3| | || | |4
Group Blog
 
<<
กันยายน 2550
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
30 กันยายน 2550
 
All Blogs
 

จะอยู่อย่างไม่ตาย...เมื่อรู้ความจริง

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยแรกรุ่นก็คงไม่แปลกอะไรที่ความรักเริ่มจะเข้ามามีอิทธิพลต่อจิตใจอยู่บ้าง บางคนก็ตั้งรับกับมันด้วยความเข้าใจที่ถูกต้อง แต่สำหรับบางคนก็หลงลืมได้ปลื้มกับความรักมากเกินความพอดี จนทำให้คำว่า “ความรัก” มาเล่นตลกกับชะตาชีวิตของเราจนเกือบจะตั้งรับกับมันแทบไม่ทัน เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คงจะมีเพียงสิ่งเดียวที่จะสามารถทำให้เรายืนเคียงข้างกับความรักได้อย่างไม่บอบช้ำก็คือ “การทำใจย่อมรับกับมันอย่างมีสติ” นั้นเอง



วัยรุ่นเป็นวัยที่ร่างกาย และฮอร์โมนเริ่มมีเปลี่ยนแปลง ทำให้มีหลายๆสิ่งเริ่มเปลี่ยนไปโดยเฉพาะเรื่องความรัก จะเริ่มมีความรู้สึกหวั่นไหวต่อเพศตรงข้ามบ้างไม่มากก็น้อยนั้นล่ะ ทำให้ในช่วงนี้มักเห็นวัยรุ่นเริ่มมีการคบค้ากับเพศตรงข้ามในฐานะแฟน หรือคนรักมากกว่าเป็นเพื่อนกับธรรมดาๆเหมือนในวัยเด็กอีกแล้ว ซึ่งหากสามารถเข้าใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติแล้วนั้น เราก็จะสามารถนำความรักที่เกิดขึ้นในวัยนี้มาเป็นแรงผลักดันให้เป็นพลังในการทำสิ่งดีๆมากกว่าการแสดงความเป็นเจ้าของซึ่งกันและกันมากเกินวัย



เราคงปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าบางครั้งเหตุผลกับความรู้สึกมันก็ช่างค้านกันซะเหลือเกิน คงไม่มีใครหรอกที่จะอยากทำอะไรที่อยากให้ใครมาว่าเอาที่หลังได้ว่าสิ้นคิดบ้างล่ะ หรือไม่มีสมองบ้างล่ะ แต่บางครั้งสมองของเรามันก็สั่งการให้เราทำในสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกของเรามากจนเกินไป โดยเฉพาะในเรื่องของความรักที่มักไม่เข้าใครออกใคร หากเมื่อเจอเข้ากับตัวแล้วก็ย่อมมีโอนเอนเคลิบเคลิ้มกับความรักที่ได้สัมผัสเมื่อแรกเริ่มกันแทบถูกคนนั้นล่ะ แต่อย่างไรก็ตามคงไม่มีสิ่งใดยากเกินความสามารถของมนุษย์หรอก ฉะนั้นเราต้องพยายามทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ว่า ความรักเป็นสิ่งที่ดีแต่จะดีมากขึ้นเมื่อเราเรียนรู้ที่จะมีความรักในขอบเขตที่เหมาะสม เพราะหากเราถลำลึกกับมันแล้วนั้นก็ไม่สามารถที่จะกลับมาแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นได้อีก เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วเราก็ต้องกำหนดขอบเขตของความรักให้ชัดเจนเพื่อผลประโยชน์ของตัวเราในภายหลัง



แต่ไม่ว่าเราจะวางตัวกับความรักดีแค่ไหนแล้วก็ตาม ก็อาจไม่ใช่ตัวแปรที่สามารถฉุดรั้งให้ความรักยืนเคียงข้างเราได้ไปตลอดชีวิตหรอก เพราะเมื่อคิดที่จะมีความรักแล้วนั้นก็ต้องคิดที่จะเผื่อจิตใจไว้ยอมรับกับความไม่สมหวังที่อาจจะตามมาก็ได้ ยิ่งเป็นรักครั้งแรกก็ต้องทำใจยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายหลังไว้ว่าจะดีหรือล้มเลวเพียงใด แต่ก็ใช่ว่ารักครั้งแรกจะเป็นรักครั้งที่เลวร้ายที่สุดเสมอไปเพราะอาจจะเป็นรักที่ดีสุดในชีวิตก็เป็นได้ เพียงแต่ว่ารักครั้งแรกก็คือสิ่งที่เคยประสบเป็นครั้งแรกการตั้งรับจึงยังไม่มีประสบการณ์ส่งผลทำให้เกิดความล้มเลวได้มาก ประกอบกับความมั่นคงทางจิตใจมีอยู่น้อยมากจึงเป็นที่แน่ชัดเสียส่วนใหญ่ว่าจะล้มเลวแน่นอน



แม้ความรักจะสอนให้เราเสียใจแสนสาหัสเพียงใดก็ตามแต่จงอย่ากลัวที่จะมีความรัก เพราะความรักคือกำลังขับเคลื่อนให้เรามีพลังมหาศาลได้อย่างไม่น่าเชื่อ เพียงแต่ว่าเราจะมีสติและสมองที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้มากน้อยเพียงใดเท่านั้นเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้นั้นต้องเกิดมาจากความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความรักและความสามารถในการ “ทำใจ” ที่จะตั้งรับมัน อาจจะยากที่จะทำได้จริงแต่เชื่อเถอะว่ามันทำได้จริง เพราะคนเราก็ต่างต้องเจอความทุกข์มาด้วยกันแทบทั้งนั้น ซึ่งสิ่งที่สามารถทำให้เรายืนหยัดได้ก็คือการทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ เมื่อทำได้เช่นนั้นแล้วกาลเวลาก็จะช่วยปัดเป่าความทุกข์เหล่านั้นให้หายไปจนหมดสิ้นนั้นเอง และความรักที่ไม่สมหวังเหล่านี้ก็จะเป็นประสบการณ์ให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กับมันให้มีความสุขอย่างแน่นอน

เมื่อผิดหวังก็ขอให้จงเตือนตัวเองให้ขึ้นใจว่ามันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายมากมายนักหนา เพราะถ้ามันไม่สุขสมหวัง เราก็เจอความผิดหวังมาแทนที่ก็แค่นั้น อย่าเลือกที่จะใช้วิธีแก้ปัญหาด้วยการประชดประชันเพราะนอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อตัวเราเองแล้วสิ่งเหล่านี้ยังจะกลับมาทำร้ายชีวิตของเราอีกด้วย เพราะเมื่ออีกฝ่ายเลือกที่จะไม่เห็นคุณค่าเราแล้วการทำเช่นนี้ก็ยิ่งเป็นการตัดทอนคุณค่าในตัวให้ลดน้อยลงไปอีก แม้จะเสียใจเพียงใดก็ให้เลือกวิธีทำใจยอมรับจะดีที่สุด เพราะการยอมรับความจริงคือสิ่งที่จีรังยั่งยืน อย่างที่เขาว่ากันว่า “ ความจริงคือสิ่งไม่ตาย” แม้ว่าเราอาจจะตายได้เมื่อรู้ความจริง แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งนี้ก็คือความจริงที่เกิดขึ้นที่เราไม่อาจไปเปลี่ยนแปลงมันได้ แต่สิ่งที่ทำได้ก็คือจงทำใจที่จะอยู่กับความจริงทุกขณะ ใช่แต่ว่าความจริงจะเลวร้ายเท่านั้นความจริงที่สุขสมหวังก็ยังรออยู่ข้างหน้าเช่นกัน เพียงแค่เราต้องพยายามทำความเข้าใจกับความจริงที่เกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าและพยายามฝ่าฝันมันไปให้ให้ แล้วเราก็จะค้นพบความจริงที่สวยงามได้นั้นเอง



หากความรักที่อยู่ตรงหน้ามันใช่สำหรับเราแล้วต่อให้เราวิ่งหนีมันเพียงใดก็อาจจะหนีมันไม่พ้นไปได้ แต่หากในทางกลับกันหากความรักที่อยู่ตรงหน้าเรานั้นไม่ใช่ของของเรา ต่อให้เราวิ่งตามใขว่ขว้ามันมาเพียงใดก็ไม่ทัน จงเรียนรู้ที่จะอยู่กับความจริงที่เกิดขึ้นในทุกๆเรื่องที่ประสบพบเจออยู่เสมอ เพราะความจริงเหล่านี้มันจะทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์แบบได้ด้วยการฝ่าฝันและทำใจยอมรับมันนั้นเอง






 

Create Date : 30 กันยายน 2550
4 comments
Last Update : 1 ตุลาคม 2550 0:18:58 น.
Counter : 298 Pageviews.

 

เห็นด้วย ที่สังคมทุกวันนี้ พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ลูกจริงๆ เพราะเราก็เป็นคน คนหนึ่ง ที่อยู่คนเดียวตลอด แต่เราอาจโหดร้ายกว่าตรงที่ พ่อ แม่ เลิกกันตั้งแต่เราอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 แต่กระนั้น ถ้าจะว่าไปแล้วละก็ คนส่วนมากคงจะมองว่า เด็กที่ พ่อแม่ เลิกกันนั้นอาจเป็นปัญหาสังคม เป็นเด็กครอบครัวแตกแยก ดื่มสุรา เรียนไม่จบ แต่
เราว่าไม่จำเป็นต้องเป็นอย่านั้นเสมอไป มันอยู่ที่ความคิดของเด็กคนนั้นสามัญสำนึกในตัว ความรักดี
ถ้าเด็กคนนั้นมีความคิดพอละก็ เค้าคงไม่ทำอย่างนั้น
เราเป็นคนหนึ่ง ที่เพื่อนๆมองว่า เฮ้ยแกดีหวะ พ่อไม่อยู่บ้าน อยู่บ้านคนเดียว มีเวลาเที่ยว ไปไหนก็ได้ ! แต่ผิดคราด เราเลือกที่จะ อ่านหนังสือ ดูทีวี บางทีเลิกเรียนก็แค่ชวนเพื่อนไปร้านนม หรือไม่ก็ไปกินข้าว ไปออกกำลังกาย
แต่จะพูดถึงความจริงแล้ว ณ ตอนนี้ ที่เรียนมหาวิทยาลัยมันก็เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อปีสุดท้าย ที่จะจบหรือไม่ บอกจริงๆ ท้อนะบางที กับเรื่องเพื่อน ที่ไม่รู้จักคำว่า "ทำงานกลุ่ม" เหนื่อยนะ บางทีอยากกลับมา แล้วเจอพ่อ อยากเล่าให้พ่อฟังว่าวันนี้เกิดอะไรขึ้น อยากแค่ระบายให้ฟังเพื่อความสบายใจไม่จำเป็นต้องออกความเห็น แต่ก็ไม่!
พ่อกลับมาทานข้าว นอน นานๆเราจะเจอพ่อ แต่นั่นถ้าเป็นบางคนอาจหาทางระบายทางอื่น เช่น เข้าสังคมกับเพื่อนที่กินเหล้าเพื่อนจะได้มีคนคุย รับฟัง ระบาย
แต่จะว่าไปแล้วการอยู่อย่างไม่มีพ่อแม่ เราก็สามารถอยู่ได้ ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นปัญหาสังคมหรอก เราอย่าลืม ถ้าคิดจะทำเลว คิดไหม ปู่ ย่า ตา ยาย จะคิดอย่างไร
มันอธิบายไม่ได้หรอก อยู่ที่สามัญสำนึกของคนแหละ ถึงตอนนี้เราภูมิใจมากๆ ที่เราผ่านตรงนั้นมาได้ มันทำให้ใจเราเข้มแข็ง คนเราต้องรักตัวเองบ้าง ถูกต้องไหม ถึงไม่อยู่กับพ่อ กับ แม่ แต่ถ้าทำอะไรไม่คิดถึงหน้าพ่อหน้าแม่ ก็ไม่รู้จะว่ายังไงละ
ปล.ขอเป็นกำลังใจกับเด็กที่พ่อแม่เลิกกัน

 

โดย: JavA_BasiC IP: 222.123.61.20 30 กันยายน 2550 19:27:55 น.  

 

บ้าบอดี คนทำก็บ้าๆบอๆ ไม่ค่อยเต็ม อะอิชิเตรุ(ไปแปลเอาเอง)

 

โดย: ก้อง โว๊ย... IP: 222.123.165.199 30 กันยายน 2550 20:34:10 น.  

 

ประสบการณ์จะสอนเราอะคะ

แต่กว่าจะมีประสบการณ์ก็ผ่านเรื่องราว ต่าง ๆ มามากมานเหมือนกัน

 

โดย: เป็นกำลังใจให้คุณ 30 กันยายน 2550 21:32:45 น.  

 

กำลังตามหาอยู่จ้ะ..เขียนไว้เผื่อ
จะได้พบไง..อิอิ

โสดอ่ะ ดีแล้วนะ..ไม่เศร้าดีออก..

มีไปทำไมคนรัก..คนไม่ดีทำให้อนาคตเราต้อง ดับวูบ..

แถมคนที่จะต้องลำบาก อาจจะเป็นลูกของเรา ในอนาคตด้วยนะ..

เราเห็นด้วยกับ ทุกๆอย่างที่เขียนเลยจ้ะ..

 

โดย: นู๋ญ่า (kayook ) 30 กันยายน 2550 21:54:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nulovelyjung
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ชีวิตมนุษย์หากมีเพื่อนรู้ใจลึกซึ้งเพียงแค่คนเดียว แม้ว่าตายไปก็ไม่เสียดาย


B HaPPii n Yo LiFe WiLL GeT No PaiN
เริ่มทำการนับจำนวนผู้เยี่ยมชมวันที่19/05/50 ได้ ท่าน
เวลาเยี่ยมชม

วินาที
น้องเพนกี้
น้อง DoryKong 1
น้อง DoryKong 2
น้อง DoryKong 3
X
X
X
X
Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
New Comments
Friends' blogs
[Add nulovelyjung's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.