Literature is a luxury. Fiction is a necessity.
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
16 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Ethel & Ernest: A True Story ง่ายๆ แต่กินใจ

หนังสือเล่มนี้ได้มาแบบพรหมลิขิตบันดาลชักพาสุดๆ เลยค่ะ สดๆ ร้อนๆ เมื่อเย็นนี้เองด้วย

เริ่มจากเมื่อสองสามวันก่อนบล็อกหนังสือบล็อกโปรดเอ่ยถึงหนังสือเล่มนี้ว่าจะมีการทำเป็นอะนิเมชั่น พออ่านไปอ่านมาก็รู้สึกว่าคุณ Briggs คนแต่งเรือง/วาดภาพจะดังอยู่ไม่น้อย ก็เก็บชื่อไว้ในคลังสมอง

พอวันนี้แวะไปร้านเลหลังของเอเชียบุ๊คส์ที่อมรินทร์พลาซ่า ก็ดันเจอหนังสือบางๆ เล่มนี้ในมุม 99 บาทเข้า จึงสอยมาตามระเบียบ และอ่านจบอย่างรวดเร็วพร้อมกับน้ำตาที่หยดแหมะๆ

เริ่มกันที่ปกของหนังสือเล่มที่ว่าค่ะ

Ethel and Ernest A True Story
Raymond Briggs







-เรื่องย่อ-
หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าประวัติของแม่กับพ่อ (Ethel and Ernest) ของคุณ Raymond คนเขียน ตั้งแต่ตอนแรกพบ เมื่อครั้งที่คุณแม่เป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณนายคนนึง ที่เปิดหน้าต่างไปสะบัดผ้าขี้ริ้วในจังหวะที่เจ้าหนุ่มคนหนึ่งขี่จักรยานสวนมาพอดีทำให้เจ้าหนุ่มคิดว่าเธอโบกผ้าให้ จากนั้นเขาก็ชวนเธอไปดูหนัง และเรื่อยไปจนถึงขั้นขอแต่งงาน

เรื่องเล่าในแต่ละบทกินเวลาราวๆ สิบปี ทำให้เราเห็นการสร้างเนื้อสร้างตัวของคุณพ่อคุณแม่ ฉากเกิดของคุณนักเขียน และชีวิตคู่ง่ายๆ ที่ไม่ต้องมีอะไรให้ดราม่ามาก จนถึงวันสุดท้ายในชีวิตของทั้งคู่ หลังจากใช้เวลา 41 ปีมาด้วยกัน ในบ้านหลังเดิม

-พล่ามๆ (สปอยล์)-

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นแล้วว่าหนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องชีวิตจริงของคนสองคน การดำเนินเรื่องจึงเป็นไปอย่างเนิบๆ แต่ตัวคุณพ่อกับคุณแม่มีชีวิตชีวามากเลยค่ะ คุณพ่อเป็นชาวอังกฤษชั้นกรรมาชีพขนานแท้ เป็นคนส่งนมพูดสำเนียงคอคนีย์ แถมเชียร์พรรคกรรมกร ขณะที่คุณแม่จะมาสไตล์พรรคอนุรักษ์นิยม ที่เห็นชัดเลยก็ตอนส่งลูกเข้าโรงเรียน ที่คุยฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน และอยากให้ลูกทำงานออฟฟิศ แต่ลูกชายดันหนีไปเรียนศิลปะเสียนี่

ความประทับใจในเรื่องเกิดจากรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกใส่เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นนิสัยช่างสนใจโลกของคุณพ่อ ที่ทำให้คุณพ่อตื่นเต้นกับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไปจนถึงยามที่นีล อาร์มสตรองเหยียบพระจันทร์ ขณะที่คุณแม่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ แค่อยากให้พ่อกับลูกทำตัวดีๆ มีมารยาท และพยายามยัดเยียดหวีให้ลูกชายติสต์แตกทุกครั้งที่เจอ

คนอ่านก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาเรื่อย มีซึมบ้างช่วงสงครามที่คุณ Raymond วัยห้าขวบต้องถูกส่งไปอยู่บ้านนอก และบ้านก็ได้รับความเสียหายไม่น้อย ก่อนจะมาน้ำตาไหลพรากในช่วงปีสุดท้าย เมื่อ Ethel ป่วยจนจำ Ernest ไม่ได้ และถามลูกชายว่า "ตาแก่ที่ออกไปร้องไห้นอกห้องนั่นใคร" ก่อนจะจากไปในที่สุด และหลังจากนั้น คุณพ่อก็ยังจัดโต๊ะอาหารสำหรับสองคนทุกวันด้วยความเคยชิน ก่อนจะจากไปในปีเดียวกัน

จขบ.ไปอ่านสัมภาษณ์คุณ Raymond Briggs คนเขียนเพิ่มเติมมา คุณเขาบอกว่าฉากในช่วงปีสุดท้ายนั้น เขาใช้เวลาวาดนานมาก วาดได้แค่ครั้งละไม่เกิน 15 นาทีและเมื่อมันตีพิมพ์ออกมา ก็กลายเป็นหนังสือที่เขาหยิบมาดูบ่อยที่สุด เพราะมันเหมือนกับภาพถ่ายจากช่วงเวลานั้นจริงๆ

ว่าแล้วก็อยากอ่านงานเล่มอื่นๆ ของคุณ Briggs จังเลยน้อ


Create Date : 16 กันยายน 2553
Last Update : 16 กันยายน 2553 23:32:18 น. 7 comments
Counter : 581 Pageviews.

 
เคยอ่านเรื่องนี้เหมือนกันแต่จำไม่ได้

ยิ่งบ่อน้ำตาตื้นอยู่ อ่านไปก็น้ำตาไหลไป...


โดย: เคียว IP: 118.173.224.62 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:10:11:13 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านมั่งจัง
ชอบเรื่องเล่าแนว ๆ นี้มาก ^^


โดย: แม่ไก่ IP: 118.174.212.117 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:10:26:08 น.  

 
คุณเคียว: น้ำตาร่วงแหมะๆ เลยอะ + คิดว่าไอ้เรื่องระเบิดปรมาณูต้องยิ่งพรากแน่ๆ

คุณแม่ไก่: ดีมากๆ เลยค่ะ ให้ยืมได้นะคะ ถ้าสนใจ ^^


โดย: ทินา IP: 58.8.159.227 วันที่: 17 กันยายน 2553 เวลา:21:20:25 น.  

 
อ่านรีวิวแล้วอยากอ่านมากเลย

ท่าทางตอนท้ายๆ จะน้ำตานอง T^T


โดย: Clear Ice วันที่: 18 กันยายน 2553 เวลา:14:45:24 น.  

 
แค่อ่านรีวิวยังน้ำตาไหลเลย

ภาษาไม่ยากใช่มั้ย งานหนังสือจะมีใครเอามาขายมั้ย เราจะได้ไปซื้อ (อย่าลืมเตือนเราว่าอยากได้เล่มนี้ด้วยนะ อ้าว)

อ่านแล้วน่าจะถูกจริตตัวเอง

ขนาดมีซีนหนึ่งในหนังเรื่องอัพ คล้ายๆ อย่างนี้ เรายังร้องไห้จะตายเลยอ้ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 20 กันยายน 2553 เวลา:19:27:03 น.  

 
พี่ไอซ์: อยากให้อ่านเหมือนกันแต่มีคิวยืมแล้วอะค่ะ (ลงชื่อเป็นคิวต่อไป อิอิ)

พี่เต้ย: ภาษาส่วนใหญ่ไม่ยากค่ะ แต่บางทีคุณพ่อจะพูดสำเนียงคอคนีย์ อ่านแล้วงงๆ บ้าง ไว้ถ้าเจอในกระบะเอเชียบุ๊คส์อีกจะซื้อไว้ให้นะคะ

ซีนในอัพที่ว่าคือช่วงสิบห้านาทีแรกใช่ไหม อันนั้นหนูก็น้ำตาท่วมโรงเหมือนกัน TwT


โดย: ทินา IP: 58.8.123.129 วันที่: 21 กันยายน 2553 เวลา:22:41:49 น.  

 
คุณทินา คิดถึงเหมือนกันค่ะ 555+ แต่ช่วงนี้เผอิญติดพันอย่างอื่นอยู่ เลยงดอ่านหนังสือไปพักใหญ่เลย อ่านอะไรยังไม่จบสักอย่างเลยยังไม่ได้รีวิวค่ะ

Blameless คุณทินาอ่านรึยังค่ะ เรายังไม่ได้แตะเลยหงะ รู้สึกจะมีอีก 2 เล่มต่อในซีรีส์นี้นะคะ (และอาจจะมีอีกต่อๆไปถ้ายอดขายดีเริ่ด 555+) ชื่อ Heartless กับ Timeless น่ะค่ะ


โดย: @Dakki_Chan@ วันที่: 21 ตุลาคม 2553 เวลา:21:58:34 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ทินา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หลังไมค์เชิญทางนี้จ้า
Friends' blogs
[Add ทินา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.