เรื่องราวของนักฝัน ที่อยากทำให้มันเป็นจริงสักที
และแล้วเราก็มาถึงปาย
เย็นๆ อย่างนี้ผู้คนในปายดูคึกคัก อาจเป็นอย่างนี้มาหลายเดือนแล้ว ก็ตอนนี้มันกุมภาพันธ์ ใกล้หมดฤดูหนาวแล้วนี่ นักท่องเที่ยวรอบสุดท้ายอย่างเรา พลอยกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา ที่จะทำความรู้จักกับปายมากขึ้น หลังจากนั้นปายคงได้หลับไหลอีกครั้งย้อนไปเมื่อหลายเดินก่อนหน้านี้ เมื่อมาเยือนเชียงใหม่คราวก่อน ทั้งที่ริอ่านขานไข แม้ไม่ได้ตั้งใจแต่คุยกันว่าจะแวะมานอนปายสักคืน แต่ชาตินี้ยังพอจะโชคดีมีหลายคนห่วงใย ปายช่วงนี้อย่าไปเลย ฝนตกน้ำป่ามันแรง พี่แอ๋ว เจ้าของบ้านสบาย สปาวิลเลจ ที่เชียงใหม่ เตือนด้วยความเป็นห่วง เธอจะไปยังงัย ไม่เคยไปเส้นทางก็ไม่ถนัด ค่อยไปคราวหน้าเถอะ พี่ปุ๊สมทบมีอีกคน เขาว่า จิ้งจกทักยังต้องฟัง นับประสาอะไรนี่คนทักตั้งหลายคน เราเลยตกลงใจกับเพื่อนร่วมทางคราวนั้น ว่าเราจะไปปาย แต่เปล่าเลย ในที่สุดคราวนั้นเราก็ไม่ถึงปาย ไม่ใช่ฟังคำเตือนจึงไม่มา แต่มาไม่ถึง เพราะแวะโน่นชมนี่ระหว่างทางมากไปหน่อย ครั้นจะขับรถเช่า ขึ้นเขาที่ไม่เคยมา พร้อมกับฝนฟ้าพรำๆ ก็เกรงจะไม่ได้มาเล่าให้ใครต่อใครฟังว่าท้ายที่สุดเราได้ถึงปายกันหรือไม่ ปายคราวนั้นเลยเป็นหมันไปในตัว แล้วมามั่วเอาว่า ผมเชื่อพี่สักวันหนึ่งเถอะปาย ฉันจะปายห้ายถึงและแล้ววันหนึ่งเราก็กลายเป็นผู้ชายใจง่าย เมื่อเพื่อนสาว (สูงอายุ) เอ่ยปากชวนร่วมทางไปปาย (อาจชวนแค่รักษามารยาท) นาทีนั้นไม่ได้วางฟอร์มอะไร ตอบตกลงไปทั้งที่ไม่ได้ดูปฏิทินงานตัวเอง กลับมาดู ตรูมีงานนี่หว่า เดชะบุญ ช่างหนุนนำ ลูกค้า เลื่อนการจัดงาน ทั้งๆ ที่เบื่อเต็มทีกับงานนี้ที่เลื่อนมาตลอด แต่คราวนี้แม้ปากก่นด่า แต่ในใจ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปายก็ปาย หนีม่ายพ้นตรูแน่หกโมงตรงเรายังซดน้ำเกาเหลาที่ร้านอาหารในหัวลำโพง ทั้งที่นั่นคือเวลารถด่วนพิเศษ ชื่อนครพิงค์ จะเริ่มออกเดินทางขึ้นเหนือ เอ้ย มีคนเรียก เรียกผ่านลำโพงที่หัวลำโพงซะด้วย เขาเรียกเราขึ้นรถแล้ว เพื่อนเราบางคนยังมีหน้ามาถาม รถออกตรงเวลาเหรอ จะบอกว่าไม่แปลกที่รถจะออกตรงเวลาจากสถานีต้นทาง โดยเฉพาะตอนที่จะมีผู้โดยสารสาย รถคงอยากจะออกจากสถานีเร็วเป็นพิเศษ ใครได้เดินทางโดยรถไฟ ตอนเย็นวันที่ 1 กุมภาพันธ์ คงเห็นคนหน้าตาดีห้าคน วิ่งหอบกระเป๋าหน้าตาตื่น และระรื่นไปพร้อมๆ กัน เพื่อขึ้นให้ทันรถไฟ ไม่นานหลังจากนั้น ใครหลายๆ คน ก็กรนกันสะเทือนโบกี้ เปล่านะ ผมไม่ได้กรน มีคนเคยบอกว่าไม้ได้เห็นกะตา ไม่ได้ยินกะหูก็อย่าไปเชื่อคนอื่นเขาง่ายๆ ใช่ ผมไม่เคยได้ยินตัวเองกรน เพื่อนๆ ผมมันเอาอะไรมาพูดนึกชื่นชมการรถไฟอยู่ในใจ เดี๋ยวนี้ขับได้นิ่ม ไม่สะเทือน เสียงก็ไม่ดัง นอนหลับสบายดีจังเลย มารู้แจ้งเอาตอนเช้าว่าเรายังไปไม่ถึงไหน นี่แหล่ะข้อเสียของตู้นอน หลงละเมอว่าตื่นมาคงใกล้ปลายทาง ไม่รู้หรอกว่าระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง หรือรถจอดกลางทางไปกี่หน จากกำหนดการณ์เจ็ดโมงกว่า แต่ว่ารอบนี้การรถไฟแจกแหลก โปรโมชั่นส่งท้ายปลายหนาว กว่าจะถึงเชียงใหม่ปาเข้าไปเกือบเที่ยง ไม่แปลกที่คุณลุงข้างๆ จะจัดการขนมปังหมดไปได้ทั้งแถว ถ้าจะให้แจ๋วคุณลุงควรจะซื้อชาร้อนหอมๆ ใส่กระป๋องนมมาฝากด้วย จะได้ช่วยกินขนมปังหลังการรอคอยผ่านค่ำคืนและช่วงเช้าที่หนาวเหน็บ (ของแอ้ม) พวกเราก็ได้เวลาเจอแอ้ม แอ้ม หญิงสาวอารมณ์ดีมีแว่นสายตาเป็นอาวุธประจำกาย เจ้าของคำถามที่ว่าใครเป็นคนบอกว่าโลกกลม และแล้วเธอก็อนุมานว่ากาลิเลโอ (หรือเปล่า) พร้อมกับเครื่องหมายคำถามอีกสามอันหกคนพร้อมออกเดินทางต่อไป จุดหมายปลายทางคือ ปาย แต่มีจุดหมายที่ต้องเริ่มต้นที่สถานีขนส่งอาเขต พร้อมกับไม่ลืมเตือนกันและกัน ว่าพวกเรายังไม่ได้กินข้าวกันเลย เออ นั่นสิ หิวแล้วนะเฟ้ยหลังจากฟาดผัดผัก ก็ได้เวลาฟาดฟันกะนายหน้าหาคนขึ้นรถ ซึ่งมักมีลูกเล่นให้เราได้จ่ายเพิ่มได้ตลอดเวลา ถ้าไม่ระวังตัว แต่ด้วยความเค็มเป็นที่ตั้งเราได้ราคาต่ำกว่ามาตรฐาน คนละ 150 บาท ถึงปาย แล้วยังได้ลดอีก 100 เมื่อถึงที่หมายเพราะแถวหลังแทนที่จะนั่ง 3 สี่สาวเรายอมเบียดเสียดกันไปสี่ และแล้วเราก็มาถึงปายเย็นๆ อย่างนี้ผู้คนในปายดูคึกคัก อาจเป็นอย่างนี้มาหลายเดือนแล้ว ก็ตอนนี้มันกุมภาพันธ์ ใกล้หมดฤดูหนาวแล้วนี่ นักท่องเที่ยวรอบสุดท้ายอย่างเรา พลอยกระตือรือร้นและมีชีวิตชีวา ที่จะทำความรู้จักกับปายมากขึ้น หลังจากนั้นปายคงได้หลับไหลอีกครั้งเราพักที่ baan pai riverside ติดริมน้ำปายและใกล้ๆ เมือง เพียงเดินข้ามสะพานไม้ใผ่อันขึ้นชื่อไปอีกฟาก เราก็ถึงที่พัก อากาศเย็นสบาย สี่โมงอย่างนี้ไม่ถึงกับหนาวไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง เราไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่า เตรียมตัวทอดน่องท่องปายกันเต็มที่ ก่อนไปไม่ลืมที่จะขอเก็บภาพหน้าบ้านไว้ก่อน ริมน้ำปาย แสงกำลังสวยปาย ค่ำนี้คราคร่ำด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งที่เป็นวันศุกร์ซึ่งคาดว่าคนน่าจะไม่เยอะ ร้านรวงเปิดอวดโฉมพร้อมต้อนรับลูกค้าเข้ามาอุดหนุน คนมาครั้งแรกยังตื่นตา และเอ่ยปากชมบรรยากาศของปายม่ายหยุดหย่อน ขณะที่คนเคยมาก่อนหน้า ก็เสริมสำทับข้อมูลน่าสนใจอีกมากมาย ค่ำแรกที่ปายเราจึงพบว่าตัวเองอิ่มหมีพีมันกันถ้วนหน้า พยายามกินทุกอย่างเหมือนกับว่าพรุ่งนี้จะไม่มีให้กินอีก ทั้งๆที่ พี่อิ่มแล้วเดินกลับมาเรายังไม่ลืมหาวิธีดับความหนาวติดไม้ติดมือมาด้วย ก่อนจะมาแวะนั่งผิงไฟทำให้นึกถึงกิจกรรมรอบกองไฟตอนวัยเป็นลูกเสือ เสียดายที่ไม่มีเผือกไม่มีมีมัน ไม่งั้นได้อร่อยแน่ๆรอบกองไฟ เบญจ์เช้าวันใหม่ช่างสดสายปายหมด โปรแกรมวันนี้วางไว้หลายที่ อันดับแรกๆ รองจากการอะไรใส่ท้องคือการเช้ารถจักรยานยนต์สำหรับใช้เป็นราชรถประจำทริป ช่างโชคดี เรามีหกคน ขับรถเป็นสาม ซ้อนเป็นอีกสาม ทุกอย่างเลยลงตัวได้ไม่ยากเย็น ช่วงแรกก็วนเวียนวัดต่างๆ ในเมืองปายเสร็จสรรพ อย่างตั้งใจมุ่งหน้าจะไปน้ำพุร้อน แต่ในที่สุดเราก็แวะดื่มน้ำชาที่บ้านปายนา เจอพี่กบพี่ปัน ที่น่ารัก กับบ้านพักเก๋ๆ ทั้งสี่หลัง ทำให้ตั้งใจอย่างบ้าคลั่งคราวหน้าจะมานอนนี่จนแล้วจนรอดเรามาถึงน้ำพุร้อนซะที อุณหภูมิน้ำที่นี่ 80 องศา ประมาณว่าลงไปไข่อาจสุก ไม่เชื่อล่ะสิ เชื่อเถอะ แม้มีข้อห้าม แต่นักท่องเที่ยวเช้าชามเย็นสามชามทำมาแล้วอร่อยจริงๆ ไม่เชื่อลองดูนี่ เดินกลับจกาตัวน้ำพุร้อนอยู่ดีๆ ปรากฏการณ์เกาหลีฟีเวอร์ก็เกิดขึ้น ด้วยมุมมองของสองช่างภาพหน้าตาดี ภาพเหล่านี้จึงปรากฏเบื้องหลังการถ่ายทำออกมาจากน้ำพุร้อน คนคุ้นทางก็พาเราลัดเลาะจนออกมาเจอสะพานประวัติศาสตร์ปายสร้างขึ้นเมื่อไหร่ อย่างไร โดยใครวิชัยไม่รู้ และไม่ได้ถาม ที่ได้มาคือรูปถ่าย รู้สึกไม่มีเท่าไหร่ที่มาเที่ยวสะพานนี้แบบฉาบฉวย แต่ไม่รู้จะไปถามเอากะใครจริงๆ ขับรถทำเวลากลับผ่านทะลุปายไปอีกฝั่งจุดหมายคือหมู่บ้านวัฒนธรรมจีนยูนนาน ระวห่างทางไม่ลืมที่จะแวะสักการะ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่วัดน้ำฮู ซึ่งที่นี่เล่ากันว่ามีเจดีย์ที่เก็บอัฐิของพระพี่นางสุพรรณกัลยาหมู่บ้านวัฒนธรรมจีนที่นี่ขึ้นชื่อลือน้ำชา จริงๆ ความหอมรัญจวนทำให้หมู่บ้านนี้ได้เงินพวกเราไปหลายโขอยู่ นอกจากชาที่นี่เรายังได้สหายเป็นม้า และแปลงผักกวางตุ้ง กลับมาตอนค่ำเรามานั่งกิน นั่งคุยและเดินรอบเมืองปายอีกครั้ง คืนนี้ปายยิ่งคึกคัก มีการแสดงหลากหลายให้สัมผัสกันแบบถึงตัว คืนนี้เราบางคนนั่งคุยกันยาว ข้าวที่ตุนไว้เมื่อเย็นเริ่มหมดฤทธิ์ อากาศหนาว จะมีอะไรดีไปกว่าได้ซดอาหารมีน้ำอุ่นๆ ถึงจะไกลหน่อยแต่ก็มั่นใจว่าในเวลาตีสามครึ่ง ในเมือง 7-11 คงยังทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ เชื่อแล้ว ว่ามาม่าแต่ละถ้วยอร่อยไม่เท่ากัน ที่แน่ๆ มาม่าคืนี้อร่อยเป็นพิเศษจริงๆ อุ่นดีเนอะ เช้าวันนี้เราตื่นสายหน่อย ก็เมื่อคืนกว่าจะนอนก็เลยค่อนของค่อนคืน ภารดิจเดียวที่ตั้งใจไว้คือการ่อนโปสการ์ดหาเพื่อนพ้องน้องพี่ รอบนี้ก็หลายฉบับอยู่ได้ฤกษ์อำลาปาย ตอนบ่ายโมงครึ่ง สี่สิบแปดชั่วโมงที่ร่างกายหนาวจับใจ แต่ภายในใจกลับอบอุ่บ ขอบคุณเพื่อน ขอบคุณปาย ขอบคุณหลายๆ คนที่ทำให้วันนี้อะไรอะไรก็ปายแม้รอบนี้จะเขียนบล็อกยาวไปนิด แต่เพื่อตอบแทนใครก็ตามที่อ่านจนมาถึงตรงนี้ ขอมอบคำเตือนพิเศษสำหรับคนที่จะเดินทางมาเยือนปายโดยเฉพาะถ้าเป็นคนที่หัวใจไม่เข้มแข็งพอ เพื่อความปลอดภัยของหัวใจ กรุณาอย่ามาปายคนเดียว เพราะ ณ ที่แห่งนี้ เพื่อนสนิทจะรู้สึกใกล้ชิดกว่าเก่า แม้เพิ่งพบกันครั้งแรกอาจมีแอบมอบใจ ไม่ใช่!! ไม่ใช่เพราะบรรยากาศในปายพาไป แต่เพราะที่นี่คือ จุดบรรจบของเส้นพรหมลิขิตแถมท้ายด้วยภาพมากมายจากปาย แทนคำขอบคุณ จากปายจริง หวังว่าสักวันเราคงได้มาชมแสงตะวันพร้อมกันที่ปาย (อีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง)
สวัสดีวันแห่งความรัก
Location : กรุงเทพ Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
Benjamin / takechi / กิ๊ฟ / พี่เล็ก