:05 น.  

 
ภาษาปะกิดไม่แตกฉาน
ถ้าจะอ่านคงต้องรอฉบับแปลอ่ะ


โดย: หัวใจสีชมพู วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:19:22 น.  

 
พี่ก็เหมือนแพนด้า ไม่กล้าอ่าน เพราะกองอยู่ที่บ้านเหมือนกันจ้ะ ของพี่ปกแข็งนะ ทำสวยมากๆๆ ลูบคลำน้องเค้าอยู่เป้นนานสองนานแล้วก็ปล่อยน้องเค้านอนต่อไป ฮ่า


โดย: พัท IP: 87.202.28.31 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:58:58 น.  

 
มีปกแข็งเช่นกัน อ่านเรื่องย่อแล้วปิ๊งกระจาย
ส่วนชะตากรรมของมัน ...ก็รู้ ๆ กันอยู่
(ซื้อเร็ว อ่านหลังสุด ทุกที)

บล็อกนี้อ่านข้าม ๆ กลัวสปอยล์


โดย: ยาคูลท์ วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:2:19:15 น.  

 
ต้องโทษ จขบ.แต่เพียงผู้เดียว
วันนี้ดั้นด้นไปถึง kino paragon เพื่อเล่มนี้จนได้^^


โดย: คิดนาน IP: 124.120.82.137 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา:23:33:39 น.  

 
ถ้าไม่แปลเป็นไทย ก็คงไม่สามารถเช่นกัน เฮ้อ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 11 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:49:45 น.  

 
แพนด้าฯ : แนะนำจริงๆน้า

หัวใจสีชมพู & สาวไกด์ใจซื่อ : มีคนซื้อลิขสิทธิ์ไทยไปแล้วค่า (แง่ม อ่านเรื่องไหนเป็นต้องมีคนซื้อทุกทีสิน่า เรามันเป็นคนอ่านหนังสือโหลมากเลยใช่ไหมเนี่ย)

พี่พัท & พี่ติ่ม : รีบหยิบขึ้นมาเลยค่า เดี๋ยวภาษาไทยออกก่อนเน้อ

พี่แนน : แอบภูมิใจนิดๆ ที่หลอกล่อคนไปซื้อหนังสือได้ :P


โดย: ทินา วันที่: 12 พฤศจิกายน 2550 เวลา:21:28:14 น.  

 
อ่านเรื่องนี้จบแล้วเหมือนกันค่า ตอนหลังๆน้ำตาร่วงเลย
คนเขียนบบรยายได้เก่งมาก

เรื่อง The Word Shaker นี่อ่านแล้วงงๆ เหมือนต้องตีความ รู้แต่เสียดสีฮิตเลอร์อ่ะ

อยากรู้ว่าสนพในไทยที่ไหนได้ลิขสิทธิ์ไปหรอคะ


โดย: นางาเสะจัง IP: 125.25.205.229 วันที่: 2 มกราคม 2551 เวลา:15:51:07 น.  

 
มีคนแปลเป็นไทยแล้วค่ะ สนุกดีเช่นกัน


โดย: Por IP: 124.157.237.161 วันที่: 26 พฤษภาคม 2551 เวลา:17:30:03 น.  

 
อ่านรีวิวละอยากหยิบมาอ่านสุดๆ เลย

วันก่อนเปิดแง้มๆ มาดูหน้าตาของคุณน้องหนังสือเล่มนี้
แล้วก็ด้วยความเกรงใจจัด ก็ปิดคุณน้องแล้ววางไปในชั้นอันสวยสง่า เหมียนเดิม 55


โดย: Vita_tranquila IP: 58.147.46.7 วันที่: 16 มิถุนายน 2551 เวลา:15:32:38 น.  

 
The Book Thief : Markus Suzak

แปลเป็นไทยแล้วค่ะ

ชื่อประมาณ จอมโจรหนังสือ

บังเอิญชอบแนวนักสืบ อ่านเรื่องนี้แล้วเฉยๆ


โดย: jum IP: 210.246.144.53 วันที่: 12 มกราคม 2552 เวลา:17:09:14 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทินา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หลังไมค์เชิญทางนี้จ้า
Friends' blogs
[Add ทินา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.