การนินทาว่าร้าย

“อันนินทากาเลเหมือนเทน้ำ ไม่ชอกช้ำเหมือนเอามีดมากรีดหิน 

แม้นองค์พระปฏิมายังราคิน คนเดินดินหรือจะสิ้นคนนินทา”



(วาวี, ม.ป.ป) หากพิจารณาจากที่ไปที่มาและสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในสังคม

อาจหมายรวมไปถึงการตำหนิ เพราะผู้พูดไม่ชอบใจ ผู้พูดไม่สบอารมณ์ 

และไม่ตำหนิต่อหน้าหรือไม่ได้ว่ากล่าวตักเตือนต่อหน้า 

แต่กลับนำเรื่องของเขาไปตำหนิลับหลัง 

ทั้งๆที่เขาเป็นคนดี ทั้งๆ ที่เขาทำดีอยู่แล้ว


เพราะการนินทาหมายถึง การเล่าเรื่องในทางที่ไม่ดี 

เล่าเรื่องในแง่ที่ไม่ดีของคนอื่นลับหลัง หรือนำเรื่องที่ไม่ดีของบุคคลที่สองไปเล่าต่อบุคคลที่สาม 

เพื่อให้ผู้ถูกเล่านั้นได้รับความเสียหายอับอาย เสื่อมเสียชื่อเสียง 

เสียเกียรติ เสียความเคารพนับถือ แม้เรื่องที่เล่านั้นอาจไม่เป็นจริง 

และรวมถึงเรื่องนั้นเป็นจริง แต่เป็นเรื่องที่ไม่ควรนำไปเล่าต่อที่สาธารณะหรือกับบุคคลอื่น 

เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องเฉพาะส่วนบุคคล




ทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคนชอบวิพากษ์วิจารณ์ 

และพูดถึงคนอื่นโดยไม่รู้ว่าจะได้อะไรจากการพูดนั้น 

ที่สำคัญพูดไปโดยไม่รู้ว่าจริงหรือไม่แต่ก็พูด



บางคนอาจจะไม่แคร์กับพวกปากหอยปากปูเลย 

ขอแค่เงินเดือนดีๆ งานดีๆ ก็พอ 

บางคนอาจจะไม่แคร์เงินเดือนเลย 

ขอแค่ได้บรรยากาศการทำงานที่ดีก็พอ



เราเหนื่อยใจ เหนื่อยหู เราจะเอาหูฟังใส่ก็ไม่ได้ 

เรามาจากที่ที่มีวัฒนธรรมในกรสงวนคำพูด วางมาดใส่กัน 

จะให้เราผสมโรงก็ไม่ใช่นิสัย  



ไอ้นิสัยชอบนินทา เอาดีเข้าตัว ชั่วให้คนอื่น 

ทำเหมือนตัวเองเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง 

ต้องทำต้องพูดให้ถูกใจฉัน ไม่งั้นมีด่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ไม่ว่าเรื่องมันจะขี้ปะติ๋วก็มาด่าให้ใหญ่ได้




เราพยายามจะคิด่าการนินทาเป็นเรื่องขอธรรมดาโลก

หรือที่กล่าวกันว่า คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก  

แต่บางทันก็เป็นความรู้สึกอึดอัด เบื่อ ที่จะทนเหลือเกิน กับางคนในที่ทำงาน 




ยอมรับว่าเรามาใหม่ ควรจะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ที่เราเจอ 

แต่บางทีมันก็รู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน กับเพื่อนร่วมงานที่ช่างนินทา 

ว่าร้ายคนอื่น คือแบบ ไม่ว่าใครคนใดคนหนึ่งขอแค่ลุกออกจากตรงนั้น

คุณจะตกเป็นหัวข้อของการจับกลุ่มนินทาว่าร้ายทันที



พูดเรื่องในที่ทำงานนี่ยังพอเข้าใจนะ... 

แต่ลามปามไปถึงเรื่องส่วนตัว เรื่องครอบครัวนี่ .... ไม่ไหวจริงๆ นะ 



ตอนนี้เหมือนนั่งเงียบๆคนเดียวพอเค้าคุยเรื่องที่ไม่ได้ว่าคนอื่น

เราค่อยกล้าเล่นกล้าพูดกับเขา



พอเลิกงานเจอเพื่อนๆรู้สึกโคตรมีความสุขเหมือนหลุดจากโลกใบ้



คือ เห็นจากที่เธอพูดเรื่องส่วนตัวของคนอื่นๆนี่

ก็พอจะเดาได้นะว่าพยายามถามเรื่องส่วนตัวเรา... 

อีกไม่นานก็จะกลายไปเป็นเรื่องให้เธอได้พูดนินทาสินะ...



เราเป็นคนที่ค่อนข้างหวงความเป็นส่วนตัวมากนะ 

ถ้าไม่ใช่คนที่สนิทพอที่จะถามเรื่องส่วนตัวกัน นี่เราก็ไม่ควรถามป่ะ? 

มันให้ความรู้สึกว่าล้ำเส้นกันเกินไปหน่อย 



บางคนก็ควรสงวนสถานะไว้ให้เป็นแค่ ”เพื่อนร่วมงาน” มากว่าที่จะเป็น “เพื่อน” ...






 

Create Date : 29 พฤษภาคม 2556
2 comments
Last Update : 29 พฤษภาคม 2556 19:36:55 น.
Counter : 2397 Pageviews.

 

หัวอกเดียวกัน เลยคะ ^^
อยู่ในโลกใบ้ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่โดนนะคะ โดนหมด
ตอนนี้เลยทำใจ ว่าเราทำงานเพื่อเงินเท่านั้น
ขี้เกียจสนใจ คนพวกนั้นคะ หุหุ

 

โดย: Vee IP: 203.172.121.65 14 มิถุนายน 2556 8:41:01 น.  

 

พวกชอบนินทาเรื่องคนอื่นเสียๆหายโดยที่เราม่ดั้ยไปทำอะไรหั้ยมันแต่ฉันคิดว่ากรรมคงตามสนองมันสักวัน

 

โดย: นาวิปพิ้ง IP: 27.55.142.139 2 ตุลาคม 2556 18:22:24 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


b-pirada
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




มนุษย์ธรรมดา ที่ยังคงไล่ล่าความฝัน
อาจจะดูเพ้อฝัน แต่ฉันก็สุขใจที่ได้ฝัน
ฝันแล้วลงมือทำ ไม่ว่าผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร

อย่างน้อยฉันก็อิ่มใจ.... ฉันทำดีที่สุดแล้ว


Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2556
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
 
29 พฤษภาคม 2556
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add b-pirada's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.