Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2553
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 

นิราศสุพรรณ...พระสุนทรโวหาร(ภู่) ๓










๕๑
๏ นกกทุงฝูงใหญ่กลุ้ม.......กลางหนอง
ลอยเลื่อนเคลื่อนคลอประคอง.............คู่เคล้า
คิดเช่นเล่นลำคลอง......................คลอนุช น้อยเอย
สอนว่ายฝ่ายพี่เฝ้า.............................ฝึกน้องคล่องใจ ฯ
๕๒
๏ กาน้ำดำแหวกหว้าย.........................วาริน
คาบขยอกขแยงกิน.............................เก่งแท้
เด็กโห่โผล่พลุนบิน..............................บ่เปียก ปีกแฮ
ยางกรอกดอกบัวแซ่............................สนั่นร้องซ้องเสียง ฯ
๕๓
๏ กาเหยี่ยวเที่ยวว้าว่อน....................เวหา
ร่อนร่ายหมายมัจฉา...........................โฉบได้
ขุนนางอย่างเฉี่ยวกา...........................กินสัตว์ สูเอย
โจมจับปรับไหมใช้..................................เช่นข้าด่าตี ฯ
๕๔
๏ ยางเจ่าเซาจับจ้อง.......................จิกปลา
กินเล่นเป็นภักษา...............................สุขล้ำ
กระลาการท่านศรัทธา.....................ถือสัตย์ สวัสดิ์แฮ
บนทรัพกลับกลืนกล้ำ.........................กล่าวคล้ายฝ่ายยาง ฯ
๕๕
๏ ออกแควแม่น้ำปาก...................คลองโยง
แตนด่านบ้านเรือนโรง........................เรียดคุ้ง
ชื่อลานตากฟ้าโถง.............................ทุ่งรอบ ขอบแฮ
เย็นย่ำน้ำค้างฟุ้ง......................................ฟากฟ้าสากล ฯ
๕๖
๏ ชาวบ้านร้านเรือกตั้ง....................ตากปลา
แต่ปากว่าตากฟ้า...............................เฟื่องฟุ้ง
กว้างขวางทร่างวัดวา.........................ไว้ช่อง คลองแฮ
ริมฝั่งพรั่งผักบุ้ง..................................ยอดแย้มแซมไสว ฯ
๕๗
๏ รอนรอนอ่อนอกโอ้......................อัสดง
เลี้ยวเหลี่ยมพระสุเมรุลง......................ลับฟ้า
มืดคลุ้มพุ่มไผ่พง..........................พี่เปลี่ยว เดียวเอย
เสียงพึ่งหึ่งหึ่งหน้า...............................นึกคร้ามหวามถวิล ฯ
๕๘
๏ ทางเปลี่ยวเลี้ยวล่องคุ้ง..................เขตคัน
ย่อมย่านบ้านกระจันจรร ......................กจ่างฟ้า
เงียบเหงาเปล่าทรวงกระสัน.............โศกสอื้น อกเอย
จรรอื่นชื่นแต่หน้า...............................ใช่เนื้อเจือจรร ฯ
๕๙
๏ ลำภูดูหิ่งห้อย.........................พรอยพราย
เหมือนเม็ดเพชรรัตน์ราย......................รอบก้อย
วับวับจับเนตรสาย.........................สวาดิสบ เนตรเอย
วับเช่นเห็นหิ่งห้อย..............................หับหม้านนานเห็น ฯ
๖๐
๏ ถึงย่านบ้านฝั่งข้าม....................โขลงหลวง
หมอเท่าเจ้าเล่ลวง...............................ล่อคล้อง
ใช้เล่นเช่นกับดวง................................เนตรนุช พี่เอย
บ่วงรักดักพี่ต้อง............................................ติดให้ใช้แรง ฯ
๖๑
๏ ล่องทางบางบ้านส.......................ศรีธร
แปรชื่อครือจรรจร...............................แจ่มแจ้ง
เรือนตั้งฝั่งสาคร.............................คนเงียบ เลียบแฮ
บ้านไร่ใครหนอแกล้ง...........................กล่าวอ้างอย่างจรร ฯ
๖๒
๏ ยามดึกครึกครื้นลั่น.......................ลมฝน
ถึงย่านบ้านขโมยมล.............................มืดคลุ้ม
จระเข้เร่คำรน......................................ร้องฮุ่ม ฮูมแฮ
มุ่งเขม่นเห็นขุ้มขุ้ม.........................................แข่งขู้ฟูลอย ฯ
๖๓
๏ ราตรีหนีตเข้เค่า........................บ้านขโมย
เด็กหนุ่มสุ่มเรือโดย...............................ด่วนพุ้ย
ฝนปรำพร่ำเปรียะโปรย.......................ปรายสัต สนัดแฮ
ต่างง่าพร้าขวานมุ้ย........................................มุ่งทุ่มกุมภา ฯ
๖๔
๏ น่ากลัวตัวตเค่ขู้............................ฟูขนอง
ฮืดฮาดฟาดฟูฟอง...............................ฟ่องเฟื้อย
เคียงคู่สู่สมสอง..................................สังวาด สวาดแฮ
ยาวใหญ่ไล่โลดเลื้อย................................เล่นน้ำปล้ำขนอง ฯ
๖๕
๏ เด็กน้อยคอยขเหม้นมุ่ง............มองมัน
ว่าตเข้ขบกัน.................................ปกับท้อง
บูรานท่านว่าสัน-......................ดานสัตว์ กำหนัดแฮ
ปีหนึ่งจึ่งงอกต้อง.................................ติดค้างนางเมีย ฯ
๖๖
๏ หนีศึกว่าปะซุ้ม...................เซิงเสือ
ได้กับเราแล้วเหลือ......................หลากล้ำ
หลบตเข้เค่าจอดเรือ....................ริมเขต ขโมยแฮ
บกก็เสือเรือซ้ำ.......................................สัตเข้เฉโก ฯ
๖๗
๏ รุ่งเช้าเบาอกสริ้น................โศรกสบาย
ลาย่านบ้านขโมยหมาย......................มุ่งข้าม
น้ำขึ้นรื่นลมชาย......................เฉื่อยส่ง ตรงเอย
ทางเปลี่ยวเสียวทรวงซ้ำ......................สัตว์น้ำคล่ำขนอง ฯ
๖๘
๏ บางปลาตาบ้านอยู่.................หญิงชาย
สองฮ่องสองเรือนราย......................ร่ายกล้วย
ชาวป่าน่านอนสบาย......................บ่ครั่น ตวันเอย
มีคู่อูเข้าด้วย........................................ดั่งนี้ที่สบาย ฯ
๖๙
๏ ซ้ายขวาป่าไผ่ซุ้ม.............เซิงหนาม
สองฝั่งรังรำราม...............................รกเรื้อ
แพงพวยผักบุ้งงาม......................งอนทอด ยอดเอย
บนบกนกกับเนื้อ..................................หว่างไม้ไผ่สลอน ฯ
๗๐
๏ บางปสีที่ถ่านตั้ง.............ตวงซาย
เผาไผ่ไม้ซากราย......................เรียดถ้า
หนุ่มสาวเหล่าหญิงชาย.................เช่นพูด อูดเอย
ดำทมื่นทื่นหน้า................................แนบน้องลองโลม ฯ
๗๑
๏ นาวาคลาเคลื่อนคล้อย..............ลอยลำ
ล่วงย่านบ้านบางรกำ.............................รกไม้
สาวหนุ่มสุ่มส้อนทำ......................แทงพวก ฉมวกแฮ
ปลาติดปลิดปลดได้...............................ดุกต้องช่อนชโด ฯ
๗๒
๏ บางยุงคุ้งลาดล้วน...............เหล่าควาย
ลงปลักทลักทลาย.............................เล่นน้ำ
ดำผุดฟูดฟาดหงาย......................แหงนเบิ่ง เทิ่งแฮ
ลูกเล็กเด็กเลี้ยงปล้ำ..........................ปล่อยห้อยอควาย ฯ
๗๓
๏ เขาควายรายร่องนิ้ว.........นิทาน นานเอย
ว่าพญาพาลีทยาน................................ยุดพลิ้ว
ศีรษะกระบือกระบาน.............................บั่งบั่ง ยังแฮ
นึกเช่นเป็นรอยนิ้ว..............................เหนี่ยวเน้นเห็นรอย ฯ
๗๔
๏ บ้านไซไซใหญ่ย้อย............สร้อยไสว
คิดเช่นเล่นต้นไซ...........................แซ่ซ้อง
ผูกกิ่งชิงช้าไกว.....................แกว่งชัก เชือดเอย
เคยขี่พี่กับน้อง.................................แนบเนื้อเจือใจ ฯ
๗๕
๏ เลยทางบางบ้านแห่ง...........หินมูล
เดิมว่าเตาเผาปูน...........................ป่นไว้
อาภัพลับชื่อสูร......................เสียเปล่า เราเอย
อกพี่นี้และได้...............................ดุจอ้างอย่างปูน ฯ
๗๖
๏ ถึงคลองร้องเรียกบ้าน...........บางหลวง
ลำฦกนึกถึงดวง................................ดอกฟ้า
เงียบเหงาเปล่าเปลี่ยวทรวง............แสนเทวษ ทุเรศเอย
อุ้มรักหนักอกถ้า...............................เทียบเถ้าเขาหลวง ฯ
๗๗
๏ บางน้อยพลอยนึกน้อย........น้องเอย
น้อยแนบแอบอกเคย......................คู่เคล้า
เนื้อน้อยค่อยสนอมเชย..................เชือนชื่น อื่นแม่
น้อยแต่ชื่อหฤาเจ้า............................จิตรน้อยลอยลม ฯ
๗๘
๏ บางหวายท้ายคุ้งช่อง...........คลองมี
แดนนครไชยศรี............................สุดสริ้น
เข้าแดนสุพรรณบุรี......................รื้อเปลี่ยว เดียวเอย
ทุ่งท่าป่ายุงริ้น.......................................รกเรื้อเบื่อชม ฯ
๗๙
๏ ชุมนักผักตบซ้อน..............บอนแซง
บอนสุพรรณหั่นแกง......................อร่อยแท้
บอนบางกอกดอกแสลง.................เหลือแหล่ แม่เอย
บอนปากยากจะแก้...............................ไม่สริ้นลิ้นบอน ฯ
๘๐
๏ บางสามศาลเจ้าทร่าง.........ปางหลัง
อารักศักดิ์สิทธิ์วัง......................แว่นแคว้น
สุขีที่ข้าหวัง.............................วานช่วย ด้วยแฮ
กำจัดศัตรูแม้น..................................มุ่งร้ายตายเอง ฯ
๘๑
๏ ถึงบ้านด่านดักตั้ง..............ฝั่งกระแส
สองพี่น้องคลองแคว.........................ค่ามคุ้ง
ตลิ่งตลิบโตล่งแล......................ตานสลับ สล้างเอย
สริ้นไผ่ในแขวงถุ้ง.................................ถิ่นอ้อกอแขม ฯ
๘๒
๏ ปลาชุมกลุ้มเกลื่อนท้อง.............ธารา
ลอยเล่นเห็นคนถลา.........................หลบสริ้น
สลิดสลาดสลับปลา.........................ช่อนดุก พลุกแฮ
กระดี่กระดิกกระเดือกดิ้น.......................กระโดดเหล้นเห็นตัว ฯ
๘๓
๏ นานาปลาว่ายเคล้า..................คลอเรือ
สีเสียดซิวกระโสงเสือ.........................ซ่าสร้อย
เพลี้ยตภากตะเพียนเหลือ.................หลายหลาก มากเอย
กริมกระตรับนับร้อย...................................เร่หว้ายรายเรียง ฯ
๘๔
๏ แก้มช้ำดำที่แก้ม....................แต้มดำ
ดูเคลื่อนเหมือนจนำ.........................แนะน้อง
แรกรักปรักปรางประจำ.......................จุมพิต นิดเอย
ช้ำเช่นปลาอย่าต้อง..............................แต่งแต้มแก้มสมร ฯ
๘๕
๏ เนื้ออ่อนห่อนซู่เนื้อ............น้องหญิง
อ่อนแอบแนบอกอิง.........................อุ่นล้ำ
นวลจันนั่นนวลจริง.........................แต่ชื่อ ฦาเอย
นวลที่พี่กลืนกล้ำ..........................กลิ่นเนื้อเหลือนวล ฯ
๘๖
๏ ปลาใหญ่ไล่เลี้ยวฮุบ..........หวดหาง
ฮืดฮาดฟาดโผงผาง.........................พ่นน้ำ
ปลาค้าวเหล่าสวายคาง.................เบือนบิด เบี้ยวแฮ
กโฮ่โผล่ผุดขล้ำ............................เคลื่อนคล้อยลอยแล ฯ
๘๗
๏ บางซอกอไผ่ล้อม...........หลายกอ
บ้านบ่มีสีซอ..............................สักน้อย
เรือใกล้ไผ่พุ่มภอ.........................พยุโยก โชกแฮ
ไผ่เบียดเอียดออดอ้อย.........................เอื่อยอ้อซออินทร์ ฯ
๘๘
๏ ทุ่งกว้างทางเปลี่ยวโอ้.........อาทวา
สองฝั่งฝ่ายวิหกา..........................กู่ก้อง
เร่ร่อนว่อนเวหา................................หาเหยื่อ
นกเถื่อนเหมือนจะร้อง.........................เรียกให้คนชม ฯ
๘๙
๏ ถึงที่สีสนุกนั้น...................น้องเอย
สนุกแต่ชาวบ้านเคย.........................ค่ำเช้า
พวกพี่ที่จากเชย.......................ชวดสนุก ทุกข์แม่
สนุกที่ดูสูเจ้า....................................สนุกเถ้านั้นเอง ฯ
๙๐
๏ ชุมแท้แต่สวะเฟื้อย.............เฟือยตวาง
ลอยเลื่อนเกลื่อนกลาดกลาง..............กลบน้ำ
ซ้อนซับทับถมทาง...................................ที่แคบ
เรือขัดตัดฟันค้ำ.................................ค่อยกว้างทางจร ฯ
๙๑
๏ แหลมคุ้งทุ่งเถื่อนไม้..............ไรราย
ถึงย่านบ้านตเภาทลาย....................ทลุท้อง
เดิมที่นี่เป็นชาย........................ทเลหาด ลาดแฮ
เรือสัดพลัดมาต้อง..........................ติดเข้าตเภาทลาย ฯ
๙๒
๏ แลลิ่วทิวทุ่งต้น................ตานราย
ลิบลิบลมปลิวปลาย....................ไปล่แปล้
เล่คนคัดปีกฉาย.........................เฉิบเช่น เห็นแฮ
เรี่ยเรี่ยเตี้ยต่ำแจ................................พิศให้ใจเพลิน ฯ
๙๓
๏ บางปลาร้าปลาคล่ำน้ำ.........ลำคลอง
คนเหล่าเชาปมงมอง........................มุ่งข้า
สุ่มซ่อนช้อนฉะนางปอง...............ปิดเรือก เฝือกแฮ
เหม็นเน่าคาวปลาร้า..........................เรียดคุ้งคลุ้งโขลง ฯ
๙๔
๏ ริมน้ำทำทีขึ้น...............ขอดปลา
เกล็ดติดตัวตีนตา....................ตมูกแก้ม
คิดคู่สู่เสน่หา....................หอมชื่น รรื่นเอย
โคลนเช่นเป็นแป้งแต้ม..................ติดเนื้อเหลือหอม ฯ
๙๕
๏ บางสแกแลสล่างงิ้ว..........ทิวราย
เรียงฝั่งดังฉัตรฉาย....................แช่มช้อย
งิ้วไม้ใช่งิ้วสาย....................สวาดิเช่น เห็นเอย
งิ้วพี่ที่แน่งน้อย...............................นึกหน้าอาไลย ฯ
๙๖
๏ ยามยลต้นงิ้วป่า..........หนาหนาม
นึกบาปวาบวับหวาม....................วุ่นแล้ว
คงจะปะงิ้วทราม....................สวาดิเมื่อ ม้วยแฮ
งิ้วกับพี่หมีแคล้ว..................................คึ่นงิ้วลิ่วสูง ฯ
๙๗
๏ ถึงบ้านคันชั่งแท้...........เที่ยงตรง
เพียงพี่ที่ดำรง..........................รักน้อง
เคยคู่ซู่ซื่อตรง.......................สัจคิด สนิทเอย
ยามยากจากพวกพ้อง........................พี่ให้ใจหาย ฯ
๙๘
๏ เหลียวซ้ายฝ่ายฝั่งเฟื้อย........เฟือยไสว
พงไผ่ไม้รำไร...................................รอบคุ้ง
แลขวาป่าแฝกไฟ....................ฟอนเรียน เกรียนแฮ
ลิบลิ่วทิวท้องถุ้ง...................................ถิ่นกว้างวางเวง ฯ
๙๙
๏ ถึงย่านบ้านกุ่มข้าม.......ตามแหลม
วัดเก่าเศร้าโทรมแรม....................รกร้าง
ผู้ใดไม่ซ่อมแซม..................สร้างวัด สวัสดิ์เอย
เพียงพี่ที่อ้างว้าง.............................ทเวทให้ใจหาย ฯ
๑๐๐
๏ ลมตกนกว้าว่อน...............ร่อนบิน
โฉบฉาบคาบปลากิน.......................กู่ก้อง
ค้อนหอยค่อยคุ้ยดิน....................เดินซ่อง มองแฮ
ถิบถ่อกรอปีกจ้อง.................................จ่อมน้ำปล้ำปลา ฯ








ภาพ : พลอย เฌอมาลย์

เพลง : สร้อยสนตัด (เดี่ยวขลุ่ย)







 

Create Date : 02 กรกฎาคม 2553
9 comments
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 21:52:29 น.
Counter : 1058 Pageviews.

 

สวัสดียามเช้าครับน้องพู








 

โดย: กะว่าก๋า 3 กรกฎาคม 2553 7:48:11 น.  

 

โย่งพู

ฝนตกอีกแล้ว เป็ดตัวจะมีครีบอยู่แล้วเนี่ย

เง้อ

สงสัย น้ำจะท่วมโลกแฮะ

 

โดย: มนุษย์ต่างดาว..ผมยาว..ปากหวาน... (เป็ดสวรรค์ ) 3 กรกฎาคม 2553 23:45:29 น.  

 

สวัสดียามเช้าครับน้องพู




 

โดย: กะว่าก๋า 4 กรกฎาคม 2553 7:34:51 น.  

 

สวัสดีวันอาทิตย์...ที่แสนสดชื่นค่ะคุณพู

 

โดย: เพรง.พเยีย 4 กรกฎาคม 2553 8:40:22 น.  

 

มีความสุขมาก ๆ นะคะ ...





… กลางท้องทุ่ง รุ่งอรุณ แสงอุ่นเรื้อง
ล้อมฉากม่าน งามเมลือง เหลืองปลั่งใส
แรวาบวาม รามวิเลป เสพครื้นใจ
เริ่มวันใหม่ รับตะวัน ฝันสีทอง ...


... ร่ายลำนำ ธรรมชาติ พิลาสแล้-
รับขวัญแด่ ดวงประทีป ที่หม่นหมอง-
ณ แดดาล เดือน-หวัง ยังตระกอง
ทั้งสี่ห้อง หัวใจ ได้เบ่งบาน ...


...............................................
...............................................


หมายมงคลปทีปน้อม.........ปฏิมา
อธิษฐานจิตวันทา..............เทิดไว้
แสนเอมอิ่มชีวา.................ระลึกชอบ
ฝันร่วมรังสีไท้...................เที่ยงแท้ทองธรรม


...............................................
...............................................

.
.
.

 

โดย: ploythana 4 กรกฎาคม 2553 15:23:10 น.  

 

มีความสุขมาก ๆ นะคะ ...

(รบกวนลบครั้งแรกให้ด้วยนะคะ
แก้ไขโคลงมีคำเกินค่ะ)






… กลางท้องทุ่ง รุ่งอรุณ แสงอุ่นเรื้อง
ล้อมฉากม่าน งามเมลือง เหลืองปลั่งใส
แรวาบวาม รามวิเลป เสพครื้นใจ
เริ่มวันใหม่ รับตะวัน ฝันสีทอง ...


... ร่ายลำนำ ธรรมชาติ พิลาสแล้-
รับขวัญแด่ ดวงประทีป ที่หม่นหมอง-
ณ แดดาล เดือน-หวัง ยังตระกอง
ทั้งสี่ห้อง หัวใจ ได้เบ่งบาน ...


...............................................
...............................................


หมายมงคลปทีปน้อม.........ปฏิมา
อธิษฐานจิตรา....................เลิศไว้
แสนเอมอิ่มชีวา.................ระลึกชอบ
ฝันร่วมรังสีไท้...................เที่ยงแท้ทองธรรม


...............................................
...............................................

.
.
.

 

โดย: ploythana 4 กรกฎาคม 2553 16:22:52 น.  

 

สวัสดีครับคุณพู
.....................
เข้ามาอ่านต่อ นิราศสุพรรณครับ

 

โดย: panwat 4 กรกฎาคม 2553 22:05:09 น.  

 

คุณพูสบายดีนะครับ

 

โดย: panwat 4 กรกฎาคม 2553 22:07:02 น.  

 

หวัดดีนะ
มาหัดอ่านกลอน
ยากมากอะ

 

โดย: PANPISA 13 กรกฎาคม 2553 12:48:13 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


พธู
Location :
สมุทรสงคราม Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]











มากกว่าได้ยิน



สัมผัสรักจากนี้................................อยู่เสมอ
แม้นห่างไกลจากเธอ........................สุดหล้า
ทุกคืนค่ำละเมอ...............................ใครห่วง
มากกว่ากว้างขอบฟ้า..............โสตได้ยินเสียง

นับเม็ดทรายเกลื่อนพื้น....................รายเรียง
น้อยกว่าคิดถึงเคียง..............................จิตนี้
โครมครืนคลื่นสั่งเสียง.......................ซัดสาด
คล้ายดั่งใครบ่งชี้...................อยากใกล้ชิดกัน

แม้นนับดาวหมดฟ้า...........................รวมกัน
ความห่วงใยจากฉัน.........................กว่าแล้ว
ฟ้ากว้างต่างไกลกัน....................มิห่าง ใจเนอ
เหมือนกอดจากดวงแก้ว..........อุ่นนี้หนาวคลาย

ถ้วนคำนึงน้อมสู่............................เพียงใคร
รอแต่ร่วมสายใย..........................สวาดิพ้อง
ซาบซึ้งกับความนัย...................ตรึงอก นี้เนอ
นานตราบนานจิตน้อง...............ฝากไว้ร่วมฝัน






"Pacta Sunt Servanda-สัญญาต้องเป็นสัญญา"







Friends' blogs
[Add พธู's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.