เพราะความต้องการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุด เราจึงมาเพื่อ เติมเต็มฝันให้เขาเหล่านั้น "พัฒนาชุมชน"

ชายที่26
Location :
น่าน Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เพราะเราคือผู้นำสารจากผู้สร้าง มาถึงชนบทที่ห่างไกล
จงเรียกเราว่า "นักพัฒนาชุมชน"

หากชาวบ้านอยากกินปลา จง อย่านำปลาให้ชาวบ้าน
แต่ จงสอนวิธีการจับปลาให้เขาเหล่านั้นแทน



Group Blog
 
 
มิถุนายน 2550
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
 
4 มิถุนายน 2550
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ชายที่26's blog to your web]
Links
 

 

+++พระธาตุแช่แห้งพระธาตุประจำปีเถาะ จังหวัดน่าน+++

พระธาตุภูเพียงแช่แห้ง พระธาตุประจำปีเถาะ(กระต่าย)



....ก็ขอกล่าวคำทักทายเพื่อนๆชาว Bloggang ทุกท่าน หลังจากเจอเครื่องเครียดๆมามากแล้วใน Blog ของผม เพราะเน้นหนักไปทางวิชาการเป็นส่วนใหญ่ วันนี้ ก็พอพาเพื่อนๆไปเที่ยวหน่อยก็แล้วกัน พร้อมกับนำความรู้เล็กๆน้อยๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระธาตุแช่แห้งมาเรียนให้ท่านทราบ แบบ ไม่ยาวมากนัก ตามแบบฉบับของ Blog ที่นำเสนอทางวิชาการครับ มันก็ต้องมีนิดหน่อยหละหนะครับ อิอิอิ


พระธาตุแช่แห้ง, พระธาตุภูเพียงแช่แห้ง พระธาตุประจำปีเถาะ(กระต่าย)

.....อะนะ งั้นเรามาฟังประวัติแบบย่อๆคร่าวๆกันหน่อยละกันครับ ถ้าจะว่าประวัติกันจริงๆ ก็ไม่ไหวครับ นิ้วผม "หงิก" แน่ เอาพอเป็นกระสัยยาละกันโน๊ะ

วัดพระธาตุแช่แห้ง >.....วันพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่กิ่งอำเภอภูเพียง เป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ตั้งอยู่บนเนินทางทิศตะวันออกของฝั่งแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางเมืองน่านโบราณ สร้างสมัยพญาการเมืองเจ้าผู้ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ.1869-1902 เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระมหาชินธาตุเจ้า 7 พระองค์ พระพิมพ์เงินและพระพิมพ์ทอง ที่ได้รับจากพระราชทานจากพระมหาธรรมราชาลิไท องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ทรงระฆังสันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลจากพระธาตุเจดีย์หริภุญไชย โดยรอบพระเจดีย์บุด้วยทองจังโก ทางขึ้นสู่พระบรมธาตุเป็นตัวพญานาค หน้าบันเหนือประตูทางเข้าพระวิหารเป็นรูปปั้นลายนาคเกี้ยว ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมเมืองน่านล้านนา เชื่อกันว่าพระบรมธาตุแช่แห้ง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้เกิดปีเถาะ

อะว่ากันแล้ว
ก็พากันไปเที่ยวชมกันเลยครับ...


ภาพพระบรมธาตุแช่แห้งศิลปล้านนาเมืองน่าน มีกำแพงรอบ ตอนไปถ่ายคลึ้มฟ้าคลึ้มฝน (ใช้กล้องโทรศัพท์ถ่าย)



กำแพงล้อมพระธาตุด้านใน ข้างในร่มรื่น ตัวกำแพงเป็นศิลปช่างสกุลเมืองน่านแท้


เดินผ่านแนวกำแพงเหล่านี้ มันเหมือนกับเราเดินเข้าไปในยุคโบราณจริงๆ ทางวัดเค้าเปิดเพลงบรรเลง "ล้านนา" คลอเข้าไปอีก โห....เหมือนหลุดเข้ายุคโบราณ


ในแนวกำแพงแก้ว ก็มีศาลาวิหารของพระเจ้าทันใจอยู่ด้วย กล่าวกันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ขอพรสิ่งใดจะได้สิ่งนั้นทันใจเลยก็ว่าได้ มีอายุกว่า 600 ปี มาแล้ว

นี่ครับ พระเจ้าทันใจ 3 พระองค์ ไม่มีประวัติที่มาแน่ชัดนัก แต่เท่าที่ผู้เขียนพยายามค้นหาที่มานั้น กลับได้เรื่องราวที่ว่า "ทำไมจึงเรียกว่า พระทันใจ, พระเจ้าทันใจ" ขอกล่าวสั้นๆนะครับ การที่จะได้ชื่อว่า พระเจ้าทันใจนั้น ก็เพราะว่า เวลาสร้างนั้น ใช้เวลาสร้างให้เสร็จในช่วงเวลาข้ามคืนเท่านั้นเองครับ โดยแรงศรัทธาของมวลชน ที่มาร่วมกันสร้าง โดยไม่ได้มีการบังคับ การสร้างเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในศาสนาพุทธอย่างแท้จริง (ใช่หรือไม่ ฝากให้ท่านทั้งหลายกรุณาค้นคว้าต่อด้วยนะครับ)


นี่คือ พระวิหารหลวงที่มีอายุกว่า 600 ปีมาแล้ว ภายในมีพระประธานองค์ใหญ่มากๆ ในสมัยก่อน กว่า 10 ปี เคยมีโจรใจปาบ พยายามตัดเศียรขององค์พระท่านไปขาย แต่โจร ก็ไปไม่รอด จบจุดจบที่สยดสยองทุกราย เหตุการณ์พยายามขโมยสมบัติต่างๆภายในวัดมีมาตั้งแต่ สมัยโบราณ มีบันทึกกล่าวไว้ว่า มีบุตรของเจ้าเมืององค์หนึ่ง ได้ลักรอบลอกทองที่ปิดองค์พระธาตุไปขาย จนตนเองกลายเป็น "เปรตดิบ" ไป กล่าวคือ ยามหลับไม่รู้ตัว ร่างกายก็จะยืดยาวกลายเป็นเปรตจนข้าทาสบริวารพากันตกใจหนีหายไปหมด อีกราย เป็นชาวบ้านในบริเวณใกล้วัด เมียท้องแก่ใกล้คลอด และตนเองมีนิสัยเกเร กินเหล้าเมายา ได้ขโมยลอกทองไปขาย ผลกรรม เมื่อลูกคลอดออกมา จึงทำให้ลูกที่คลอดออกมาไม่มีผิวหนังหุ้มกาย เป็นที่อเนจอนาจแก่ผู้พบเห็นเป็นอันมาก ตนเอกก็ประสบชะตากรรมที่เลวร้ายไม่แพ้กับลูกของตนเองเช่นกัน (จะจริงเท็จประการใดก็ของให้ท่านค้นคว้าต่อกันเอาเองหละครับ เพราะเรื่องราวเหล่านี้ ผู้เขียนได้รับฟังมาจากผู้เฒ่าผู้แก่มาอีกที และอ่านจากหนังสือเล่มใดไม่ทราบ จำไม่ได้ เพราะนานมาแล้ว)


ทางเข้าวิหารหลวงด้านหลัง สังเกตุประตูทางเข้า ด้านบนหน้าบัน เป็นลายนาคเกี้ยว ศิลปช่างสกุลเมืองน่านแท้


ด้านข้างที่ติดกับพระบรมธาตุ


ด้านหน้าพระวิหารหลวง มีสิงห์คู่เฝ้าอยู่


ด้านนอกกำแพงแก้ว มีเจดีย์อีกองค์ เป็นเจดีย์ที่สร้างเรียนแบบ "พระบรมธาตุ ชเวดากอง" ของพม่า หรือพระธาตุแช่แห้งน้อย อีกชื่อหนึ่งว่า พระธาตุตะโก้ง (พระธาตุตะโก้งนี้ เป็นชื่อเรียก พระมหาเจดีย์ ชเวดากองของพม่าด้วย) ซึ่งมีอายุเก่าแก่คู่พระบรมธาตุแช่แห้งมาแล้ว ประวัติไม่ปรากฏ เข้าใจว่า ตอนสร้างเจดีย์องค์นี้ เมืองน่านอยู่ในอิธิพลการปกครองของเมืองพม่า มีการบูรณฯในสมัยเจ้าสุริยพงษ์ผลิตเดช ช่วงปี พ.ศ.2462-2463 โดยมี "น้อยยอด" เป็นนายช่างในการบูรณฯ ในปัจจุบัน มีการบูรณขึ้นมาใหม่ไม่กี่ปีมานี้เอง โดยกรมศิลปกร แต่เมื่อนับย้อนไป มีการบูรณฯครั้งแรกสุดคือ สมัยของเจ้ามหาวงศ์ เจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 61 เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2389



บริเวณรอบนอกกำแพงแก้ว จัดแต่งสวยงามร่มรื่น ไม่จอแจ เพราะห้ามนำรถทุกชนิดเข้ามาในบริเวณ ต้องเดินขึ้นมาเท่านั้น


ทางขึ้นพระบรมธาตุ ที่ขนาบสองข้างด้วยพญานาคใหญ่ ต้องเดินขึ้นมา (ลืมถ่ายภาพพญานาคมา..)


เมื่อขึ้นมา ซ้ายมือ จะเจอพระวิหารของพระนอน พระพุทธไสยาสน์


ซุ้มประตูทางเข้าพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ (ไม่ใช่จตุคามฯนะครับ)


อีกมุมหนึ่งข้างๆกำแพงแก้ว พระวิหารพระพุทธไสยาสน์

ตัวพระวิหารฯ


ข้างในพระวิหารสงบ เหมาะสำหรับนั่งกรรมฐานเป็นอย่างมาก


พระพุทธไสยาสน์ องค์นี้ได้รับการบูรณะฯใหม่ องค์เดิม เท่าที่ผู้เขียนจำความได้ เป็นองค์ปูนปั้นสีขาว เมื่อบูรณะฯใหม่จึงได้มีการปิดทองอร่ามตาเช่นนี้


นี่คือ "เจ้าหลวงขาก่าน" เป็นเจ้าเมืองน่านในยุคโบราณอีกองค์หนึ่ง ที่มีความสำคัญในการสร้างพระธาตุแช่แห้งแห่งนี้มาก ประวัติคราวๆขององค์ท่านคือ เดิมท่านเป็นเจ้าอยู่เมืองเชียงใหม่ ได้รับบัญชาให้มาปกครองเมืองน่าน ซึ่งแต่เดิมเมืองน่านได้ตั้งอยู่บริเวณภูเพียงแช่แห้งแห่งนี้ ท่านได้มาทำการขุดค้นฐานเจดีแช่แห้งเก่า ซึ่งมีลักษณะจอมปลวก ได้เจอเข้ากับ พระพิมพ์เงินพระพิมพ์ทอง ของพระเจ้าลิไท ท่านจึงแต่ สารีธาตุขุดไม่พบ เพราะอยู่ลึกเกินไป ท่านจึงได้สร้างพระบรมธาตุแช่แห้งครอบเจดีย์องค์เดิมไว้จนสำเร็จ ต่อมาองค์ท่านจึงได้ย้ายไปปกครองเมืองเชียงราย
เจ้าหลวงขาก่าน เป็นคนผิวเนื้อดำแดง ล่ำสัน ช่วงขาจนถึงน่องสักหมึก เป็นรูปพญานาคและเถาวัลย์ลายเต็มขา เวลาเดินว่องไวมาก



สุดท้ายก็ฝากมุมมองแปลก(อาจสวย) ไว้ดูครับ ของพระบรมพระธาตุแช่แห้งของคนประจำปีเถาะ






 

Create Date : 04 มิถุนายน 2550
24 comments
Last Update : 10 มิถุนายน 2550 12:02:47 น.
Counter : 3269 Pageviews.

 

ผมก็เกิดปีเถาะครับ
แต่คราวก่อนไปก็ไม่ได้ไปนมัสการ แต่ไปนอนบนดอยภูคาแทน

นี่ก็หาเวลาจะพากันไปอีกรอบครับ เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมของตัวเองเยอะจริง

 

โดย: หัวหยิกหน้ากร้อคอสั้นฟันเหยิน 4 มิถุนายน 2550 13:19:47 น.  

 

ดอยภูคา ก็มีอะไรๆน่าสนใจเยอะนะครับ อากาศที่นั่นดีมากๆ โดยเฉพาะการไปเป็นคณะไปตั้งแค้มป์กัน สนุกครับ

โอกาศหน้าเชิญมานมัสการพระธาตุประจำปีเกิดของคุณเองนะครับ เพื่อความเป็นศิริมงคล

 

โดย: ชายที่26 4 มิถุนายน 2550 15:48:17 น.  

 

ไปกราบพระทีพระธาตุแช่แห้งด้วยคนค่ะ เคยไปเมื่อสมัยพระเจ้าเหาค่ะ นานมากๆๆๆ (โห เราแก่แล้วเหรอเนี่ย)

ถ่ายภาพออกมาสวยนะคะ เพลงประกอบก็เข้ากันจังเลย

 

โดย: the Vicky 4 มิถุนายน 2550 15:49:20 น.  

 

เคยไปวัดนี้สมัยเด็กมาก ๆ
จำแทบไม่ได้ จำได้แค่ว่าเคยไปมา
แต่ที่ไปบ่อยที่สุด ก็วัดภูมินทร์
เพราะญาติ ๆ ทางยาย อยู่บ้านท่าลี่กัน

 

โดย: นางมารร้าย 4 มิถุนายน 2550 20:08:12 น.  

 

คุณ vicky คงไปมานานแล้ว คงเห็นสภาพเก่าของวัดนะครับ วันหน้าเรียนเชิญใหม่นะครับ

โห๋ คุณก้อยมาสมัยเด็กๆ จำแทบไม่ได้ด้วย อืมม์ งั้นก็คงเปลี่ยนไปมากเลยหละ ญาติอยู่ทางท่าลี่เหรอ ใครอะ มีเพื่อนอยู่เหมือนกันนะที่นั่น ว่างๆมาเที่ยวบ้านเกิดมั่งนะคุณก้อย

 

โดย: ชายที่26 4 มิถุนายน 2550 21:27:24 น.  

 

เคยเห็นภาพพระธาตุในการ์ดที่ออมสินแจกเด็กเมื่อหลายปีก่อน(ร่วม 30 กว่าปี) คงได้ไปสักการะซักวันครับ

 

โดย: ลุงแมว IP: 125.27.170.242 6 มิถุนายน 2550 21:57:22 น.  

 

สวัสดีครับลุงแมว โห๋..กว่า 30 ปี อืมม์ สมัยนั้น เก่ามากๆเลยหละ ยังไม่มีการบูรณะเลย ช่วงเวลานั้น ยังมีพลับพราของเจ้าผู้ครองนครน่าน อยู่ตรงบริเวณทางขึ้นเลยนะ แต่เท่าที่จำได้ สภาพพังแล้วหละ ปัจจุบันหายไปหมดแล้ว น่าจะบุรณะไว้ให้คนรุ่นหลังได้ดู

 

โดย: ชายที่26 6 มิถุนายน 2550 23:17:56 น.  

 

อยากไปเที่ยวน่านจังเลย ยิ่งเห็นภาพและประวัติ ... ถ้ายังอยู่เมืองไทยล่ะ ไม่พลาดแน่ค่ะ

 

โดย: shin chan (alei ) 7 มิถุนายน 2550 5:00:35 น.  

 

คุณชิน กลับมาเมืองไทยแล้วก็ค่อยมาเที่ยวก็ได้ครับ ดีออกแล้วเอาประวัติ รูปภาพจากที่นี้ไปเผยแพร่ให้ชาวกาน่าทราบด้วย คงดีไม่น้อยครับ

 

โดย: ชายที่26 9 มิถุนายน 2550 11:36:43 น.  

 

สวยงามดีครับ

 

โดย: ตงเหลงฉ่า 10 มิถุนายน 2550 23:24:27 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณชาย ขอบคุณมากๆ สำหรับเรื่องชิปปี้นะคะ ตอนนี้มีทางเลือกให้เจ้าของเขาแล้วล่ะค่ะ กาน่าตอนนี้ฝนตกอากาศเย็น ที่เมืองไทยคงอาจจะไม่ต่างกัน รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

 

โดย: Shin-chan (alei ) 15 มิถุนายน 2550 1:23:55 น.  

 

มาเยี่ยมชมความสวยงามและสงบเงียบของวัดด้วยคนค่ะ ...

 

โดย: cratrina (poockey ) 20 มิถุนายน 2550 14:39:13 น.  

 

แวะมาแอ่วหาเน้อเจ้า

สบายดีก่อ

ฝนตกก่อเข้า..

ตอนนี้ฝนกำลังตกเน้อ

 

โดย: gripenator 26 มิถุนายน 2550 21:09:41 น.  

 

เอ.....คุณชายคะ เริ่มรู้สึกว่า เข้ามา เจอพระธาตุภูเพียงแช่แห้ง อืม....ไม่ได้อัพบล็อกแน่เลย เป็นอะไรหรือปล่าวคะ ด้วยมิตรภาพและความห่วงใย

 

โดย: shin chan (alei ) 29 มิถุนายน 2550 2:35:19 น.  

 

แวะเข้ามาทักทายเจ๊าเปิ้ลก้อคนแม่โจ้เน้อเจ๊า

 

โดย: jr IP: 58.8.155.131 16 กรกฎาคม 2550 23:10:11 น.  

 

ยังไม่เคยไปเลยค่ะ.....คิดว่าสักวันคงได้ไป..เน๊อะคะเน๊อะ
ต้องหาไก่ เอ๊ย ไกด์ก่อนค่ะ....เอิ๊กเอิ๊ก...อย่าเครียดเน้ออออ

 

โดย: amdangsnook IP: 202.5.95.205 25 กรกฎาคม 2550 20:01:57 น.  

 

อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ

 

โดย: น้ำนิ่ง IP: 124.121.181.24 3 สิงหาคม 2550 21:28:51 น.  

 

 

โดย: 55 IP: 124.120.39.209 23 ตุลาคม 2550 17:00:06 น.  

 

อุ๊...แม่เจ้า เพื่อนอิฉัน เป็นอะไรกันไปหมด

ไม่มีใครมาอัพบล๊อกสักคน

เน่าแล้วเพื่อน

 

โดย: อำแดงสนุก 8 มีนาคม 2551 13:43:33 น.  

 

แวะมาเยี่ยมจ้า

 

โดย: แมงปอปีกบาง IP: 124.157.134.9 27 เมษายน 2551 13:03:03 น.  

 

sa was dee kha sa bai dee mai ja mai dai ma tee nee ley

 

โดย: แม่มดน้อย23 1 สิงหาคม 2551 18:27:49 น.  

 

อยากไปไหว้จังยังไม่เคยไปเลยขอให้ได้ไปเถอะนะค่ะ

 

โดย: ไก่จัง IP: 58.9.227.19 19 มกราคม 2552 13:19:11 น.  

 

หวัดดีครับ ผมคนเชียงคำ อพยบมาจาก นาน้อย ปัว เวียงสา จังหวัดน่านครับไขไปแอ๋วบ้านเก่าขนาดเลยครับ

 

โดย: โอทุ่งกว๋าว IP: 222.123.213.207 5 สิงหาคม 2552 20:30:31 น.  

 

เมืองน่านเป็นเมืองที่เงียบสงบ น่าอยู่ เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่ ผู้คนอัทธยาศัยดี จิตใจบริสุทธิ์

 

โดย: ผู้กองยอดรัก IP: 118.172.65.131 19 พฤศจิกายน 2552 15:32:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.