ตถตา ....เช่นนั้นเอง
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

ตักบาตร - ให้พร หมูไป - ไก่มา

ได้มีโอกาสฟังธรรมของพระคุณเจ้าท่านหนึ่ง (ขออนุญาตไม่เอ่ยนามท่าน)

มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ฟังแล้วรู้สะเทือนใจ ซึ่งแต่เดิมก็ไม่เคยได้นึกถึง

พระคุณเจ้าท่านเล่าว่า เวลาท่านออกบิณฑบาต ท่านจะยึดถือตามพระวินัยสงฆ์โดยเคร่งครัด คือการบิณฑบาตจะเดิมสำรวม ไม่ร้องขอ เมื่อรับของบิณฑบาตแล้วท่านก็จะเดินต่อไป เมื่อเต็มแล้วก็จะกลับวัด

มีวันหนึ่งหลังจากท่านรับบิณฑบาตรจากหญิงวัยกลางคนท่านหนึ่ง เมื่อรับแล้วท่านก็ปิดฝาบาตร หญิงท่านนั้นก็รีบนั่งลงพนมมือ เข้าใจว่าจะนั่งรอรับพร (เหมือนปกติที่สมัยนี้ ต้องมี) ท่านก็เหลือบมองดูแล้วท่านก็เดินต่อไปโดยไม่ได้ให้พรแต่ประการใด และท่านก็ทำอย่างนั้นกับทุกคนที่ใส่บาตร ท่าน

วันต่อมาท่านก็ไปบิณฑบาต ในเส้นทางเดิมอีก ท่านก็พบกับหญิงคนเมื่อวาน มารอตักบาตร แต่พอหญิงท่านนั้นเห็นท่าน ก็ปล่อยให้ท่านเดินผ่านไป และเลือกใส่บาตรให้พระองค์อื่นๆ ที่ให้พรหลังจากรับบิณฑบาตแล้ว

(อันที่จริงท่านก้ไม่ทุกข์ร้อนอะไร แต่ที่นำมาเล่าท่านคงมีเจตนาอะไรบางอย่างให้พุทธศาสนิกชนได้คิด)

เมื่อได้ฟังท่านเล่ามาถึงตอนนี้ก็อดคิดในใจไม่ได้จริง ๆ ว่า แม้ว่าการถวายภัตราหารหรือใส่บาตรจะขึ้นอยู่กับศรัทธาของผู้ถวาย แต่หากคิดในอีกแง่หนึ่งว่า ทุกวันนี้หากญาติโยมเจตนาใส่บาตรเพื่อให้ได้พรจากพระเป็นการแลกเปลี่ยนแล้ว น่าจะผิดวัตถุประสงค์ของการทำบุญใส่บาตรที่แท้จริง



บิณฑบาต ถือเป็นวัตรปฏิบัติหรือเป็นสัมมาอาชีวะ คือการเลี้ยงชีพโดยชอบของพระพุทธเจ้าและพระภิกษุ พุทธสาวกเลยทีเดียว



ดังพุทธพจน์ ที่ปรากฏในพระไตรปิฎก



“มหาราช ภิกษุในกรณีนี้ เป็นผู้สันโดษ (ยินดีตามที่มีอยู่) ด้วยจีวร เป็นเครื่องบริหารกาย สันโดษด้วยบิณฑบาตเป็นเครื่องบริหารท้อง ภิกษุ นั้น จะหลีกไปโดยทิศทางใด ย่อมถือเอาบาตรและจีวรนั้นหลีกไปได้ โดยทิศนั้น ๆ”



นอกจากนี้พระพุทธองค์ทรงยกย่อง ภิกษุผู้มีสัมมาอาชีวะ ว่าเป็นผู้สถิติอยู่ในอริยะวงศ์ ทีเดียว ดังพุทธพจน์ ว่า

“ภิกษุ เป็นผู้สันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้และเป็นผู้สรรเสริญความสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้ ไม่ทำอเนสนา(การแสวงหาไม่สมควร) เพราะบิณฑบาตเป็นเหตุ ไม่ได้บิณฑบาต ก็ไม่ทุรนทุราย ได้บิณฑบาตแล้วก็ไม่ยินดีเมาหมกพัวพัน เห็นส่วนที่เป็นโทษของสังสารวัฏฏ์ มีปัญญาในอุบายที่จะถอนตัวออกอยู่เสมอ บริโภคบิณฑบาตนั้น อนึ่ง ไม่ยกตนข่มผู้อื่น เพราะความสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้นั้น ก็ภิกษุใดเป็นผู้ฉลาด ไม่เกียจคร้าน มีสัมปชัญญะ มีสติ ในความสันโดษด้วยบิณฑบาตตามมีตามได้ เราเรียกภิกษุผู้นี้ว่า ผู้สถิตอยู่ในอริยวงศ์ อันปรากฏว่าเป็นธรรมเลิศมาแต่เก่าก่อน”

การออกบิณฑบาต นอกจากจะเป็นสัมมาอาชีวะของพระภิกษุแล้ว ยังเกื้อกูลให้เหล่าฆราวาสได้บำเพ็ญทาน คือการรู้จักให้และแบ่งปัน เพื่อลดความตระหนี่ รู้จักเสียและสละ อันเป็นการบรรเทากิเลศคือความโลภภายในจิตใจ และที่สำคัญในสมัยพุทธกาลยังได้มีโอกาสโปรดสัตว์ด้วยธรรม ให้เหล่าปุถุชนได้ดวงตาเห็นธรรมอีกด้วย

เอาหละ แม้ว่า ธรรมเนียมปัจจุบัน อาจมีการปรับเปลี่ยนจากการที่ให้ธรรม มาเป็นการให้พรของพระภิกษุ ซึ่งก็ไม่ทราบว่าเริ่มแพร่หลายมาแต่เมื่อใด ซึ่งอาจเนื่องจากความไม่เหมาะสมของกาลเวลาและสถานที่สำหรับการฟังธรรม หรือเป็นเพราะอาจไม่มีเวลาทั้งของพระและของฆราวาสเอง

แต่อย่างไรก็ตามเราไม่ควรที่จะให้เกิดธรรมเนียมใหม่ตามมาอีกคือ การเลือกใส่บาตรเฉพาะพระภิกษุที่ให้พรเท่านั้น อันจะเป็นเหตุให้อลัชชีทั้งหลายที่ปลอมปนเข้ามาในพระศาสนา เข้ามาใช้การบิณฑบาตเป็นแหล่งทำมาหากิน และเสกสรร คำให้พรอันวิจิตรเกินพรรณา เช่นกรณีการเวียนเทียนรับอาหารส่งให้แม่ค้า (ไม่อยากใช้คำว่าบิณฑบาต) ดังปรากฏเป็นข่าวครึกโครมเมื่อไม่นานมานีี

เราจะทำอย่างไรให้ชาวพุทธทั้งหลายที่หลงผิดไป ได้กลับมาเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริง ในฐานะผู้ให้ ว่าเราต้องการใส่บาตรเพื่อทำนุบำรุงพระศาสนา ได้บำเพ็ญทาน เพื่อลดละกิเลศ ผลบุญที่ได้ก็ได้ตั้งแต่มีเจตนาจะตักบาตรแล้ว ไม่จำเป็นต้องรอรับพรก่อนถึงจะได้บุญ

“อย่าให้ ต้องถึงกับ หมูไป…ไก่มา.. กันเลยครับสาธุชนทั้งหลาย ”




 

Create Date : 24 มีนาคม 2554
15 comments
Last Update : 24 มีนาคม 2554 20:03:13 น.
Counter : 1091 Pageviews.

 

ขอที่อยู่ด้วยครับมีหนังสือธรรมเรื่องการทำบุญที่ถูกต้องแจกให้ฟรีจากวัดกลางเทพนิมิต จ.เพชรบุรี

 

โดย: Moto'me IP: 223.24.10.200, 64.255.180.182 25 มีนาคม 2554 7:26:29 น.  

 

อนุโมทนาสาธุครับ ภิกษุในอริยะวงค์ ย่อมสันโดษใน บิณทบาทครับ

 

โดย: shadee829 25 มีนาคม 2554 13:50:00 น.  

 

ท่านครับ เคยได้ยินว่ามี ญาณย่อธรรม (จากความจำ) มิทราบมีลักษณะเช่นไรครับ

 

โดย: shadee829 31 มีนาคม 2554 23:56:19 น.  

 

เรียนท่านเซ็น อ่านพบในพระอภิธรรมปิฏกครับ แต่ไม่ทราบเป็นพุทธวัจนะหรือไม่ครับ

 

โดย: shadee829 5 เมษายน 2554 20:03:19 น.  

 

ญาน = ปัญญา

ปัญญาในการย่อธรรมทั้งหลายทั้งอดีต อนาคตและปัจจุบันแล้ว
กำหนดไว้ เป็นสัมมสนญาณอย่างไร ฯ
พระโยคาวจรย่อมกำหนดรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคตและ
ปัจจุบัน เป็นภายในก็ตาม ภายนอกก็ตาม หยาบก็ตาม ละเอียดก็ตาม เลวก็ตาม
ประณีตก็ตาม มีในที่ไกลก็ตาม ในที่ใกล้ก็ตาม โดยความเป็นของไม่เที่ยง การ
กำหนดนี้เป็นสัมมสนญาณอย่างหนึ่ง

คุณ shadee829 ลองศึกษาเพิ่มเติมจากที่นี่ครับ

http://84000.org/tipitaka/pitaka_item/item.php?book=31&item=99&items=1&preline=0&pagebreak=0

 

โดย: บุญเรือง 6 เมษายน 2554 12:53:29 น.  

 

กราบขอบพระคุณครับ ขอกราบอนุโมทนาสาธุครับ

 

โดย: shadee829 7 เมษายน 2554 10:37:11 น.  

 

ขออนุญาตินะครับท่านทั้งสอง อยากสนทนากับทันทั้งสอง เนื่องกับกระทู้ที่พิจรณาธรรมมะในเบื่องปลายที่ไม่เคยปรากฏว่าจะยาวนานมาถึงวันนี้ (ผมได้เฝ้าติดตามมาโดยตลอด เสียดายที่ไม่สามารถเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นร่วมกันได้เพราะล็อกอินโดนยึดอยู่) ผมขออนุญาติแสดงความคิดเห็นดังนี้ ผิดถูกขอท่านทั้งสองเมตตาชี้แนะครับ ปุถุชน เข้า เนวะสัญญา ด้วยสักกายะสังโยชน์ ด้วยหมายทำอัตตาตัวตนของตนให้น้อยนิด จนถึงสภาะที่ว่าความมีตัวตนของตนนั้น มีก็เหมือนไม่มี แต่จะไม่มีก็ไม่ใช่ ต่อมาปุถุชนนั้นได้สดับรับฟังธรรมมะขององค์ศาสดาว่าด้วยเรื่องจิตประภัสสร เพราะอุปกิเลสที่จรมา จึงเศร้าหมอง และจิตนั้นสามารถกลับมาผ่องใสได้ถ้าหลุดพ้นจากอุปกิเลส และพิจารณา ทุกข์ และเหตุที่เกิดทุกข์ เห็นประจักษ์ ตัณหาอุปทานขัน์คือนามรูป(ขัน5)นี้เกิดเพราะ วิญญาณเป็นปัจจัย จึงละนามรูปที่ยึดมั่นถึอมั่นว่าเป็นตัวตนจากนิจจะสัญญา สุขสัญญา และอัตตะสัญญาลงได้ ได้ อนิจจะสัญญา ทุกข์สัญญา และ อนัตตะสัญญาเป็นสัญญาใหม่ สำนึกด้วยปัญญาว่า นามรูปเป็นเพียงที่อาสัยระลึก ไม่ใช่ตัวตนใดๆ (อนัตตา) แต่ พระอนาคามี ละ สักายะแล้ว มีความสำนึกเพียงอาสัยระลึกเป็นมานะเข้า เนวะสัญญาใดๆ มานะ(ซึ่งคือ สัญญาปัญญา(สติสมาธิปัญญา)ความระลึกถึงความสำนึกว่าเพียงอาสัยระลึกนั้นย่อมเบาบาง จะมีก็ไม่ใช่ ไม่มีก็ไม่ใช่ เป็น สุญญตาขั้นที่8เพราะยังละมานะ(มานะ อุทธัจะ อวิชชา หรือคือ อาสวะ) ลงได้อย่างสิ้นเชิง และพระอนาคามีที่อยู่ในเนวะสัญญานั้น ทำกิจในอริยะสัจจ4 รอบสุดท้าย(พระอนาคามีย่อมมีสติสัมปชัญญะในสมาธินะครับ ) อตัมยตา ด้วยพระสูตรที่ว่า นามรูป สติปํญญา ย่อมดับสนิท ในที่ๆวิญญาณนั้นดับสนิท ย่อมนิพพานใน สอุปาทิเสสนิพพานธาตุอันนั้น และสัญญาเวทยิตนิโรธก็คือที่ๆ สติปํญญา (สัญญาของปัญญา)และวิญญาณนั้นดับสนิทครับ (นักอภิธรรมจะสาธยายลักษณะของสัญญาเวทยิตนิโรธเช่นไรผมผมไม่มีความสามารถตอบได้ ) สำหรับผม เกี่ยวกับสอุปาทิเสสนิพพานธาตู ทำให้ผมนึกถึงพระสูตรที่ว่า ตถาคตเรียกกายที่ประกอบด้วยธาตุ4นี้ว่า จิตบ้างมโนบ้าง และวิญญาณบ้างครับ และจิตที่คือ สอุปาทิเสสนิพพานธาตุนี้ก็จักดับสนิทใน อนุปาทิเสสนิพพานธาติครับ ขอกราบอนุโมทนาสาธุในมหากุศลที่ท่านกระทำอยู่ครับ สาธุครับ

 

โดย: shadee829 9 เมษายน 2554 12:38:27 น.  

 

 

โดย: shadee829 9 เมษายน 2554 12:41:10 น.  

 

กราบขอบพระคุณท่าน การอบรม ขัดเกลานี้ เป็นประโยชน์แก่ชนทั้งหลายที่โยนิโสมนสิการใว้ด้วยดี ดีจริงๆครับ ขอกราบอนุโมทนาสาธุครับ

 

โดย: shadee829 11 เมษายน 2554 12:24:41 น.  

 

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ของไทยในปีนี้ ขอท่านเซ็น ท่านจิตร ท่านบุญเรือง มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นกำลังสำคัญในการตามรักษาพระสัทธรรมตลอดไปครับ ขอกราบอนุโมทนาสาธุครับ

 

โดย: shadee829 12 เมษายน 2554 18:26:37 น.  

 

กราบขอบพระคุณท่านเซ็นครับ (ไม่มีปัญญาสรรหาคำได้ดีกว่านึ้อีกแล้วครับ)

 

โดย: shadee829 28 เมษายน 2554 14:21:49 น.  

 

โปรดจำข้าพเจ้าเป็น อันเตวาสิก

 

โดย: shadee829 5 มิถุนายน 2554 11:08:34 น.  

 

เธอจึง ( ควร ) พิจารณาเห็นความว่างนั้นด้วยสิ่งที่ไม่มีอยู่ในเจโตสมาธินั้นเลย และรู้ชัด(แจ้ง) สิ่งที่เหลืออยู่ในเจโตสมาธินั้น อันยังมีอยู่ ว่ามี กราบขอบพระคุณ ท่าเซ็น เป็นอย่างสูงครับ

 

โดย: shadee829 18 มิถุนายน 2554 12:20:04 น.  

 

กราบขอบพระคุณที่ชี้แนะ อาหาโร 4 ขอรับ ผมไม่เคยมีความสงสัยในตัวท่านเลย โมทนาสาธุครับ

 

โดย: shadee829 18 กันยายน 2554 23:04:05 น.  

 

สวัสดีปีใหม่ครับ พระปัญญาของศาสดา

วิญญาณ ย่อมเวียนกลับ นามรูป เสมอ

สาวกปัญญา

ภวังค์วิญญาณ จิต

พระปัญญาของศาสดาย่อมเป็นเลิศ กว่า สาวกทั้งปวงครับ

ขอบพระคุณท่าน ที่กรุณาชี้ ธรรม ที่ยาก ลึกซึ่ง ทำให้ตื้น ทำให้เห็นโดยง่ายครับ

ขอให้มีสุขภาพสมบูญย์ครับ กราบแทบเท้าด้วยความเคารพ

 

โดย: shadee829 31 ธันวาคม 2554 19:46:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


บุญเรือง
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add บุญเรือง's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.