เรื่องของนะโม ในพื้นที่เปลือยความคิด แต่ไม่เปลือยตัวตน
Group Blog
 
 
เมษายน 2556
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
28 เมษายน 2556
 
All Blogs
 

ความทรงจำมีชีวิต : กลิ่นฝนและความทรงจำ

ฝนในเมืองใหญ่มีกลิ่นต่างไปจากฝนของบ้านสวน ที่จริงเราส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีเวลาได้สำรวจกลิ่นฝนของเมืองใหญ่อย่างแท้จริงนักหรอก ฝนตกทีไร รถก็ติด ถนนเฉอะแฉะ และคนผู้ก็เริ่มจะหงุดหงิด สำหรับฝนในเมืองใหญ่จึงอาจไม่มีกลิ่น แต่ฝนแรกของปีนี้ทำให้อดคิดถึงฝนในวัยเยาว์และอาณาจักรของสวนหลังบ้านไม่ได้

 

เวลาฝนตกเด็กคนหนึ่งมักจะชอบออกมานั่งเหม่อมองสายฝนที่หลังบ้านบ่อยๆ ฝนโปรยสายลงมาจากฟ้า น้ำฝนไหลซู่ลงมาตามรางน้ำฝน ตุ่มน้ำใบใหญ่อ้าปากรอรับน้ำจนอิ่มเอียน ใจมันคงกำลังคิดว่า ‘พอเสียทีเถิด ตอนนี้ท้องฉันเต็มไปด้วยน้ำแล้วนะ’ แต่ฝนก็ไม่เคยสาแก่ใจกระหน่ำต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้ใหญ่ตะโกนบอกว่า ‘ฝนตก อย่ามานั่งให้โดนละอองฝน ประเดี๋ยวจะเป็นหวัด’ เด็กน้อยรับคำแล้วเดินเข้าไปหยิบร่มส่วนตัวคันจิ๋วออกมาแล้วนั่งกางร่มมองสายฝนต่อ อันที่จริงเขารอคอยว่าเมื่อไหร่หนา เทวดาจะหนำใจและหยุดปล่อยสายน้ำลงมาเสียที

 

โดยส่วนตัวแล้วชอบช่วงเวลาที่ฝนตกนักหนา เพราะโลกทั้งโลกเบื้องหน้าตอนนั้นจะเย็นฉ่ำไปด้วยละอองฝน แม้คนส่วนใหญ่ในเมืองใหญ่จะรังเกียจสายฝนด้วยว่าเฉอะแฉะ แต่คนที่บ้านสวนและชนบทรักสวยฝนกันแทบจะทุกคน เด็กน้อยคนนั้นเองก็รักสายฝน แต่ช่วงเวลาที่เขาโปรดปรานมากเป็นพิเศษกว่านั้นห็นจะเป็นช่วงเวลาหลังฝนหยุดตก เมื่อฝนหยุดโลกของเราจะกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆ ทั้งกลิ่นไอดิน กลิ่นดอกไม้ใบไม้ และกลิ่นอะไรต่อมิอะไรอีกหลากหลายที่ฝนมาเป็นตัวชะล้างให้กลิ่นเหล่านั้นกระจ่างขึ้น

 

ตัวเองนั้นชอบกลิ่นแบบนี้ไม่เสื่อมคลาย กลิ่นหอมอ่อนๆ ของบรรยากาศที่อธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าจะเรียกมันว่าเป็นกลิ่นแบบไหน รู้แต่ว่ามันคล้ายกลิ่นความสดชื่นที่ดึงดูดให้เด็กน้อยกางร่มคันจิ๋วแล้วพาตัวเองเดินเข้าไปในสวนหลังบ้านทุกที อันที่จริงสวนหลังบ้านของเราก็คือสวนหลังบ้านของย่าที่อยู่ในรั้วเดียวกัน แต่วางตัวเยื้องกันนิดหน่อย เด็กน้อยมักคิดอยู่เสมอว่า สวนหลังบ้านแห่งนี้คืออาณาจักรใหญ่ที่น่าค้นหา และสิ่งที่ช่วยเสริมความยิ่งใหญ่ให้อาณาจักรแห่งของสวนหลังบ้านมากขึ้นก็ได้แก่พืชนานาพันธุ์ จำได้ว่าตัวเองไม่เคยรู้สึกกลัวการย่างกรายเข้าไปสวนที่เต็มไปด้วยต้นไม้มากมายเหล่านั้นเลย ตรงกันข้ามกลับอยากจะเข้าไปเดินเล่นเสมอภายหลังที่ฝนหยุดตก ย่ามักจะบอกว่า ‘ระวังเถอะจะเจองู’ เด็กน้อยกลัวงู บอกย่าไปอย่างนั้น แต่พอลับตาก็เดินเข้าไปตามทางเดินเล็กๆ นั่นทุกที

 

ต้นกล้วยคือประชากรหลักกลุ่มหนึ่งของอาณาจักรแห่งนี้ ไม่รู้เหมือนกันว่าแรกเริ่มเดิมทีย่าปลูกต้นกล้วยกี่ต้นกัน บางทีมันอาจจะเริ่มต้นจากหน่อกล้วยเล็กๆ เพียงไม่กี่หน่อ แล้วหลังจากนั้นพวกมันก็แตกหน่อยืนต้นถี่จนกลายเป็นป่ากล้วยในที่สุด ใช่…พวกเราเรียกมันว่าป่ากล้วย เพราะฟากหนึ่งของอาณาจักรอุดมไปด้วยต้นกล้วยจริงๆ หลายครั้งพวกมันก็ถือวิสาสะข้ามรั้วเข้าไประรานเพื่อนบ้านเรือนเคียงด้วย ต้นไหนที่เกเรมากหน่อยย่าก็มักจะให้ป้ามาปรามด้วยการตัดก้านและใบออกไปก่อนที่เพื่อนบ้านจะรำคาญสายตา แต่ถ้ายังไม่เชื่อฟังย่าก็สั่งให้ป้าไปจัดการ ‘เจี๋ยน’ มันตั้งแต่โคน แต่อย่างไรเสียบ้านเราไม่เคยต้องซื้อกล้วย

 

นอกจากล้วยแล้วที่อาณาจักรสวนหลังบ้านก็ยังมีมะนาวต้นใหญ่มากต้นหนึ่ง ทุกวันนี้แอบดีใจอยู่ไม่ใช่น้อยที่วันนั้นมีโอกาสเกิดมาแล้วได้เห็นต้นมะนาวของจริงสักครั้งในชีวิต หากเป็นเด็กในเมืองใหญ่ใครเลยจะรู้ว่ามะนาวลูกเขียวๆ กลมๆ ที่เขาขายกันในตลาดติดแอร์นั้น มันถือกำเนิดมาจากลำต้นแบบไหนกัน กิ่งเล็กๆ ของต้นมะนาวแผ่ขยายเป็นพุ่ม ใบเขียวๆ ของมันสวยมาก แต่สิ่งที่น่ามหัศจรรย์มากกว่านั้นคือการได้เห็นผลมะนาวเกาะเต็มอยู่ตามกิ่ง เด็กน้อยก้มลงเก็บมะนาวลูกเหลืองๆ ที่หล่นอยู่ตามพื้น พลังจากสายฝนทำให้มะนาวสุกโบกมือลาลำต้น และพวกมันกำลังจะกลายเป็นวัตถุดิบในการทำน้ำมะนาวของบ้านเรา

 

ข้างต้นมะนาวมีต้นละมุด เลยต้นละมุดเข้าไปอีกหน่อยมีต้นขนุน ละมุดกับขนุนเป็นอีกอย่างที่เราไม่เคยต้องซื้อหา เช่นเดียวกันกับที่เราไม่เคยต้องซื้อมะม่วง มะขาม ลำไย และมะพร้าว ท้ายอาณาจักรจะเป็นที่สิงสถิตของพวกมันมาช้านาน ช่วงปกติเด็กน้อยมักจะเดินเข้าไปปีนต้นมะขามหวานเล่น แต่ช่วงเวลาหลังฝนตกแบบนี้ ความกล้าก็ลดลงหน่อย จึงไม่ค่อยจะเดินเข้าไปถึงท้ายสวน นึกถึงคำย่าที่ว่า ‘ระวังงู’ ดังนั้นจึงมักจะหยุดเมื่อเดินมาถึงกลางสวนบริเวณที่เป็นพื้นที่ปลูกผักสวนครัวของป้า

 

ป้าเป็นลูกสาวของย่า และเป็นพี่สาวของพ่อ ป้าเป็นผู้หญิงชาวสวนที่ปลูกทุกอย่างที่จำเป็นต่อเครื่องแกงด้วยตนเอง ข้าวและต้นไม้ใหญ่ป้าก็ปลูกเองมาจนเก็บผลผลิตกับมือ และได้เห็นพวกมันเติบใหญ่ขึ้นกับตา แล้วนับประสาอะไรกับผักสวนครัว ด้วยเหตุนี้อาณาจักรสวนครัวขนาดย่อมของป้าจึงมีตั้งแต่ใบแมงลัก สะระแหน่ โหระพา  ข่า ขิง ตะไคร้ ไปจนถึงพริกหลากหลายพันธุ์แตกต่างกันไป พริกต้นเล็กๆ เม็ดสีเขียวๆ แดงๆ ชี้โด่ขึ้นฟ้า เรียกว่าพริกชี้ฟ้า ป้าเคยบอกว่ามันเผ็ดนักแล

 

ตะไคร้เป็นพืชสวนครัวอีกชนิดที่ถือครองพื้นที่ได้อย่างงามสง่า กอของมันสวยงามด้วยความที่แตกเป็นพุ่มไสว ใบยาวๆ เรียวๆ โค้งงามจนคิดว่าน่าจะเอาไปปลูกไว้หน้าบ้านเพื่อจะได้เป็นไม้ประดับ ตะไคร้ของป้ามีเยอะเสียจนสามารถนำไปขายได้เป็นเรื่องเป็นราว เช่นเดียวกับที่บางทีป้าก็ขุดขิงกับข่ามาตัดแล้วมัดรวมกันเป็นมัดเล็กๆ และนำไปขายให้กับร้านค้าใกล้บ้านเช่นกัน ส่วนสะระแหน่ โหระพา ใบแมงลัก กลายเป็นพืชผักสานสัมพันธ์ บางทีเพื่อนบ้านก็เข้ามาขอเด็ดกันคนละนิดละหน่อยยามที่ต้องการเครื่องแกงของครอบครัว ป้าเองก็ไม่เคยหวงพืชผัก คนบ้านสวนไม่ค่อยมีใครหวงของ คนส่วนใหญ่ปันผลผลิตต่อกันได้เหมือนเป็นเรื่องปกติ บางครั้งป้ายังใจดีบอกให้เพื่อนบ้านเด็ดถั่วฟักยาวที่ปลูกไว้ไปกินกับน้ำพริก ป้าว่าปลูกไว้แต่กินคนเดียวก็ไม่หมด แบ่งเขาแบ่งเราตามประสาคนบ้านใกล้เรือนเคียง หลังฝนตกแบบนี้เด็กน้อยรู้สึกว่าพืชผักสวนครัวเหล่านี้อยู่รวมกันแล้วก็มีกลิ่นหอมชื่นใจ บางทีฝนอาจจะช่วยทำให้พวกมันไม่อายที่จะเผยกลิ่นมากขึ้น

 

ข้างอาณาจักรสวนครัวของป้าจะมีต้นพุดทราต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่ง เด็กน้อยจะหยุดที่ต้นพุดทราต้นนี้อยู่บ่อยๆ  อันที่จริงมันก็เหมือนเป็นจุดหมายหลัก เพราะใต้ต้นพุดทราเป็นที่โล่งที่ไม่น่าจะมีอันตรายจากสัตว์ร้ายนัก ในยามปกติย่ามักจะมาปูเสื่อนอนกลางวันที่นี่ แต่หลังฝนตกแบบนี้ใต้ต้นพุดทราจะชื้นเพราะมีน้ำขัง แต่อย่างไรเสียมันก็มีผลผลิตบางอย่างให้เก็บเกี่ยว ฝนกระหน่ำทำให้พุดทราอำลาต้น เด็กน้อยเก็บพุดทราเหมือนหนึ่งว่ามันคือภารกิจสำคัญ ทั้งที่ความจริงแล้วมันก็เป็นแค่พุดทราพันธุ์พื้นเมืองลูกเล็กๆ แต่สำหรับเด็กแล้ว เราไม่ค่อยได้สนใจว่ามันจะเอร็ดอร่อยแค่ไหนหรือไม่อย่างไร รู้สึกแต่เพียงว่ามันเป็นของกำนัลจากอาณาจักรบ้านสวนที่น่าชื่นชม

 

ภารกิจเก็บพุดทราเป็นหนึ่งในความสนุกหลังฝนตก ถ้าหากน้องชายรู้ว่ากำลังทำภารกิจนี้อยู่ เขาจะวิ่งเข้ามาร่วมแข่งขันกันเก็บด้วยเสมอ สารภาพว่าบางทีพวกเราก็ไม่เก็บพุดทราไปกิน หลายครั้งมันก็วางเหี่ยวอยู่อย่างนั้นหลังจากเก็บไปแล้วหลายวัน แต่ความสนุกอยู่ที่การได้แย่งกันเก็บ และความสนุกที่ยิ่งกว่าสำหรับผู้พี่ก็ได้แก่ การแกล้งน้อง พอสบโอกาสพี่ก็กระโดดขึ้นเขย่าต้นพุดทรา พุดทราร่วงกรู น้ำฝนค้างใบล่วงพราว น้องร้องไห้แง...

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้หลังฝนตกที่สวนหลังบ้านจะยังมีกลิ่นแบบนั้นอยู่ไหม รู้แต่ว่าภาพสุดท้ายที่ได้เห็นคือสวนหลังบ้านไม่ใช่อาณาจักรอีกต่อไปแล้ว ต้นไม้หลายต้นจากไปตามวาระ ป่ากล้วยหายไป สวนครัวของป้าก็ไม่มี พื้นที่ที่เคยรู้สึกว่าเป็นอาณาจักร เล็กลงถนัดตา บางอย่างที่เคยกว้างใหญ่คงเล็กลงเสมอเมื่อวัยเราเปลี่ยนแปลง ที่เหลืออยู่ก็คงมีแค่กลิ่นซึ่งยังอบอวลอยู่ในใจ

 

 




 

Create Date : 28 เมษายน 2556
0 comments
Last Update : 28 เมษายน 2556 23:18:44 น.
Counter : 4935 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


นะโมนะโม
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ผม ชื่อ นะโม
เรื่องของนะโม สงวนลิขสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้อื่นผู้ใดละเมิด ไม่ว่าการลอกเลียน หรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อความใน blog แห่งนี้ไปใช้ ทั้งโดยเผยแพร่และเพื่อการอ้างอิง โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด
Friends' blogs
[Add นะโมนะโม's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.