Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2550
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
24 พฤษภาคม 2550
 
All Blogs
 
ปล่อยหัวใจไปตามเสียงเพลง : Home


แรงบรรดาลใจ: เพลง Home

ใช้เวลาสั้นๆในการเขียน
ไม่เน้นความสมจริงแต่อิงความรู้สึกที่ได้จากอารมณ์เพลง

---------------------------------------------------------

โลกของผม

ผมไม่เคยให้ความสำคัญกับความรัก
มันสิ่งจอมปลอม ทุกคนล้วนแต่รักตัวเองที่สุด

ชีวิตผมมีพร้อมทุกอย่างทั้งหน้าตา เงินทอง ฐานะทางสังคม
ไม่เคยมีอะไรที่ผมอยากจะได้แล้วไม่ได้มา
ผู้หญิงทุกคนพร้อมพลีกายตัวเองขึ้นเตียงกับผมมานับไม่ถ้วน
และยินดีจะจากไปเมื่อผมมอบเช็คหนึ่งใบพร้อมมูลค่าตามที่พวก
เธอเรียกร้อง แน่นอนสำหรับผมแล้วพวกเธอก็ไม่ต่างจากของเล่น
ค่าเวลาชิ้นหนึ่งของผมและมันหมายรวมถึงผู้หญิงที่ชื่อ นัชชาด้วย

สิ่งหนึ่งที่ผมยอมรับคือผมชอบเธอมากกว่าคนอื่น
เธอเข้าอกเข้าใจผม และไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผม
ไม่เคยเอามือถือผมไปสำรวจหาเบอร์โทรผู้หญิงว่ามีกี่คน
ไม่เคยเซ้าซี้ว่าผมหายไปไหนกับใครมา
แต่คนอย่างผม ก็ไม่สามารถหยุดที่เธอได้

ผมเลือกจะยุติเรื่องของเราแบบเดิมๆที่ผมเคยทำ
และเธอก็ทำให้ผมอึ้งเมื่อเธอไม่รับกระดาษมูลค่าหลายหลัก
ที่ผมส่งให้ เธอยิ้มให้ผม ยิ้มแบบที่เธอมักทำให้ผมยิ้มตาม
ได้อยู่บ่อยๆ

"นัดเข้าใจเรื่องของเราดีค่ะพี่กลาง อะไรที่นัดเคยให้
พี่กลางไปล้วนมาจากความเต็มใจของนัด...เช็คนี้นัด
คงรับไว้ไม่ได้"

นี่เป็นประโยคทิ้งท้ายที่เธอบอกผมก่อนลุกเดินออกไป
โดยไม่หันกลับมาอีก ถึงผมจะไม่เห็นหน้าเธอแต่ผมรู้สึกได้
เธอกำลังร้องไห้ และมันก็ทำให้หัวใจผมปวดหนึบแปลกๆ
อย่างที่ผมไม่เคยเป็นมาก่อน


แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นในชีวิตผม
ผมประสบอุบัติเหตุรถชนมันทำให้ผมสูญเสียการมองเห็น
โลกทั้งใบของผมมืดมิดลง ในวันนั้นผมแทบ
จะหยุดหายใจ อยากให้ตัวเองตายๆไปซะจะได้
ไม่ต้องตกอยู่ในสภาพคนพิการที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
ต้องคอยเป็นภาระให้คนอื่น

แม้จะมีคำปลอบจากพี่ชายและพ่อว่าผมยังมีทางรักษาหาย
เพียงแต่ต้องรอสักระยะหนึ่งเพื่อให้แพทย์ที่อเมริกา
หากระจกตาที่เข้ากับผมได้ อาจต้องรอสัก
หนึ่งอาทิตย์ หนึ่งปี หรือสิบปี ผมไม่รู้ว่าต้องรอถึงเมื่อไหร่
สำหรับผมตอนนี้หนึ่งวันมันยังนานเกินไปเลยด้วยซ้ำ

ไม่มีพยาบาลคนไหนเข้าหน้าผมติด
ทุกคนล้วโดนผมอาละวาดใส่ไปตามๆกัน

ส่วนผู้หญิงที่ผมเคยคบหาด้วยก็ไม่ต้องพูดถึง
ไม่มีใครแวะมาดูแลเยี่ยมเยียนผมกันสักคน
คิดแล้วมันก็น่าหัวเราะนัก เหมือนตอนนี้
ผมต่างหากที่กลายเป็นของเล่นสำหรับพวกเธอ
ของเล่นที่โดนโยนทิ้งอย่างที่ไม่มีใครคิดจะเก็บมันขึ้นมาอีก

"พี่กลางค่ะ" เสียงที่ฟังคุ้นหูเอามากๆดังขึ้นภายในห้องพัก
ของผม

"ออกไป ผมไม่ต้องการใครทั้งนั้นออกไปให้หมด"

"พี่กลางนี่นัดนะค่ะ"

"มาทำไม จะมาดูสภาพอันน่าสมเพชของผมหรองั้นก็เชิญดู
ให้เต็มตา ดูให้ชัดๆเสร็จแล้วก็ไสหน้ากลับไปซะ!!"

แม้ในใจส่วนลึกของผมจะดีใจอยู่บ้างที่ได้ยินเสียงเธออีกครั้ง
แต่ความกลัวที่เกิดขึ้นในใจนั้นมันมากกว่า ผมไม่ต้องการ
ให้ใครมาเวทนา สมเพชหรือสงสารผมทั้งนั้น มีเพียงความเงียบ
เกิดขึ้นภายในห้อง ผมรู้สึกว่าเธอเดินเข้ามาใกล้ๆแล้วนั่งลงบนเตียง
แล้วเธอก็ทำในสิ่งที่ผมไม่คาดคิด

นัชชากอดผมเอาไว้แน่น ไม่ว่าผมจะออกแรงดึงเธอออกห่าง
แค่ไหนก็ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ยอมปล่อย น้ำอุ่นๆจากดวงตาเธอ
ตกกระทบผิวกายผมนั่นทำให้ผมหยุดผลักไสเธอและยอมอยู่นิ่งๆให้เธอ
กอดเอาไว้ ความอบอุ่นบางอย่างกำลังวิ่งเข้าสู่ตัวผม

"อย่าไล่นัดเลย นัดไปไม่ได้จริงๆ นัดทิ้งพี่กลางไปไม่ได้ นัดไม่เคย
ขออะไรจากพี่กลางสักครั้ง แต่วันนี้นัดจะขอเพื่อแลกกับสิ่งที่นัดเสียไป...
นัดขอให้โลกของพี่กลางตอนนี้มีแต่นัดได้ไหม ให้นัดเป็นดวงตาให้พี่กลางนะ
แล้วถึงวันหนึ่งที่พี่กลางไม่ต้องการนัดแล้ว นัดจะไป ไปเหมือนวันนั้นที่พี่กลาง
อยากให้นัดไป"

กำแพงที่ผมเพียรสร้างขึ้นเพื่อปิดบังความอ่อนแอพังลงอย่างสิ้นเชิง
ความจริงที่ผมไม่อยากจะยอมรับว่าผมต้องการใครสักคนมาอยู่เคียงข้าง
ในวันที่ผมรู้สึกว่าชีวิตไม่เหลืออะไรกลับมาอีกครั้ง มันผลักดันให้ผม
ตอบรับเธอให้เข้ามาในชีวิต

นัดชาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเป็นคนรับผิดชอบดูแลผม
ในทุกๆเรื่อง และหลายครั้งที่เธอต้องรองรับอารมณ์อันปรวนแปรที่
ผมอาละวาดใส่เธอไปรู้กี่ที และทุกครั้งเธอจะนิ่งเงียบอยู่ใกล้ๆ
รอจนผมสงบแล้วจึงเดินเข้ามาจับมือผมไว้พร้อมกับออกแรงบีบเบาๆ
ถ้าไม่ได้คิดไปเอง ผมรู้สึกว่าเธอกำลังยิ้ม ยิ้มที่ผมจำได้ติดตา
ว่ามันเป็นแบบไหน แค่นึกว่าเธอกำลังยิ้มให้ผมในแบบนั้นอยู่
มันก็ทำให้อารมณ์ต่างๆสงบลง

ตอนแรกๆผมไม่ยอมออกไปข้างนอกกับเธอตามคำชวน
เพราะไม่อยากถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

"นัดขอพี่กลางว่าให้โลกของพี่กลางตอนนี้มีแต่นัดไงค่ะ
พี่กลางไม่ต้องสนใจคนอื่น สนใจแค่นัดคนเดียวก็พอ
นะค่ะพี่กลาง..เชื่อนัดสักครั้งนะค่ะ"

นี่คือสิ่งที่เธอบอก ไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ผมตัดสินใจเชื่อเธอ
นัชชาเริ่มจากการพาผมไปในที่ๆคนไม่มากอย่างสวนสาธารณะในหมู่บ้าน
เธอให้ผมนั่งลงบนชิงช้าก่อนจะเดินมากอดคอผมไว้จากด้านหลัง
แล้วค่อยๆบรรยายสิ่งที่เธอเห็นรอบตัวให้ผมฟังที่ มันไม่สร้างความรู้สึก
แย่อย่างที่ผมคิด อาจเป็นเพราะการที่เธอกอดผมไว้ก็เป็นได้มันทำให้ผมรู้สึกว่า
โลกมืดๆของผมเริ่มมีชิวิต และเป็นโลกที่มีเพียงผมกับเธอเท่านั้น

เธอยังคงพาผมไปในอีกหลายๆที่ รวมทั้งทะเลที่ผมชอบเธอก็พาผมไป
ถึงจะมองไม่เห็นแต่ผมกลับรู้สึกว่าครั้งนี้ทะเลสวยกว่าทุกครั้งที่เคยมา
อาจจะเป็นเพราะเสียงหวานที่บอกเล่าสิ่งต่างๆอยู่ตลอดเวลารวมทั้งมือ
บางที่จับมือกันไว้ไม่ยอมปล่อย ความกลัวที่เคยมีในวันแรกที่รู้ว่าตัวเองมองไม่เห็น
เวลานี้มันได้หายไปแล้ว ทุกนาทีของผมมีความสุขอย่างที่ไม่เคยเป็น

หลังกลับจากทะเล
พี่ชายนำข่าวดีมาบอกผมว่าทางอเมริกาหากระจกตาให้ผมได้แล้ว
แต่ยังไม่มั่นใจนักว่าจะเข้ากับผมได้หรือเปล่า
ผมจึงต้องเตรียมตัวบินไปที่นั่นในอีกหนึ่งอาทิตย์เพื่อรับการผ่าตัด
และอยู่ที่นั่นอีกสักพักเพื่อรอดูผล ซึ่งการไปครั้งนี้นัชชา
ไม่ยอมไปกับผมด้วย ไม่ว่าจะหว่านล้อมด้วยเหตุผลต่างๆนาๆ
หญิงสาวก็ยืนกรานเสียงแข็งท่าเดียวว่าไม่ไป จนผมต้องงัดไม้ตายสุดท้ายขึ้นมาใช้

"นัดเบื่อดูแลพี่แล้วใช่หรือเปล่า หากการผ่าตัดออกมาไม่สำเร็จนัดก็จะทิ้งพี่แล้วใช่ไหม"

"ไม่ใช่แบบนั้นนะพี่กลาง" เธอรีบเอื้อมมือมาจับมือผมไว้พร้อมกับออกแรงบีบเบาๆ

"นัดไม่เคยเบื่อพี่กลาง นัดยินดีเป็นดวงตาให้พี่กลางเสมอตราบที่พี่กลางยังต้องการนัดอยู่"

"แล้วทำไมนัดไม่ไปด้วยกันกับพี่หละ ตอนนี้พี่อยากให้นัดไปด้วย"

เธอเงียบไปพักนึงเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนจะตอบด้วยเสียงที่เหมือนใช้
ความพยายามอย่างมากในการให้มันรอดออกมา

"พ่อแม่นัดตายเพราะเครื่องบินตก พี่กลางอาจจะหาว่านัดโรคจิตก็ได้ แต่นัดทำใจไม่ได้จริงๆ
เพราะมัน... ทำให้ชีวิตนัดไม่เหลือใคร"

แม้คำสุดท้ายเธอจะเอ่ยออกมาแผ่วเบาแต่มันสะท้านเข้าไปถึงหัวใจผม
ผมดึงเธอเข้ามากอดไว้แนบอก รู้สึกผิดอย่างมากที่ต้องทำให้เธอนึกถึงเรื่องร้ายๆ
ผมจึงตัดสินใจไม่บังคับเธออีก แต่ก็ให้เธอสัญญากับผมว่าจะอยู่รอผมที่นี่จนกว่าผมจะกลับมา


ระหว่างอยู่ที่อเมริกา เราโทรคุยกันบ้าง
ผมนึกขอบคุณเทคโนโลยีเสียจริงๆ
ที่ช่วยย่อโลกเราให้ใกล้กันแค่เอื้อม
การผ่าตัดผ่านพ้นไปด้วยดี
ผมได้มองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง
แต่ผมกับรู้สึกไม่คุ้นเคยกลับมัน
เหมือนกับโลกที่ผมมองเห็นอยู่นี้ขาดอะไรไปสักอย่าง
ซึ่งผมไม่รู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร

หลังจากพักฟื้นดูอาการจนแน่ใจแล้ว
ผมกับพี่ชายก็เดินทางกลับเมืองไทย
ผมสั่งพี่ชายของผมไว้ไม่ให้บอกเรื่องผลผ่าตัดใหันัชชารู้
เพราะผมอยากให้เธอได้เห็นด้วยตัวเธอเองมากกว่า

ระหว่างทางจากสนามบินกลับไปยังบ้าน
ผมแทบจะนั่งไม่ติด ถ้าสามารถเอาเครื่องบินไปลงจอดที่บ้าน
ได้เลยผมคงทำไปแล้ว

"ใจเย็นสินายกลาง คุณนัดเขาไม่หนีหายไปไหนหรอก"

พี่ชายผมพูดขึ้นหลังจากทนมองผมกระสับกระส่ายอยู่นาน
สุดท้ายเมื่อเห็นว่าเสกให้การจราจรเมืองไทยมันติดน้อยลง
กว่านี้ไม่ได้ ผมจึงพยายามสงบจิตสงบใจมองออกไปนอกรถแทน

พี่โตคงทนความเงียบที่เกิดขึ้นไม่ไหวจึงจัดการเปิดเพลงทำลายความเงียบซะ
แล้วสิ่งที่มันลอยเข้าสู่ประสาตรู้ของผมก็ยิ่งทำให้ผมคิดถึงคนที่รออยู่ที่บ้านมากขึ้น
ผมกับนัชชาเคยฟังเพลงนี้ด้วยกันครั้งตอนที่ผมคบกับเธอแรกๆ

"นัดชอบเพลงพี่กลาง มันรู้สึกอบอุ่นเวลาได้ฟัง พี่กลางรู้สึกอย่างนั้นไหม"

ผมเพียงแต่ยิ้มให้เธอ ไม่รู้จะตอบว่าอะไรเพราะผมไม่ได้รู้สึกอย่างที่เธอบอกสักนิด
มันก็เป็นเพียงแค่เพลงๆหนึ่งเท่านั้นเองสำหรับผม และผมก็ไม่คิดจะใส่ใจในความหมายของมันด้วย

"ดอกไม้ ประตู แจกัน ดิน ทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
บ้านมีจะมีความงามได้ถ้ามีเธอ

เพราะเธอคือที่พักพิง
คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้

เรื่องร้ายใดๆไม่แกลง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอ
กับเรื่องราวที่ใใครข่มเหง
แต่ฉันเองไม่คิดกลัว"



ทั้งๆที่เป็นเพลงเดียวกันทำไมเวลานี้มันกลับมีผลมากมายกับความรู้สึก
มันเพิ่มความคิดถึงของผมให้มากขึ้นแต่กลับลดความกระวนกระวายให้น้อยลง
ความอ่อนหวานค่อยๆแทรกซึมเข้ามาเรื่อยๆ พร้อมกับรอยยิ้มชวนมองของนัชชา
เรื่องราวตลอดหกเดือนหมุนเวียนกลับมาทีละเรื่อง


ผมกลับมาถึงบ้านแล้ว


นัชชาเดินตรงมาหาผมทันทีที่ผมเปิดประตูลงจากรถ
ผมมองลึกเข้าไปยังดวงตากลมโตที่มองผม
ทำไมเมื่อก่อนผมถึงไม่เห็นนะว่าดวงตาของเธอสวยขนาดนี้
มันสะกดให้ผมนิ่งอยู่แบบนั้น

"พี่กลางมองเห็นนัดหรือเปล่า" เห็นสิ
ผมเห็นเธอเต็มสองตาของผมเลย เธอไม่แตกต่างอะไรจาก
วันแรกที่ได้พบกัน แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือความรู้สึกของผมในตอนนี้ต่างหาก

ความรู้สึกที่เหมือนนักรบที่ออกไปต่อสู้อย่างไม่รู้ชะตากรรม
แล้วสุดท้ายเขาก็ได้กลับมายังบ้านที่มีคนรอเขาอยู่

ดวงตาของเธอค่อยๆเป็นสีแดงจางๆพร้อมกับน้ำใสๆที่คลอหน่วย
ผมเห็นเธอเม้มปากสนิท ก่อนค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มพร้อมกับ
ที่เธอจับมือผมบีบเบาๆเหมือนทุกครั้งที่เธอต้องการปลอบโยนและให้กำลังใจผม

"ไม่เป็นไรนะพี่กลาง มองไม่เห็นก็ไม่เป็นไร นัดยังจะอยู่กับพี่กลางเสมอ
อยู่กับพี่กลางตลอดไปเลยก็ได้"

ผมรู้แล้วว่าโลกที่ผมได้กลับมามองเห็นอีกครั้งวันนั้นมันขาดอะไรไป
มันขาดผู้หญิงคนนี้ ขาดมือบางของเธอที่บีบมือผมแบบนี้

"นัด พี่เคยบอกแล้วหนิว่านัดไม่เหมาะกับสีชมพู เพราะมันจะทำให้นัดหวานน่า
กินเกินไป"

"ก็นัดชอบหนิ..พี่กลาง พี่กลางรู้ว่านัดใส่เสื้อสีชมพู" ผมยิ้มให้เธอพร้อมกับพยักหน้า
ก่อนพูดต่อเป็นการย้ำชัดให้เธอมั่นใจในสิ่งที่ได้ยินมากขึ้น

"กระโปรงสีขาว รองเท้าแตะสีน้ำตาลเข้ม"

"พี่กลาง..." เธอเรียกชื่อผมออกมาเสียงดัง แล้วน้ำใสๆจากดวงตาของเธอก็ไหลออกมาเป็นทาง
ยิ่งตอนผมดึงเธอเข้ามากอดไว้เธอยิ่งสะอื้นหนักเข้าไปใหญ่ พูดจาก็ไม่รู้เรื่องจับใจความอะไรไม่ได้
ต้องเสียเวลาปลอบกันอยู่นานโขกว่าน้ำตาของเธอจะหมด
แต่ผมก็รู้สึกดีนะ เพราะมันทำให้ผมรู้ว่าผมสำคัญกับเธอมากแค่ไหน
พอๆกับที่เธอทำให้ผมรู้ว่า โลกของผมจะไม่สมบูรณ์เลยถ้าไม่มีเธอ

ตอนเย็นที่บ้านมีงานฉลองเล็กๆเป็นการภายในที่ผมกลับมามองเห็นอีกครั้ง
ผมเห็นนัชชาเดินแยกจากทุกคนออกมายังสวนหน้าบ้านจึงแอบตามมา

เธอนั่งอยู่บนโต๊ะม้าหินเงยหน้ามองท้องฟ้าที่คืนนี้มีพระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่
เธอตกใจเมื่อได้ยินเสียงผมเรียก

"พี่กลางออกมาทำอะไรที่นี่ค่ะ"

"พี่ก็ตามนัดออกมานั่นแหละ คิดอะไรอยู่หรอ"

เธอส่งยิ้มให้ผม แต่มันไม่เหมือนทุกครั้งเพราะครั้งนี้มันมีความเศร้าปนมาด้วย

"นัดดีใจที่พี่กลางมองเห็น และกำลังคิดว่าถึงเวลาที่นัดต้องไปแล้ว"

คำพูดของเธอทำเอาผมใจหายวูบ รู้สึกปั่นป่วนในท้องไปหมด

"ทำไมหละ ทำไมนัดต้องไปด้วย"

"โลกที่พี่กลางอยู่ตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องมีนัดอีกแล้ว"

เธอลุกขึ้นทำท่าจะเดินหนีผม แต่ผมไวกว่ารีบคว้าข้อมือเล็กๆของเธอไว้
ดึงให้เธอหันมาเผชิญหน้ากัน เธอก้มหน้ามองพื้นไม่ยอมสบตาผม
จนผมต้องใช้มือเชยคางเธอให้เงยขึ้นมามองหน้ากัน แล้วก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้
เธอกำลังร้องไห้

"ใครว่าโลกที่พี่อยู่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องมีนัด" ผมมองสบตาเธอนิ่งเพื่อเป็นการยืน
ยันทุกๆคำพูดที่กำลังจะบอกเธอออกไป

"นัดทำให้โลกที่มืดมิดของพี่มีชีวิต ทำให้พี่รับรู้ถึงความสวยงามรอบตัวได้โดยที่ไม่ต้องมองเห็น
แล้วพี่ก็ไม่กลัวที่ต้องอยู่ในโลกนั้นตลอดไปเพราะพี่รู้ว่าพี่จะมีนัดอยู่ข้างๆเสมอ แล้วนัด
รู้ไหมว่าวันที่พี่มองเห็นแสงสว่างอีกครั้ง พี่กลับรู้สึกว่าโลกใบนี้มันขาดอะไรบางอย่างไปจนพี่ได้กลับมาเจอ
นัดพี่ถึงรู้ว่าโลกของพี่จะไม่สมบูรณ์ได้เลยถ้าไม่มีนัดอยู่"

"พี่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่เลวยังไง พี่กลับไปแก้ไขมันไม่ได้อีกแล้ว มีเพียงปัจจุบันกับอนาคตเท่านั้น
ที่พี่จะทำมันได้ และทุกนาทีของชีวิตพี่จากนี้จะมีเพียงผู้หญิงที่ชื่อนัชชาเพียงคนเดียว"

"พี่กลาง.." ผมไม่สนใจว่าคนตรงหน้าจะช๊อคแค่ไหน ผมล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง
หยิบกล่องกำมะหยี่สีแดงเข้มที่วานพี่ชายไปจัดการหาซื้อให้ตอนอยู่ที่อเมริกาออกมา

"พี่ไม่รู้ว่านี่จะทำให้นัดมั่นใจในตัวพี่พอที่จะฝากชีวิตไว้กับพี่ได้หรือเปล่า แต่พี่อยากให้นัดรู้
ว่าจากนี้พี่ยินดีดูแลนัดไปตลอดชีวิต..พี่รักนัด นัดแต่งงานกับพี่ได้ไหม"

เธอไม่ตอบอะไรได้แต่ยืนร้องไห้
ผมจึงคว้ามือซ้ายของเธอและสวมแหวนเข้าที่นิ้วนาง
ร่างบางโผล่เข้ากอดผมพร้อมกับปล่อยโฮออกมาเหมือน
เมื่อตอนกลางวันที่เธอเจอผมไม่มีผิด
ไม่รู้เลยว่าเธอต้องร้องไห้เพราะผมอีกกี่ครั้ง
แต่ผมสัญญากับตัวเองไว้ว่าน้ำตาของเธอต้องมาจาก
ความดีใจเท่านั้น เพราะผมจะไม่มีวันทำให้ผู้หญิงคนนี้เสียใจอีกเด็ดขาด
เธอทำเพื่อผมมามากพอแล้ว
ถึงเวลาที่ผมต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อเธอบ้าง

สองปีแล้วที่ผมกับเธอแต่งงานกัน
ผมยังรักเธอเหมือนเดิมไม่เคยลดน้อยลง
ภาพของภรรยาที่กำลังเล่านิทานให้เด็กน้อย
ที่เกิดจากความรักของเราทั้งคู่ สร้างความอบอุ่นมากมายให้กับผม

ในวันที่ผมเหนื่อยล้าจากโลกภายนอก
ก็จะมีรอยยิ้มพร้อมกับแรงบีบจากมือบางของเธอเติมเต็มทุกสิ่ง
ในชีวิตให้กับผม

ความหมายของเพลงที่ผมได้ฟังในวันนั้นยิ่งชัดเจนมากขึ้นในวันนี้


"ดึกป่านนี้แล้วยังนั่งฟังเพลงอยู่อีกหรอค่ะ"

ผมดึงภรรยาของผมมานั่งบนตัก กอดเธอเอาไว้แน่น
รู้สึกตัวเองโชคดีที่ได้พบกับเธอ ผู้หญิงที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง
ผมเสมอไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์

"กำลังรอภรรยาที่น่ารักมากล่อมให้นอนหลับบ้างไง"

"บ้า...พี่กลางไม่ใช่เด็กๆนะ"

"ทำไมหละทีลูกนัดยังเล่านิทานกล่อมได้เลย"

"แต่นัดไม่รู้จะเล่านิทานเรื่องอะไรให้พี่กลางฟังหนิค่ะ"

"ไม่ต้องเล่าหรอก แค่มาให้พี่กอดเอาไว้แบบนี้ก็พอแล้ว"

ผมกับเธอนั่งมองท้องฟ้ากันไปเงียบๆพร้อมกับเสียงเพลงเบาๆ
ให้เราสองคนซึมซับความรู้สึกของกันและกัน




"จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉันจริงๆ
เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน

ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไหร่
ฉันยังคงมีแต่เธอเป็นความหวังและความเข้าใจ
พร้อมจะเก็บทุกสิ่งทิ้งความสุขทุกอย่าง
และจะทำทุกทางเพื่อบ้านหลังนี้"



"นัด..พี่รักนัดกับลูกมากนะ"

"ค่ะ...นัดกับลูกก็รักพี่กลางมากเหมือนกัน
พี่กลางเป็นทุกอย่างในชีวิตของนัด" เธอบอก
พร้อมๆกับซุกหน้าลงมาที่อกของผม

"ขอบคุณที่ทำให้คำว่าครอบครัวของพี่มันสมบูรณ์
ขอบคุณที่เป็นที่พักกายและใจของพี่ตลอดมา ขอบคุณที่ทำให้พี่รู้ว่า
บ้านหลังนี้ยังมีนัดกับลูกรอคอยพี่เสมอ"

ไม่มีคำพูดใดๆระหว่างเราสองคนอีก
มีเพียงจังหวะของหัวใจที่สื่อถึงกัน
ชีวิตของคนเราจะต้องการอะไรไปมากกว่านี้
แค่ใครสักคนที่พร้อมจะเข้าใจเรา
เติมเต็มบางสิ่งของชีวิตให้สมบูรณ์
เท่านี้มันก็มากพอแล้ว...

ดอกไม้ประตูแจกันดินทรายต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำจานชามบันไดโคมไฟที่ที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางก็ล้วนแต่มีคำถาม
บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ

ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้านของฉัน



ใช่...

แค่มีหัวใจของใครสักคนเป็นบ้านที่อบอุ่น

ก็พอแล้ว

-----------------------------------------------------------

Home

ดอกไม้ ประตู แจกัน ดิน ทราย ต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำ จานชาม บันได โคมไฟที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางเดิน ต้นหญ้าอยู่ในสนาม
บ้านมีจะมีความงามได้ถ้ามีเธอ

เพราะเธอคือที่พักพิง
คือทุกสิ่งที่มีความหมาย
เมื่อเธออยู่เคียงชิดใกล้

เรื่องร้ายใดๆไม่แกลง
แม้ข้างนอกจะต้องเจอ
กับเรื่องราวที่ใใครข่มเหง
แต่ฉันเองไม่คิดกลัว

จากพื้นดินชนเพดานนั้นมีความหวานอยู่
เพราะรู้ว่าฉันมีเธอคอยเป็นที่พักใจ
จะรอคอยฉันจริงๆ
เป็นหลักพึ่งพิงสุดท้าย
จะล้มตัวลงเอนกายที่บ้านของฉัน

ไม่ว่าวันเวลาจะเปลี่ยนหมุนเวียนไปเท่าไหร่
ฉันยังคงมีแต่เธอเป็นความหวังและความเข้าใจ
พร้อมจะเก็บทุกสิ่งทิ้งความสุขทุกอย่าง
และจะทำทุกทางเพื่อบ้านหลังนี้


ดอกไม้ประตูแจกันดินทรายต้นไม้ใหญ่
แก้วน้ำจานชามบันไดโคมไฟที่ที่สวยงาม
ขอบรั้วและริมทางก็ล้วนแต่มีคำถาม
บ้านนี้จะงามอย่างไรถ้าไม่มีเธอ

ก็เพราะว่าใจของเธอคือบ้านของฉัน


Create Date : 24 พฤษภาคม 2550
Last Update : 24 พฤษภาคม 2550 20:06:53 น. 6 comments
Counter : 242 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ แล้วจะมาใหม่น่ะค่ะ


โดย: เด็กน้อยขี้แย วันที่: 25 พฤษภาคม 2550 เวลา:17:27:17 น.  

 
อืมม์ มาเยี่ยมมาฟังเพลงครับ


โดย: ธาราภิรมย์ วันที่: 27 พฤษภาคม 2550 เวลา:2:16:49 น.  

 
แวะมาทักทายครับ
ชอบเพลงนี้เหมือนกัน ผมว่าความหมายดีนะ..


โดย: Bank (Lostwing ) วันที่: 28 พฤษภาคม 2550 เวลา:10:20:19 น.  

 
น้ำตาคลอเบ้าไปเลย
...


โดย: .. IP: 124.120.83.81 วันที่: 22 มกราคม 2551 เวลา:11:22:02 น.  

 
ขอให้ครองคู่กันตลอดไปนะคะ ฉันเคยมีความรัก แต่ไม่สมหวัง แต่ความรักก็ยังคงอยู่ และเชื่อว่าจะเจอรักแท้ในซักวัน แต่ว่า....ใจฉันมันรักแค่เขาแค่คนเดียว.....เจ็บปวดจริง ๆ


โดย: tii IP: 58.10.96.93 วันที่: 22 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:13:35:21 น.  

 


โดย: ... IP: 124.109.26.234 วันที่: 25 มีนาคม 2551 เวลา:11:52:31 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

niyai_waan
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add niyai_waan's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.