[[อุทาหรณ์จากเรื่องจริง]]..........เมื่อลูกตั้งครรภ์ตอน ม.5…………


http://www.pantip.com/cafe/family/topic/N11612919/N11612919.html

เช้าวันหนึ่ง ณ ห้องตรวจจิตเวช

ผมได้รับเคสขอคำปรึกษารายหนึ่ง เป็นผู้หญิงอายุ 17 ปี มาพร้อมกับพ่อและแม่

มีปัญหาว่าขณะนี้เธอตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว!


เรื่องมีอยู่ว่า น้องเอ (นามสมมติ) เป็นเด็กนักเรียนชั้นม..5 ของโรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่ง
อาศัยอยู่ที่หอพักกับน้องชายใกล้โรงเรียน
เนื่องจากพ่อแม่ทำงานอยู่ต่างอำเภอ ไม่สะดวกที่เด็กจะเดินทางไปกลับทุกวัน

น้องเอเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน เรียนเก่ง และอยู่ในช่วงใกล้สอบชิงทุนเข้ามหาวิทยาลัย


ย้อนกลับไปเมื่อ 6 เดือนก่อน
.................................
......................
............

คืนวันนั้น น้องเอเดินออกจากหอพัก ประมาณสองทุ่ม ไปร้านสะดวกซื้อ
เพื่อซื้อข้าวให้น้องชายที่กำลังไม่สบาย

ระหว่างทาง น้องเอถูกคนร้ายฉุดกระชากเข้าไปในซอยมืด ใช้อาวุธข่มขู่ และลงมือกระทำชำเรา
....................................
...........................

หลังเกิดเหตุ น้องเอไม่รู้จะทำยังไง
..แต่สิ่งที่รู้ตอนนั้นคือ เธอต้องเดินไปซื้อข้าวให้น้องชายเธอ ที่รอทานข้าวอยู่

ผมถามเธอว่า...ได้บอกเรื่องนี้กับใครบ้างไหม?

“หนูเห็นน้องรอกินข้าวอยู่...หนูก็พูดไม่ออก” น้องเอเอามือปิดปาก ร้องไห้อย่างสะเทือนใจ


...........รวมทั้งพ่อแม่.........น้องเอก็เลือกที่จะไม่บอก........
เธอเลือกที่จะเก็บงำความทุกข์ไว้คนเดียว เพราะไม่อยากให้พ่อแม่เสียใจ


น้องเอพยายามลืม และทำตัวเองให้เป็นปกติ เธอยังไปโรงเรียนได้ ร่าเริงกับเพื่อนๆได้
แม้บางช่วงจะซึมๆไปจนเพื่อนทัก สมาธิการเรียนไม่ดีเหมือนเดิม
แต่เธอพยายามตั้งใจ เป้าหมายเพื่อสอบชิงทุนให้ได้ และไม่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
………………………………..
……………………………..


ผมรู้ดีว่าข้างในของพ่อแม่ เต็มไปด้วย
ความรู้สึกผิด...........ที่ช่วยปกป้องลูกไม่ได้
รู้สึกผิดหวัง........ ที่อนาคตลูกสาวที่เป็นความหวัง อาจต้องดับวูบกลางคัน ทั้งที่กำลังไปได้ดี

สิ่งที่ผมสนใจคือ

เพราะอะไร เด็กที่เรียนเก่ง สติปัญญาดีอย่างน้องเอ จึงเลือกวิธีการแก้ปัญหาแบบนี้
ถ้าเธอบอกพ่อแม่ตั้งแต่แรก ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ เรื่องมันอาจไม่บานปลายขณะนี้

และตอนนี้อายุครรภ์ของเธอ อันตรายเกินกว่าที่จะยุติการตั้งครรภ์ !

และยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเผชิญข้างหน้า
.....จะอุ้มท้องไปเรียนยังไง
.....จะตอบคำถามคนอื่นๆยังไง
.....จะวางแผนอนาคตอย่างไร
......จะเลี้ยงลูกที่เกิดมา และรับมือกับอดีตที่เจ็บปวดอย่างไร


ครอบครัวนี้ดูเหมือนเป็นครอบครัวที่อบอุ่นทีเดียว
ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่พร้อมหน้ากันทุกวัน แต่พ่อแม่ก็มาหาลูกทุกสัปดาห์

แต่สิ่งที่พบคือ ความผูกพันทางอารมณ์ และการตอบสนองทางอารมณ์ของสมาชิกในครอบครัวมีน้อย

พ่อแม่ไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญเรื่องอารมณ์ลูก ว่าลูกรู้สึกยังไง
ไม่ยอมรับถ้าลูกแสดงอารมณ์เชิงลบออกมา

ทำให้เด็กเลือกที่จะเก็บกดอารมณ์ไว้มากกว่าที่จะแสดงอารมณ์ เพราะรู้ว่าพ่อแม่ไม่ชอบ
จึงพบว่าเด็กแทบไม่เคยเถียงพ่อแม่เลย ซึ่งถือว่าผิดปกติในวัยรุ่น
เมื่อมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น เด็กจึงไม่กล้าปรึกษาพ่อแม่ เพราะกลัวพ่อแม่ไม่พอใจ เสียใจ

สิ่งที่พ่อแม่ให้ความสำคัญ คือ การให้คุณค่ากับการเรียน (มากเกินไป)
จนทำให้ลูกรู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ ให้เรียนดีไว้ก่อน เพื่อให้พ่อแม่พอใจ

พ่อแม่เองก็ลืมว่าต้องฝึกทักษะชีวิตให้ลูก เช่น ทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ทักษะการป้องกันตัวเอง ซึ่งสำคัญกว่าการเรียนมาก

..........เรื่องจึงลงท้ายกลายเป็นแบบนี้


.......อย่าลืมใส่ใจอารมณ์ลูก ถามเค้าบ้างว่า เรียนวันนี้เป็นยัง เหนื่อยไหม
หรือเวลาเค้าเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง ต้องแสดงท่าทีรับฟัง และถามว่าเค้ารู้สึกยังไง

ยอมรับอารมณ์ทางลบของลูกได้ เช่นโกรธ เสียใจ ร้องไห้ เพราะอารมณ์เป็นเรื่องธรรมชาติ

ต่อไปเมื่อมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น เค้าก็จะเข้าหา และกล้าเล่าให้เราฟังเองครับ .......




 

Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2555
6 comments
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2555 11:42:27 น.
Counter : 848 Pageviews.

 

เห็นด้วยเลยค่ะ เราทำงานด้านสุขภาพจิต บางครอบครัว เด็ก ๆ แทบจะไม่บอกอะไรพ่อแม่ แต่กับเพื่อนอาจจะบอกทุกอย่าง แต่คำปรึกษาอาจจะไม่ดีเท่ากับผู้ใหญ่ ปัญหาจึงเกิด

 

โดย: magic-women 1 กุมภาพันธ์ 2555 12:33:38 น.  

 

เป็นความรู้ที่ดีทีเดียว
ขอบคุณมากเลย

 

โดย: sticker-dicut (เสี่ยวเฟย ) 1 กุมภาพันธ์ 2555 13:29:40 น.  

 

ถูกใจมากๆค่ะ โหวตให้เลย

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ลงสะพาน...เลี้ยวขวา Food Blog ดู Blog
วนารักษ์ Photo Blog ดู Blog
tpipe Parenting Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 3 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ 1 กุมภาพันธ์ 2555 17:46:17 น.  

 

นับเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจเลยทีเดียว อ่านแล้วก็ชวนให้รู้สึกสลดใจนะ ประเทศเรา

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 1 กุมภาพันธ์ 2555 22:32:05 น.  

 

ยกขนมมาฝากค่ะ

มัฟฟินกาแฟ เพิ่งทำเสร็จวันนี้เอง



 

โดย: Schnuggy ชนุ๊กกี้ 4 กุมภาพันธ์ 2555 3:14:22 น.  

 

อ่านแล้วเศร้าจังเลยคะ

 

โดย: JanE & IK 4 กุมภาพันธ์ 2555 12:23:29 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


tpipe
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2555
 
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
26272829 
 
1 กุมภาพันธ์ 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add tpipe's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.