Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
13 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
ฉันนี่แหละSinglemom บทที่ 10 อ่อนไหว(2)


บทที่ 10 อ่อนไหว (ตอนที่ 2)


“พี่ไม่ได้ชอบแอน พี่คิดว่ามุ่ยก็คงรู้” พี่ธัญญ์พูดเสียงเรียบ “ถ้ามุ่ยกังวลเรื่องนี้
พี่คิดว่าพี่พอจะจัดการให้ได้ พี่ก็ไม่อยากให้ใครเข้าใจพี่ผิดเหมือนกัน
หวังว่ามุ่ยคงชอบดอกไม้นะครับ ขับรถกลับบ้านดีๆนะ
”
แล้วพี่ธัญญ์ก็หันหลังเดินตรงไปที่รถ


อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด แมนซะ ฉันอดใจเต้นตึกตักไม่ได้ ถึงแม้ความหล่อพี่ทะเลจะกินขาด แต่ในเวลาที่สติฉันไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้
ท่าทางเด็ดขาดของพี่ธัญญ์ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ



คืนนั้นฉันอดโทรไปเล่าให้พี่ซิมฟังไม่ได้


“ป่านนี้ไม่รู้ไปตัดสัมพันธ์กับยายแอนนี่
ให้ต้องร้องไห้ตาปูดตาบวมแล้วรึยัง
” ฉันเสริมหลังจากเล่าจบ


“อุ๊ย มีแต่พระเอกน่ะจะใจอ่อนกับสาวๆ
นี่พี่ธัญญ์เค้าเป็นพระรองก็ต้องแมนกว่า เป็นธรรมดา
”
พี่ซิมสนับสนุน


“ตอนพี่ธัญญ์ทำสายตามุ่งมั่นแล้วมองมาทางมุ่ยนะ
เท่ห์มากเลยพี่ซิม ถ้าไม่นับทรงผมแปลกไปหน่อย
”


“นี่ ฉันเลือกแบบให้นะยะ
สงสัยพี่แกยังเซ็ทไม่เป็น
”


“มุ่ยจะไปกินข้าวกับพี่ธัญญ์อีกดีป่ะ”


“ถ้าไม่กลัวแอนมันโดดทับก็ลองดู” พี่ซิมตอบเสียงเรื่อยๆ “ มุ่ย
ฉันว่าความลับไม่มีในโลกหรอก ถ้าแกอยากคบพี่ธัญญ์จริง แกต้องสารภาพความจริงซะ
ถ้าเค้ารับได้ แกก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้วชาตินี้ ใจคอจะปิดบังไปตลอดชีวิตแต่งงาน
แล้วให้เค้าเลี้ยงลูกคนอื่นเรอะ
”


“อุ๊ย พูดให้เครียดอีกแล้ว
คนเค้าโทรมาเม้าท์เล่นๆ
” ฉันเริ่มหงุดหงิด


“ออ ไม่ต้องรีบๆ แค่ท้องเอง
ใจเย็นๆค่อยๆคิดก็ได้ มีเวลาถมเถไป
ลองไปกินข้าวศึกษานิสัยใจคอกันดูซักปีก่อนก็ได้นะ ชั้นว่า
”
พี่ซิมทำเสียงประชดแล้วตัดบทซะดื้อๆ
“วางละ จะไปตะไบเล็บ”



ฮึ่ม!!!



คืนนั้นความฝันฉันเปลี่ยนเป็นเห็นตัวเองใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวสวย
ลูกไม้ฝรั่งเศสตัดเค้กสูงท่วมเพดานห้อง ใครเป็นคนคิดนะว่าแต่งงานต้องตัดเค้ก
ถือมีดยาวเท่าดาบซามูไร ไม่เข้ากันเลยกับงานแต่ง ฉันว่านะ



ใกล้เที่ยงวันต่อมาฉันยังคงนั่งสรุปเอกสารอยู่บนโต๊ะ
แอนนี่ยังคงนั่งเมินฉัน ทำตัวแข็งเป็นสฟิงค์เฝ้าหลุมตุตันคาเมนเหมือนเดิม
หล่อนจ้องมองเวลา คงกะว่าเที่ยงละจะได้พุ่งไปหาพี่ธัญญ์แต่ท่ามกลางความคาดไม่ถึงของทุกคนในแผนก
อยู่ๆพี่ธัญญก็เดินเข้ามา หุ่นสูงโดดเด่นเห็นมาแต่ไกล
ท่ามกลางสายตาสอดรู้สอดเห็นของหลายๆคน คงนึกว่า โอ้โห
เดี๋ยวนี้พี่ธัญญ์มารับแอนนี่ไปกินข้าวเองเลยวุ้ย ตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก


มีแต่ฉันที่เริ่มรู้สึกถึงสถานการณ์ไม่ชอบมาพากล
รีบรวบข้าวของกะจะแอบชิ่งไปก่อน แอนนี่ถึงกับตะลึงที่พี่ธัญญ์มาหาเอง ทำตาโตเหมือนเห็นหิมะตกกลางกรุงเทพตอนเที่ยงวัน
เอามือแตะผม และดึงเสื้อผ้าให้เข้าที่ บ่นพึมพำว่ายังไม่ได้เติมลิปสติก
แต่ไม่ต้องงงกันนาน เพราะพอพี่ธัญญ์ถึงโต๊ะของฉันกับแอนนี่ ก็พูดว่า


“พี่มารับมุ่ยไปกินข้าว”
เสียงเบาๆของพี่ธัญญ์คงดังทั่วถึงทุกคนในแผนกเพราะต่างคนต่างตั้งใจฟังกันหูผึ่ง
แม้มือจะทำเป็นเก็บของ ปิดคอม ดูงาน


ซวยแล้ว
ฉันคิด
“มุ่ยเสร็จงานรึยังครับ” พี่ธัญญ์ถามย้ำ


“ยัง เอ๊ยเกือบ เอ๊ยเสร็จแล้วค่ะ” ฉันถึงกับตอบไปไม่ถูกไปชั่วขณะ ตอนที่พี่ธัญญ์จ้องตาฉัน สุดท้ายก็เค้นคำพูดออกมาได้
“มุ่ยหิว หิวพอดี แอนนี่ไปด้วยกันสิ”


ฉันรีบไปคว้าแขนแอนมาดื้อๆ ทำเอาหล่อนทำหน้าไม่ถูก
เพราะไม่ได้พูดกันมาหลายวัน อยู่ๆก็ทำเหมือนซี้กันซะแบบนั้น


โธ่
ก็ฉันมีเพื่อนคนอื่นที่ไหนล่ะในแผนก แล้วฉันก็ยังโทรจิกพี่ซิมให้มาร่วมขบวนด้วย
ทุกลักทุเลเป็นอันมาก กว่าเที่ยงนั้นจะผ่านไปได้


ฉันแอบเหลือบมองสีหน้าพี่ธัญญ์ระหว่าง”พวกเรา”ทานข้าวกัน พี่ธัญญ์ก็ยังคงยิ้มสดใส แถมบรรยากาศดูดีมากกว่าฉันนั่งกับเขาสองคนอีก
เพราะพี่ซิมคอยเล่าเรื่องฮาๆแม้แต่แอนนี่ที่ทำหน้าตูมเป็นดอกบัววิคตอเรียก็ยังอดขำไม่ได้


ฉันรู้ว่าพี่ธัญญ์คงอยากจะมาทานข้าวกับฉันสองคน
แต่พอคนอื่นมาด้วยเขาก็ไม่ทำท่าหงุดหงิดผิดหวัง แถมดูเฮฮาดีเสียอีก
เป็นพี่ทะเลนะโดนขัดใจแบบนี้เปิดกลับบ้านไปแล้ว


ฉันชักกลัวว่าในช่วงเวลาที่หวั่นไหวแบบนี้
ฉันจะคว้าพี่ธัญญ์ไว้เป็นที่พึ่งเข้าจริงๆ แล้วก็ต้องเสียใจทีหลัง
ฉันคิดและตัดสินใจแล้วว่า จะทำงานกว่าจะทำไม่ได้ แล้วค่อยลาออกไปเงียบๆ



เย็นวันนั้นฉันย่องออกจากแผนกรีบกลับบ้านก่อนเจอพี่ธัญญ์อีก
พอถึงรถฉันก็ชักจะเพลียๆแถมเวียนหัว เพราะรีบปั่นงานมากไปหน่อย
สตาร์ทรถได้ภาพข้างหน้าก้โคลงเคลงเกินกว่าที่ฉันจะขับออกไปไหว
ฉันเลยซบหน้ากับพวงมาลัย รู้สึกหมดแรงละท้อใจขึ้นมากะทันหัน
อยากจะหยิบโทรศัพท์โทรหาพี่ซิมก็ไม่อาจจะก้มลงไปหยิบ กลัวว่าพอหันไปมา
ฉันจะอ้วกใส่รถตัวเองเอาได้ ฉันซบหน้าอยู่นานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ จนได้ยินเสียงเคาะกระจก
ฉันเงยหน้าช้าๆ เหลือบไปมอง พี่ธัญญ์อีกแล้ว


“พี่เห็นมุ่ยซบอยู่นานแล้ว ไม่อยากกวนใจหรอก
แต่เป็นอะไรรึเปล่าครับ
”


เอ่อ เป็นท้องค่ะ อยากตอบไปแบบนั้นจังเลย


“เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ”
ฉันฝืนยิ้ม


“อืม พี่ไปส่งไหม”
พี่ธัญญ์บอกเรียบๆ
”อย่าปฏิเสธเลย พี่รู้มุ่ยไม่อยากไปกับพี่
แต่ให้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกัน ถึงเป็นคนอื่นในบริษัทพี่ก็จะช่วยเหมือนกัน
”


ฉันหยุดคิดนิดเดียวก่อนพยักหน้า
อยากพักเกินกว่าจะเล่นตัว พี่ธัญกลับไปที่รถ ขับมาจอดหน้ารถฉัน แล้วเปิดประตูให้ฉันลง
ประครองฉันอย่างสุภาพ แถมถือกระเป๋ามาให้ถึงรถ


“เรื่องรถมุ่ย เดี๋ยวพี่จัดการให้
มุ่ยอยู่ที่ไหน
” ฉันบอกที่อยู่ไป
ก่อนจะหลับตาลงอย่างอ่อนแรงแต่สบายใจในรถพี่ธัญญ์


ฉันรู้สึกตัวอีกที งงไปพักนึุง
ก่อนจะนึกได้ว่าพี่ธัญญมาส่ง ฉันยังคงนอนอยู่ในรถพี่ธัญญ์
รถกำลังเลี้ยวเข้าคอนโดของฉัน พี่ธัญญ์เหลือบมามองฉันอย่างห่วงใย ฉันรีบหลับตา
แล้วแอบมองเสี้ยวหน้าจริงจังด้านข้างของเขาเออ เนอะ
ฉันไม่เคยมองเค้าใกล้ๆแบบนี้เลย แม้แต่ตอนไปกินข้าวกัน ฉันก็ไม่มองเค้าตรงๆ ดูจะเป็นห่วงฉันมาก ปลื้มแฮะ


ฉันขยับตัวนั่ง พี่ธัญญ์หันมามอง “อยากไปหาหมอไหม”


ไปหาหมอกับพี่น่ะเหรอ สิ่งสุดท้ายเลยล่ะ
ที่ฉันอยากทำ
“ไม่ค่ะ พอดีช่วงนี้งานเยอะไปหน่อย มุ่ยนอนน้อยเท่านั้นเอง
ขอบคุณพี่ธัญญ์มากค่ะที่มาส่ง มุ่ยดีขึ้นแล้วค่ะ
”
ฉันหยิบกระเป๋าเตรียมลง พี่ธัญญ์ไม่ทักท้วง แต่บอกว่า


“พี่มีเบอร์มุ่ยแล้ว
พี่จะโทรถามอาการอีกทีตอนค่ำๆนะ
”


“ค่ะ” ฉันไม่พยายามมองหน้าอ่อนโยนนั้นอีก
รีบเดินผ่านล็อบบี้ไปขึ้นลิฟท์



ฉันหยิบกุญแจมาไขประตูห้อง
แล้วก็พบว่าห้องไม่ได้ล็อค มีเสียงการเคลื่อนไหวข้างในห้อง


ฉันลังเลที่จะเปิดประตูเข้าไป
มีคนเดียวที่มีกุญแจห้องนี้ คือ พี่ทะเล ฉันไม่คิดว่าจะเป็นโจร
(อันที่จริงในกรณีนี้เป็นขโมยยังดีซะกว่า) ฉันไม่รู้เลยว่า ฉันควรจะดีใจไหม
หรือทำสีหน้ายังไง ถ้าคนในห้องคือพี่ทะเลจริงๆ ในที่สุดพอเริ่มเมื่อย
ฉันก็สูดหายใจเปิดประตูเข้าไป


คนในห้องหันมาหาฉัน
ฉันยกมือไหว้โดยอัตโนมัติ พี่คลื่น พี่สาวของพี่ทะเล ฉันบอกไม่ถูกแฮะ
ว่าผิดหวังหรือ โล่งอก พี่คลื่นรับไหว้ แล้วยิ้มออกมา ท่าทางสดใสร่าเริงเกินเหตุเหมือนเป็นเชียร์ลีดเดอร์เก่า


“สวัสดีจ้ะ หนูมุ่ย”
ว่าพลางเดินมารวบมือฉันไว้
“ไม่ได้เจอกันนานเลย”
พี่คลื่นปรายตามองหน้าท้องฉันอย่างรวดเร็วอย่างประเมินสถานการณ์ด้วยมาดไม่รู้ไม่ชี้


ฉันเคยเจอพี่คลื่นก็แค่หนเดียวเท่านั้น
แต่ก็จำได้แม่น แกเป็นสาวใหญ่หน้าสวยวัยสี่สิบกว่า แต่ยังพริ้งเหมือนเพิ่งเบญจเพศมาเมื่อวันก่อน
คิ้วโก่งเรียวเป็นเอกลักษณ์ไม่รู้เพราะช่างสักเผลอสักสูงไปหน่อย
หรือว่าดึงหน้ามากไปจนคิ้วชี้ขึ้นหน้าผากอยู่ตลอดเวลา


ฉันค่อยๆดึงมืออกจากกรงเล็บ เอ๊ย
มือของพี่คลื่น นั่งลงตรงหน้าพี่คลื่นอย่างสงบเสงี่ยม นึกเดาว่า
พี่ทะเลให้มาช่วยเก็บของละมั้ง นึกแล้วรู้สึกเศร้าอย่างบอกไม่ถูก ถึงหน้าจะเชิด
แต่ก็แอบกลัวสิ่งที่ต้องเผชิญข้างหน้าเพียงลำพังเหมือนกัน
ฉันมองหน้าพี่คลื่นเป็นเชิงถาม


“ทะเลให้พี่มาคุยกับมุ่ย”


ฉันพยักหน้า แล้วเราก็เงียบ
ฉันอยากจะพูดทำลายความเงียบก็พูดไม่ออก จะพยักหน้าอีกทีก็จะตลก
“เรื่องอะไรคะ” ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจถามออกไป


พี่คลื่นทำหน้าเหมือนโล่งใจที่ฉันเป็นคนถามออกมาก่อน


“เรื่องแต่งงานจ้ะ”
พี่คลื่นทำเสียงเหมือนพิธีกรรายการเกมส์โชว์ ที่ประกาศว่าฉันได้รางวัลใหญ่
แต่หน้าไม่ไปด้วย เสียงดีใจแต่หน้าเหมือนเพิ่งโดนบังคับให้กินยาหม้อ


“ใครแต่งงานคะ”
ฉันถามออกไปอัตโนมัติเหมือนคนไม่มีสติ ก็จะเป็นใครไปได้ล่ะ โอย
ในที่สุดฉันก็ได้ยินคำนี้เหรอเนี่ย


“แหมมม”พี่คลื่นลากเสียงยาวเกินจำเป็น
“ก็ทะเลให้พี่มาคุยกับมุ่ยเรื่องแต่งงานไง
ให้พี่มาถามว่าจะให้คุณแม่พี่ไปคุยกับทางผู้ใหญ่ของมุ่ยวันไหน
” แล้วพี่คลื่นก็ทำท่าเห็นอกเห็นใจ “ก็ ทะเลน่ะ
เค้าเครียดมากเลยนะจ๊ะ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจว่าจะต้องจัดงานแต่งงานให้เร็วที่สุด
วันนี้ทะเลช่วยคุณแม่คุมช่าง เค้าต่อเติมบ้านใหม่ให้ มุ่ยไปอยู่จะได้ไม่อึดอัด
เห็นทะเลบอกว่ามุ่ยมีคุณน้าอยู่เชียงใหม่คนเดียว ก็ยังไงโทรปรึกษาคุณน้านะ
แล้วโทรบอกทะเล
” พี่คลื่นพูดจบก็ทำท่าโล่งอก
เหมือนได้เสร็จสิ้นภารกิจยากลำบาก แล้วก็ไม่เสียเวลาอยู่ต่อ
คว้ากระเป๋าใบหรูขึ้นพาดไหล่ แตะหลังมือฉันอย่างอ่อนโยนเกินเหตุชวนขนลุกแล้วเอ่ยลา


“พี่ไปก่อนนะจ๊ะ แล้วไว้เจอกันอีก
ดูแลตัวเองดีๆล่ะ อย่าทำงานหนักมาก
”
พูดพลางขยิบตาอย่างมีเลศนัย แล้วหมุนตัวเดินออกจากห้องไป


ฉันนั่งนิ่งอยู่คนเดียว
ใจนึงก็นึกโล่งอก เฮ้อ รอดแล้ว ฉันไม่ต้องท้องโย้เร่หาพ่ออีกแล้ว
อีกใจก็ยังหวนนึกถึงเรื่องราวที่พี่ทะเลทำไว้ ทั้งมีคนอื่น
และปล่อยให้ฉันอยู่คนเดียวตั้งหลายวัน ฟาดฟันกับยายอ้วนแอนนี่
ไล่จับผู้ชายที่ฉันไม่ได้นึกชอบเพื่อความอยู่รอด แล้วถ้าฉันแต่งงานไป
วันดีคืนดีพี่ทะเลเกิดทำเรื่องพวกนี้ขึ้นมาอีกล่ะ ฉันจะทำยังไงดี




จากคนเขียนนะคะ
พยายามเขียนสะสมทีละเล็กละน้อย เพราะไม่ค่อยว่าง แต่มีเพื่อนๆบอกมาว่าน่าจะเขียนต่อ จะพยายามเขียนเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
หวังว่าคงจะสนุกกัน

ปล.นิยายเรื่องนี้ไม่ได้มาจากชีวิตจริงคนเขียนค่ะ >แค่เอาบางส่วนมาจากความรู้สึกตอนท้องและมีลูกค่ะ อื่นๆเอามาจากการอ่านประสบการณ์ชีวิตที่เข้มแข็งของ>คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวทุกท่านเป็นแรงบันดาลใจ




Free TextEditor


Create Date : 13 พฤษภาคม 2553
Last Update : 13 พฤษภาคม 2553 14:20:17 น. 4 comments
Counter : 94 Pageviews.

 
รีบๆ มาอัพบล๊อกเร็วๆ นะคะ
เราติดตามอยู่ ... upแล้ว หลังไมค์บอกเราด้วย
รู้สึกว่าจะติดแล้วววว


โดย: แม่น้องไตตั้น (เจ้าพีทตัวน้อย ) วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:16:02:37 น.  

 
ติดตามอยู่นะคะ
ขอบคุณค่ะ


โดย: พลอย IP: 192.234.212.24 วันที่: 13 พฤษภาคม 2553 เวลา:22:52:37 น.  

 
ตามตั้งแต่ตอนแรก


โดย: cinta IP: 58.64.56.140 วันที่: 14 พฤษภาคม 2553 เวลา:2:05:18 น.  

 
ติดแล้วค่ะ มา Up ไวๆนะคะ

แอบลุ้นให้พี่ธัญญ์เป้นอัศวินมาช่วยน้องมุ่ยสุดสวยอะ

ป.ล. เขียนได้น่าติดตามมากค่ะ


โดย: มน.เพลง (ครอบครัวดนตรี ) วันที่: 16 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:21:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขนมฝรั่งกุฏิจีน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับค่ะ

pk12th

Make it by Pk12th
Friends' blogs
[Add ขนมฝรั่งกุฏิจีน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.