พฤษภาคม 2553

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
ฉิบหายล่ะไง: ฉึก ฉึก :ชีวิตก็คือธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือการเปลี่ยนแปลง
วันนี้ อิชั้นไปกินข้าวเที่ยง กับตาลุง
ตาลุง ก็คือ หัวหน้าบก.2 ที่ยืนด่าให้เลิกให้ท่ามันนั่นแหละ
เอาเป็นว่า
หลังจากทะเลาะกันเป็นเดือน
ด่ากราด เหยียบหน้ากันคนละที สองทีแล้ว

ตอนนี้ กลับมาญาติดีกันแล้ว คุยกับเหมือนเดิม แต่เวลาหันกันคนละทาง
อิชั้นดูดเตี๋ยวใหญ่ ส่วนลุงอ่านหนังสือพิมพ์ไป แคะพริกไป
มองหน้ากัน มันจะมีอารมณ์ คันมือเดี๋ยวหาเรื่องได้ต่อยกันอีก

สองอาทิตย์ก่อน
เจ้านายเรียกประชุม
ไอ้เราก็คิดเรื่องสัมมนา เรื่องเที่ยวอย่างเดียว
ลงไป หน้าแหกค่ะ ... เจ้านายจะย้ายตึก จากจตุจักร ไป เมืองทองธานี

ความคิดแรก แล้ว ความคิดจนถึงตอนนี้
ลาออก..

แล้วเจ้านายดันมาบอกวันเกิดแม่ด้วยนะ
อิชั้นก็เล่าให้น้องชายฟัง รอจนเกือบเย็นวันถัดมา
บอกแม่ หนูจะลาออกนะ หนูทนทำงานไปเมืองทองไม่ได้
พ่ออิชั้น กำลังเลื่อนตำแหน่ง ไปตรวจงานทั่วประเทศ
น้องชายอิชั้น ก็สอบมหาลัยต่างจังหวัด
ก็เหลือแต่อิชั้นกับแม่สองคนอยู่กทม.
ถ้าอิชั้นทำงานเมืองทอง แม่ก็อยู่คนเดียว..

แม่บอกว่า อยากเรียนป.โท มั้ย เรียนก็ไปสมัครซ่ะ เดี๋ยวส่ง

อิชั้นก็แอบเครียดสิค่ะ .. ทำงานคนละสายกับที่เรียน
จบบริหารธุรกิจ แต่มาเป็นเบ๊บรรณาธิการ

เหลือเชื่อแต่ก็จริง ตะกี้ไปนั่งอ่านหนังสือเลือกมหาลัย
มหาลัยชายขอบเมือง อย่างม.ที่อิชั้นจบมา
ในสาขาการธนาคาร ติดอันดับมหาลัยน่าเรียนด้วย

เหมือนเรื่องตลกค่ะ
ตลอดเวลา แม่มักจะบอกให้อิชั้นลาออก แล้วไปหางานดีๆ ทำ
แต่พอถึงเวลาจริงๆ แม่กลับบอก มีงานอะไรก็ทำไปเหอะลูก
ไกลก็ไม่เป็นไร ..

อิชั้นก็คิดได้หลายเด้ง

ก็สำรวจดูว่าม.ไหน มีคณะน่าเรียนบ้าง
อิชั้นก็กะๆ เกณฑ์ บริหารธุรกิจ
เพราะเราจบบัญชี บริหารธุรกิจเป็นอะไรที่กว้างขึ้นมาหน่อย
แล้วเราก็ชอบบริหารมากกว่าในตอนนั้น

สองม. ดัง อิชั้น เขาไปดู ไม่ชอบสักคณะ .. ก็แปลกดีเหมือนกัน
วาสนาคงไม่ถึงมั้ง อย่างไง เขาคงไม่รับอิชั้นเข้าไปเรียน
แต่ก็ดูๆ ไป รวมๆ กลับ ชอบรามแหะ.. บางสาขาน่าเรียนดี

เจ้านายทั้งสองของอิชั้น ก็เหมือน คิดดังไปหน่อยตลอดเวลา
แซวตลอด ย้ายไปที่ทำงาน สงสัยจะต้องไล่ออก จ่ายชดเชย

อิชั้น ก็เฉยๆ
บางทีก็ทำเขินๆ

ในใจก็คิด
ไม่ต้องไล่ กูก็จะไปอยู่แล้ว

วันนี้ไปกินข้าวกับตาลุง ก็นั่งคุยเรื่องนี้
ตาลุงบอกว่า กลับไปทำบัญชีเหอะ ...
มาเป็นผู้ช่วย ก็ได้เป็นผู้ช่วยบก. ทั้งชาติแหละ

ก็นั่งฟังเฮียแกพูด .. ที่เคยรักแก เพราะเฮียแกฉลาด ผ่านโลกมาเยอะ นี่แหละ

แกก็พูดถูกนะ

ถ้ากลับไป ... เป็นพนักงานบัญชี อย่างเก่ง
ก็ได้เงินเดือนมากว่าตอนนี้ พันหนึ่ง
แต่งานอย่างตรึม .. วันๆ ไม่ต้องเงยหน้ากันเลย

อิชั้นบอก เฮีย.. นังหนูไม่เคยบอกใคร บอกเฮียคนเดียว
ตั้งแต่หนูมาทำงานเป็นผู้ช่วยบก. ชีวิตหนูวุ่นวายมาก
ตอนหนูทำงานบัญชี (สมัยเรียนไปทำงานไป) มันวุ่นวายน้อยกว่านี้เยอะมาก
หนูไม่ต้องคุยกับใคร ให้มันเมื่อยตุ่มปุ่มปมตรงไหนในหัวใจ..

ไม่ทันได้มองว่าเฮียแกทำหน้าไง
แต่พอเดาได้ไม่ยาก ว่าต้องด่ากูในใจ ประมาณว่า ก็มึงทำตัวมึงเองอ่ะ วุ่นวายตลอด

นั่งคุยกับบก.เก้ง
มันบอกว่า สายไปแล้วล่ะมึง ป.โท เขาสมัครช่วงตุลาโน้น
แต่ไปๆ มาๆ มันก็บอกว่าดีนะ จะได้มีเวลาเตรียมตัว
อิชั้นก็แอบคิดในใจ ... มันปลอบใจกูเปล่าว่ะ

วันนี้ก็นัดประชุมบก.

ปกติหวานก็ไม่เข้าประชุมหรอก
เลี่ยงได้ ก็เลี่ยงตลอด
เพราะหวานคิดว่า มันเป็นอะไรที่เสียเวลามาก
เจ้านายก็พูดอยู่คนเดียว
ถ้าเจ้านายทั้งสองคนมาประชุม ก็คุยกันอยู่สองคน
เอาเวลามาทำงานดีกว่า

ตอนแรกบก. ก็คิดกัน ว่าประชุมเรื่องอะไรว่ะ
แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่า
อีบก.เก้ง ทำให้มาตราฐานของการทำงานบก.เสียหาย
ชอบทำอะไรลัดคิวตลอด เจ้านายผู้หญิงชอบบก.เก้ง ก็เลยสั่งลุยตลอด
แล้วทุกคนก็ลงความเห็นว่า .. ต้องประชุมคราวนี้ต้องมีด่า
ตอนนั้นมันไม่อยู่ในห้อง
พอกลับมา มันก็ไม่ทันได้รู้ตัวเลยว่า มีหลายดวงตาจับจ้องรอมันโดนด่าอยู่

หัวข้อการประชุมก็คืออภิปราย
เปลี่ยนจากการทำงานบนกระดาษครึ่ง คอมพิวเตอร์ครึ่ง
มาทำงานบนคอมพิวเตอร์แทน
คนคุยกันก็มี สามคน เจ้านายผู้ชาย เจ้านายผู้หญิง (สามี - ภรรยากัน) แล้วก็ตาลุง ..

ตาลุง เขาก็ ใหญ่ กล้าแสดงออก
แต่เห็นพูดอะไร โดนเจ้านายหวาน ตัดฉับ แทงฉึก
หวานก็แอบบุ๋ยปาก สะใจเล็กน้อย..

พอใกล้หมดวาระประชุม
อิชั้นก็โดนพาดพิง ว่าเป็นภาระของบริษัท
ต่อไป ถ้าใช้คอมหมด บก. ส่งงานกันเอง ก็ไม่ต้องจ้างผู้ช่วยไว้
ไล่ นังหวานออก แล้วทุกคนก็จ้องอิชั้น
แล้ว เจ้านาย+บก. ก็ขำกันใหญ่
(ยกเว้นตาลุง เขารู้ ว่าอิชั้นจะออกล่ะ หน้านิ่ง..)

อิชั้นตอนนั้น นี่แบบอายมากจนเอาหัวเขกโต๊ะเลย ..

เจ้านายก็บอกว่า ให้ทำโมเดล มา 2 ฝ่าย
ตาลุง ได้ฝ่าย ใช้คอมทำหนังสือทั้งระบบ
หัวหน้าบก. อิชั้น ได้ฝ่าย ใช้คอมให้มาก และกระดาษ ให้น้อยที่สุด

จากนั้น ค่อยมาอภิปรายใหม่

(เรื่องของเรื่อง คือสนพ. สำนักงานใหญ่ ให้งบมาปรับระบบ)

อิชั้นกลับขึ้นมาห้องทำงานก็เลิกงานพอดี
เลิกงานเสร็จไปซื้อโคมไฟ แต่ไม่ได้ ..
อยากได้โคมไฟคิตตี้ อันละพันแน่ะ ไม่มีเงิน
เลยได้ปลอกหมอนมาแทน
ดีนะ ที่แม่ยังไม่เห็น เดี๋ยวถามราคาให้วุ่นวายอีก

กลับมาหา เข้าเน็ต
อิชั้นก็หามันทั้งสองอย่าง ทั้งที่เรียนแล้วก็งานใหม่
ได้ไม่ได้ อิชั้นก็ไม่รู้ ก็นั่งอ่านหนังสือปัจฉิมนิเทศที่มหาลัยแจกให้ปีที่แล้ว

บอกตามตรง ไม่เคยหางานมาก่อน ..
ตอนเรียนไป ทำงานไป ได้งานก็เพราะเพื่อนลากไป
จบปุ๊บ คิดว่า ยากล่ะมึง หางานไม่ได้แน่
ไปเรียนทำขนมปัง เรียนไม่ทันจบ
เจอบริษัทนี้ก็ได้งานทำ

พอมาถึงตอนนี้ คิดไม่ออก
ก็เลยทั้งหางาน หาที่เรียน
ในใจนี่ก็กลัวนะ ไม่ใช่ไม่กลัว ...
เมื่อคืนเครียดจัด นอนตีสี่ ตื่นเจ็ดโมงไปทำงาน

คือชีวิต มันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไป

ก่อนเที่ยงเจ้านายก็เรียกไปด่า เรื่อง การจัดหน้าเอกสาร
บก. มันสั่งอิชั้น ว่าให้พิมพ์อย่างเดียว เดี๋ยวจัดหน้าเอกสารเอง
พอทำไป ส่งนาย นายก็โทรอิชั้นกะบก.ก็เรียกไปด่า
อิชั้นก็แจงนะ ว่า อิชั้นไม่ได้จัดไว้แบบนี้
แต่ก็ยังโดนด่าอยู่ดี ว่าแล้วคิดว่าตัวเองจัดไว้ถูกหรือไง
อิชั้นก็แบบ น้ำท่วมปาก.. ..
เจ้านายอิชั้น เข้าข้างบก. อย่างเห็นได้ชัด

พอขึ้นมาบนห้อง
บก. ก็ไม่ยอมรับผิดนะ มันบอก แค่นี้เล็กน้อยมาก
อิชั้นเลย ขอจิกบก.เล็กน้อย แล้วทำไมคุณ(มึง)ไม่ทำให้ดีแต่แรกล่ะค่ะ
มันพูดหน้าเฉย "ตกลงเราเหรอ? ที่ผิด"

คือถ้าคิดว่าตัวเองทำถูก นี่... ก็ไม่ใช่คนธรรมดา
สุดยอดแห่งคนเห็นแก่ตัว+เข้าข้างตัวเอง
อิชั้นเลย ปล่อยมันไว้กะงาน จนมันแก้เสร็จ ค่อยเดินไปดูตรวจขั้นตอนสุดท้าย

อิชั้นไม่เข้าใจ..
ว่าการจัดเอกสาร ให้ออกจากกองบก. ไปในทิศทางเดียวกัน หลักเกณฑ์เดียวกัน
เป็นเรื่องเข้าใจยากตรงไหน
ตลอดเวลาที่อิชั้นปรับแก้ให้ ทุกคนจะเหมือนไม่พอใจ
บางครั้งอิชั้นมานั่งรับรู้ความไม่พอใจคุณบก.ไม่ได้หรอกค่ะ
มันคืองาน งานของอิชั้นคือปรับเอกสาร

ในกระเป๋า นี้ก็มีงานเอกสารเอากลับมาตรวจ
เพราะบก. แม่งจัดอะไรของมันก็ไม่รู้ บรรทัด ลอยไป ลอยมา มันก็ทำได้ค่ะ

อิชั้นบอกว่า เวลาเขียนขอชื่อเรื่อง
อยากคิดก่อน ให้เขียนให้ชัดเจนว่าอะไรคือ แก่นของเรื่อง
อย่าเขียนเอาสนุกเฮฮา เจ้านายอ่านแล้วไม่ขำค่ะ ..
ไม่ขำ แล้วอิชั้นก็จะโดนด่าด้วย ว่าปล่อยงานอะไรออกมา

ตัวอิชั้นไม่มีทักษะประสานงาน แล้ว ประสานงานได้ห่วยแตกค่ะ
บก.ด่าบ้าง ฝ่ายศิลป์ด่าบ้าง เจ้านายบ้าง
อิชั้นก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าจะมาทำงานประสานงานทำไม
ยิ่งทำก็ยิ่งห่วยแตก
เจ้านาย คงเข้าใจไม่ยากเลย ว่าทำไมอิชั้นถึงคิดสมควรออก

หลายอย่างก็ไม่คาดคิด
ว่าตัวเราจะเป็นคนคิดเดินออกบริษัท
ว่าตัวเราคิดจะเรียนต่อ
ว่าตัวเราเอาประสบการณ์ 1 ปีไปต่อรอง ขอสมัครงาน

แต่ชีวิตก็คือธรรมชาติ ธรรมชาติก็คือการเปลี่ยนแปลง



Create Date : 06 พฤษภาคม 2553
Last Update : 6 พฤษภาคม 2553 23:28:05 น.
Counter : 319 Pageviews.

4 comments
  
ทรักทรายคราฟ


โดย: nuyza_za วันที่: 6 พฤษภาคม 2553 เวลา:23:33:24 น.
  
มาทักทายนะคะ










โดย: puy_naka63 วันที่: 7 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:10:30 น.
  
การเปลี่ยนแปลงนำมาสู่สิ่งที่ดีกว่าเสมอ สู้ๆนะพี่
โดย: น้องผิง วันที่: 10 พฤษภาคม 2553 เวลา:11:40:48 น.
  
น้องทำในสิ่งที่ถูกต้องแล้วครับ แต่ผิดที่คนรอบๆ ตัวไม่เคารพหน้าที่และไม่ให้เกียรติผู้ร่วมงาน ทำให้มีระบบงานไว้ลื่นสไถลเล่น สุดท้ายคนที่มีตำแหน่งต่ำกว่า ตกเป็นกระโถนท้องพระโรง หากผมเจอแบบนี้ก็คงเสียสุขภาพจิตเหมือนกัน
โดย: SmileBug4U วันที่: 17 สิงหาคม 2553 เวลา:10:47:59 น.
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

หวานใจนายโหด
Location :
กรุงเทพ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




add me!!plz~
Add to Google

ไม่สวยก็เซ็งเป็น


MY VIP Friend