สิงหาคม 2550

 
 
 
2
3
5
6
7
9
11
12
13
15
16
18
20
21
22
23
24
25
26
27
28
30
31
 
 
All Blog
หลบลบเรื่องร้าย มาเรื่องรัก.. คุยเล่น กะนังหวาน
อาทิตย์นี้ หวานมีเรื่องหลายเรื่องจะเล่าให้ฟัง ค่อยๆ ฟังกันไปทีละเรื่องล่ะกันนะคะ


เรื่องของไอ้เจ
ไอ้เจคือใคร? ไอ้เจ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่เป็นอดีตเพื่อนสนิทของเรา เอง ถ้าคนเคยอ่านกระทู้ เรื่องของรุ่นพี่แว่นฟ้า ที่เราแอบชอบสมัยม.ต้น จะจำได้ลางๆ

เพราะอีนี้ นี่แหละ ที่ขังหวานให้ห้องเก็บของกะพี่แว่น ......

เราพบมันครั้งแรก ตอนเรียนม.ต้น เราเป็นเด็กเรียนไม่ยุ่งกะใคร (แต่อย่าคิดว่าเรียนเก่ง ตรงกันข้าม ควายมั๊กๆ) กับมันโดดเรียนโดดได้โดดดี เมื่อก่อนมันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ไม่รู้ว่าชื่ออะไร แต่เพราะใส่เหล็กดัดฟัน ทุกคนก็เลยเรียกก๊อตซิล่า

วันนั้นก็ไม่รู้เขาทะเลาะอะไรกัน ก๊อตซิล่า ก็เลยให้เราไปนั่งกะไอ้เจ

และนั่นเป็นครั้งแรก ที่ได้รู้จักไอ้เจอย่างเป็นทางการ เราเป็นคนเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไร เป็นหนอนหนังสือ ชีวิตก็มีแต่หนังสือ อ่านแต่หนังสือ ชีวิตส่วนใหญ่เลิกเรียนก็ไปห้องสมุด อ่านหนังสือ ก็มีไอ้เจนี่แหละที่หน้าด้านหน้าทน ตื้ออยู่ได้ ลากไปนั่นไปนี่ ภารกิจ ก็หนีไม่พ้น ไปล่าผู้ชาย เหอะๆ

ทั้งๆ ที่ไอ้เจ เกเรขนาดนี้ บ้าปู้ชายเยี่ยงนี่ แต่ขอโทษการเรียนเราไม่มีตกต่ำเลยนะ (เพราะตกต่ำอยู่แล้ว) สนิทกันมาก คุยทุกเรื่อง เจมันจะไปไหนก็ไป ตัวติดกัน แต่เวลาสอบ เราก็จะเออเจเขาไม่ไปนะ เขาจะสอบ มันก็ปล่อยให้เราอ่านหนังสือ สมัยนั้นเด็กวัยรุ่นเขาจะติดโทรศัพท์บ้าน คุยนานๆ ใช่ป่ะ นี่เลย เราก็โดนแม่ด่าประจำ นั่งคุยไปเป็นครึ่งวัน ตอนหลังก็ไอ้สมาชิกเพิ่ม เป็นไอ้โบ

สนิทกันขนาดที่อาจารย์ที่ปรึกษา ตอนม.สาม สั่งห้ามเราคบกะไอ้เจตลอด อ่ะคิดดู แถมอาจารย์ที่ปรึกษาเราตอนนั้นที่เป็นฝ่ายแนะแนว เขาล๊อบบี๊ห้องเราให้อยู่ห้องคิงลี๊ ส่วนไอ้เจ โดนเนรเทศไปอยู่ห้องท้ายสุดนู้น

ค่อนข้างจะได้ผลนะ เพราะหลังจากนั้น เราก็ห่างๆ เจไปเลย แต่ถึงไงก็ยังสนิทกัน พวกเรามีกัน สามคน คือเรา ฉายา ไอ้เอ๋อ กะไอ้โบ ไอ้เป๋อ แล้วก็ไอ้เจ เด็กแรด
พอเรียนเสร็จเราก็ไปเดินเซ็นทรัลลาดพร้าวกัน บางทีแรดมากหน่อยก็ไปเดอะมองาม กินเที่ยว เปรี้ยวไปเรื่อย

มันมีจุดที่ได้เลิกคบ ก็ตอนไอ้เจไปได้แฟนเด็ก อยู่คน ซึ่งหล่อมาก ... เจมันก็เลยห่วงของมันมาก แน่นอน มีแฟนมันก็เริ่มไม่แคร์เพื่อน ไอ้โบก็เริ่มโดนด่า ว่าไปแย่ง ไปยุ่งกะแฟนมัน ..แต่เราไม่โดน เพราะเราไม่ยุ่งกะผู้ชายอยู่แล้ว ชีวิตมีแต่หนังสือ ตอนนั้น เราก็ติดชอบอ่านหนังสือกลอน ที่นี้ไอ้เจมันริบของเราไป

พอเราไปไปทวงคืน มันบอกไม่ได้ยืม พอไปเค้น มันบอกว่าพี่ปาล์มเอาไป ซึ่งเราก็รู้จัก เพราะมันหนีบเราไป เคยไปแรดๆ ตอนไปหาพี่เขาด้วย (มีแฟน แต่ก็ยังอ่อยไปทั่วนะนังนี่) เราก็เลยโมโห บอกให้โบไปสืบเบอร์พี่เขามาดิ

พอได้เบอร์มา เราก็โทรไปเลย บอกว่า พี่ เจนี่นู๋นะ ยัยแว่นคนนั้น สักพักพี่เขาจำได้ เราก็เลยทวงหนังสือ ...พี่เขาบอกว่าไม่ได้เอาไป แล้วแถมบอกด่าเรา ให้เราดูแลเพื่อน ผู้หญิงที่ไหน แรดมาหาเขาที่บ้าน จะเอาเขาให้ได้ (ส่วนตัว: ค่อนข้างจะเข้าใจ เพราะพี่ปาล์มหล่อซ่ะขนาดนั้น เจไม่ปล่อยอยู่แล้ว) อย่าตอแหลให้มันมาก บลา...บลา..

วางหูเสร็จ วันรุ่งขึ้น เราก็ไปทวงหนังสือกะไอ้เจ พอมันบอกว่าอยู่กะพี่ปาล์ม หวานก็เลยบอกว่า เราคุยกะพี่ปาล์มแล้ว เขาฝากมาด่ามึงด้วย ... อีนี้ก็เลยซีดไปเลย แต่หวานยังไม่จบ บอกว่า ถ้าไม่อยากให้แฟนมึงรู้เรื่องนี้ ที่มึงแรดไปหาพี่เขา ไปชื้อหนังสือมาคืนซ่ะ

หลายวันต่อมา แฟนมันที่หล่อๆ มันโทรมาหาเรา บอกว่าจะชื้อหนังสือคืนให้ แต่ว่า ต้องไม่บอกเจนะ ... เราก็งงๆ บอก เธอรู้เรื่องนี้ได้ไง แฟนมันบอกว่า เจมันบ่นนะ เราก็เลยถามว่า แล้วรู้เรื่องพี่ปาล์มไหม มันบอกว่า เจไม่ได้เล่า แต่รู้นิดหน่อยแล้วเริ่มระแคะระคาย เราก็ถามเหตุผลว่า ทำไมถึงยอมล่ะ เห็นไหมว่าเขาทำอะไร เราพูดจิ๊ดเดียว ..แฟนมันคายความจริงมาคำโต

..... แฟนมันบอกเราว่า ที่จะชื้อหนังสือให้ มีเหตุผลเดียว คืออยากตามใจไอ้เจ จนกว่าได้ฟันกะไอ้เจ......

เราก็เลย เออ ...(แต่ในใจอึ้งนิดๆ) มันก็พูดต่อไป ... ก็รู้นะ ว่าเจเป็นคนอย่างไง เพราะเห็นว่าง่ายถึงได้มาจีบ ที่ผ่านมา ก็แค่อยากลองฟันหญิงเท่านั้น แค่นี้จริงๆ ถ้าได้ฟัน ก็จะจบ ไม่ได้อยากยุ่งด้วยอะไรมากมาย ทุกอย่างได้มาหมดแล้ว จูบ กอด เหลือแค่นอนกะเจสักครั้ง ที่ยังไม่ได้

เราก็อืม.. พูดดักคอล่วงหน้า ว่า เออ ไม่ต้องชื้อหนังสือให้เราหรอกนะ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะกะเจกะเรา เธอไม่เกี่ยว ถ้ามันไม่สำนึก ก็ช่างมัน แล้วเรื่องที่พูดกับเราวันนี้ เราก็จะไม่บอกเจ แต่อยากให้คิดอะไรก่อนที่จะทำ

มันเองก็บอกว่า ตัวมันเองก็อึ้งเหมือนกัน ที่กล้าพูดความจริงกับเรา .... แต่มันคิดว่าเราไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ เลย ดูท่าทาง ไว้ใจได้ .. ไม่งี่เง่า ปากสว่าง เข้าใจผู้ชายดี ยอมรับได้ ไม่ตื่นตูมกับเรื่องพวกนี้

หลังจากนั้น หวานก็บอกเจ ว่า เลิกคบนะ เราไม่ชอบคนโกหก ..แต่ก็ยังคุยกันอยู่ เลิกคบก็คือ ไม่ยุ่งด้วย จะเป็นอย่างไง ก็ปล่อยเจไป แต่โบเราก็ยังคบอยู่ คบกันจนทุกวันนี้

พอม.สี่ ปลายเทอม เจก็โดนเชิญให้ออกจากร.ร. เผอิญว่าแม่เจ เส้นใหญ่ ก็เลยได้ย้ายไปอยู่ร.ร. สา.. แทน แล้วเรียนที่นั่นจนจบม.ปลาย เจก็ยังโทรมา เล่าอะไร หลายอย่าง แต่เรานิ่งๆ ไม่สนใจ

แล้วบังเอิญได้เจอกันอีกครั้ง เพราะไปสมัครเอนท์ ร.ร.เจกะเรา มันจัดวันเดียวกัน นั่นเป็นครั้งแรกที่เราได้เจอ เพื่อนกลุ่มเจ ซึ่งเป็นเด็กเรียนเรียบร้อยมากๆ จนเราแทบไม่เชื่อ ว่าเจจะเข้ากับพวกนั้นได้

อ่า.. ใช่ พอเจออกจากร.ร. เรา เจก็เลิกกับรุ่นน้องหล่อๆ ไปคบผู้ชายคนหนึ่ง ชื่อว่าทอม เป็นผู้ชายที่นุ่มนวลมาก ถ้าไม่นับหน้าตา เขาก็เป็นชายในฝัน ของใครหลายคนเลย เพราะเขาเอาใจใส่ แล้วก็รักเจมากๆ เจก็เลยติดพี่ทอมมาก เหมือนทดแทนความรักของเจที่ขาดหายมาตลอดได้ แต่ปัญหาคือ แม่พี่ทอมดุมาก พยายามกีดกันกับผู้ชายคนนี้ตลอดเวลา

แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าคบกันได้ เจเอนท์ไม่ติด ไปเรียนราม อยู่หอแล้วก็เรียนกับพี่ทอม ช่วงเวลานั้นเจบอกเราว่า เหมือนฝัน ไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ได้ ได้รักคนดีๆ ที่พร้อมสร้างอนาคตร่วมกัน ไม่มีพ่อแม่มากีดกัน (ฟังแล้วเราก็แอบแหวะ..)

เจโทมาครั้งที่สอง ..คราวนี้ ฝันของเจก็ต้องล้มสลาย เพราะ พี่ทอมไปมีคนอื่น ซึ่งเรียนอยู่ในรามนั่นแหละ คราวนี้ พ่อแม่ของพี่ทอม เห็นด้วยเต็มที่ ตอนนั้น แม่เจ ลาออกจากงาน หย่ากับพ่อเลี้ยง (แม่เจแต่งงานมาสองครั้งแล้ว) เจจึงต้องหันหน้าไปขอความช่วยเหลือจาก อาโกกะอาม่าแทน

อาโกกะอาม่ายังให้โอกาสเจเรียนอีกครั้ง ภาคพิเศษ พร้อมหางานที่หน่วยงานของรัฐแห่งหนึ่งให้ เป็นบริการข้อมูลประชาชน เจก็เลยลองสืบค้นข้อมูลของรุ่นน้อง แฟนเก่า

ผลออกมาก็คือ แฟนเก่าเจ เรียนไม่จบม.ปลาย ไปเป็นมอไซค์รับจ้าง แต่งงานกับผู้หญิงคนหนึ่ง เพราะไปทำเขาท้อง มีลูกหนึ่งคน เกิดวันเดียวกะไอ้เจ คราวนี้ที่เจโทรมาเพราะอยากให้เราช่วยโทรไปขอเบอร์มือถือของแฟนเก่าเจให้หน่อย เพราะที่บ้านนั้นเขาจำเจได้

เราก็ไม่ขัดก็โทรไป บ้านเขาก็ไม่ให้ เราก็ขอบคุณค่ะ แล้วบอกเจว่า เขาไม่ให้ว่ะ

เราไม่ใช่คนใจร้าย ทุกครั้งที่เจโทรมาเราก็รับ แม้ว่าจะไม่อยากรับเลยก็ตาม เราไม่เคยเปลี่ยนเบอร์มาตลอด ห้าปีที่ผ่านมา ทำให้เจติดต่อเราได้ตลอด

ที่เครียดคือล่าสุด คือเจโทรมาหาเรา ถามว่า เราอยู่ไหน เราก็เออพึ่งกลับจากเซ็นลาดฯ มีไร มันก็คุยสะเปะปะไปเรื่อย จนมันมาสะดุดอยู่ที่

มันกำลังติดต่อกับแฟนเก่ามันอยู่ คนที่มันให้เราโทรไปที่บ้านคราวนั้น ก็ยังคุยกันอยู่ เราอืม...แต่อ่านมันออก ก็เลยถามไปว่า
"แกคิดจะไปแย่งพ่อของเด็กมันมาสนองตัณหาแกหรือไง"

... มันคงนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนตอบ มันบอกว่า คงไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ก็แค่ คุยๆ กัน แต่ฝ่ายนั้น เขาก็ไม่รักกันนิ ก็ยัยนั้นเขาท้อง เขาก็ต้องรับผิดชอบ คนเรามันก็ควรจะคนที่ควรจะรักนิ แกว่าไหม?

เราก็ตอบคำเดียว "ไม่!!" คุยได้สักพัก เราก็แกล้งทำเป็นสายหลุด วางหูไป

นี่ล่ะคะ เพื่อนเราไอ้เจ ... ถ้าเป็นสมัยนี้ จะเรียกว่า แอ๊บแบ๊วได้เลยล่ะคะ ทำเนียนไร้เดียงสา อ่อนต่อโลกไปซ่ะทุกเรื่อง

เราเคยได้ยินว่า ตอนช่วงที่มันเลือกแฟนเก่ามัน ไม่เลือกที่จะง้อเรา มันก็ไม่เรียน ไปอยู่กันสองคน กระหนุงกระหนิง ว่างก็ พยายามปั๊ม.กันเข้าไป แต่โชคดี ที่เจ มันผอมมาก มีโรคเกี่ยวกับมดลูกอยู่แล้ว ปัญหาเรื่องท้องพวกนั้นก็เลยไม่มี

วันต่อมา โบก็โทรมาหาเรา เราก็เล่าให้โบฟัง ถามว่า แกอยากจะกับมันไหม ดูมันอยากจะเจอกับแก.. โบถามว่า แล้วแกว่าไง
"ไม่ได้รังเกียจ แต่ถ้ามันยังไม่สำนึก ก็อย่าหวัง"

โบมันก็หัวเราะ "เรื่องหนังสือ ใช่ไหม?"
"อืม.. หนังสือนะไม่เท่าไหร่ แต่มันเลือกที่จะโกหกเราเอง"

แปลกไหมค่ะ? ถ้าเป็นคนอื่น เขาคงโกรธเรื่องอื่น ไปแย่งแฟนชาวบ้าน ไปเบียดเบียดเอาของคนอื่นมาเป็นของตัวเอง ก่อความเดือดร้อนให้เราตั้งมากมาย เอาตัวเราบังหน้า โกหกผู้ใหญ่ไม่รู้กี่ต่อกี่ครั้ง โดนด่าแทนจากผู้ชายที่สาปส่งมันมา ทั้งๆ ที่เราไม่เคยยุ่งเกียวกะผู้ชายในสต๊อกมัน คนไหนเลย

แต่เราไม่เคยโกรธมันเลยจริงๆ นะ นอกจากเรื่องนี้เรื่องเดียว

เวลาคิดเรื่องมันย้อนเก่าๆ เข้ามาก็คิดอย่างเดียว ว่ามีลูกมีหลานก็ต้องระวัง คอยให้ความรัก คอยดูแลเอาใจใส่ ไม่ใช่ปล่อยให้ไปหาความรัก ไปเป็นพวกเศษเหลือๆ ให้ผู้ชายบางจำพวกมันแทะเล่น ถ้าหากว่าตอนนั้น มีคำว่าแอ๊บแบ๊ว เจนี่แหละ แอ๊บแบ๊วของจริง


เรื่องในคณะ มีให้บ่นอีกแล้ว
อีกสองวัน ก็จะสอบบัญชีต้นทุนแล้ว นังหวานก็ขี้เกียจซ่ะขนาด ใครเรียนบัญชีก็จะรู้ ว่าไอ้บัญชีต้นทุน นี่แหละตัดเซียนนัก ได้ด๊อก ก็เก่งแล้ว แล้วนังหวาน ด๊อกๆ ซีๆ มาตลอด มันจะเหลืออะไร อ่านไปก็คันหัวจนแสบไปหมดแล้ว

แมร่ง...... ไม่มามาเรียนบัญชีเลย ควายจริงๆ เลยกู เรียนไปก็ห่วย เรียนไปทำไม น่าไปเรียนอะไร นี่ถ้าเรียนการจัดการ หรือ ตลาด ก็โล่งไปแล้ว ไม่ต้องมาคิดต้นทุนหัวบานงี้

แต่เรื่องที่จะให้คุยให้ฟัง มันไม่ใช่เรื่องบัญชีต้นที่จะสอบ แต่เป็นเรื่อง การมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลในคณะบัญชี คณะบัญชีเนี้ย มันเป็นคณะที่น่าจะเรียกได้ว่า มีความโปร่งใสที่สุด ในทั้งหมดเลยนะ เพราะทุกคนถูกสอนมาตลอดว่า เป็นนักบัญชีต้องซื่อสัตย์ๆๆๆ ต้องโปร่งใสๆๆๆ พวกเราต้องพิสูจน์ได้ ว่าที่ไป ที่มาเงินเป็นอย่างไง ต้องจดบันทึก เพราะมันคือหน้าที่พวกเรา แม่นก็?

ตอนนี้ที่ม.เขาก็จัดงานประจำปี พวกเราก็ต้องไปออกบู๊ท.. ตอนแรกเขาถามว่า จะจัดบู๊ทอย่างไง เราก็เงียบ เงียบกันหมด ประสาเด็กบัญชี ถ้าถามเรื่องกิจกรรม มันก็มองหน้าก่อน แล้วก็ไม่พูดอะไร จนเมื่อวาน โครงการมันก็มา มันบอกว่าจะทำกิจกรรมบิงโก

ไอ้ทำกิจกรรมมันไม่เท่าไหร่ แต่มาบังคับให้ทุกคนขายตั๋วคนละ สิบห้าใบ ใบละสิบบาทนี้ดิ.. เท่าที่ทดลองขาย ขายไม่ออก เพราะความสวยไม่พอ เออ... นี่ไม่ได้พูดเล่นนะ คือ นังเจ้าของบล๊อก มันหัวหยิกหน้าวอก แถมยังปัญญาอ่อนอีก เวลามันขายตั๋วให้ใคร เขาก็ไม่เอาทุกราย มีแต่พี่สาวคนสวยร่วมคณะ ที่ช่วยชื้อใบหนึ่ง ลองเป็นเพื่อนที่พริ้งๆ หน่อยไปขาย แป๊บเดียวก็ได้เจ็ดใบ แต่มันก็สุดแค่นั้นนะแหละนะ

ยาจกขนาด เอาไปแลกตั๋วกะคณะอื่น ในราคาเดียวกัน เขายังไม่เอาเลย

ของที่เอามาร่วมกิจกรรม ตัวเราก็ไม่ได้เห็น แต่ไอ้แฝดนรก บอกว่า ของรางวัลที่อ้างว่า หมดไปสามพัน ...ไม่มีอะไรดีเลย สุดท้ายก็มีแต่พวกเราในคณะเล่นกันเอง

แล้วตั๋วขายไม่หมดแบบนี้ เพื่อนเลยตกลงกันแต่แรกว่า จะพยายามขายให้มากที่สุดแล้วหารกัน ... ตะกี้เพื่อนบอกว่า ตกลงต้องจ่ายให้คณะคนละร้อย เราไปเล่าให้มี้ฟัง มี้บอกว่า ก็ไม่ต้องจ่าย แต่เอ็งนะมันอ่อน เดียวพอเขาขู่หน่อย ก็จ่ายให้

มี้เขาก็พูดถูก นังจขบ. บ่นไปมันต้องจ่าย

ตั๋วเนี้ย เขาบังคับให้ทุกปีขาย ยกเว้นปีสี่ .. คำนวณแล้วขั้นต่ำได้สามหมื่นเลยนะ พอถามว่าเงินเข้ากระเป๋าใครก็ตอบไม่ได้

ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับที่คณะเราอยู่เรื่อย เงินที่หายไปอย่างไม่มีสาเหตุ ไร้ที่มาที่ไป

เป็นนักบัญชีต้องซื่อสัตย์
หรือจะสู้ ..
I money


สิ่งที่อยากทำที่สุดตอนนี้
ตอนแรก ตั้งใจว่าจะฟังเอ็มพีสามของพ่อให้หมด ทุกเพลง แต่ว่ากว่าจะเขียนบล๊อกนี้เสร็จ ก็สมเจตนาตั้งใจ

มาถึงตอนนี้ สิ่งที่อยากทำที่สุด คืออยากออกไปถ่ายรูป เบื่อช๊อปปิ้งเต็มแก่ เบื่อเครื่องสำอาง .. แต่ก็โบ๊ะไปเรื่อย 555 ว่าไม่ชื้อๆ ก็ชื้อเป็นพันอีกแล้ว

ใครๆ ก็ชอบมีความสุข ... แต่เคยนึกสงสัยไหม ว่าความสุขมาจากไหน?



ความสุขอันเกิดได้ยอมรับ
ตอนสมัยเด็ก ตัวหวานจะยึดคติอันบ้าๆ บอ ๆ อยู่อันหนึ่ง คือจะทำสิ่งที่อยากทำเท่านั้น แต่พอโต ได้ทำสิ่งที่อยากทำแล้ว ทำไมความสุขมันถึงไม่เกิดก็ไม่รู้

หลายปีก่อน หวานโทษตัวเองทุกวัน ทุกนาที

เรามันดักดาน ถึงได้เอนท์ไม่ติด เผลอไปด่าแม่ตัวเองก็หลายหน พ่อก็ด่ากลับ อยู่หลายรอบ เถียงกันไปกันมา ผลก็มาจาก เรื่องการเรียนที่แสนจะเฮงซวย ไม่เอาอ่าว ของเราสมัยม.ปลาย

จนมาถึงวันนี้ก็ยังเสียใจไม่หาย ที่ไม่ได้เรียนมหาลัย เป็นที่เชิดหน้าชูคอ ของพ่อแม่ แต่ว่าระดับความเสียใจมันเบา จนแทบไม่เหลือ แต่ยังแอบกลัวเด็กจุ... กระโปรงน้ำเงิน เวลามันมองหน้าเชิดๆ ใส่เราบนรถไฟฟ้า

มองตัวเอง ดูสิ อนาถไหม เวลาเขาไปเรียน เอ็งต้องทำ พอเขาจบเขามีงานดีๆ ทำ ส่วนตัวเราก็เป็นแค่พนักงานparttime เป็นแค่เบ๊ allaround ให้เขาจิกหัวใช้ ด่าๆๆ อยู่นั่นแหละ จบไปจะมีงานทำไหม ไม่ได้จบม.ดี เขาไม่รับเอ็งหรอก แล้วนี่เรียนบัญชีได้เกรดแค่นี้ เฮ่อ...ใครจะรับ

ภาษาอังกิด เรียนมาชั่วชีวิต แถมตอนเด็กเรียนนานาชาติ ทุกวันนี้ก็พูดไม่ได้ชัดเจน พูดได้แค่นี้ ..เคยวัดเวล ก็ต่ำโคตร หน้าตาก็ไม่ดี พูดไทยไม่คล่อง อังกฤษยิ่งแล้ว ลายมือไม่สวย เกรดก็ต่ำ เรียนสถาบันเวลาสมัครงานที่เขาเหยียดกันน่าดู

แต่ทั้งหมดทั้งมวล มันก็หล่อหลอมให้ตัวเรา มีความสุขได้

ความสุข นั้นไม่ได้เกิดจากความสมบูรณ์ แต่เกิดจากยอมรับในสิ่งที่ตัวเองเป็น เคารพสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจ อย่างสม่ำเสมอ และ คิดหาทางที่แก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น

พอพูดเรื่องนี้ แล้วคิดถึงนังโหดจัง.. อิตานี้มันชอบร้องเพลง live&learn "อยู่ที่เรียนรู้ อยู่ที่ยอมรับมัน" ... ไม่ได้เจอโหดนานมากเลย ตั้งแต่ก่อนวาเลนไทน์ปีนี้ อิตานี้มัน ตายคาคอมไปหรือยังนะ?

วันนี้ก็หมดเรื่องคุยเล่นแล้วล่ะ คงต้องขอตัวไปอาบน้ำอ่านหนังก่อน ก่อน แล้ววันหลังจะหาอะไรมาเล่าให้ฟังอีก ..

ถ้าเขาสอบเสร็จ คิดว่า จะหนีไปถ่ายรูปเล่นสักวัน แล้วจะเอามาอวดนะ คิดว่าคงเป็นสวนสิริกิต ถ่ายดอกไม้ใบหญ้านะ เหมือนเคย


ขอบคุณที่มานั่งเล่น ฟังหวานคุยค่ะ




Create Date : 29 สิงหาคม 2550
Last Update : 29 สิงหาคม 2550 23:59:23 น.
Counter : 356 Pageviews.

5 comments
  
ใช้เวลาอ่านนานพอสมควร เรื่องของเพื่อนหวานก็คิดได้หลายอย่างเนอะ
เราก็มีเพื่อนคนนึงคล้ายๆกัน หาความรักไปเรื่อย เจ็บช้ำไม่รู้กี่หนแต่ไม่เข็ดสักที

เรื่องเรียน ในเมื่อมันมาแบบนี้แล้วก็ต้องเดินต่อและพยายามทำให้ดีที่สุด

เอาใจช่วยค่ะ
โดย: ป่ามป๊าม วันที่: 1 กันยายน 2550 เวลา:22:51:17 น.
  
เรื่องเพื่อนพี่หวานหนูอ่านแล้วได้อึ้งไม่กล้า comment เลยอะ

หนูก็ชอบเพลง live&learn เหมือนกัน คิดว่าความสุขไม่ได้อยู่ที่ความสมบูรณ์แบบแต่อยู่ที่ได้ทำในสิ่งที่เราชอบมากกว่าอะ

เรื่องสถาบันหนูว่าพี่อย่าคิดมากเลยอะ บางคนเขาก็ไม่ได้สนใจที่จะแบ่งแยกนะ แต่หนูเข้าใจๆ ตอนหนูเรียน ปวช บางทีไปเดินห้างพวกเด็ก ม ปลายผู้หญิงบางคนก็จะมองแบบบอกไม่ถูกอะ เอาเป็นว่าไม่ใช่ทางที่ดีแล้วกัน แต่หนูก็ไม่สนใจอะ

โดย: น้องผิง วันที่: 2 กันยายน 2550 เวลา:18:38:39 น.
  
หวานครับ พี่เรียนจบ ปวช.การตลาด
แล้วก็เรียนทำ เบเกอรี่

ตอนนี้พี่ทำงานสายบันเทิง

พี่อยากจะบอกหวานว่า...

ชีวิตมันแบ่งได้เป็น 2 สาย

สายหลักคือ หน้าที่ ที่เราจำเป็นต้องทำ
อีกสายคือความฝันของเรา...

สมมุติอายุขัยเรายาวนานซัก 70-80 ปี

เราทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ เป็นลูกเป็นพนักงานที่ดี
แต่อีกสาย..เวลาที่เรามี..เราสานความฝันของเราไปได้เรื่อยๆ


หวานรู้มั้ยครับ ข่าวต่างประเทศเคยออกข่าวว่า
"ยังบลัด" คนทำหนังรุ่นใหม่ต้องตกใจ เมื่อพบว่ามีคน
ทำหนังรุ่นใหม่ในอิหร่าน เขามีอายุ 80 ปี


พี่เชื่อว่าหวานคงรู้อยู่แล้ว...ว่าอะไร..ที่ไหน
ที่หวานจะมีความสุขในชีวิต

go !
โดย: นักข่าว IP: 203.113.36.13 วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:11:43:36 น.
  
มาเม้นให้ค่ะ
โดย: นู๋ครีมจอมซ่า วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:12:23:23 น.
  
มั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองไว้ดีที่สุดจ๊ะน้องหวาน แกงส้มชอบน้องหวานนะ (เปล่าแอ๊ปแบ้วนะ) อ่านเรื่องน้องหวานแล้วทำให้นึกถึงความรู้สึกตัวเองสมัยก่อนเลย (ปัจจุบันเค้ายังไม่แก่นะอย่าเข้าใจผิด) เมื่อก่อนแกงส้มจะห้าวๆ ตรงๆ คล้ายๆ น้องหวานเนี่ยแหล่ะ แต่จะแตกต่างกัีนไปบ้างเรื่องของสิ่งแวดล้อมและเวลา...



ส่วนเ้รื่องเพื่อนน่ะ อย่าคิดมากเพื่อนกินเพื่อนกัน เพื่อนกินไม่ทัน เพื่อนกันเอาไปกิน เพื่อนยังไงก็เพื่อนจริงไหม จะแอ๊ปบ้างจะบึ้งบ้างก็คงเป็นเพราะฮอร์โมนของเขาน่ะนะ วันหนึ่งเมื่อฮอร์โมนเขาคงที่ เขาก็จะกลับมาเป้นเพื่อนที่ดีเองเน๊อะ (มั้ง)


ส่วนเรื่องตานังโหด<<--เรืยกตามน้องหวานน่ะ น้องหวานเชื่อไหมว่า คนที่เรารู้สึกดีดีด้วยแล้วไม่ได้เจอกันนานๆ เนี่ย พอมาเจออีกครั้ง(ตอนที่ทำงานแล้วความรู้สึกเราเป็นผู้ใหญ่ขึ้น) จะรู้สึกแปลกๆ บอกไม่ถูก เหมือนจะคิดถึง เหมือนจะดีใจ ยังไงบอกไม่ถูก ...ไม่เชื่ออีกสักสองสามปี สี่ปี ห้าปี น้องหวานได้มีโอกาสแบบแกงส้มน้องหวานจะรู้สึก 555555555 (รอนานไปป่ะเนี่ย..--")


ปล. แกงส้มเป็นเด็กตลาดชาติเจริญจ้าาาาาาาาาา (รักดี แต่ก็ซ่าซะ...)
โดย: แกงส้มชะอมกุ้งใส่ผักบุ้งนิดนึง (น้องแกงส้ม ) วันที่: 10 กันยายน 2550 เวลา:19:47:53 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

หวานใจนายโหด
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




add me!!plz~
Add to Google

ไม่สวยก็เซ็งเป็น


MY VIP Friend