Literature is a luxury. Fiction is a necessity.
Group Blog
 
 
กันยายน 2553
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
15 กันยายน 2553
 
All Blogs
 

Howl's Moving Castle

วันนี้มากับกลุ่มบล็อกใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มล่าสุดที่อ่าน (ซ้ำ) ค่ะ

หลังจากส่งเด็กๆ เข้าโรงพิมพ์ให้คุณบก.ขัดสีฉวีวรรณเรียบร้อย ก็เกิดอารมณ์อยากอ่านหนังสือคลายเครียดฉลองความขี้เกียจ ตั้งเป้าว่าต้องเป็นหนังสือลั้นลา มีแต่เรื่องฮาเฮ ตัวละครทั้งหลายอย่าได้แบกความทุกข์ใดๆ น่ารักไม่งี่เง่า แล้วก็จงอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขชั่วกาลปาวสาน

แต่พอมองหนังสือใหม่ที่รออยู่แล้ว เอ่อ เล่มนั้นรู้สึกชีจะต้องคำสาปอะไรนิ เล่มนู้นก็วันสิ้นโลกมาเยือน แล้วเล่มโน้นล่ะ อ่า กลับชาติมาเกิดและตามล้างแค้นกันสินะ

คิดไปคิดมาก็สรุปได้ว่ารื้อหนังสือเก่ามาอ่านดีกว่า จะได้แน่ใจว่ามันหลั่นล้าจริง และก็ไปหยิบ Howl's Moving Castle ขึ้นมา (ส่วนหนึ่งก็เพราะงานประลอง YAFantasy ที่เพิ่งจบไป ซึ่งนัดชิงเป็นการพบกันของหนุ่มเจ้าสำอางปากเสียแต่รักเมียนะจ๊ะสองคน ก็คือ Howl กับ Gen นั่นล่ะ 555)

Howl's Moving Castle:
Diana Wynne Jones





เรื่องราวใน Howl's Moving Castle เมื่อ Sophie Hatter พี่สาวคนโตของบ้านตระกูลช่างทำหมวก ซึ่งตามขนบแล้วต้องมีชีวิตน่าเบื่อ ไม่เหมือนพวกน้องสาวที่ต้องได้ผจญภัยยิ่งใหญ่ ถูกแม่มดใจร้ายสาปให้เป็นหญิงแก่เพราะอะไรก็ไม่รู้ และ Sophie ในร่างหญิงแก่ก็จับพลัดจับผลูไปเป็นแม่บ้านในปราสาทเคลื่อนที่ของ Howl พ่อมดไร้หัวใจที่กินหัวใจของเด็กสาวๆ เป็นอาหาร ปัญหาก็คือหัวใจของ Sophie เหมือนๆ จะโดนพ่อมดนิสัยเสีย เจ้าสำอางเป็นที่หนึ่ง แถมยังขี้งอแงไม่แพ้ใคร ชิงไปเหมือนกันแล้วล่ะสิน่า


เขตสปอยล์นะจ๊ะ

จขบ.อ่านหนังสือรอบแรกเมื่อนานมาแล้ว ตอนรู้ว่า Ghibli ซื้อไปทำเป็นอะนิเม และตกหลุมรักเรื่องราวชวนปวดหัวของพ่อมดนิสัยเสียกับสาวจอมยุ่งทันที จนถึงขั้นเห็นว่าอะนิเมของ Ghibli จืดไปเลย เพราะเจ้าบ้า Howl ดันมีสาระเกินไป Howl เป็นตัวละครเอกที่น่าหมั่นไส้สุดๆ เวลาไม่ได้ดั่งใจก็ปล่อยเมือกสีเขียวท่วมบ้านเสียอย่างนั้น ขณะที่ Sophie ในคราบหญิงแก่ก็ตรงไปตรงมาได้ใจ

หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยฉากเล็กๆ น้อยๆ ที่อ่านไปแล้วยิ้มไป ทั้งการต่อปากต่อคำของทั้งคู่ ฉากที่ Sophie รู้ว่าน้องสาวส่งหมามาอารักขาตัวเองเพื่อกันไม่ให้ "หัวใจ" ถูกชิงไป (แต่ก็สายเสียแล้ว ฮา) ฉากงี่เง่าของ Howl ยามเป็นหวัด ฉากที่ Sophie หรือฉากจบที่แสนจะวุ่นวายแต่ก็น่ารัก (กรี๊ดกร๊าดกับตอนที่ Howl ฟื้นขึ้นมาเจอ Sophie ในสาวสวยแต่จำไม่ได้ และพยายามจะกลับไปช่วยยายแก่ Sophie มากกกกกกก)

แถมบทพูดที่ช้อบชอบบบบ

" I think we ought to live happily ever after" Then he added "It should be hair-raising"
"And you'll exploited me" Sophie said
"And then you'll cut upall my suits to teach me" said Howl

คงเป็น Happily ever after ที่มีรสชาติดีพิลึกเลยล่ะค่ะ




 

Create Date : 15 กันยายน 2553
5 comments
Last Update : 15 กันยายน 2553 23:34:22 น.
Counter : 1826 Pageviews.

 

คิดถึงท่านHowl
อยากไปหยิบมาอ่านมั่งค่ะ อิอิ

 

โดย: Emotion-P 15 กันยายน 2553 22:41:37 น.  

 

เคยได้ดูที่เป็นอะนิเมค่ะ ขนาดนั้นก็ยังชอบเรื่องนี้มากๆๆ
แล้วโซฟีก็น่ารัก หุ่นไล่กาก็น่ารัก ตัว Howl เองในการ์ตูนก็น่ารักนะคะ อาจไม่เท่าในหนังสือมั๊ง !!

แต่ทำให้อยากหาหนังสือเรื่องนี้มาอ่านแล้ว หาซื้อได้ที่ไหน พอบอกได้มั๊ยคะ ขอบคุณค่า

 

โดย: thi-ya IP: 58.8.85.39 16 กันยายน 2553 20:29:14 น.  

 

Emotion-P: หยิบเลยๆ

thi-ya: เราอ่านภาคอังกฤษ ซื้อที่คิโนะฯ น่ะค่ะ แต่มติชนเคยเอามาแปลไทยด้วย ใช้ชื่อว่า ปราสาทเวทมนนตร์ของฮาวล์ (มั้ง) ลองหาตามร้านก็น่าจะมีนะคะ

ฮาวล์ในหนังสือมันจะนิสัยเสีย (ไม่) หน่อยนึงนะคะ แต่ฮามากๆ เลยล่ะ ^O^ ที่เราไม่ค่อยปลื้มฮาวล์ในอะนิเมก็เพราะมันเท่ไปน่ะค่ะ ในหนังสือนี่จะเป็นแบบ มองแว่บแรกช่างหล่อเท่ แต่พอรู้จักกันสักพักจะกลายเป็น อ๊ะ อีตาบ้านี่

 

โดย: ทินา IP: 115.87.236.65 16 กันยายน 2553 21:25:29 น.  

 

ชอบเหมือนกันครับ


ชอบหลายอย่างเลยนะ...คาลซิเฟอร์ก็ด้วยแหละ
มีโครงการจะอ่านซ้ำแล้วนำมารีวิวบ้างเหมือนกันครับ
แต่คงให้ลืม ๆ เนื้อหาไปบ้างก่อน (คงอีกหลายปีล่ะมั้ง )

.....

จำได้ว่า...


คุณทินาเคยบอกว่าของ Ghibli มีแนวสงครามด้วย เลยเครียดไปหน่อย
แต่ผมว่า ต้นฉบับหนังสือก็เครียดสำหรับผมเหมือนกันครับ
คือผมกลัวเรื่องการโดนสาปน่ะครับ (กลัวเป็นการส่วนตัวตั้งแต่เด็ก แฮ่ ๆ)

ของ Ghibli แค่สาปเฉย ๆ แต่ในหนังสือโดนตั้งหลายตัว แถมมีตัดต่อข้ามพันธุ์อีก
พาลนึกไปถึง Residence Evil นู่นเลย บรื๋อ~ (อันนี้พูดเล่น 55)
แต่ถึงจะกลัวแต่ก็ชอบนะครับ


ป.ล. เข้ามาจองตั๋วนั่งรอรีวิว Castle in the Air ด้วยนะ

 

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก 17 กันยายน 2553 6:05:50 น.  

 

นี่ก็ทิ้งห่างไปหลายปีค่ะกว่าจะหยิบมาใหม่ พลิกดูป้ายราคาแล้วซื้อตั้งกะปี 2005 แน่ะ

หยิบ Castle in the Air มาต่อแล้วค่ะ ตอนเขียนบทพูดของอับดุลลาห์ คุณ DWJ ต้องมันมากแน่ๆ อะไรจะพูดจาภาษาดอกไม้กันขนาดน้านนน

 

โดย: ทินา IP: 58.8.159.227 17 กันยายน 2553 21:24:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ทินา
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




หลังไมค์เชิญทางนี้จ้า
Friends' blogs
[Add ทินา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.