Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
17 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
ฉันนี่แหละSinglemom บทที่ 8 ทางออก









บทที่ 8 ทางออก




ขากลับ เรานั่งเงียบกันมาตลอดทางพี่ซิมอาสาขับรถมาส่งฉันที่คอนโด เพราะกลัวฉันจะใจลอยไปแหกโค้งไหนเข้าซักโค้ง โทรศัพท์ของฉันยังคงสั่นไม่หยุด อดไม่ได้พี่ซิมก็พูดขึ้นมาก่อน


“เอาไงอ่ะแกฉันว่าแกรับโทรศัพท์เหอะ ยังไงก็บอกผู้ชายไปก่อนว่าท้องอ่ะ”


“อืม พี่ว่าควรจะบอกเหรอ”


“อุ๊ย ไม่ต้องบอกหรอก ท้องไม่มีพ่อแหละดีกว่า เก๋ดี ....บ้า ก็ต้องบอกสิแก จะเก็บไว้เซอร์ไพร์ตอนไหนยะ”


“มุ่ยไม่คิดว่าพี่ทะเลจะดีใจ”


“คือ ชะนีคะ “
พี่ซิมถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย
“ที่บอกเนี่ยนะคะเพราะเค้าต้องรู้ ไอ้จะดีใจไหมน่ะ ไว้ว่ากันอีกที เอางี้ ฉันไปส่งที่คอนโด เดี๋ยวชั้นเรียกแท็กซี่กลับนะ แกลองโทรคุยกะผู้ชายดูแล้วกัน มีไรให้ช่วยก็บอก”



ฉันเปิดประตูคอนโดช้าๆ ตอนแรกฉันคิดว่าไม่แพ้ท้องไม่เป็นไร แต่พอมีคนบอกว่าท้อง ฉันก็บ้าจี้ รู้สึกอ่อนเปลี้ยเพลียแรง คลื่นไส้ขึ้นมาทันทียังกับโดนของ พอฉันปิดประตู พี่ทะเลก็พุ่งเข้ามากอดฉันแน่น


“มุ่ย พี่ขอโทษ ไปไหนมา พี่มารอแต่เช้า พี่โทรหาทำไมไม่รับ พี่ขอโทษนะๆ”พี่ทะเล กอดฉันแน่น พร่ำพูดซ้ำคำเดิมเหมือนฉันเป็นคนหูตึง ฉันยืนตัวแข็ง ยังไม่ทันนึกคำพูดอะไรมาโต้ตอบ พี่ทะเลเห็นฉันเงียบก็คลายอ้อมกอดออก มองหน้าฉัน


“มุ่ยยังโกรธพี่ใช่ไหม พี่ขอโทษ มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ให้โอกาสพี่ซักครั้งนะคะ นะคะ”


ฉันมองหน้าพี่ทะเลเต็มตา เฮ่อ เวลาผู้ชายหล่อๆทำหน้าเศร้านี่มันน่าสงสารจริงๆเลยนะ พี่ทะเลแปลความเงียบของฉันไปว่าฉันยังคงโกรธอยู๋ แต่จริงๆแล้วฉันแค่กำลังคิด ตอนนี้ฉันอาจจะถือไพ่เหนือกว่า แต่ถ้าฉันบอกไปว่าท้อง เรื่องอาจจะเปลี่ยนไป


“มุ่ยคะ ถ้ามุ่ยไม่มั่นใจในตัวพี่” พี่ทะเลเว้นจังหวะ จ้องตาฉันสื่อว่าจะพูดเรื่องสำคัญ “เราแต่งงานกันไหมคะ” ฉันทำตาโต
ในหัวมีเสียงระฆังแต่งงานดังเหง่งหง่าง รอดแล้วเรา


“มุ่ยก็รู้ว่าพี่เป็นคนรักอิสระมาก ถ้าพี่พูดว่าแต่งงาน หมายถึงพี่มั่นใจแล้ว ว่าพี่จะเลือกมุ่ย” พูดจบพี่ทะเลก็ส่งสายตาจริงจังมาให้ฉัน เล็งว่าคำนี้คงจะจบทุกอย่างได้


“มุ่ยไม่ได้ให้พี่ทะเลเลือก ทำไมพี่ทะเลจะต้องเป็นคนเลือกให้มุ่ยด้วยล่ะคะ มุ่ยต่างหากที่จะเป็นคนเลือกเอง” นั่น ยังปากดีนะฉัน


“งั้นพี่ก็ให้มุ่ยเลือก ให้โอกาสพี่เถอะนะคะ”พี่ทะเลถไลกลับลำโดยไม่ต้องกางใบเรือ


เมื่อฉันเงียบพี่ทะเลก็ถือว่าฉันตกลงให้อภัยซะดื้อๆ พี่ทะเลกอดฉันแน่น และเริ่มจูบฉันจากเบาๆเป็นหนักหน่วง ค่อยๆเขยิบพาฉันไปทางห้องนอน แสดงเจตนารมณ์ว่าจะออกแรงง้อให้มากขึ้น ฉันจะได้เลิกเล่นตัวเสียที พอเรานอนลงบนเตียง และพี่ทะเลเริ่มแกะกระดุมเม็ดที่สองของฉัน ฉันก็ตัดสินใจพูดทำลายความเงียบ


“เปิดแอร์ก่อนไหมคะ” ก็จะบอกแหละ ว่าท้อง แต่ว่าอากาศมันร้อน เดี๋ยวพูดเรื่องเครียดๆจะยิ่งเหงื่อท่วมไง พี่ทะเล หยุดมือและหอมแก้มฉัน
หยิบรีโมทแอร์จากหัวเตียง หันไปกดเปิดแอร์


“พี่ทะเล มุ่ยท้อง” บอกมันดื้อๆแบบนี้นี่แหละ รีโมทแอร์ในมือพี่ทะเลตกลงพื้นห้อง ถ่านไปทาง ฝาไปทาง


“อะไรนะคะ”
พี่ทะเลถามเสียงสั่น


“พี่ทะเลได้ยินแล้วนี่คะ มุ่ยท้อง มุ่ยเพิ่งไปตรวจมา” พี่ทะเลทำหน้าแบบที่ทำเลียนได้ยากมาก คือ ตาโตแบบคนตกใจ
แต่พยายามเปิดริมฝีปากให้ยิ้มแบบคนดีใจ ก็แหม เพิ่งขอฉันแต่งงานไปหยกๆ จะให้มาแสดงอาการแข็งขืน ก็แปลกๆใช่ไหมล่ะ เราสองคนจ้องหน้ากันเงียบๆ แบบที่ว่า ถ้ามีมดซักตัวหาวออกมา ฉันก็คงได้ยิน


“เอ้อ กี่เดือนแล้วคะ”
พี่ทะเลถาม พอฉันจ้องหน้าเขม็งพี่ทะเลก็รีบแก้
“พี่ พี่จะได้เตรียมงาน เตรียมบอกแม่พี่ให้เร็วที่สุดไงคะ”


“ยังไม่ทราบค่ะ หมอนัดตรวจอีกทีแต่หมอกะไว้ว่าน่าจะเดือนเดียว เพราะยังคลำแล้วมดลูกยังไม่โต เลยยังไม่ซาวด์” ฉันรู้ว่าพี่ทะเลคงยังตั้งตัวไม่ติด ฉันเองพอรู้ว่าพี่ทะเลนอกใจ ก็ยังไม่อยากให้อภัย แถมเพิ่งรู้เมื่อวานอีกต่างหาก
สถานการณ์เลยแสนจะกระอักกระอ่วน


“งั้นมุ่ยนอน นอนพักก่อนนะคะ เดี๋ยวพี่
พี่ขอเวลาคิดอะไรแป๊บนึง
” พี่ทะเล ถอยห่างจากฉัน เดินไปรินเบียร์ จริงๆคงอยากกินอะไรที่มันแรงๆกว่านี้ (เช่น ยาฆ่าแมลง หรือยาขัดห้องน้ำ)  แล้วพี่ทะเลก็ถือแก้วเบียร์ออกไปยืนที่ระเบียง ภาพแผ่นหลังกว้าง และคิ้วหนาที่ขมวด เป็นภาพสุดท้ายที่ฉันเห็นก่อนจะหลับตาไปด้วยความเหนื่อยอ่อน



ฉันตื่นมาเพราะเสียงเตือนว่าข้อความเข้าในโทรศัพท์ดัง มองออกไปนอกหน้าต่างก็เห็นฟ้าขมุกขมัว ห้องทั้งห้องเงียบสนิท ฉันลุกขึ้นเปิดไฟ ชะโงกออกไปที่ห้องรับแขก ก็ยังคงเงียบพี่ทะเลคงออกไปข้างนอก ฉันเปิดโทรศัพท์ดูข้อความ ข้อความแรกจากพี่ซิม


“ดูแลตัวเองนะแก มีอะไรก็โทรมาได้เสมอ ฉันช่วยได้หมด ยกเว้นให้แต่งงานด้วย” ฉันอมยิ้มทั้งที่รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เมื่อเห็นว่าอีกข้อความมาจากพี่ทะเล ฉันลังเล แต่ก็ตัดสินใจกดเปิดอ่าน


“พี่ขอเวลาอีกสักหน่อย ขออยู่เงียบๆคนเดียวซักพัก พี่ขอโทษที่ทำแบบนี้ แต่มันเร็วเกินไปจริงๆ” อืม ใช่สิ ฉันมีเวลาเหลือเฟือนี่นะฉันจะคอยแขม่วท้องไว้ จนกว่าพี่ทะเลจะพร้อม ท่าจะดี



คืนนั้นฉันพยายามจะไม่ร้องไห้ ฉันจะไม่จนแต้มง่ายๆหรอก ฉันจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้ ผ่านไปแบบดีๆด้วย ดูสิ พอฉันท้องก็เสียเปรียบพี่ทะเลที่เพิ่งคร่ำครวญขอคืนดี
ฝากไว้ก่อนเถอะ ฉันต้องหาพ่อที่ดีกว่าพี่ทะเลให้ลูกฉันให้ได้


เช้าวันต่อมาตอนขับรถไปทำงาน ฉันนึกฮึดขึ้นมาอีกหนใช่สิ ทำไมฉันต้องมารอพี่ทะเลด้วยไม่ใช่ว่าไร้ค่าไม่มีใครสนใจเสียหน่อย ฉันคิดพลางขับรถวนไปจอด พอมาสาย ที่จอดรถเลยเหลือไม่มาก ฉันจอดข้าง รถเบนซ์ C-Class สีตะกั่วคันงามคันหนึ่ง มันสวยจนฉันต้องออกมายืนพิจารณาอีกหน ปกติชั้นนี้ก็มีแต่คนในบริษัทจอดนะ
รถใครไม่รู้ ฉันเดินถึงลิฟท์แล้ว ก็ยังอดจ้องมองมันอีกไม่ได้ พอเข้าบริษัท
ฉันก็มองเห็นพี่ซิมกำลังจะเดินไปที่แผนกพอดี ฉันรีบโบกมือทักอย่างดีใจ พี่ซิมส่งสายตามาประมาณว่า
“ร่าเริงเชียวนะแก หาพ่อให้ลูกได้แล้วสิ”


“เจ๊ วันนี้มุ่ยจอดรถข้างเบนซ์ คันนึง สวยมากเลย น่าจะเป็นคนในบริษัทเราแหละ “


“ ทะเบียน123ป่ะแก” พี่ซิมทำหน้าแบบคนรู้ดี “พี่ธัญญ์อ่ะดิ รถพี่ธัญญ์”


“หา หัวหน้าพี่น่ะเหรอ พี่ธัญญ์น่ะนะ”


“ เอ๊า เค้าออกจะรวย รวยแบบว่า รวยที่อ่ะแก บ้านเค้ามีรีสอร์ทที่กระบี่ด้วยนะ พี่ธัญญ์เค้าตกแต่งภายในเอง แล้วก็....”


โอ....ฟังดูดีที่สุดในโลกก ทำไมฉันไม่เคยสนใจพี่ธัญญ์มาก่อนเลยนะ (ก็พี่แกแต่งตัวแสนจะเชย) จริงๆพี่ธัญญ์นี่ก็เป็นคนดีนะ(ก็เพราะเพิ่งรู้ว่ารวย รวยแล้วก็ต้องดูดี ใช่ไหล่ะ) พี่ธัญญ์ก็ชอบทำหน้าเขินเวลาคุยกับฉันออกบ่อย แต่ฉันก็ทำเมิน แหม ต้องคุยกันใหม่แล้ว ต้องทำความรู้จักกับเบนซ์ เอ๊ย นิสัยของกันและกันใหม่


“เดี๋ยวมุ่ยไปส่งพี่ซิมที่แผนกนะ”


“อะไรของแก” พี่ซิมขมวดคิ้ว "แล้วเรื่องนั้นล่ะ" พี่ซิมปรายตามามองที่ท้องฉัน “ไปถึงไหนแล้ว”


ฉันเชิดหน้า กัดริมฝีปาก


“เค้าว่า ขอเวลาคิดดูก่อน แต่มุ่ยไม่แคร์หรอก”


“หมายความว่ายังไง ที่ว่าไม่แคร์”


“มุ่ยมีวิธีของมุ่ยก็แล้วกัน ป่ะ มุ่ยไปส่งที่แผนก รถพี่ธัญญ์ชัวร์นะ”


“เอาเชียวนะแก มุ่ย แกอย่าทำอะไรแปลกๆแบบนี้เลยว่ะ” พี่ซิมหรี่ตามองฉันอย่างรู้ทัน


“อะไรเหรอที่ว่าแปลก ไม่มี๊” ปากฉันก็พูด มือก็ขยับเสื้อให้เข้ารูป ฉันเคยดูละคร มีเรื่องนึง พระเอกเป็นหมอสูติ ตัวร้ายมาหลอกว่าท้องกับพระเอก ทั้งที่ท้องได้3เดือนแล้ว พระเอกยังเชื่อเลยอ่ะ


พี่ซิมเบ้ปาก แล้วมองสีหน้ามั่นใจสุดๆของฉัน “ตามใจแกแล้วกัน”


ที่แผนก Display พี่ธัญญ์นั่งเด่นเป็นสง่าอยู่ที่โต๊ะหัวหน้าแผนก ฉันหยุดยืนหน้าโต๊ะแล้วยิ้มให้ พี่ธัญญ์เงยหน้ามอง แล้วเงอะงะขึ้นมาทันที อ้อ นี่ใช้ปากกา Mont blanc ด้วย ฉันทำไมไม่เคยสังเกตเห็นก่อนหน้านี้เลยนะ หรี่ตามองนาฬิกา Rolex ของจริงหรือนี่ อย่างที่เค้าว่ากันแหละนะ ว่าคนดูดี ใส่อะไรก็ดูเป็นของจริงไปหมด ส่วนในทางตรงกันข้าม มันก็จะ เอ่อ ชวนให้นึกว่าของปลอม จริงๆพี่ธัญญ์ก็ไม่ได้ขี้เหร่นะ แค่ในสายตาฉัน เขาดูเป็นคนดีเกินไปจนน่าเบื่อ ส่วนความหล่อ แค่อย่าเอามาเทียบกับพี่ทะเล ก็นับว่าเป็นผู้ชายดูได้คนนึงแหละน่า ก็เดี๋ยวพอลูกออมา ฉันก็จะบอกใครๆว่าลูกเหมือนฉันไง




“พี่ธัญญ์คะ มุ่ยมีเรื่องจะปรึกษา” ฉันเริ่ม


“ครับ ปรึกษา เหรอครับ นั่งก่อนนะน้องมุ่ย” ต๊าย เป็นทางการสุดๆ


“มุ่ยมีพื้นที่ด้านหลังไม่ค่อยสว่าง มุ่ยจะต้องพรีเซนต์งานวันจันทร์หน้าแล้วน่ะค่ะ พี่ธัญญ์ช่วยลงไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ”


“ได้สิครับ เดี๋ยวพี่ดูให้ วันนี้เลย”


“ขอบคุณนะคะ ใจดีจังเลย” ฉันโปรยยิ้มหวาน ไม่สนใจเสียง “แหวะ” ที่ดังแว่วมาตามลมจากโต๊ะพี่ซิม ช่วงเช้าฉัน "ปรึกษา” เรื่องพื้นที่กับพี่ธัญญ์ตลอดเช้าจนเที่ยง ฉันก็ชวนไปทานข้าวเที่ยงด้วยจนได้


“มุ่ย รู้จักร้านอาหารอิตาเลียนร้านนึงที่ สุขุมวิท33
อร่อยมากเลยนะคะ”


“หา เหรอครับ”


“นะคะๆ มุ่ยอยากกิน” ฉันเข้าใจแหละว่าเที่ยงๆแบบนี้ เอาแค่ลงจากลานจอดรถ ก็ครึ่งชั่วโมงเข้าไปแล้ว แล้วเราก็มีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว แต่ฉันอยากไปนี่นา



ในที่สุดพี่ธัญญ์ก็ยอมขับเบนซ์คันงามพาฉันออกจากตึก ตอนรถจอดติดไฟแดงหน้าตึก ฉันเห็นยายแอนนี่กำลังจะข้ามถนน โถคงจะไปหาข้าวแกงกินล่ะสิ แอนนี่หันมาเห็นฉันในรถพี่ธัญญ์พอดี หล่อนชะงักกึกหน้าถอดสี หยุดกลางถนน ดูแล้วละม้ายคล้ายทางม้าลาย เพราะวันนี้หล่อนใส่เสื้อสีขาวสลับดำ ทำเอารถแถวนั้นเบรกกันตัวโก่งดังเอี๊ยดอ๊าดลั่นถนน ฉันยิ่งเชิดหน้าจนจมูกเกือบจะแตะเพดานรถพี่ธัญญ์อยู่แล้ว


แล้วเราก็ฝ่ารถติดมาถึงร้านอาหารจนได้


สั่งอาหารเสร็จเราก็มองหน้ากันแบบเขินๆไปพักหนึ่ง ฉันหลบสายตาพี่ธัญญ์มองผ้าปูโต๊ะสีขาวสะอาด พี่ธัญญ์เสไปมองวิวนอกหน้าต่าง ยกน้ำขึ้นมาจิบ จริงๆแล้วฉันไม่เคยคุยกับพี่ธัญญ์มาก่อนเลยน่ะ ไม่รู้จะไปยังไง ก็พอดีมีสาวคนนึงอุ้มหมาขนฟูๆผ่านหน้าร้าน


“อุ๊ย ลูกหมาน่ารักจังเลยค่ะ”


พี่ธัญญ์มองตาม ดูโล่งอกที่เราจะมีเรื่องคุยกันแล้ว


“น้องมุ่ยชอบหมาเหรอครับ”


“ชอบสิคะ” จริงๆไม่อ่ะ เหม็นจะตาย ขนก็เยอะไหนจะน้ำลาย “มุ่ยว่าการเลี้ยงสัตว์ทำให้จิตใจเราอ่อนโยนค่ะ” ว่าไปนั่น


“ผมชอบหมามากเลยครับ ผมมีโกลเด้นรีทรีฟเวอร์ ที่บ้านสองตัว”


โกลเด้น เคยได้ยินๆ
หน้าตามันเป็นยังไงนะ


“มุ่ยชอบพันธ์อะไรเป็นพิเศษไหมครับ” โอย นึกไม่ออก หมาๆ มีพันธุ์อะไรบ้าง กุชชี่ ปราด้า หลุยห์ ไม่ใช่ๆนั่นมันกระเป๋า


“อา ชอบ ชอบเหมือนพี่ธัญญ์แหละค่ะ” รอดไป


“
ดีจังครับ ไว้พี่จะพามุ่ยไปเล่นกับเจ้าสองตัวที่บ้าน
” ฉันห้ามตัวเองไม่ให้ย่นจมูก ฉันไม่เล่นกับหมาหรอก เดี๋ยวขนติดเสื้อ ไม่เป็นไรหรอกน่า ตอนนี้ยังไม่ชอบ ฉันจะเริ่มชอบแล้วล่ะ เริ่มเดี๋ยวนี้เลยก็ได้ แหม ชักอยากได้ลูกหมาน่ารักๆสักตัวแล้ว ว่าแต่เค้าขายกันที่ไหนล่ะ ธรรมชาติ แสงแดด สายลม และ เอ่อ ลูกหมา ฉันมาแล้ว


อาหารไม่มาเสียที เริ่มกลับสู่ความเงียบอีก เสียงเพลงที่เพิ่งจบไป ถูกแทนที่ด้วยอีกเพลง
พอขึ้นท่อนอินโทร พี่ธัญญ์ก็ฮัมเพลงตาม แล้วชวนฉันคุยต่อ


“แล้วเพลงล่ะ มุ่ยชอบเบเกอรี่ไหมครับ


“ชอบค่ะ”ฉันตอบไปทันที เกือบเสริมแล้วว่าโดยเฉพาะชีสเค้ก
แต่พี่ธัญญ์พูดเสริมว่า
“ผมว่าเพลงเค้าฟังสบายๆดี แล้วเพลงใหม่ล่าสุดของบอยกับนภ พรชำนิ มุ่ยฟังหรือยัง” อ๋อค่ายเพลงๆ เกือบไปแล้ว


“ค่ะ ชอบมากเลย มุ่ยว่ามันฟังสบายๆดี ฟังเพลินๆ”ฉันจะบอกให้ก็ได้ว่า ฉันเพิ่งรู้ไม่นานมานี่เองว่า นักร้องคนที่ชอบเต้นท่า ชิด ก้าว ชิด คนนั้นน่ะ ชื่อนภ นามสกุล พรชำนิ นึกว่าชื่อ นพพร นามสกุล ชำนิซะอีก


“อัลบั้มล่าสุดของเค้าคุณชอบเพลงอะไรที่สุดครับ” โอ๊ย เราคุยเรื่องเค้กกันแทนไม่ได้หรือไงนะ ปกติฉันฟังแต่บอดี้แสลมน่ะสิ


อาหารมาเสริฟพอดี เฮ่อ ช่วยได้มาก ลูกจ๋า อดทนกะตาคนนี้อีกหน่อยนะ


“เครื่องดื่มในเมนูเค้าน่ากินจัง มุ่ยเอาน้ำเปล่าเหรอ พี่รู้จักร้านนึง แต่ต้องไปตอนค่ำๆนะ ค็อกเทลเค้าอร่อยมาก มุ่ยชอบอะไรเป็นพิเศษไหมครับ พวกค็อกเทล” ฉันมองปราดในเมนูเครื่องดื่มด้วยความละลานใจ กลืนน้ำลายเอื๊อกกับคำถาม นึกไปถึง พีน่าลาโคดา แต่ปากตอบว่า


“ไม่ค่ะ มุ่ยแพ้แอลกอฮอล์”  โห ฟังดูคุณหนูผู้ดีมากมาย พี่ธัญญ์มองหน้าฉันด้วยสายตาทึ่ง


เฮ้ จริงๆนะ ฉันไม่ได้โกหก ฉันแพ้แอลกอฮอล์ (ในเครื่องสำอางน่ะ)
ถ้าใช้แบบที่ผสมแอลกอฮอล์นะ แสบหน้าทุกที โธ่ ถ้าฉันบอกกินได้ เดี๋ยวก็ต้องสั่ง คนท้องเค้าห้ามกินแอลกอฮอล์นี่นา เฮ่อ ถ้าฉันไม่ท้องก็ดีสิเพราะฉันมั่นใจนี่ ว่า พี่ธัญญ์นะ จะดูดีขึ้นมากเวลาฉันเมา เอ่อ มาก


อาหารเที่ยงมื้อนั้นผ่านไปอย่างผะอืดผะอมฉันก็ไม่แน่ใจ ว่าเพราะฉันเริ่มแพ้ท้องหรือเพราะอะไรกันแน่










Free TextEditor


Create Date : 17 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 17 กุมภาพันธ์ 2553 15:30:20 น. 3 comments
Counter : 109 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:16:04:26 น.  

 
ติดตามค่ะ


โดย: ping (Halimeda lover) IP: 60.240.27.27 วันที่: 17 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:48:31 น.  

 
ขอบคุณมากนะคะ บทต่อไปอาจจะอัพช้านิดนึงนะคะ


โดย: ขนมฝรั่งกุฏิจีน วันที่: 18 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:14:24:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ขนมฝรั่งกุฏิจีน
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ยินดีต้อนรับค่ะ

pk12th

Make it by Pk12th
Friends' blogs
[Add ขนมฝรั่งกุฏิจีน's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.