สัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
2 ธันวาคม 2551
 
All Blogs
 
มานิตย์ ภู่อารีย์ อาจารย์ผู้อารี

Santa Lucia - Sergio Franchi




ผศ.มานิตย์ศิลปินแห่งชาติปี 42

นายปรีชา กันธิยะ เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.)สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่ง ชาติ (สวช.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผศ. มานิตย์ ภู่อารีย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ปี2542 ได้ถึงแก่กรรมลงแล้ว เมื่อวันที่ 30 พ.ย. ที่ผ่านมา เวลา 11.00 น. (โดยประมาณ)

ณ โรงพยาบาลธนบุรี ด้วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเฉียบพลัน สิริอายุ 73 ปี โดยมีพิธีรดน้ำศพในวันที่ 1 ธ.ค. เวลา 16.00 น. ณ ศาลา 1 วัดรัชฎาธิษฐานราชวรวิหาร (วัดเงิน) ซอยจรัญสนิทวงศ์ 35 เขตบางกอกน้อย กทม. และมีพิธีจัดสวดพระอภิธรรมระหว่างวันที่ 1 – 7 ธ.ค. (เว้นวันที่ 5 ธ.ค.) เวลา 19.00 น. จากนั้นจะเก็บศพไว้บำเพ็ญกุศลเป็นเวลา 100 วัน โดยสวช.ได้จัดสวัสดิการช่วยเหลือศิลปินแห่งชาติที่เสียชีวิตเป็นจำนวนเงิน 135,000 บาท และดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ พร้อมทั้งกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานเพลิงศพ ซึ่งจะมีการแจ้งวันและเวลาให้ทราบในลำดับต่อไป

สำหรับประวัติ ผศ. มานิตย์ ภู่อารีย์ เป็นศิลปินอาวุโสที่ได้สร้างสรรค์ผลงานศิลปะมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน เกิดเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2478 ที่กรุงเทพฯ จบการศึกษาศิลปะจากแผนกจิตรกรรม โรงเรียนเพาะช่างศิลปะบัณฑิตจิตรกรรม (เกียรตินิยม) คณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร ดีโพลม่าจิตรกรรม สถาบันวิจิตรศิลป์ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ได้สร้างสรรค์งานศิลปะอันมีคุณค่าทั้งงานภาพพิมพ์ จิตรกรรม และเครื่องเคลือบดินเผา มีผลงานแสดงในนิทรรศการศิลปะสำคัญต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศเป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะการแสดงศิลปกรรมแห่งชาติ จนได้รับรางวัลเกียรตินิยมอันดับ 1 (เหรียญทอง 3 ครั้ง) จนได้รับเกียรติเป็นศิลปินชั้นเยี่ยม ประเภทภาพพิมพ์ เมื่อปี 2505 จนกระทั่งได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจาก สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์) ประจำปี2542

มานิตย์ ภู่อารีย์ อาจารย์ผู้อารี


เสียงเพลงSanta lucia ดังก้องอยู่ในหัวผมตั้งแต่วางสายโทรศัพท์ลงไป เพื่อนสนิทซึ่งไม่ค่อยได้ติดต่อกันตั้งแต่เรียนกันจบมา โทรมาบอกข่าวการจากไปของอาจารย์ผู้เป็นที่รักของพวกเรา ผมเปิดเพลง Santa lucia ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบเพื่อไว้อาลัยแด่อาจารย์ผู้ล่วงลับและเพื่อรำลึกถึงความทรงจำดีๆในครั้งนั้น

ปีหนึ่งเทอมหนึ่งกับสถาบันแห่งใหม่ พวกเราถูกประเพณีรับน้องเล่นเอาซะอ่วม แม้นจะไม่ชอบการรับน้องเท่าไหร่นักแต่ผมก็เข้าร่วมเกือบทุกครั้ง ด้วยความอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง อีกอย่างคือไม่รู้จะไปไหน การรับน้องมีข้อดีที่เด่นชัด คือ ทำให้จำชื่อเพื่อนได้ทุกคน

พวกเราถูกรุ่นพี่ซ่อมทั้งที่ไม่ได้เสียอยู่เป็นเดือน ผลงานและผลการเรียนส่วนใหญ่จะออกมากันไม่ค่อยดีนัก ด้วยเหนื่อยล้าจากการรับน้องวันละสองมื้อหลังอาหาร ครั้นพอเข้าเรียนก็เหนื่อยอ่อน หมดแรงพอเจอแอร์เย็นๆเข้าก็เผลอหลับ เป็นอย่างนี้อยู่หลายวันจนโดนอาจารย์หลายท่านตำหนิเอา วันนั้นเป็นวิชาเรียนรวมกัน มีอาจารย์หลายท่านร่วมสอน พวกเราถูกตำหนิถึงเรื่องความรับผิดชอบอย่างแรง ความเครียดปกคลุมไปทั่วห้องอยู่นาน พวกเรานั่งก้มหน้าไม่มีใครกล้าสบตากับอาจารย์ท่านนั้น

จู่ๆก็มีเสียงเม้าท์ออร์แกนดังขึ้นมาเป็นเพลง Santa lucia ใครกันที่อาจหาญเป่าเม้าท์ออร์แกนในยามนี้ นั่นคือครั้งแรกที่ทำให้ชื่อของอาจารย์ มานิตย์ ภู่อารีย์ สลักอยู่ในใจพวกเรา อาจารย์มานิตย์เป่าเม้าท์ออร์แกนอย่างเพลิดเพลินอยู่สองสามเพลง ความตึงเครียดหายไปในบัดดล จบเพลงสุดท้ายทุกคนลุกขึ้นปรบมืออยู่นาน อาจารย์ทิ้งท้ายด้วยคำพูดให้กำลังใจและให้โอกาศพวกเราปรับปรุงตัว

ปีที่สองในฤดูหนาวบนยอดเขาค้อ กองทัพนักศึกษากระจายกำลังกันยึดฐานที่มั่นบนสันภูตามใจชอบ ตลอดแนวเขาสีเขียวจึงถูกแซมไปด้วยสีสันหลากหลายจากเสื้อกันหนาวของพวกเรา นักศึกษากำลังขะมักเขม้นถ่ายทอดความงามเบื้องหน้าลงสู่แผ่นเฟรมแผ่นกระดาษ

ครั้นคล้อยบ่ายอาจารย์ มานิตย์ก็เดินมาตรวจเยี่ยมลูกศิษย์พร้อมให้คำแนะนำ เพื่อนคนหนึ่งจบมาจากสายสามัญวิชาดรออิ้งจึงไม่แข็งแรง ประกอบด้วยกลัวภาพจะออกมาไม่สวยจึงกล้าๆกลัวในการลงน้ำหนัก เมื่ออาจารย์ มานิตย์มาถึงก็แสดงให้ดูว่าควรจะแก้ปัญหานั้นอย่างไร อาจารย์ใช้มือถูๆไปบนภาพเพื่อให้เกิดน้ำหนัก แล้วใช้ยางลบ ลบออกบางส่วนเพื่อให้เกิดระยะและทาให้ภาพดูสนุกขึ้น อาจารย์บอกให้เรียนรู้จากธรรมชาติ เช่นภูเขาที่ดำทะมึนอยู่ด้านหลัง แม้นมันจะอยู่ไกลแต่สีมันเข้ม เราก็เข้มตามสิ อย่าไปกลัวว่าจะดูแล้วไม่ไกล แล้วอาจารย์ก็ออกเดินไปตามจุดต่างๆที่นักศึกษาซุ่มอยู่ ก่อนที่จะมารวมพลกันฟังคำวิจารย์กันอีกทีหลังอาหารเย็น

วันต่อมา แดดบ่ายบนเขาค้อไม่ร้อนจนเกินไป เพื่อนคนหนึ่งซึ่งลักลอบลงไปจากแค้มป์ที่พักกลับสู่กรุงเทพฯตั้งแต่เมื่อเย็นวาน รูปเงาของเขาปรากฎขึ้นที่ขอบฟ้าตั้งแต่ตัวเท่าเม็ดถั่วเขียว ลัดเลาะมาตามถนนเล็กๆตามเนินเขา จนกระทั่งมาถึงที่อาจารย์มานิตย์พวกเรานั่งกันอยู่ อาจารย์ถามว่าไปไหนมา เขายกมือไหว้ขอโทษอาจารย์ที่ไม่ได้ขออนุญาติก่อนไป

“ผมไปกรุงเทพฯมาครับ”พวกเรานิ่งเงียบดูเพื่อนที่เดินมาเหมือนหมาหอบแดดอธิบาย อาจารย์ถามว่าไปทำไม
“ผมไปไถ่นาฬิกามาครับ คือมันจะหลุดจำนำวันนี้”
“อืม แล้วได้มารึเปล่าล่ะ”
“ได้มาครับ”อาการหมาหอบแดดยังคงที่
“เข้าเป้า เอาล่ะนายไปทำงานต่อซะ”อาจารย์ ยิ้มยินดีกับหมาหอบแดดตัวเก่า

เรือตังเกเชิดหัวเรือฝ่าเกลียวคลื่นมุ่งหน้าสู่เกาะช้าง อาจารย์มานิตย์นั่งอยู่ด้านหัวเรือดุจกัปตันผู้เฝ้ามองหาดินแดนใหม่ ในที่นี้เสมือนเป็นขวัญกำลังใจให้เหล่ากะลาสีทโมนอย่างพวกเรา แรกๆเรือออกจากฝั่งก็ไม่เท่าใหร่ แดดยังร่มลมยังเบา พอเรือออกไปได้สักครึ่งชั่วโมงทำให้ผมต้องคิดถึงคำว่า ศอกก็ทะเล คืบก็ทะเล อย่าได้ไว้ใจ หลายคนในเก๋งเรือพากันหลับไหล แต่ภายนอกนั้นเมฆที่เคยแน่นฟ้าพากันหลีกทางให้แสงแดดแผดร้อน พวกเราที่ยังไม่หลับพยามเชิญให้อาจารย์มานิตเข้ามานั่งด้านใน อาจารย์บอกว่าไม่เป็นไร ตรงนี้ถูกลมดีขออยู่ตรงนี้ต่อ แต่นั่นก็หาได้คลายความเป็นห่วงของพวกเราลงไปไม่ เพราะมีเพียงหมวกใบน้อยเท่านั้นที่บังแดดไว้ จวบจนเรือถึงฝั่งอาจารย์ลงเหยียบเกาะเป็นคนแรก ความกังวลของพวกเราจึงได้คลายลงไป

อาจารย์เคยเล่าให้ฟังถึงวีระกรรมสมัยที่อาจารย์ยังเป็นนักศึกษา ด้วยความซน บวกกับความปราดเปรียว คล่องแคล่วในการทำงาน อาจารย์บางท่านจึงตั้งฉายานายมานิตย์ในขณะนั้นว่า“ลิง” เมื่ออาจารย์ศิลป์ พีระศรีได้ยินเข้าจึงบอกว่า

“นายไม่ใช่ลิง นายคือหนุมาน” ครับ ตอนนี้ผมก็เชื่ออย่างนั้น ดั่งคำของอาจารย์ศิลป์ท่านกล่าวไว้

ตอนปีสี่ช่วงเวลาที่เราต้องส่งงานศิลปะนิพนธ์ เพื่อนหอบแดดคนเดิมทำงานไม่ทันด้วยเขาไปรับงานจ๊อบใหญ่ แต่ยังไงเขาก็พยามปั่นงานศิลปะนิพนธ์จนมีมาส่งพร้อมเพื่อนๆ อาจารย์หลายท่านมีความเห็นแตกต่างกันไป ควรจะทำอย่างไรกับเขาดี ในยามที่ดูเหมือนจะไม่มีใครช่วยเขาได้ อาจารย์มานิตย์ผู้เฝ้าดูพัฒนาการและวิสัยทัศน์ของลูกศิษย์มาอย่างใกล้ชิด กล่าวท่ามกลางการประชุมเครียด ในที่สุดก็เพื่อนหมาหอบแดดก็สามารถฝ่าทางตันวันนั้นมาได้

ภายนอกประตูห้องประชุมลับ พวกเรากว่าสิบหูแนบสนิทกับประตูด้วยใจระทึก เมื่อเพื่อนออกมาจากห้องประชุมจึงซักถามกันเป็นการใหญ่ว่าอาจารย์พูดว่าอย่างไร
“หากเราจะส่งศิษย์ขึ้นสู่ฝั่ง เราต้องให้เขาขึ้นอย่างสวยงาม เพียงแค่วันนี้หาใช่วันตัดสินชีวิตเขาไม่ อย่าให้คะแนนเพียงเท่านี้เป็นตราบาปติดตัวเขาไปเลย หากเขาต้องการจะจบ”เขาบอกว่าอาจารย์พูดประมาณนี้ และนั่นคืออีกครั้งหนึ่งของความเป็นครูที่ยังตราตรึงในใจพวกเสมอมา

ผ่านไปสิบปีคำพูดของอาจารย์ได้พิสูจน์อะไรหลายๆอย่างในชีวิต เพื่อนหมาหอบแดดคนนั้นจบปริญญาโทจากอังกฤษ เพื่อนอีกหลายคนแม้นไม่ได้หาเลี้ยงชีวิตด้วยการทำงานศิลปะ แต่สิ่งหนึ่งที่อาจารย์ได้สอดแทรกในการสอนตลอดมาคือ การใช้ชีวิต

ผมได้เจออาจารย์ครั้งสุดท้ายเมื่อสองปีก่อน ความจำอาจารย์ยังดีมาก ท่านเรียกชื่อผมทันทีเมื่อเจอหน้ากัน ถามสาระทุกข์ สุกดิบกันตามประสา ณ วันนั้นอาจารย์เกษียณอายุราชการแล้วแต่ยังมาสอนพิเศษอยู่บ้างประปราย อาจารย์แยกกับผมตรงหน้าหอศิลป์ของมหาลัยไปขึ้นรถเมล์ อาจารย์ยังสมถะอยู่เช่นเดิม และนั่นคือการพบกันครั้งสุดท้ายระหว่างผมและอาจารย์ผู้อารี





จำภาพนี้ได้ไหม


ยังเท่ห์เสมอ สุขสันต์วันเกิดครับอาจารย์



Create Date : 02 ธันวาคม 2551
Last Update : 4 ธันวาคม 2551 1:09:46 น. 42 comments
Counter : 2770 Pageviews.

 
อรุณสวัสดีจ๊ะตาพรานฯ
----------------------------------------------
ขอไว้อาลัยแด่ครูค่ะ

"ความทรงจำดีดี" ระหว่างครูกับลูกศิษย์
บางครั้งเป็นความรู้สึกเกินกว่าคำบรรยาย
นายถ่ายทอดให้เห็นภาพ "ความประทับใจที่มีต่อครู"
แม้ว่าเหตุการณ์แต่ละช่วงเวลา มันเนิ่นนานจนเกินจะจำ
แต่...ยังคงระลึกได้ในวันนี้ นั่นคือ "ความซาบซึ้งตรึงใจ" มิอาจลืม

ปล. ถ้ามีบทกวีไว้อาลัยแด่ครู จะประทับใจผู้อ่านมากทีเดียวนะ


โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:10:16:30 น.  

 
จำอาจารย์ได้แม่นเหมือนกัน
อาจารย์เป็นบุคคลที่พิเศษมากในใจของเรา
ทุกครั้งที่ได้รับคำวิจารณ์ บางครั้งท้อ บางครั้ง
รู้สึกอิ่ม ดีใจมากในคำติชม
ยังจำคำพูดหลายคำของอาจารย์ได้แม่น
จำเสียงหัวเราะ จำความเอ็นดูที่อาจารย์มอบให้
รู้สึกปิติมากที่ได้เป็นรู้ศิษย์ อ.มานิตย์


โดย: Dec39 IP: 203.146.116.9 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:10:56:48 น.  

 
...ขอบคุณครับ...

...ขอร่วมไว้อาลัยการจากไปของท่าน
...ศิลปินแห่งชาติ ผู้มากด้วยประสบการณ์
...ผลงานที่ท่านฝากไว้ จะเป็นแนวทางให้คนรุ่นใหม่ต่อๆไปครับ...


โดย: นายนุ1991 (nai-nu-19 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:10:57:43 น.  

 
สวัสดีค่ะพี่พราน
ที่บ้านน้ำไม่ท่วมค่ะ แต่วันก่อนก็มีท่วมแถวหาดใหญ่ไปบ้างเหมือนกัน

นาห์ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนนะคะ


โดย: มัยดีนาห์ วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:14:21:15 น.  

 


โดย: ใบไม้ดนตรี (benjarong9 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:15:41:39 น.  

 




ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่ากับสยามเมืองยิ้มเรา ยิ้มออกไม่ออกคับ



ทำไงดีพี่บาววว


โดย: ..ใบไม้ดนตรี (benjarong9 ) วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:15:43:12 น.  

 
ชอบเพลง Santa lucia เหมือนกันค่ะ

ศิลปินจากไป แต่ศิลปะ อยู่ยั้ง ยืนยง...


ฝากดอกไม้ให้อาจารย์ .........



โดย: ทากชมพู วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:17:26:22 น.  

 
สวัสดีคะพี่ตาพรานบุญ

ไม่ได้หายไปไหน
ฮิห้าก็ไม่ค่อยได้เล่นหรอกค่ะ
ที่หายไปเพราะกำลังฝึกงาน
ตอนนี้ฝึกอยู่ที่แผนกอายุรกรรมหญิงโรงพยาบาลพะเยา
เทอมสองทั้งเทอมออกฝึกงานค่ะ
ต่อจากนี้ก็จะต้องลงไปอยู่ในชุมชน
ได้กลับมาเรียนภาคทฤษฏีอีกทีก็เทอมสามหลังปิดปีใหม่ค่ะ
ไม่ได้ลืมบล็อคค่ะ
แต่ตอนนี้หาเวลาหายใจแทบไม่ได้เลยค่ะ
นี้ก็กำลังค้นงานกลไกลการเกิดไตวายเรื้อรัง
แล้วแอบแวบมาค่ะ

สบายดีน่ะค่ะ
ไม่ได้อ่าน
แต่จะบอกว่าคิดถึงบล็อกค่ะ
ว่างๆจะมาทักทายค่ะ

พี่พรานเล่นฮิห้าด้วยหรือค่ะ

ไปล่ะค่ะ
สวัสดียามดึกค่ะ


โดย: เบญจวรรญ IP: 61.7.231.132 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:21:21:50 น.  

 
ขอบคุณอาจารย์

ที่เคยสั่งสอนผมครับ


โดย: สมชาย สันติฤทธิ์ IP: 58.8.158.180 วันที่: 3 ธันวาคม 2551 เวลา:23:30:45 น.  

 
แวะมาทัก
ส่งคืนเครื่องบิน ให้การบินไทยเรียยร้อยแย๊ว ^^
.....

25 ธันวา เจอกัน


โดย: ~(-_-)~ IP: 58.8.117.251 วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:0:43:12 น.  

 
ขอบคุณครับ ที่แวะไปเยี่ยมเยียนครับ


โดย: คนสุพรรณจ้า (mot_suphan ) วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:9:10:21 น.  

 
มาฟังเพลงครับ


โดย: manachanok วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:9:14:23 น.  

 
มาร่วมไว้อาลัยเช่นกันครับ
ผลงานดีๆของอาจารย์จะยังคงอยู่คู่คนไทยตลอดไป


โดย: ถ่านหินจำศีล วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:12:25:59 น.  

 



เคยได้ยินชื่อเสียงของท่านมานานแล้วค่ะ วันนี้เพิ่งได้ทราบประวัติ....ขอบคุณนะคะ....


โดย: นางฟ้าอรชร วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:13:03:04 น.  

 
ปิดสามวัน
ตาพรานทำอะไรบ้างเหรอ

คงไม่ออกไปดักจับนางโนราห์ที่ไหนนะ


โดย: ทากชมพู วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:20:13:18 น.  

 
อ่านแล้วน้ำตาคลอ....

ร่วมไว้อาลัยด้วยคนค่ะ


โดย: Neilnuch_T วันที่: 4 ธันวาคม 2551 เวลา:20:37:18 น.  

 
เคยเจอ อ.มานิตย์ ครั้งนึงครับ แต่เห็นงานแกบ่อย
ร่วมไว้อาลัยด้วยครับ


โดย: คุณม้าม วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:1:15:01 น.  

 
ดีจ้า....

ยังไม่ได้ขึ้นหลังคา....อ้ายตั๊มจองตัวไว้ขึงผ้าใบกั้นหลังคาน่ะ

กำลังรอ....สะตางต์ค่าน้ำมันอยู่เด้ออ้าย
ถ้าเสร็จชุดนี้ก็ล่องใต้ได้ล่ะบ่าวเอ้ย...

แมนสุดๆ....เท่ห์สุดๆเนอะท่านอาจารย์


โดย: ปลายแปรง วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:8:57:58 น.  

 
มารำลึกด้วยคนครับ...


โดย: pu_chiangdao IP: 118.175.184.138 วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:9:15:14 น.  

 
เราชอบเพลงนี้มากเหมือนกันค่ะ
ทั้งที่ไม่ได้เป็นเด็กศิลปากร
แต่รักศิลปะ และชื่นชมครูที่"ให้"อย่างนี้
กราบครูผู้ล่วงลับด้วยค่ะ

เรื่องที่เล่าดีจัง


โดย: ยิปซีสีน้ำเงิน วันที่: 5 ธันวาคม 2551 เวลา:18:54:48 น.  

 


โดย: ปลายแปรง วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:8:20:15 น.  

 
พระคุณครู ...
ใครคือครูครูคือใครในวันนี้
ใช่อยู่ที่ปริญญามหาศาล
ใช่อยู่อยู่ที่เรียกว่าครูอาจารย์
ใช่อยู่นานสอนนานในโรงเรียน
ครูคือผู้ชี้นำทางความคิด
ให้รู้ถูกรู้ผิดคิดอ่านเขียน
ให้รู้ทุกข์รู้ยากรู้พากเพียร
ให้รู้เปลี่ยนแปลงสู้รู้สร้างงาน
ครูคือผู้ยกระดับวิญญาณมนุษย์
ให้สูงสุดกว่าสัตว์เดรัจฉาน
ครูคือผู้สั่งสมอุดมการณ์
ปณิธานเพื่อมวลชนใช่ตนเอง
ครูจึงเป็นนักสร้างผู้ใหญ่ยิ่ง
สร้างคนจริง สร้างคนกล้า สร้างคนเก่ง
สร้างคนให้เป็นตัวของตัวเอง
ขอมอบเพลงนี้มาบูชาครู

อาลัยแด่ ผศ.มานิตย์ ภู่อารีย์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ภาพพิมพ์)ผู้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ


โดย: ob IP: 58.137.81.147 วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:10:49:52 น.  

 
ขอบคุณสำหรับ
เพลง และเนื้อเรื่อง
ที่นำเสนอมาให้ได้อ่านและรับฟังค่ะ

ขอร่วมรำลึกถึงอาจารย์ด้วยค่ะ


โดย: malarn cha วันที่: 6 ธันวาคม 2551 เวลา:19:02:35 น.  

 
สวัสดีค่ะพรานบุญ
ชอบภาพจิตรกรรม
ของอาจารย์มากเลย

ขอไว้อาลัยด้วยคน
เราสูญเสียศิลปินแห่งชาติ
ไปอีกคนแล้วนะค่ะ


โดย: มัททะนะ (mastana ) วันที่: 7 ธันวาคม 2551 เวลา:1:06:15 น.  

 
http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=blueteardrop

มาส่งความสุขค่ะ รบกวนไปรับพรปีใหม่แต่เนิ่นๆนะคะ


ขอร่วมไว้อาลัยกับท่านด้วยค่ะ


โดย: teansri วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:6:27:05 น.  

 
ขอขอบพระคุณอาจารย์มานิตย์มากค่ะ
ที่ทำให้พวกหนูได้มีวิชาความรู้
ได้รับบทเรียนและข้อคิด หลายอย่างในการทำงาน
และการดำรงชีวิต
ขอไว้อาลัยแด่อาจารย์มานิตย์ ภู่อารีย์ค่ะ


โดย: ลูกศิษย์อาจารย์ IP: 58.10.36.116 วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:9:51:55 น.  

 
ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ


โดย: ค่ำคืนหน้าหนาว วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:10:13:54 น.  

 


อยากไปดูผลงานอาจารย์ มานิตย์ ภู่อารีย์

ไปดูได้ที่ไหนอะครับ

พี่บาวพรานบุญ



โดย: ใบไม้ดนตรี (benjarong9 ) วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:12:03:22 น.  

 
อ่านในเนชั่นแล้วค่ะ
วันนี้แวะมาทักกันในบลอกแกงค์

เนชั่นนับวันจะแปลกขึ้นๆ

บอกตรงๆ เริ่มเบื่อ


โดย: Kala_mydog วันที่: 8 ธันวาคม 2551 เวลา:23:21:22 น.  

 
เห็นบอกกำลังทำงานใหญ่เหมือนกัน
ก็เลยอยากถามตาพรานบุญเกี่ยวกับเรื่องแสงไฟตอนทำงานครับ
เช่น ใช้ไฟแบบไหน จัดวางยังไง
คือผมไม่เคยทำงานชิ้นใหญ่ขนาดนี้น่ะครับ จัดแสงลำบากจัง


โดย: คุณม้าม วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:0:45:51 น.  

 
ขอบคุณที่แนะนำครับ รู้สึกว่าไฟมันน้อยไปเหมือนกัน (ปวดตา) โดยเฉพาะตรงกลาง ๆ เฟรมยังไม่ค่อยสว่าง ตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะติดไฟยังไงให้ส่องถึงกลางเฟรม


โดย: คุณม้าม วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:2:16:54 น.  

 
มาชวนตาพรานฯ

ถ้าว่าง ไปเที่ยวตลาดกันนะคะ

ไปดูแต่ตา ไม่ต้องเสียตังค์ ...หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว..


โดย: ทากชมพู วันที่: 9 ธันวาคม 2551 เวลา:10:00:19 น.  

 
เบื่อเนชั่นให้กลับมาบล็อกแก็งค์
แล้วถ้าเบื่อทั้งบล็อกแก็งค์ทั้งเนชั่นล่ะจะไปไหนดีตาพราน

ไปล่ะ...ขี้เกียจอยู่นานๆ เดี๋ยวพาลเบื่อหน้ากากพราน


โดย: เพลงฝนต้นลมหนาว วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:12:04:56 น.  

 
อ่านแล้วซึ้งมาก ๆ เลย
ขอแสดงความเสียใจและไว้อาลัยให้กับอาจารย์ด้วยค่ะ

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมที่บล็อกค่ะ.....ไม่ได้อัพมา 3 เดือน..ล็อกไว้ก่อนนะคะ..


โดย: The Air วันที่: 10 ธันวาคม 2551 เวลา:16:06:37 น.  

 



ผู้ชายอย่าหลายบ้าน!!!!!!!

แล้วเป็นไงล่ะ...หัวไม่วาง หางไม่เว้น

ซ่กๆ นะ หล่อน จะบอกให้


โดย: ปลายแปรง วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:8:03:15 น.  

 




ดอกอะไรนี้ครับ


โดย: ใบไม้ดนตรี (benjarong9 ) วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:16:25:30 น.  

 
ขอร่วมไว้อาลัยแด่ครูครับ


โดย: thai-secret วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:20:55:56 น.  

 


มาส่งเทียบเชิญ ให้ไปเด็ดดอกไม้กลางสายน้ำค่า

เดินไปดีๆ ระวังลื่นล้มนะ


โดย: ทากชมพู วันที่: 11 ธันวาคม 2551 เวลา:22:00:31 น.  

 
แค่รับความรู้สึกผ่านตัวอักษร
ก็สัมผัสได้ถึงความเป็นครูที่แท้จริงเลยค่ะ

ครูผู้มีแต่ให้ ให้ความรู้ ให้ชีวิต



โดย: ปางหวัน วันที่: 12 ธันวาคม 2551 เวลา:23:38:00 น.  

 
หัวใจไม่เคยว่างเว้นเลยนะ

คนใจร้าย...............

คุณหลอกดาวววววววว

โอ้วโน้ว..................


โดย: ชิบุ IP: 203.172.234.149 วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:12:20:17 น.  

 
มาเยี่ยมเฉยๆ

.......ไม่เชิง...........

อัพบล็อกแล้วค่ะ...อิอิ...


โดย: ทากชมพู วันที่: 15 ธันวาคม 2551 เวลา:17:44:22 น.  

 
คิดถึงพลังจักรวาล


โดย: dec43 IP: 125.25.111.191 วันที่: 17 ธันวาคม 2551 เวลา:14:55:22 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ตาพรานบุญ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ให้งานแนะนำตัวเอง
Friends' blogs
[Add ตาพรานบุญ's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.