Group Blog
 
 
มีนาคม 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
16 มีนาคม 2554
 
All Blogs
 

สึนามิที่ญี่ปุ่น....ลุ้นระทึก (แทบทุกวัน)

ก่อนอื่น....ต้องขอขอบคุณ เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ทุกคนที่ส่งความห่วงใยมาให้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอีเมล์ หลังไมค์ เฟส ฯลฯ และก็ต้องขอโทษด้วย ที่ไม่สามารถเขียนตอบได้ครบทุกคน ส่วนที่ตอบไปนั้น ก็แค่ข้อความสั้น ๆ ว่า "ยังอยู่รอด ปลอดภัยดี" เท่านั้นเอง

ช่วงนี้...พอเริ่มมีสติ เลยอยากเขียนเล่าเรื่องทั้งหมดที่ได้ประสพมา และยังมีต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ มาตลอด ไม่งั้น...ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงทางเมืองไทย ก็ให้จิตวิตก เครียด แล้วก็โทรมาถามไถ่กันตลอด หลังจากที่ได้ฟังหรือดูข่าวทางบ้านเรา

ทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วันเอง...หน่วยความจำก็เริ่มแย่แล้ว เอาเป็นว่า...เขียนเล่าเท่าที่พอจำได้ก็แล้วกันนะคะ

วันศุกร์ที่ 11 มีนาคม 2554 (วันเกิดเหตุ)

วันนี้...มีตารางสอนตอนบ่าย 2 โมง ถึง 5 โมงเย็น ที่บริษัท ฮอนด้า อาซาก้า ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ซึ่งปกติก็นั่งรถไฟ แค่ 1 สถานีเดียว ใช้เวลา 5 นาที ช่วงเช้า...มีเวลาก็เตรียมตัวทำกิจวัตรตามปกติ

ประมาณเที่ยง... คุณสามี โทรมาบอกว่า...เค้าโดนล๊อคตัวเอาไว้ ไม่ให้กลับบ้าน ต้องนอนรพ. เราก็อ๊าววซิ เพราะเค้าบอกว่า...ไปตรวจสุขภาพประจำปี สั่งให้ช่วยเตรียมเสื้อผ้า ของใช้ที่จำเป็นเอาไปให้เค้าที่รพ.ด้วย แล้วจะได้ขับรถที่เค้าขับไป เอากลับมาจอดที่บ้าน

ตอนนั้น...บอกตรง ๆ ว่าเคืองนะคะ เพราะเราก็รีบที่จะต้องไปทำงาน แต่ต้องมาจัดเสื้อผ้า ของใช้ให้เค้าอีก อีกทั้ง....เห็นอาการเค้าไม่ดีมาเป็นเดือนแล้ว ไล่ให้ไปหาหมอ พวกก็ไม่ยอมไป ก็บอกเค้าไปว่า...ถ้าไป ก็คงไปถึงรพ. ค่ำ ๆ เพราะเราต้องทำงาน กว่าจะเลิกก็ 5 โมงเย็นไปแล้ว เค้าก็โอเค มาเวลาไหนก็ได้

ดีที่...ลูกชาย รร. เพิ่งสอบเสร็จ ก็หยุดอยู่กับบ้าน เลยบอกลูกว่า...พอแม่ทำงานเสร็จ ก่อนขึ้นรถไฟ จะโทรหา แล้วให้เอากระเป๋าของพ่อที่แม่เตรียมไว้ ไปเจอกันที่สถานี ที่เป็นจุดเปลี่ยนที่จะไปรพ. แล้วเราก็ออกจากบ้านไปทำงานตามปกติ

ประมาณเกือบบ่าย 3 โมง ระหว่างที่สอนอยู่นั้น แผ่นดินเริ่มไหว แรก ๆ ก็เบา ๆ มองหน้าลูกศิษย์ เอาไงดี? เค้าก็บอกว่า คงไม่เป็นไรมั้งครู วิ่งไปเปิดประตูห้องเรียน คราวนี้ เริ่มไหวแรงขึ้น สะเทือนไปหมด ไฟแกว่ง ห้องอื่น ๆ ที่เค้าประชุมกันอยู่ ก็เริ่มออกมากันแล้ว เฮ้ยยย...ท่าจะไม่ดีแล้วน้า เผ่นออกนอกตึกกันก่อนดีกว่า ((ตอนนั้น...คนอื่น ๆ เค้าก็เผ่นกันแล้วค่ะ)) ความที่คิดว่ามันคงจะไม่นาน เพราะญี่ปุ่นเหตุการณ์อย่างนี้ มันเกิดขึ้นบ่อย ๆ ก็คว้าแต่กระเป๋าถือ สมบัติอย่างอื่น ก็ทิ้งไว้ในห้องเรียน

ออกไปยืนตากลม (หนาว) รอที่ลานโล่ง...มีเพื่อนร่วมชะตากรรมในตอนแรก 10 กว่าคน โห...รถบรรทุกที่จอดอยู่ใกล้ ๆ เขยื้อน เริ่มตกใจแล้ว พยายามกดโทรศัพท์หาลูก ทั้งมือถือ เบอร์บ้าน ก็ไม่ติด คนที่ยืนข้าง ๆ ก็กดกันระวิงเหมือนกัน สักพักใหญ่ ๆ โทรติด ได้คุยกับลูก เค้าบอกว่า...เค้ากับน้องหมาปลอดภัย แต่ของในครัว ตกหล่น เกลื่อนกระจาย แค่นี้...เราก็โล่งใจไปเปาะหนึ่ง

หลังจากนั้น... ประมาณ 5 นาที ก็มีประกาศฉุกเฉินให้พนักงานและทุกคนที่มาติดต่องาน ออกนอกสถานที่ มารวมกันที่ลานโล่ง ที่เรายืนอยู่ (คราวนี้...เพื่อนร่วมชะตากรรมเป็นร้อย) ลมพัดแรงมาก อากาศก็หนาวสุด ๆ เสื้อโค๊ดก็ไม่มี กัดฟันทนหนาว เพราะฝ่ายรักษาความปลอดภัยเค้าไม่อนุญาติให้เข้าไปในตึกในตอนนั้น

อีกประมาณ 15 นาทีให้หลัง มีไหวรอบ 2 คราวนี้ สั่นมากขึ้นกว่าเดิม ทุกคนมีสีหน้าที่ไม่ดีกันเลย ส่วนเรา....ก็เริ่มห่วงลูกอีกแระ เพราะโทรศัพท์ใช้การไม่ได้อีก แต่ก็ยังใจชื้นหน่อยว่าได้คุยกับเค้าไว้บ้างแล้ว

มีประกาศ...บอกว่าอาจจะมีการไหวรอบที่ 3 ตอน บ่าย 3 โมง 38 นาที ให้รอกันก่อน ตอนนี้...เจ้าหน้าที่ เริ่มเอาเสื้อโค๊ดมาแจกจ่ายพนักงาน แต่ก็มีไม่มาก ไม่ถึงเรา (ทนหนาวต่อ) ผ่านเวลาที่คาดการณ์ไว้ ไม่มีการไหวเกิดขึ้น แต่เพื่อความไม่ประมาท จนท. ขอให้ทุกคนรออยู่จนถึง 4 โมงเย็น

นักเรียน...ถามว่าครูจะเอาอย่างไร? เพราะคาดว่าบริษัทฯ คงมีคำสั่งให้ทุกคนกลับบ้านทันทีแน่นอน ข้อยจะอยู่หาพระแสงอะไร (นึกในใจนะคะ) เลยบอกนักเรียนว่า งั้น...ขอกลับบ้านดีกว่า นักเรียนก็บอกว่า...ท่ารถไฟจะหยุดวิ่งแน่นอน ตอบกลับไปว่า...ไม่เป็นไร คงพอหาหนทางได้ แต่ปัญหาคือสมบัติของฉันที่อยู่ในตึก จะไปเอาได้ไหม? ก็ไปขออนุญาตจนท. ขอเข้าไปเก็บของ (คนอื่น ๆ ที่มาประชุม ก็เข้าไปกันหมด)

มาถึงสถานีรถไฟ รถไฟหยุดวิ่ง (ตามคาด) แถมโทรศัพท์มือถือ เบอร์บ้าน เมล์มือถือ ก็ใช้ติดต่อลูกไม่ได้ ตอนนั้น...ใจมันจะขาดให้ได้ทีเดียวเชียวค่ะ

ถามนายสถานีว่า...อีกนานแค่ไหน รถไฟถึงจะเริ่มวิ่งได้ เค้าก็บอกว่า ไม่ใช่ภายใน 1 หรือ 2 ชั่วโมงแน่นอน ดีไม่ดี อาจเป็นทั้งคืนก็ได้ ทำไงดีละ? ((บ้านฉานห่างไปแค่สถานีเดียวเองเท่านั้นเอง)) เค้าก็บอกว่า...มีทางเดียวคือต้องนั่งรถเมล์ แต่คงต้องต่อหลายทอด เหลียวไปมองที่จุดจอดแท๊กซี่ คนก็เข้าคิวยาวววว รถแท๊กซี่สักคันก็ไม่มี

เอาหวะ...เป็นไงเป็นกัน ขอให้กลับบ้านได้ก็แล้วกัน ไปยืนรอรถเมล์ คิวก็ยาววววว ไปลงที่สถานีหนึ่งก่อน แล้วก็ไปต่อรถเมล์อีกสาย (สายนี้...ก็ไม่ผ่านบ้านหรอกค่ะ แต่เห็นว่ามันค่อนข้างใกล้เคียง) ผู้คนมากมาย รถเมล์แน่นอัดเป็นปลากระป๋อง สมบัติก็เยอะ ยืนจนขาแข็ง รถพาย้วยไปย้วยมา พอได้ยินเสียงประกาศ ป้ายถัดไปจะเป็นที่ไหน + ถนนที่เริ่มชินตา...ว่ามันน่าจะอยู่ไม่ไกลจากบ้าน ก็กดกริ่ง โดดลงทันที ใช้มอเตอร์ขา (เดิน) ต่ออีกเกือบ 2 กิโล กลับมาถึงบ้านแบบระโหยโรยแรงมาก ๆ ในตอน 6 โมง ๆ

พอไขกุญแจเข้าบ้าน...ช๊อคต่ออีก ไม่มีแสงไฟ แถมลูกไม่อยู่ด้วย โทรศัพท์ก็ใช้ไม่ได้ โอ๊ยยยย...ทำไงดี ระหว่างที่กำลังคว้าง ว่าจะไปตามหาลูกได้ที่ไหนเนี่ย? พวกกลับเข้ามาบ้านพอดี ถามแบบเสียงขุ่น (เพราะห่วง) ว่าไปไหนมา? เค้าบอกว่า ไม่เห็นแม่โทรมาสักที ก็เลยกะจะไปรอแม่ที่สถานีรถไฟ รออยู่นานมาก แถมรถไฟก็ไม่วิ่ง ไม่เห็นแม่มาสักทีเลยกลับบ้าน ตอนนั้น...ให้อยากตีจริง ๆ (แค่ความรู้สึกนะคะ เพราะไม่ได้ตีเค้ามานานแล้ว อีกอย่างขืนไปตี พวกคงสวน เพราะเค้าสูงกว่าแม่แล้ว 5555) เพราะโกรธ+ห่วงมาก ๆ เลยค่ะ เลยบอกเค้าไปว่า...แม่เคยบอกไว้แล้วไม่ใช่หรือว่า ถ้าแม่ไม่ติดต่อมาก่อน ก็ต้องรอที่บ้าน ทำไมถึงยังฝืนไป (เสี่ยง) อีก เค้าก็ขอโทษ แล้วก็บอกว่า ห่วงพ่อว่าจะไม่มีของใช้

ถือว่าสำหรับตัวเอง ค่อนข้างโชคดีหน่อย (ถึงจะใช้เวลาในการเดินทางกลับบ้านร่วม 2 ชั่วโมง) ตรงที่ไปสอนห่างจากบ้านแค่ 1 สถานีเท่านั้น ถ้าต้องไปสอนที่รร. ที่ชิบุยะ โตเกียว ละก้อ คงไม่มีปัญญากลับบ้านแน่ ๆ ได้คุยกับพนักงานที่รร. เค้าก็บอกกันว่า...เดินกลับบ้านกัน ใช้เวลา 3-4 ชั่วโมง บางคนกลับไม่ได้ ก็นอนในออฟฟิศ

สภาพบ้านเรียบร้อย เหมือนไม่ได้เกิดอะไรขึ้น เพราะลูกชายเค้าช่วยจัดเก็บให้ เค้าบอกว่า...ไม่มีของแตกหักเสียหาย ลูกคน ลูกหมา ปลอดภัยกันดี เค้าถามว่า...จะเอากระเป๋าไปให้พ่อไหม? ตัดสินใจบอกลูกว่า คงไม่ไป เพราะไม่มีรถไฟ รถแท๊กซี่ แล้วถ้าไปแล้ว จะได้กลับหรือเปล่าก็ไม่รู้ อีกอย่างคือ...ตัวเราเองนั้น หมดแรงจริง ๆ คิดว่า...สามีอยูที่รพ. น่าจะปลอดภัยกว่าเราแน่นอน

เครือข่ายโทรศัพท์ล่ม....กว่าโทรศัพท์ภายในประเทศจะใช้ได้ ก็ทุ่มกว่า ๆ พยายามโทรไปรพ. ที่สามีอยู่ ก็สายแน่นขนัด กว่าจะติดต่อเค้าได้ ก็เกือบ 2 ทุ่ม บอกเค้าว่า...เรื่องเสื้อผ้า + ของใช้ คุณยืมของรพ.ใช้ หรือซื้อหาไปก่อนก็แล้วกัน เพราะฉานหมดปัญญาที่จะเอาไปให้แระ

พอถามเรื่องที่หมอล๊อคตัว...ว่าป่วยเป็นอะไร เค้าก็งุบ ๆ งิบ ๆ บอกว่าพรุ่งนี้มารพ. แล้วค่อยคุยกันดีกว่า

พอโทรศัพท์เริ่มใช้ได้ ก็พยายามโทรไปหาญาติที่เมืองไทย....โทรศัพท์โทรออกนอกประเทศก็ยังใช้ไม่ได้ ดีที่เนทใช้ได้ แต่ทั้งน้องสาว และหลานชายทั้ง 2 หนุ่ม หรือเพื่อนสนิท ก็ไม่มีใครออนเลย จนกระทั้ง 2 ทุ่มเศษ ๆ พี่สาวที่เมืองไทยโทรมาหาได้ เค้าก็บอกว่า กดโทรศัพท์จนมือจะหงิกเหมือนกัน เล่นเอาเค้าช๊อค กลัวน้อง+หลานเป็นอะไรไปเสียแล้ว ได้คุยกัน บอกว่า เราปลอดภัยดี

ถึงบ้านปุ๊ปก็เปิดทีวี ฟังข่าว...ก็เริ่มกังวลแล้ว เพราะข่าวบอกว่า อาจจะมีเกิดขึ้นอีก แถมมีการตั้งชื่อ โห...ถ้าถึงขั้นจะตั้งชื่อกันเนี่ย ถือว่าเป็นเรื่องที่ ไม่ธรรมดา แล้วค่ะ เริ่มเป็นห่วงคนแถบเซนได ในจังหวัดมิยางิ (หมายเลข 6) เพราะข่าวแจ้งว่ามีเพลิงไหม้ ต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีข่าวเรื่องอาคารพังลงมา แล้วที่สงสารก็คือ อุณหภูมิทางโน้น ติดลบ ไม่สามารถเปิดฮีตเตอร์ หรือจุดไฟ จุดเทียน เพื่อคลายความหนาวได้ เพราะอาจเกิดอันตรายขึ้นได้ง่าย

ที่น่ากลัวก็คือ... ศูนย์กลางของแผ่นดินไหว มันเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เหมือนค่อย ๆ ขยับไปทีละแผ่น แรงที่สุดก็แถวเคเซนนุมะ (ใกล้เซนได) ที่เจอสึนามิกวาดรถไปเรียบร้อย ตามมาด้วยศูนย์กลางที่อิบารากิ (หมายเลข 9) ถึงจะเบากว่าเล็กน้อย แถวฟุคุชิม่า (หมายเลข 7) ก็เริ่มน่าเป็นห่วงเช่นกัน

อิวาเตะ (หมายเลข 4 ) กับ มิยางิ (หมายเลข 6) ยังไม่มีรายงานคืบหน้า แต่ก็ยังไม่มีข่าวอาคารพังลงมา ส่วนที่ชิมาเนะ (หมายเลข 33) ซึ่งอยู่คนละฝั่ง คาดว่า.... น่าจะไม่มีผลกระทบในเรื่องนี้

นำรูปแผนที่ประเทศญี่ปุ่น มาแปะเพื่อจะได้เห็นกันง่าย ๆ ว่าจังหวัดไหน อยู่จุดไหน ที่เกิดเหตุ




ขนาดจังหวัดที่อยู่ (ไซตะมะ หมายเลข 5) ใกล้ ๆ โตเกียว (หมายเลข 11) ความสั่นสะเทือน (Shindo - 震度) ระดับ 5 ซึ่งถือว่าแรงสุดเท่าที่เคยเจอมา ตั้งแต่อยู่มาเข้าปีที่ 15 แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้น ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่น ๆ มีแค่ข้าวของตกกระจาย ระบบสัญญาณไฟเขียวไฟแดงเสีย ทำให้การจราจร วุ่นวายติดขัด รถติดระนาวเท่านั้น

ที่ประเทศญี่ปุ่น เค้าจะแจ้งค่าความสั่นสะเทือนไหวของแผ่นดินว่า ชินโด้ (Shindo - 震度) ลูกศิษย์ที่เรียนภาษาไทย ที่เค้าเป็นวิศวกร เคยบอกเอาไว้ว่า...คำนี้ มันต่างจากคำว่า ริกเตอร์ (Richter) หรือ แมดนิจูด (Magnitude) นิดหน่อย ซึ่งทั้ง 2 คำนี้ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะไม่ชินกันเลยค่ะ

ยิ่งดูข่าว ฟังข่าว ก็เริ่มใจเสีย + กลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ยอดคนเสียชีวิต สูญหาย ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แทบไม่ได้นอนทีเดียว สองคนแม่ลูก กินข้าวเย็น อาบน้ำเสร็จ ก็เตรียมพร้อม ใส่ชุดพร้อมออกจากบ้าน (ถุงเท้าพร้อม) กระเป๋ายังชีพ ของมีค่า ของสำคัญทุกอย่างจัดเตรียมวางไว้ข้างตัว พร้อมเผ่นหนีได้ทุกเมื่อ เพราะมันยังมีไหวต่อเนื่องเป็นระยะ ๆ ลูกชายหอบข้าวของมานอนกับแม่เลย ลูกหลับได้ แต่เราหลับ ๆ ตื่น ๆ ด้วยความกลัวว่า ถ้าเกิดเหตุแล้วไม่รู้ตัว คงไม่ได้ตื่นขึ้นมาแน่นอน

** รวบรวมที่เขียนโพสไว้ในเฟส และบ้านแม่เจเจ ไว้มีเวลาค่อยมาทบทวน เพิ่มเติม แก้ไขอีกครั้งนะคะ **

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม

ตื่นขึ้นมาตอนเช้า...เย้ๆๆๆๆ เราและลูกยังรอดปลอดภัย มีชีวิตอยู่ เมื่อคืนก็คิดว่าคงจะนอนไม่หลับแน่นอน แต่ที่ไหนได้ หลังจากตี 2 ไปแล้ว น๊อคสนิท ชนิดไม่ฝันเลยละคร้า

aftershock ต่อเนื่องมีมาเป็นระยะ ๆ มาตั้งแต่คืนวาน แต่ไม่แรง และไม่นาน ยังดีที่จ.ไซตะมะ ไม่ได้ติดทะเล ผลกระทบเลยไม่มากเท่าไหร่ เขตที่อยู่ น้ำ ไฟ แก๊ส ใช้ได้เป็นปกติมาตลอด

เปิดทีวีดูข่าว ก็ให้หดหู่ สลดใจ ยอดจำนวนคนเสียชีวิต สูญหาย เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เช็ครถไฟสาย JR เริ่มเปิดวิ่งบ้างแล้ว จะได้ไปรพ. ดูอาการคุณสามีเสียที

ออกจากบ้าน 10 โมงกว่า ๆ 2 คนแม่+ลูก กว่าจะฝ่าฝูงชน ที่แย่งกันขึ้นรถไฟ อัดแน่นเป็นปลากระป๋อง ถึงรพ. ก็สะบักสะบอมพอควร ไปถึงรพ. เที่ยงเศษ ๆ ทั้ง ๆ ที่ โดยปกติใช้เวลาไม่เกิน 40 นาที เพราะรถไฟจะวิ่งแบบหวานเย็น จอดรอทุกสถานี เพื่อเช็คความปลอดภัย

ไปถึงรพ. คุณสามี ไม่ได้อยู่ในห้องพักคนไข้ พยาบาลบอกว่า ตอนนี้ เค้ากำลังฟอกเลือดอยู่ เค้าก็พาไปดู ได้คุยกะเค้าแป๊ปเดียวเท่านั้น เพราะเป็นห้องรวม มีคนไข้หลายคนอยู่ในนั้นด้วย ถามว่า...ตกลงเป็นอะไร ถึงต้องฟอกเลือด เค้าบอกว่า...น้ำท่วมปอด หมอให้ฟอกเลือด เพื่อขจัดน้ำ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง ถามว่า...ไม่ใช่เป็นที่ "ไต" หรอกหรือ?? เค้าก็ยืนยันว่าเป็นที่ " ปอด " ถึงวันนี้...ก็ยังไม่รู้เหตุจริง ๆ เพราะหมอยังไม่ได้คุยกับหมอเจ้าของไข้

จัดข้าวของ พร้อมกับไปซื้อของที่เค้าอยากได้ให้เสร็จ...ก็กลับ เพราะอยู่ไปก็ทำอะไรไม่ได้ เค้าต้องนอนฟอกเลือดอีกหลายชั่วโมง เค้าบอกว่า ให้เอารถ พาลูกกลับบ้านก่อนดีกว่า พรุ่งนี้...ถ้าว่างค่อยมาใหม่

กลับมาถึงบ้าน...เจอเมล์ (คอม+มือถือ) ลูกโซ่เพียบ แจ้งข่าวให้ระวังเรื่องสารปนเปื้อนที่มาจากโรงงานน้ำมันที่ระเบิดที่จังหวัดชิบะ (ห่างจากบ้านเกือบ 100 กิโล) ถ้าฝนตก ก็ให้ใช้ร่ม หรือเสื้อฝน เพื่อป้องกันทางผิวหนัง

ส่วนโรงงานนิวเคลียร์ที่จังหวัดฟุคุชิม่า...ห่างจากบ้าน 600 กว่ากิโล คาดว่า มันคงมาไม่ถึงที่นี่แน่นอน

พวกเมล์ลูกโซ่....ตอนหลัง ก็มีเมล์มาแจ้งว่าไม่ต้องไปเชื่อ แต่เพื่อความไม่ประมาท เชื่อไว้หน่อยก็ดีเนอะ


วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม

ตื่นเช้าขึ้นมาแบบโหวง ๆ ...เพราะหลับไม่เต็มที่ บ้านมีไหวต่อเป็นระยะ ๆ จัดการอาหารเช้ากันเสร็จ 2 คนแม่-ลูก ก็เตรียมตัว+ของไปรพ.

เวลายังเช้าอยู่ก่อนที่จะเข้าเยี่ยมได้ เลยแวะไปซื้อของที่จัสโก้ ไปถึงตอนสิบโมงนิดหน่อยเท่านั้น แต่...คนมาจากไหนกันเนี่ย? จับจ่ายข้าวของ เมื่อเตรียมงานฉลองกันทีเดียว

ตั้งใจไปซื้อไฟฉาย , เทียนไข แล้วก็พวกคัพนู๊ดเดิ้ล , บะหมี่สำเร็จรูป ของพวกนี้...ที่บ้านไม่เคยตุน เพราะไม่อยากให้ลูกทาน แต่อาทิตย์นี้ ตามตารางต้องไปทำงานทุกวัน ก็เป็นห่วงว่าลูกจะไม่มีอะไรทาน ในกรณีที่เรากลับมาช้า หรืออาจจะกลับไม่ได้ ((กลัวเหตุการ์ณแบบวันศุกร์ เพราะอาทิตย์นี้ ต้องไปสอนในโตเกียว)) อย่างน้อย ๆ เค้าจะได้มีอะไรทานรองท้องก่อน

โห....บะหมี่สำเร็จรูป ไม่มีหลงเหลือสักอันเลยค่ะ แต่ไปซื้อได้ที่ร้านเล็ก ๆ ในรพ. ได้มา 3 ถ้วย ซึ่งราคาก็แพงกว่าข้างนอก

ไข่ไก่...แพ็ค 10 ลูก ก็หมดเกลี้ยง เหลือแต่แพ็ค 6 ลูก ที่เป็นไข่อย่างดี ราคาแพง เหลืออีกไม่กี่แพ็ค ก็คว้าเอาไว้ก่อน

พวกกระดาษทิชชู่ , กระดาษชำระ , อาหารแช่แข็ง , ข้าวสาร และของจำเป็นทั้งหลาย เกลี้ยงทุกชนิด ไม่มีเหลือ แต่เราไม่ห่วง เพราะพวกนี้ ที่บ้านมีสต๊อคอยู่เยอะ รวมทั้งของแช่แข็ง 2 แม่-ลูกไม่อดตายแน่นอน อยู่ได้เป็นเดือน ขอให้มี น้ำ แก๊ส และไฟฟ้าเถอะ

ไฟฉาย และ เทียนไข....หาซื้อไม่ได้เลย หลังจากนั้น ก็ไปตระเวณหาที่อื่น ก็ไม่มีเช่นกัน กลับมาบ้าน ลองค้นดู มีเทียนหอมอยู่ 5 อันเล็ก ๆ กะ เทียนเค้กวันเกิด ส่วนไฟฉาย...เคยมีอันเล็ก ๆ ที่น้องเคนเค้าไปเข้าค่าย แต่ไม่รู้พวกเอาไปเก็บที่ไหน ได้แต่ภาวนาขออย่าให้ไฟดับในตอนกลางคืนเลย เพราะคงไม่พอแน่ ๆ

กว่าจะได้จ่ายเงิน ก็รอคิวยาว เกือบครึ่งชั่วโมง ระหว่างทางไปรพ. รถติดมากกกก ก็ให้สงสัยว่าทำไม กลายเป็นว่า...คนรอคิวเข้าปั้ม เพื่อเติมน้ำมัน สำหรับรถตัวเอง ดีหน่อยตรงที่คุณสามี เค้าเติมเอาไว้เต็มถังแล้ว คงวิ่งได้ประมาณ 3-400 กิโล

คุยกับน้อง ๆ ที่รู้จัก เค้าก็บอกว่า ปั้มต่าง ๆ น้ำมันขายหมดเกลี้ยง บางปั้ม เติมให้แค่ 10 ลิตรเท่านั้น ช่วงนี้...ถ้าไม่จำเป็น คงไม่ใช้รถ เพื่อประหยัดน้ำมันเอาไว้คราวจำเป็นดีกว่า

ไปถึงรพ. ก่อนเที่ยง สามีบ่นอุบ ว่าอาหารรพ. ไม่อร่อย ทำไงได้เนอะ คนป่วย ก็ต้องกินแบบนี้แระ ทนเอาหน่อย ก่อนที่เค้าจะทานอาหารกลางวัน พยาบาลเจาะเลือดตรวจเบาหวาน 180 ก็ต้องฉีดยาก่อนทานอาหาร น้ำดื่ม ถูกจำกัดให้ดื่มได้วันละไม่เกิน 700 ซีซี เค้าบอกว่า วันจันทร์ จะต้องทำการฟอกเลือดอีกครั้ง ก็อยู่ประมาณชั่วโมงเศษ ๆ เพราะยืนขาแข็งไม่ไหวแระ มีเก้าอี้ ให้ญาติแค่ตัวเดียว ผลัดกันนั่งกับลูก อีกอย่างก็คือ เป็นห้องรวม 4 เตียง (ญี่ปุ่น ห้องพิเศษ ที่จะให้ญาติไปนอนเฝ้าไข้ได้นั้น มีน้อยมาก) เกรงใจเตียงข้าง ๆ ถ้าเราคุยเสียงดัง เค้าจะไม่ได้พักผ่อน ก็ขอกลับบ้าน แล้วบอกเค้าว่า...คงไม่ได้ไปเยี่ยมอีก เพราะเราต้องไปทำงานทั้งวัน คงจะไปอีกทีก็วันพุธในช่วงเช้า ก่อนไปทำงานตอนบ่าย

คิดว่า....คงไม่มีอะไรอีกแล้ว ที่ไหนได้ ประมาณ 4 ทุ่มเศษ ๆ การไฟฟ้าประกาศทางทีวี ว่าจะทำการตัดไฟ เพื่อประหยัดพลังงาน โดยจะจัดแบ่งกลุ่มเวลา (ครั้งละ 3 ชั่วโมง) และเขตที่อยู่ และคงจะต้องทำอย่างนี้ นานไปจนถึงต้นเดือนหน้า

เอาละซิ...สิ่งที่กังวล ได้เกิดขึ้นจริง ๆ แล้ว ถ้าไฟฟ้าดับ น้ำก็จะไม่มี เพราะที่แมนชั่นต้องปั้มน้ำ ขึ้นไปเก็บบนแท๊งค์ และถ้าโดนดับ ในช่วงเวลากลางคืน เทียนที่มีคงไม่พอแน่นอน โอ๊ยๆๆๆๆ กลุ้ม เครียดตามมาเชียว รีบเช็คที่เวปของการไฟฟ้า

ลิงค์นี้....เป็นตารางช่วงเวลาดับไฟ ของวันจันทร์ที่ 14 มีนาคม เขตที่อยู่นั้น โดนในกลุ่มที่ 4 คือเวลา 13.50 – 17.30 น.

http://blog.goo.ne.jp/stardustkid0627/e/75455116677e8325352e2593c28ce198

กว่าจะได้นอนก็เลยเที่ยงคืน เพราะเตรียมการรับมือหลาย ๆ เรื่อง


วันจันทร์ที่ 14 มีนาคม

รีบตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้า ...วันนี้ ต้องไปทำงานทั้งวัน กว่าจะกลับถึงบ้านคงทุ่มกว่า ๆ ทำข้าวปั้น , ผัดข้าว เตรียมไว้ให้น้องเคน พร้อมกับรองน้ำดื่ม น้ำใช้ ตุนเอาไว้ก่อน เพราะกำหนดจะโดนดับไฟช่วง 13.50 – 17.30 น.

ข่าวทีวี...บอกว่า รถไฟหลายสาย หยุดวิ่ง โดยปกติตัวเองจะไม่ค่อยชอบเปิดทีวีทิ้งไว้ แต่ตั้งแต่เกิดเหตุมาเมื่อวันศุกร์ ตื่นปุ๊ป ต้องเปิดทีวีปั๊ป เพื่อจะได้ทราบข่าว

รีบเช็คเนททันที.....รถไฟสายที่ผ่านที่บ้าน 2 สาย หยุดวิ่งถึง 9 โมงเช้า รีบติดต่อทางรร. ตอน 8 โมงกว่า ๆ เค้าก็บอกว่า...ให้สแตนบายรอที่บ้านก่อน แล้วเค้าจะรีบติดต่อนักเรียน ถ้านักเรียนมาได้ ก็คงต้องไป ถึงจะเลทกว่าเวลาก็ให้ไป ใจตัวเองนั้น...ไม่อยากไปเล๊ย เพราะถ้าไป แล้วเกิดกลับไม่ได้ จะทำอย่างไร

เห้อ....โดนคำสั่งแบบนี้ จะไปไหนก็ไปไม่ได้ รอแล้วรออีก ก็ไม่มีโทรศัพท์เข้ามาบอก โทรไปรร. ก็สายมีปัญหาอีก กว่าจะรู้ผลว่า....รถไฟสายที่นักเรียนใช้ ไม่วิ่งเหมือนกัน ก็เกือบ 4 โมงเย็นไปแล้ว เป็นอันว่า...คลาสวันนี้ยกเลิกโดยปริยาย

แล้วพรุ่งนี้ละ จะเอาอย่างไร? 5 โมงเย็น ทางรร. มีเมล์มาบอกว่า ให้เช็ครถไฟในตอนเช้าอีกครั้ง ถ้ามีรถไฟ (ทั้งนักเรียนและครู) ก็มีการสอน ลุ้นต่ออีกแระ

ประมาณ 11 โมง....แผ่นดินไหวสั่นแรงสะเทือนอีกแระ ข่าวทีวี บอกว่า...ระดับความแรงของแถวบ้านแค่ 3 แต่ทำไมมันถึงรู้สึกว่าแรงกว่าระดับนี้นะ จากที่ผ่านมา...ยังไม่มีผลกับร่างกาย เพิ่งจะมีก็ครั้งนี้แระค่ะ (ท่าจะสะสมมา) เริ่มมีอาการมึน ปวดหัว อยากอาเจียน เหมือนคนเมารถ เมาเรือ ส่วนน้องเคน อาการแบบเดียวกัน เกิดในตอนค่ำ ๆ พอทานข้าวเย็น ก็ให้เค้าทานยา แล้วก็รีบให้เข้านอนทันที สงสารลูกจัง

ประมาณ 11.30 น. ทีวีก็ออกข่าว .....มีการระเบิดในทะเล ของโรงงานที่ 1-3 ใน Fukushima ซึ่งโรงงานนี้ น่ากลัวกว่าโรงงาน 1-1 ที่ระเบิดไปในวันที่ 12 มีนาคม เวปนี้...เขียนรายละเอียดได้ดี และใกล้เคียงที่สุดค่ะ

http://jusci.net/node/1645

หรือที่คุณฮานะ ได้โพสเอาไว้ที่ลิงค์นี้

http://www.pantip.com/cafe/wahkor/topic/X10338746/X10338746.html

เพิ่มเติมจากข่าวช่อง tbs. ณ เวลา 23:56 น. (ว่างมาก ไม่ต้องหลับไม่ต้องนอน 55555)

เตาหมายเลข 2 ....แท่งเชื้อเพลิงโผล่ออกมาพ้นน้ำหล่อเย็น
มีการเติมน้ำทะเลลงไปจนระดับน้ำหล่อเย็นอยู่ในระดับปกติแล้ว แต่ตอน 5ทุ่มเศษ ๆ พบว่าระดับน้ำหล่อเย็นลดลงไปอีก ทำให้ไม่สามารถวัดค่าระดับน้ำได้

ก่อนหน้านี้ได้มีการแนะให้ลดระดับความดันในเตาปฏิกรณ์ ด้วยการใช้วิธีปล่อยไอน้ำในเตาออก แต่ไม่มีการเปิดวาล์ว เลยทำให้ไม่สามารถไล่ไอน้ำในเตาออกได้ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่ง ระหว่างนี้....กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาหาวิธีการลดแรงดันในเตาอยู่

* สู้อุตส่าห์เตรียมการรับมือพร้อมสำหรับการตัดไฟไว้....ผลสุดท้าย แห้ว ไม่มีการดับไฟ และในอีกหลาย ๆ เขตและเวลา ตามที่น้อง ๆ เค้าโพสไว้ในเฟส ดีหรือไม่ดี ก็พูดไม่ถูกเหมือนกันค่ะ

วันอังคารที่ 15 มีนาคม

ตื่นขึ้นมาปุ๊ป ...ยังไม่ต้องทำอะไร เปิดเนท เช็ครถไฟก่อนเป็นอันดับแรก รถไฟสายที่ผ่านที่บ้าน วันนี้...โอเค วิ่งตามปกติ แต่อาจจะเลทบ้าง เช็ครถไฟสายที่ลูกศิษย์ต้องใช้ มันไม่วิ่งในตอนเช้า แต่จะเริ่มวิ่งตอน 11 โมง ถึง 4 โมงเย็น

กันเหนียว....ก็เตรียมทำอาหารไว้ให้น้องเคนก่อน รอเวลาที่รร. เปิดทำการ โทรไปเช็คเพื่อความชัวร์ก่อนออกจากบ้าน ผลสุดท้าย...ลูกศิษย์ขอไม่มา เราเลยสบาย ไม่ต้องไป

วันนี้...ตารางเวลาตัดไฟเปลี่ยนอีกแระ (มันจะเปลี่ยนทุกวันไหมเนี่ย) ของที่บ้านโดนตอน 18.20 - 22.00 น. คงต้องรีบอาบน้ำ (ระบบน้ำร้อนที่บ้านใช้ไฟฟ้า) แล้วก็รีบนอนในช่วงนั้นดีกว่า เพื่อประหยัดเทียน น้องสาว...บอกว่าจะรีบส่งไฟฉาย + ยาแก้เมารถ เมาเรือ มาให้ แต่ก็ห่วงว่า มันจะมาถึงเมื่อไหร่ เพราะตอนนี้ ระบบขนส่งภายในญี่ปุ่น คาดหวังอะไรไม่ได้เลย

ข่าวทีวี...ประกาศว่า น้ำมัน (รถ) ไม่มีเหลือในสต๊อคแล้ว แต่วันนี้...เริ่มดีขึ้น เพราะทีวี เริ่มมีรายการอื่น ๆ โฆษณาให้ดูแล้ว ไม่งั้น....ที่ผ่านมา เห็นแต่ข่าวหดหู่ทุกวัน

บ่ายนี้....ไหน ๆ ก็หยุดงาน เลยพาลูกคน ลูกหมา (แต่น้องหมาให้รอในรถ) แวะไปเยี่ยมสามีที่รพ. สภาพโดยรวมก็โอเค ซูบซีดไปพอควร บ่นว่าเบื่อ เพราะนอนอย่างเดียว กับ เพลีย จากการฟอกเลือด ดึงน้ำออก จากการฟอก 2 ครั้ง น้ำหนักลดลงไป 7 กิโล แต่เค้าบอกว่าพรุ่งนี้ หมอจะให้ทำอีก เห้อ...วันเว้นวันทีเดียว ก็เล่าเหตุการ์ณต่าง ๆ ที่เราเจอให้เค้าฟัง บอกว่าที่บ้านไม่มีไฟฉาย กับ เทียนไข เค้าก็บอกว่า ไปซื้อดิ หารู้ไม่ว่า...เราตะเวณหามาเป็น 10 แห่งแล้ว ตอนนี้...ก็ได้แต่รอที่น้องสาวส่งมาให้ น้องเมล์มาบอกว่าส่งมาให้แล้วเมื่อเช้านี้ ถ้าไม่มีอะไร ภายใน 3-4 วัน คงได้รับ ขอให้ระบบการขนส่งทำงานด้วยเถอะ เพี้ยง ๆๆๆ

จากเหตุ...โรงไฟฟ้าที่ฟุกุชิม่า ระเบิดเมื่อวานนี้ วัดระดับรังสีที่หน้าประตูโรงงานได้ 8,000 micro sievert ซึ่งเป็น 8เ ท่าของระดับที่คนปกติจะได้รับใน 1 ปี แต่ตัวเลขนี้ ภายใน 1 ชม. เท่านั้น

จากประกาศเดิมที่ให้มีการอพยพ ห่างจากรัศมีนั้น (เดิม 20 ตร.กม.) ขยายขึ้นเป็น 30 ตร.กม. และให้อยู่ในอาคารบ้านเรือน ถ้าอยู่ที่ทำงานก็ไม่ต้องกลับบ้าน

ดูจากสถานการณ์แล้ว ดูมันจะเลวร้ายขึ้นเรื่อย ๆ บริเวณที่ประกาศเตือนภัยก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เริ่มกังวลเหมือนกันว่าจะ "สามารถควบคุมได้" หรือไม่

มีคำสั่งให้ทุกเขตที่อยู่ใกล้เคียงทำการวัดค่ากัมมันตรังสี

* จังหวัดไซตะมะ อำเภอไซตะมะ (ที่เต่าอยู่) ตอนเวลา 11 โมงเช้า วัดได้ 1.2 micro sievert ซึ่งสูงกว่าปกติ 40 เท่า

* โตเกียว เขตชินจุกุ ตอนเวลา 10 โมงเช้า วัดได้ 0.8 micro sievert สูงกว่าปกติ 20 เท่า

* จังหวัดอิบารางิ อำเภออิบารางิ (บ้านเกิดคุณสามี และเป็นจังหวัดที่ติดกับฟุคุชิม่า) ตอนเวลา 5.50 น. วัดได้ 5.5 micro sievert สูงกว่าปกติ 110 เท่า

สำหรับเขตแถวบ้าน และ โตเกียวนั้น เค้าบอกว่า...ค่ายังไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่ก็เริ่มกลัวแล้วค่ะ

ตอนนี้...ก็พยายามแต่ระวังตามแนวทางที่เค้าประกาศแจ้งมา แต่บางอย่างก็ไม่สามารถจะทำได้ ก็ทำเท่าที่จะทำได้ ซึ่งมีดังนี้

- ถ้าอยู่ในอาคาร ให้ปิดแอร์ และพัดลมระบายอากาศ
- เมื่อต้องออกไปข้างนอก ใส่เสื้อผ้าที่มิดชิด ปกปิดผิวหนัง ใส่หน้ากาก ใช้ผ้าเปียกบิดแห้ง พันรอบปาก จมูก ลำคอ
- เมื่อกลับถึงบ้านให้เปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำชำระร่างกายทันที แยกเสื้อที่ใส่แล้ว ใส่ถุงมัดให้แน่น ถ้ายังไม่สามารถจะซักได้ทันที
-อาหารทีวางนอกบ้าน แล้วถูกลม ไม่ควรกิน

เพิ่มเติมจากที่เค้าประกาศ ก็คือ

- ไม่ตากผ้า ที่นอน ให้โดนลมนอกบ้านเลยค่ะ

อ๊าว...มาดูเวลา ไชโย วันนี้...ไม่โดนดับไฟตามตารางอีกแระ แต่ไม่ใช่ว่าจะใช้แบบสุรุ่ยสุร่ายนะคะ ประหยัดเท่าที่จะทำได้เช่นกัน

วันพุธที่ 16 มีนาคม

เมื่อคืนตอนสี่ทุ่มเศษ ๆ ก็มีให้ระทึกใจเรื่องแผ่นดินไหวอีกแระ (เห้อ...อาฟเตอร์ช๊อค เข้าวันที่ 4 แล้วน้า) รู้สึกว่าแรงพอควร แต่ข่าวทีวี บอกว่า จังหวัดไซตะมะ (ที่อยู่) แค่ระดับ 3 แต่ที่หนักที่สุดคือ จังหวัดชิสุโอกะ ระดับ 6 ส่วนจังหวัดอื่น ๆ ใกล้เคียง ก็ ระดับ 4 , 5

ตามข่าว...เค้าบอกว่า ให้เตรียมตัวให้พร้อม ก็เลยไม่ต้องนอนกัน รอจนถึงตีหนึ่งกว่า ๆ เห็นว่าไม่มีอะไรแน่นอน ก็เลยได้เข้านอนตามปกติ

วันนี้...ไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า เพราะมีตารางสอนใกล้ ๆ บ้าน ตอนบ่าย 2 ก็กะว่าจะออกจากบ้านเร็วกว่าปกติหน่อย เพราะรถไฟวิ่งน้อยขบวน จะได้ไปทันเวลา

นักเรียนเมล์มาบอกตอน 9 โมงกว่า ๆ ว่า....เนื่องจากรถไฟมีวิ่งน้อย แล้วจำกัดเวลาวิ่ง บริษัทฯ มีคำสั่งให้ทำงานแค่ครึ่งวันเช้าเท่านั้น แล้วให้ทุกคนแยกย้ายกลับบ้านได้ ก็เลยได้สบายอีกวัน ที่ไม่ต้องไปทำงาน ^o^

แต่พรุ่งนี้ มะรืนนี้....คงได้ไปทำงานตามปกติเสียที เพราะทางรร. เพิ่งเมล์มาบอกว่า คลาสของเรา ซึ่งตามตารางนั้น เป็นวันที่เราติดสอนคลาสอื่น เลยต้องให้ครูคนอื่นมาช่วยสอนแทนนั้น ได้เริ่มในวันนี้เป็นวันแรก ((หลังจากที่ลุ้นมา 2 วัน))

แถมบอกมาอีกว่า....ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร ไม่มีของขายเลย ควรเตรียมอาหารกลางวัน+น้ำดื่ม พกติดมาด้วยเป็นดีที่สุด

เช็คค่าวัดกัมมันตรังสี ในจังหวัดที่อยู่ ก็ให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย ท่าจะเป็นเพราะกระแสลมเนอะ ลิงค์นี้ค่ะ

http://www.pref.saitama.lg.jp/page/housyasenryou.html

ประมาณเที่ยงเศษ ๆ....แผ่นดินไหวอีกแระ แค่พอสะดุ้งนิด ๆ หน่อย

ไว้มีเวลาจะแวะเข้ามาอัพเดทใหม่นะคะ...วันนี้ ขอไปเตรียมตัว เข้านอนเร็วหน่อย เพราะเริ่มมึนตึ๊บอีกแล้ว พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ก็ต้องตื่นแต่เช้า เพื่อไปทำงาน ไหนจะเตรียมอาหารไว้ให้ลูก แล้วใส่กล่องพกติดไปสำหรับตัวเองอีก ^o^






 

Create Date : 16 มีนาคม 2554
11 comments
Last Update : 20 มีนาคม 2554 4:24:03 น.
Counter : 5220 Pageviews.

 

โอ้ยยย ฟังแล้วรู้สึกตื่นเต้นแล้วก็เสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆค่ะ ส่วนตัีวฟ้าเพิ่งกลับมาจากไปเทีี่ยวญี่ปุ่น ชอบที่นี่มาก แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้างคะ มีเรื่องรังสีรึเปล่า ขอให้ปลอดภัยนะคะ

 

โดย: fahseefah 16 มีนาคม 2554 15:35:36 น.  

 

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 16 มีนาคม 2554 15:59:49 น.  

 

ขอให้ผ่านอุปสรรคไปได้นะคะพี่เต่าญี่ปุ่น
ปลอดภัยทั้งครอบครัวค่ะ
เดือนพฤษภาคมเจอะกันนะคะพี่เต่า
คิดถึง ฝากจุ๊บๆไว้ในบล๊อคด้วยค่ะ

 

โดย: ป้าซิ่ง (Naomichan ) 16 มีนาคม 2554 16:53:04 น.  

 

แวะมาเยี่ยมสาวไทยในญี่ปุ่นด้วยคนค่ะ

พระคุ้มครองนะคะ

 

โดย: กิน ๆ เที่ยว ๆ 16 มีนาคม 2554 17:12:53 น.  

 

ขอเป็นกำลังใจให้พร้อมรับสถานการณ์ค่ะ

 

โดย: Pa_aeng IP: 115.87.37.152 16 มีนาคม 2554 20:40:07 น.  

 

เอาใจช่วยนะคะ มากๆเลย เอาใจช่วยจากใจเลย ขอให้ญี่ปุ่นผ่านวิกฤตไปได้

 

โดย: ซากุระบานในใจ 16 มีนาคม 2554 22:48:55 น.  

 

ขอให้..โชคดี-ปลอดภัย..
ทุกๆคน ..ครับ

 

โดย: คนไทย.. IP: 223.204.12.167 18 มีนาคม 2554 20:28:16 น.  

 

ขอเป็นกำใจให้คุณเต่าญีปุ่นและคนไทยทุกคนที่อยู่ในญีปุ่นรวมทั้งคนญีปุ่นทุกคนปลอยภัยและขอพรคุณพระปกป้องคุ้มครองด้วย

 

โดย: เด็กราชดำเนิน IP: 93.243.25.115 20 มีนาคม 2554 3:48:29 น.  

 

ขอบคุณ...ทุก ๆ ท่าน สำหรับความห่วงใย และกำลังใจที่ให้นะคะ

มาถึงวันนี้ได้...ก็ต้องกัดฟันสู้ ๆ ต่อไปแน่นอนค่ะ

 

โดย: เต่าญี่ปุ่น 20 มีนาคม 2554 4:04:12 น.  

 

ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ไม่ได้ให้อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ไว้ติดต่อ ส่วนตอนนี้ก็รู้สึกดีใจที่ปลอดภัยกัน(ใจจริงอยากให้คนญี่ปุ่นทุกคนปลอดภัยทั้งหมด) มีอะไรรบกวนได้นะครับยินดีจะช่วยเหลือครับ Tel: 0066-839052428 E-Mail:him62@hotmail.com สุดท้ายขอส่งกำลังใจให้คนญี่ปุ่นและคนไทยในญี่ปุ่นทุกคนให้กำลังใจที่ดีต่อสู้กับเหตุการณ์เลวร้ายครั้งนี้ไปอย่างราบรื่นและให้ทุกคนจงมีแต่ความสุขต่อจากนี้ตลอดไป สาธุ ๆๆๆๆ

 

โดย: yellowtiger 30 มีนาคม 2554 11:01:14 น.  

 

แวะมาอ่านจร้าว่างๆแวะไปเยี่ยมblogเราบ้างนะ bigeye

 

โดย: NSA (tewtor ) 13 เมษายน 2554 9:31:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


เต่าญี่ปุ่น
Location :
埼玉県 Japan

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 219 คน [?]




ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกท่านที่แวะเข้ามาเยี่ยมชมนะคะ จุดประสงค์หลักก็คือ... อยากเก็บประสพการณ์ต่าง ๆ ของชีวิตในต่างแดน (ญี่ปุ่น) ซึ่งได้อยู่มาเข้ารอบปีที่ 15 แล้ว เพื่อบันทึกความทรงจำ กันลืม เพราะแกร่แย้วววว ^o^ มีหลายเรื่องที่อยากเขียน....จนตัดใจเลือกไม่ถูกว่าจะเลือกเรื่องไหนเป็นหลัก......"รักพี่เสียดายน้อง" ไหน ๆ ก็ตัดใจเลือกไม่ได้ ก็เขียนมันเสียทุกเรื่องจะดีกว่าเนอะ.... บล๊อคนี้...ก็เลยกลายเป็น " บล๊อคจับฉ่าย " อย่างที่เพื่อน ๆ เห็นละนี้แระคร้า
Friends' blogs
[Add เต่าญี่ปุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.