3| | || | |4
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

สื่อมวลชน!! กระจกเงา...ที่ต้องโปร่งใส

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


เมื่อวันพุธ ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2550 ที่ผ่านมาตัวดิฉันเองได้มีโอกาส
ไปร่วมงาน“ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ” ซึ่งจัด ณ ห้องประชุมอิศรา อมันตกุล ยังอาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

งานดังกล่าวเริ่มให้มีการลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 12.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่มาร่วมงานทุกๆคนหลังจากได้ลงทะเบียนบริเวณหน้างานแล้ว ก็จะได้รับแจกหนังสือจากสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจำนวน 3 เล่มด้วยกัน ประกอบไปด้วยหนังสือ การใช้เสรีภาพกับความรับผิดชอบของสื่อมวลชนไทยท่ามกลางวิกฤตประเทศ , คู่มือผู้บริโภคข่าวหนังสือพิมพ์ และ เจาะข่าวนโยบายสาธารณะ ภายในงานได้เปิดตัวด้วยการให้ชมวิดีทัศน์ “ หนึ่งทศวรรษสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ” หลังจากนั้นก็เริ่มมีการเปิดงานอย่างเป็นทางการ ด้วยการกล่าวเปิดงานของท่านประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการจัดปาฐกภาพิเศษเรื่อง “ การใช้เสรีภาพและความรับผิดชอบของสื่อมวลชนไทย ” โดยนาย ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งเนื้อหาที่ท่านได้กล่าวนั้น มุ่นเน้นแสดงให้เห็นถึงความมีอิทธิพลของสื่อมวลชนที่มีต่อสังคม ไม่ว่าจะในยามใดของบ้านเมืองก็ตามแต่ ซึ่งสื่อนั้นสามารถนำสถานการณ์ บ้านเมืองก้าวผ่านไปยังจุดใดก็ได้ ไม่ว่าจะทำให้สังคมคลี่คลายลง หรือ ก่อให้เกิดปัญหาที่ขยาตัวทวีความรุนแรงขึ้นก็ตาม นอกจากนั้นสื่อมวลชนยังต้องมีเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นจริง ซึ่งเสรีภาพนั้นต้องไม่ถูกบดบังด้วยการที่สื่อตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด และ ประการสำคัญที่สุดที่สื่อพึ่งมีก็คือการรับผิดชอบต่อการนำเสนอข่าวสารที่เกิดความบกพร่องแล้วนั้น ก็ต้องแสดงความรับผิดชอบไม่ว่าจะในทางใดทางหนึ่งก็ตาม



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


นอกจากนั้นยังมีการจัดการสนทนากลุ่มบนเวที เรื่อง “ ความน่าเชื่อถือของสื่อมวลชนในภาวะวิกฤต ” โดยผู้ทรงคุณวุฒิอาทิ รศ. ดร. นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ คณบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ , ผศ. นวลน้อย ตรีรัตน์ คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ , นพ. สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ เลขาธิการมูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และ ดำเนินรายการโดย ดร. เจษฎ์ โทณะวณิก คณบดีคณะนิติศาสตร์ ซึ่งการสนทนากลุ่มนี้มุ่งเน้นให้ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาต่างๆได้แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวในแง่มุมต่างๆ เพื่อก่อให้เกิดจุดเปลี่ยน หรือ จุดปรับต่อการทำงานของสื่อมวลชนนั้นเอง



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket

นอกจากการจัดงานในครั้งนี้จะมีประโยชน์ต่อตัวสื่อมวลชนในแขนงต่างๆแล้ว ภายหลังที่ตัวดิฉันกลับมาถึงบ้านแล้วได้ลองอ่านหนังสือที่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติได้แจกมาให้ ทำให้ตัวดิฉันได้เปิดโลกทัศน์ในอีกแง่มุมหนึ่งเพิ่มมากขึ้น โดยในหนังสือ “ การใช้เสรีภาพกับความรับผิดชอบของสื่อมวลชนไทยท่ามกลางวิกฤตประเทศ ” โดยเนื้อหาภายในเล่มมีลักษณะคล้ายคลึงกับเนื้อหาภายในงานแต่จะมีความละเอียด และ เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น



โดยภายในหนังสือ “การใช้เสรีภาพกับความรับผิดชอบของสื่อมวลชนไทยท่ามกลางวิกฤตประเทศ ” ได้กล่าวโดยสรุปว่า“ สื่อมวลชนไทยจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบทางจริยธรรม เพราะถ้าข้อมูลข่าวสารที่สื่อผลิตออกมาขายเป็นพิษก็อาจก่อปัญหาให้แก่สังคมได้ แม้บทลงโทษของอาชีพสื่อสารมวลชนจะมีไม่เด่นชัดเทียบเท่าสาขาอาชีพอื่น แต่สื่อมวลชนจำเป็นต้องมีชอบเขตในการทำงาน และ การนำเสนอข่าวอย่างถูกต้อง เหมาะสม ซึ่งแนวคิดดังกล่าวนี้ก่อให้เกิด จิตสำนึกสาธารณะ โดยสื่อจำเป็นต้องรายงานข่าวเพื่อสังคมอย่างสร้างสรรค์ และ ระมัดระวังในการรายงานข่าวไปจนถึงต้องคิดอย่างรอบคอบ เพราะเมื่อนำเสนอข่าวสารไปแล้ว อาจมีผลเสียต่อส่วนรวมมากกว่าผลดีผลเด่นที่ได้เล่นข่าวนี้ก็เป็นได้



นอกจากนี้ยังได้มีการสำรวจและพบข้อมูลที่น่าตกใจว่า สื่อเกือบครึ่งของสื่อทั้งหมดยังสอบตกด้านประเด็นจรรยาบรรณ และ ความรับผิดชอบอยู่ ซึ่งสิ่งที่ควรปรับปรุงของสื่อกลุ่มนี้ก็คือ การนำเสนอข่าวที่เกินความจริง ขาดการตรวจสอบความถูกต้องก่อนการนำเสนอ ทั้งยังชอบใส่ความรู้สึกตัวเองลงไปในเนื้อหาข่าวเกินความจำเป็น นอกจากนั้นยังขาดความเป็นกลางในการนำเสนอข่าว หรือ มักชอบนำเสนอข่าวที่เป็นเหตุการณ์โหดร้ายรุนแรงอยู่มากนั้นเอง ซึ่งอย่างไรก็ดีการที่จะควบคุมสื่อนั้นกลุ่มคนที่เหมาะสมที่สุดก็คือสื่อด้วยกันเองนั้นล่ะ ”



นอกจากนี้ภายในหนังสือ “ คู่มือผู้บริโภคข่าวหนังสือพิมพ์ ” ยังได้
กล่าวถึงสื่อหนังสือพิมพ์ในยุคปัจจุบันในแง่มุมต่างๆไว้มากมาย“ สื่อมวลชนเปรียบเสมือนสุนัขยาม หรือ หมาเฝ้าบ้าน คำเปรียบนี้ถูกใช้กับสื่อมาทุกยุคทุกสมัยโดยเฉพาะสื่อหนังสือพิมพ์ด้วยแล้วนั้น ก็เปรียบเสมือนคำที่คอยตอกย้ำความภาคภูมิในในวิชาชีพก็ไม่ปาน โดยแท้จริงแล้วสื่อหนังสือพิมพ์จัดว่าเป็นสื่อที่มีบทบาทต่อสังคมอย่างมาก เพราะไม่ว่าเราจะดูข่าวยังโทรทัศน์แล้วนั้น ก็มักชอบนำเสนอข่าวโดยการนำหนังสือพิมพ์มานำเสนอ หรือ แม้กระทั่งจะเดินไปซื้อของพอกลับมาก็ต้องหอบหิ้วเอาหนังสือพิมพ์กลับซักฉบับอย่างแน่นอน เมื่อต้องไปติดต่อยังออฟฟิตใดก็ต้องพบเห็นหนังสือพิมพ์จำนวนไม่น้อยวางไว้ให้อ่านนั้นล่ะ เรียกได้ว่า หนังสือพิมพ์เป็นสื่อที่เข้าถึงประชาชนแถบทุกคนเลยก็ว่าได้



เมื่อหนังสือพิมพ์ได้ผูกพันกับสังคมไทยอย่างแนบแน่นเช่นนี้แล้ว หนังสือพิมพ์ที่ดีจำเป็นต้องยึดมั่นในอุดมการณ์ของตน ไม่แหกคอกละเลยที่จะทำหน้าที่เฝ้าบ้านให้แก่เจ้าของ โดยการหันไปเอาใจกลุ่มคนบางกลุ่มเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า เพราะจะทำให้หมาเฝ้าบ้านจะแปรสภาพจากหมาเฝ้ายามมาเป็นหมานั่งตักนั้นเอง ในการทำงานของสื่อหนังสื่อพิมพ์ยังต้องไม่ละเมิดสิทธิ์ และ เสรีภาพของผู้อื่นอีกด้วย แม้ว่าบุคคลที่โดนละเมิดนั้นจะเป็นบุคคลสาธารณะก็ไม่สามารถจะกระทำได้ เพราะบุคคลเหล่านี้มิได้มีหน้าที่ใดๆที่รับผิดชอบผลประโยชน์ของประชาชนแต่อย่างใด นอกจากนี้แม้การนำเสนอข่าวจะไม่ถึงขั้นละเมิดสิทธิ์ และ เสรีภาพของบุคคลที่เป็นข่าวก็ตาม แต่สื่อก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะนำเสนอข่าวที่มีผลต่อสภาพจิตใจหรือซ้ำเติมความทุกข์หรือโศกนาฏกรรมแก่ญาติหรือ เจ้าตัวอีกด้วย ซึ่งหากผู้บริโภคได้รับการคุกคามจากสื่อหนังสือพิมพ์ไม่ว่าทางใดก็ตามเจ้าตัว หรือ ผู้รู้จักผู้ถูกคุกคามสามารถนำดำเนินการร้องเรียนได้ 2 แบบ คือ 1. ดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือ 2. ร้องเรียนยังสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ( แต่สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติจะดำเนินการได้เฉพาะหนังสือพิมพ์ที่เป็นสมาชิกเท่านั้น ) ซึ่งสามารถอ่านขั้นตอนได้อย่างละเอียดพร้อมคำแนะนำได้ในหนังสือ ” เรียกได้ว่า เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้นอกจากจะมีประโยชน์ต่อสื่อมวลชนด้วยกันเองแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อผู้ที่บริโภคสื่ออีกด้วย



และหนังสือเล่นสุดท้ายก็คือ “ เจาะข่าวนโยบายสาธารณะ ” ซึ่งเนื้อหาโดยรวมจะกล่าวถึงนโยบายของรัฐบาลชุดเก่าที่สร้างกระแสต่อสังคม และ ประชาชนเป็นอันดับต้นๆเลยที่เดียว นอกจากนี้นโยบายเหล่านี้ยังล้วนสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าดีจริง หรือ นโยบายปัญหากันแน่ อาทิ กองทุนหมู่บ้าน , หวยบนดิน , โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค , สารพันปัญหาจากสุวรรณภูมิ , เหยื่อผลจากการทำสงครามปราบยาเสพติด ฯลฯ ซึ่งข้อมูลที่นำมาตีพิมพ์เหล่านี้ล้วนเป็นข้อเท็จจริงอีกมุมหนึ่งที่ประชาชนไม่ค่อยได้ทราบข้อมูลในจุดนี้มากหนัก นากจากนี้ยังประกอบไปด้วยเนื้อหาสาระที่ครบทุกแง่ ทุกมุม เจาะลึกประเด็นต่างๆได้อย่างดุเด็ดเข็ดฟัน เหมาะสำหรับบุคคลที่ชอบรับฟังความเป็นจริงมากกว่ากลุ่มคนที่ชอบบริโภคเฉพาะข่าวที่ตนชื่นชอบเท่านั้น เพราะในหลายๆแง่มุมในหนังสือเล่มนี้อาจทำให้กลุ่มคนดังกล่าวค้านหัวชนฝา หรือ โยนหนังสือเล่มนี้ทิ้งลงไปเลยก็ได้




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


ซึ่งข้อมูลทั้งหมดที่ฉันได้รับฟังจากการเข้าร่วมงาน “ เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ” และ การได้อ่านจากหนังสือทั้ง 3 เล่มที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ทำให้ดิฉันได้เข้าใจในบทบาท และ หน้าที่ของผู้ที่ทำอาชีพสื่อมวลชนมากขึ้น อาจกล่าวได้ว่าสื่อมวลชนไม่ว่าจะเป็นแขนงใดก็ตามก็ล้วนแต่มีความสำคัญต่อสังคมอย่างยิ่ง เปรียบเสมือนกระจกเงาที่คอยสะท้อนความเป็นจริงให้สังคมรับรู้ หากกระจกเงาใบนี้มีความโปร่งใส และสะอาดแล้วละก็ สิ่งที่สะท้อนออกมาจากกระจกก็จะเที่ยงทำเป็นจริง และ ชัดเจนโปร่งใสนั้นเอง แต่เมื่อวันใดที่กระจกเงาใบนี้มีสิ่งสกปรกมาเกาะกุมได้จนหม่นหมองแล้วไซร้ สิ่งที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงานั้นก็จะบิดเบือนไปจากความเป็นจริงอย่างแน่นอน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วอาชีพสื่อมวลชนจึงถือได้ว่าเป็นอาชีพอันทรงคุณค่าต่อสังคมไม่น้อย เพราะหากเมื่อใดก็ตามที่สื่อมวลชนปราศจากความโปร่งใส และ เที่ยงตรงแล้ว บ้านเมืองก็คงเดินก้าวไปสู้จุดภัยพิบัติอย่างแน่นอน นอกจากนี้เมื่อผู้ที่เป็นสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวต่อสังคมไปแล้วนั้น จะต้องมีจรรยาบรรณ และ จิตสำนึกสาธารณะที่พึงกระทำ หากเมื่อใดได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นจากการนำเสนอข่าวของตนก็ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นจนกว่าจะเกิดความสบายใจแก่อีกฝ่ายให้จงได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วผู้ที่ดำรงตำแหน่งสื่อมวลทุกท่านก็ควรพึงตระหนักถึงบทบาท และ หน้าที่ที่สำคัญในจุดนี้ให้จงดีมิใช่แค่เพื่อจรรยาบรรณของตนเท่านั้น ยังเพื่อความถูกต้อง และ ความผาสุกแก่สังคมอีกด้วย รวมทั้งตัวดิฉันเองเมื่อสามารถไปยืนในตำแหน่งสื่อมวลชนได้แล้วนั้น ฉันสัญญาว่าจะปฏิบัติหน้าที่ในจุดนั้นให้ดี และ สมคุณค่าให้ดีที่สุดค่ะ






 

Create Date : 30 กันยายน 2550
1 comments
Last Update : 30 กันยายน 2550 21:59:45 น.
Counter : 414 Pageviews.

 

แวะมาเยี่ยมค่ะ
พูดถึงสื่อชอบทำให้นึกถึงปาปารัสซี่
ทำไม่ไม่รู้

มีความสุขนะคะ ฝันดีจ้า

 

โดย: BeBby (หนูหลงทางมา ) 30 กันยายน 2550 20:48:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nulovelyjung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชีวิตมนุษย์หากมีเพื่อนรู้ใจลึกซึ้งเพียงแค่คนเดียว แม้ว่าตายไปก็ไม่เสียดาย


B HaPPii n Yo LiFe WiLL GeT No PaiN
เริ่มทำการนับจำนวนผู้เยี่ยมชมวันที่19/05/50 ได้ ท่าน
เวลาเยี่ยมชม

วินาที
น้องเพนกี้
น้อง DoryKong 1
น้อง DoryKong 2
น้อง DoryKong 3
X
X
X
X
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
New Comments
Friends' blogs
[Add nulovelyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.