... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
พฤศจิกายน 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
13 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก (6)


หายไปอย่างนาน ตอนใหม่มาแล้วนะค้า...

####################################

หลังจากมื้อกลางวันที่แสนอร่อย ผู้ร่วมทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' ก็ได้โอกาสเดินท่องเที่ยวในกรุงเวียนนาเสียที สถานที่แรกที่ทั้งหมดจะไปตั้งต้น ได้แก่ จัตุรัสสเตฟานพลาทส์ (Stephansplatz) อันเลื่องชื่อนั่นเอง

เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณจัตุรัส สิ่งแรกที่ตั้งตระหง่านแก่สายตาทุกคู่ ได้แก่ โบสถ์เซนต์สเตฟาน (St. Stephensdom) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนาที่ยิ่งใหญ่ถึงระดับเป็นมรดกโลกเลยทีเดียว ชื่นรักรีบควักกล้องถ่ายรูปขนาดกลางออกมาจากกระเป๋าทันทีที่เห็นความสวยงามของตัวอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบโกธิคลวดลายละเอียดงดงาม ...อุตส่าห์หอบหิ้วมาด้วยทั้งที ต้องให้เมมโมรี่ การ์ดได้ทำงานเสียบ้าง

ภูวนัตถ์ทำหน้าที่ของทัวร์ลีดเดอร์กิตติมศักด์ โดยเล่าประวัติคร่าวๆ ของโบสถ์ย้อนไปยังยุคบาเบนแบร์กให้ทุกคนฟัง โดยมีคู่รักเงียบหงิมและกิ่งทอง-ใบหยกยืนตั้งใจฟังอยู่แถวหน้าตามประสาผู้ร่วมทัวร์ที่ดี ส่วนจักรและนิดานั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าทั้งคู่จะต้องบ้ากล้องและแอบถ่ายรูปกันยกใหญ่อีกแล้ว ที่ชื่นรักยังใช้คำว่า 'แอบ' เพราะทั้งคู่ดูเหมือนว่าจะยังเกรงอกเกรงใจพระเอกหนุ่มอยู่บ้าง จึงยืนฟังไปพลางสลับกันโพสท์ท่าถ่ายภาพไปพลางแบบแทบจะไม่ส่งเสียง ซึ่งความจริงก็ไม่มีใครใส่ใจหรอกแม้แต่ตัวพระเอกหนุ่มเอง มีเพียงสาวสวยเจ้าระเบียบอย่างแววดาริกาเท่านั้นที่ชักสีหน้าเล็กน้อยและส่งสายตาไม่เป็นมิตรนักไปให้ แต่เชื่อว่าทั้งคู่น่าจะมัวแต่เพลิดเพลินกับการถ่ายรูปจนไม่ทันสังเกต

ฝ่ายชื่นรัก นอกจากจะฟังและจดบันทึกจากจุดที่ห่างออกมาเล็กน้อยแล้ว หญิงสาวก็ยังทำเหมือนจักรและนิดา คือ แอบถ่ายรูป แต่นักเขียนสาวไม่ได้เน้นถ่ายรูปตัวเองหรือใครๆ เพียงแค่ถ่ายบรรยากาศโดยรอบเก็บไว้ เพราะบ่อยครั้งที่แม้จะตั้งใจบรรยายถึงสิ่งต่างๆ ที่ได้พบเห็นอย่างดิบดี แต่พอถึงเวลาจะนำข้อมูลมาใช้จริงๆ กลับรู้สึกว่าไม่ชัดเจนพอ รูปภาพที่ถ่ายเก็บไว้จึงเป็นตัวช่วยให้เธอสามารถบรรยายหลายๆ อย่างได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สมกับที่เขาว่ากันว่า 'ภาพหนึ่งภาพสามารถแทนคำพูดได้เป็นพันคำ' ไหนๆ อุตส่าห์ได้โอกาสมาเที่ยวทั้งที เธอต้องเก็บรายละเอียดให้ครบทุกเม็ด ไม่ยอมพลาดเด็ดขาด

“ชื่น”

ใบหน้าหนึ่งยื่นเข้ามาขวางทางกล้องจนนักเขียนสาวต้องลดมือลง แล้วเสเอี้ยวตัวหันกล้องไปทางอื่นเพื่อบอกให้รู้ตรงๆ เลยว่า 'ห้ามรบกวน'

“ยังโกรธพี่อยู่อีกเหรอ”

คำตอบที่ปริยกรได้รับคือความเงียบและเสียงแชะเบาๆ ของชัตเตอร์ ชื่นรักแสดงออกให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับเขาเพราะคิดว่ามันน่าจะแก้ปัญหาได้ คนอย่าง 'พี่ป๊อป' ที่ป๊อปปูล่าร์สมชื่อไม่น่าจะพยายามง้องอนใครได้นานหรอก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเป็นเพียงรุ่นน้องธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ไม่สลักสำคัญอะไรอย่างเธอ เขาคงแค่รู้สึกผิดกับเรื่องที่เกิดขึ้นสมัยยังเรียนหนังสืออยู่เท่านั้น ในเมื่อเรื่องมันก็ผ่านมานานมากแล้ว เธอจะยกโทษให้เขาหรือไม่ก็คงไม่ต่างกัน เพราะเขายังอยู่มาได้เป็นสิบปีโดยไม่เดือดร้อนอะไรเลย ถ้าไม่ได้มาพบกันที่ทัวร์นี้เขาคงลืมเลือนทุกอย่างไปจากชีวิตแล้วด้วยซ้ำ!

“เรื่องนั้นมันเป็นอุบัติเหตุนะชื่น จะให้พี่สาบานก็ได้นะว่าพี่ไม่ได้ตั้งใจ”

ชายหนุ่มยังพยายาม ทำเอานักเขียนสาวชักหงุดหงิด

โธ่เว้ย! ไอ้เนสกับยัยริก้าไปไหนฟะ!! มาช่วยขัดขวางกันหน่อยเซ่!!!

ชื่นรักชำเลืองมองกลุ่มสมาชิกของทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' และเพิ่งจะสังเกตเห็นตอนนี้เองว่าทั้งรเณศและแววดาริกาหายตัวไปจากกลุ่มตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้

...ถึงว่าล่ะ ถ้ายัยริก้าอยู่ อีตาพี่ป๊อปก็ไม่น่าจะกล้าขนาดนี้อ่ะนะ แม่เจ้าประคุณคงไม่ยอมหรอก
ว่าแต่ว่าหายไปไหนกันล่ะนี่ ทั้งคู่เลย ...แปลกจัง

“ชื่น... อย่าทำแบบนี้ เรามาพูดกันดีๆ ได้ไหม”

“ต้องการอะไรคะ”

นักเขียนสาวถามด้วยน้ำเสียงที่กดให้ต่ำเพราะต้องการสะกดกลั้นอารมณ์โกรธไม่ให้ปะทุออกมา แม้จะไม่พอใจในตัวรุ่นพี่หนุ่มอย่างมาก เธอก็ไม่อยาก 'วีนแตก' ต่อหน้าทุกคนให้เสียบรรยากาศ ยิ่งเป็นทัวร์หวานๆ สำหรับคู่รักแบบนี้ด้วย

“พี่ก็แค่อยากให้ชื่นหายโกรธพี่ อยากให้รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นพี่ไม่ได้ตั้งใจ”

“อ้อ”

“อย่าทำแบบนี้สิ พี่อธิบายได้นะชื่น...”

ชื่นรักรำคาญเต็มแก่ ใกล้หมดความอดทนอยู่รอมร่อ อยากบอกปริยกรนักว่าไม่ต้องพยายามจะอธิบายอะไรหรอก ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไรก็ไม่มีผลกับชีวิตของเธออีกต่อไปแล้ว ไม่เหมือนตอนนั้น

“ชื่น ฟังพี่นะ”

คราวนี้ไม่พูดเปล่า ชายหนุ่มเอื้อมมือมาฉวยมือของรุ่นน้องสาวที่กำลังจับกล้องถ่ายรูปอยู่ คราวนี้เจ้าของมือ 'ปรี๊ด' สุดๆ ถ้าหากไม่ติดว่าของที่ถืออยู่เป็นของบอบบางและมีราคา เธอคงสะบัดเต็มแรงและชกหน้าอีกฝ่ายไปแล้ว

นับเป็นโชคดีที่นักเขียนสาวไม่จำเป็นต้องแปลงร่างเป็นนักมวยสาว เพราะระฆังหมดยกดังขึ้นพอดิบพอดี

“มัวแต่คุยอะไรกันอยู่คะที่รัก คนอื่นเขาพร้อมจะไปกันหมดแล้ว”

สีหน้าบึ้งตึงเย็นชาของ 'ระฆัง' ที่สวยที่สุด ทำให้ปริยกรยอมเปลี่ยนท่าทีโดยอัตโนมัติ ดูเหมือนว่าเขาจะเกรงใจแววดาริกาไม่น้อยและไม่อยากให้เธอเสียอารมณ์

“ไปจ้ะไป”

เป็นครั้งแรกทีเดียวที่ชื่นรักรู้สึกโล่งอกเมื่อแววดาริกาปรากฏตัว เพราะแม้เธอจะเป็นสาวปากไวพอควรกับเพื่อนสนิทอย่างรเณศ แต่เธอก็เก็บอาการได้ดีต่อหน้าคนอื่นๆ และไม่อยากหลุดกิริยาไม่น่าดูให้ใครต่อใครเห็น

“เราก็ไปกันเถอะ”

รเณศคล้องแขนชื่นรักซึ่งทำให้เจ้าของแขนบอบบางงุนงงจนต้องเงยขึ้นมองสีหน้าของเพื่อนสนิท และได้เห็นว่ามันนิ่งและเย็นเยียบไม่แพ้แววดาริกาเลยทีเดียว

...ที่หายตัวไปพร้อมกันเมื่อกี้ต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแหงๆ ต้องมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคนล้านเปอร์เซนต์เลย ขอเอาเงินในกระเป่าไอ้เนสเป็นประกัน!

“เป็นอะไรหรือเปล่าแก”

“ไม่มีอะไร” ครีเอทีฟหนุ่มตอบทันที แต่เมื่อเห็นสีหน้ารู้ทันของคนที่อยู่ข้างๆ เขาก็สะบัดเสียงใส่ “เออน่า เรื่องไม่เป็นเรื่อง ไว้ค่อยพูดกันทีหลัง ตอนนี้เที่ยวให้สนุกก่อน”

“เฮ้ย แต่ว่า...”

“จากที่เห็นเมื่อกี้ แกเองก็มีเรื่องที่ต้องเล่าเหมือนกัน อยากให้ฉันถามตอนนี้ไหมล่ะ”

ถูกยอกย้อนแบบนี้จะทำอย่างไรได้ ชื่นรักจึงจำเป็นต้องหุบปากฉับเพราะเธอเองก็ไม่อยากก่อกวนวันท่องเที่ยวที่อากาศแสนจะสดใสด้วยอารมณ์ขุ่นมัวหรอก รเณศเองก็คงเหมือนกัน นักเขียนสาวจึงสั่นหน้า พร้อมกับตกลงว่าเธอจะลืมเรื่องนี้ไปก่อนและเที่ยวสนุกให้เต็มที่ แล้วเดินตามคนอื่นๆ ในกรุ๊ปทัวร์ไปรอบโบสถ์


จากโบสถ์แสนสวยที่ทำให้รเณศและชื่นรักถ่ายรูปไปเป็นจำนวนหลายสิบรูป ถ่ายมันทุกซอกทุกมุมทั้งด้านนอกและด้านในจนแทบจะมีภาพครบทุกด้านอยู่แล้ว ขาดก็แต่มุมบนเท่านั้นเพราะเหาะขึ้นไปถ่ายไม่ได้ ภูวนัตถ์ก็พาทุกคนเดินชมเมืองต่อ

“บริเวณนี้เรียกว่าGrabenครับ เป็นถนนคนเดินที่สวยที่สุดของกรุงเวียนนาที่ให้กำหนดเป็นเขตปลอดยานยนต์ด้วย ที่นี่มีร้านขายสินค้าแบรนด์เนมมากมาย แล้วก็มีร้านกาแฟอร่อยๆ หลายร้าน โดยจุดเด่นของย่านนี้คือเสาสูง Pestaule นั่นเองครับ เอาล่ะ ผมจะให้เวลาทุกท่านเดินเล่นพักผ่อนครึ่งชั่วโมง แล้วกลับมาเจอกันตรงจุดนี้ ไม่อย่างนั้นถ้าเลยเวลาเราจะพลาดการเข้าชมพระราชวังฮอฟบวร์ก (Hofburg) ครับ”

แม้จะเพิ่งผ่านมื้อกลางวันไปเพียงไม่นาน แต่นักเขียนสาวก็ยอมรับกับตัวเองว่าเธอพร้อมจะหาอะไรใส่กระเพาะอีกรอบแล้ว จึงชวนรเณศไปหาร้านกาแฟเก๋ๆ นั่งฆ่าเวลาด้วยกัน เพราะถึงอย่างไรเสีย ชายหนุ่มก็คงไม่นึกอยากเดินช้อปปิงอยู่ดี

ชื่นรักทันเห็นด้วยหางตาว่าปริยกรทำท่าจะเดินเข้ามาหาเธอแต่ไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนั้น เพราะแฟนสาวของเขาคล้องแขนให้เดินไปทางร้านรวงต่างๆ เสียก่อนแล้ว

“อ้าว คุณชื่นกับคุณเนสไม่ไปช้อปปิงหรือครับ”

ใบหยกนั่นเอง เขาเดินเข้ามาทักเมื่อเห็นว่ารเณศกับชื่นรักยังยืนอยู่ที่เดิมในขณะที่คู่อื่นๆ สลายตัวไปหมดแล้ว นักเขียนสาวสั่นศีรษะ

“ไม่ล่ะค่ะ ชื่นไม่ค่อยช้อปปิงเท่าไรเลยว่าจะไปหาร้านกาแฟนั่งสักที่ค่ะ คุณใบหยกกับคุณกิ่งทองล่ะคะ จะไปไหนดีเอ่ย”

“พอดีมีเพื่อนฝากซื้อสร้อยสวารอฟสกี้น่ะครับ ผมก็เลยกะว่าจะไปเดินดูสักหน่อย คิดว่าย่านนี้น่าจะมีสักร้าน...”

“เอ หรือคะ... ชื่นว่าลองเช็กดูก่อนดีกว่าค่ะ เวลามีน้อย ถ้าต้องไปเดินหาล่ะเสียเวลาแย่เลย”

หญิงสาวหันรีหันขวาง และพระเอกหนุ่มก็เหมือนรู้งาน จึงเดินตรงเข้ามาเสนอความช่วยเหลือทันที

“คุณชื่นรักต้องการหาอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ”

“คือ ไม่ใช่ชื่นหรอกค่ะ คุณใบหยกกำลังหาร้านสวารอฟสกี้อยู่น่ะค่ะ แถวนี้มีหรือเปล่าคะ”

“อ๋อออออ” พระเอกหนุ่มลากเสียง “มีแน่นอนฮะ ทางนี้เลย...”

ไม่พูดเปล่า เขายังแนะนำได้อย่างละเอียดอีกด้วยว่าต้องเดินไปทางไหนถึงจะเจอ จนนักเขียนสาวทึ่ง อดถามไม่ได้ว่า

“คุณเจค็อบรู้จักที่นี่ดีจัง พากรุ๊ปทัวร์มาเที่ยวบ่อยหรือคะ”

“เปล่าครับ... คือ... ผมเคยอยู่ที่นี่อยู่พักหนึ่งน่ะครับ”

“ฮ้า!!!!”

คราวนี้นอกจากนักเขียนสาวแล้ว รเณศและใบหยกยังอุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

“ถึงว่าล่ะ เมื่อตอนที่อยู่ที่ร้านอาหารคุณถึงได้พูดภาษาเยอรมันคล่องเชียว”

พระเอกหนุ่มส่งยิ้มเขินพร้อมขอบคุณเมื่อได้รับคำชมจากรเณศ และทำให้ชื่นรักกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจเมื่อได้เห็น

แอร๊ยยยยยยย!!!! น่าร้ากง่าาาาาา น่ารักที่สุดดดดดดดดด ลำพังแค่ยิ้มเฉยๆ ก็หล่อลากไส้จนแทบจะทำให้คนที่ได้เห็นหยุดหายใจอยู่แล้ว ยิ่งบวกดีกรียิ้มแบบเขินๆ เข้าไปอีกก็ยิ่งทำให้ระบบทำลายตัวเองเกือบทำงานแน่ะ ...เฮ้ออออออ เป็นอันตรายต่อสุขภาพจริงๆ ผู้ชายคนนี้

“ถ้าอย่างนั้นผมกับชื่นขอแยกไปกินขนมก่อนนะครับ ดูท่าทางเจ้าตัวจะหิวอีกแล้ว”

รเณศตัดบทพลางดึงแขนนักเขียนสาวที่ยังคงเคลิ้มอยู่หน่อยๆ เพราะเห็นท่าจะไม่ได้การแล้ว ...แปลกแต่จริง แต่ดูเหมือนว่าถ้าเจค็อบอยู่ห่างออกไปสักเมตร ไอ้ชื่นจะทำตัวเหมือนคนปกติได้ แต่พอย่นระยะเข้ามาเป็นแค่ราวๆ สักหนึ่งฟุตหรือไกลกว่านั้นเล็กน้อย แม่เจ้าประคุณจะออกอาการเคลิ้มและ (ตา) เยิ้มทันที ไม่รู้ว่ามันรู้ตัวบ้างไหมเนี่ย!!

ไม่ไหว... ต้องหาทางเตือนให้มันรู้ตัวและเก็บอาการให้ได้โดยเร็ว ขืนปล่อยให้คนอื่น โดยเฉพาะเจ้าตัวเจค็อบรู้เข้า มีหวังได้อับอายขายขี้หน้าเขาตาย และที่สำคัญ ถ้าคนอื่นรู้ว่าแฟนของเขา (ถึงจะไม่ใช่แฟนจริงๆ ก็เถอะ) ไปหลงใหลได้ปลื้มกับรูปลักษณ์ของพระเอกหนุ่มจนนอกใจเขาเข้า มันไม่เสียเชิงแย่หรอกรึ!!

“เอ้อ ถ้าอย่างนั้นก็เชิญตามสบายเลยครับ”

“ไป ชื่น ไปได้แล้ว อ้อ... ในเมื่อคุณเจค็อบพูดภาษาเยอรมันได้คล่อง ผมว่าคุณไปเป็นเพื่อนทางคุณใบหยกก็ดีนะครับ เผื่อจะได้ช่วยสอบถามหรือต่อรองอะไรได้บ้าง”

ใบหยกฟังแล้วเข้าใจว่ารเณศต้องการจะใช้เวลากับชื่นรักสองต่อสองตามประสาคู่รักจึงเห็นดีเห็นงามตามคำแนะนำของครีเอทีฟหนุ่ม โดยมีคนรักของเขาซึ่งดูเหมือนจะไม่ค่อยชอบใจนักกับการมีบุคคลที่สามร่วมทางไปด้วยสักเท่าไร หากก็ยอมจำนนด้วยเหตุผลและทำท่ามึนตึงอยู่เงียบๆ


“เก็บอาการหน่อยสิวะแกนี่”

รเณศเปิดฉากทันทีที่อยู่กันตามลำพัง โดยคาดหวังว่าชื่นรักจะต้องย้อนถามกลับมาว่าเก็บอาการอะไรของแก ...แต่ผิดคาด เพราะนักเขียนสาวตอบเขาเสียงอ่อยๆ ว่า

“รู้แล้ว แต่มันทำยากนี่ ใครใช้ให้เขาเกิดมาหล่อกระชากวิญญาณขนาดนั้นเล่า...”

“อ้อออออออออ ก็รู้ตัวเหมือนกันนี่นา”

“รู้สิวะ เรื่องของตัวฉันเองทำไมจะไม่รู้ เฮ้ออออออออออ ดีนะที่ไม่ถึงกับหยุดหายใจไปเลย ไม่งั้นแย่แหง”

“แกเป็นเอามากนะเนี่ย”

“อือ...” นักเขียนสาวนิ่วหน้าด้วยความกลุ้มใจ “ฉันกำลังคิดว่า... นี่เหมือนอาการภูมิแพ้เลยว่ะ ฉันสังเกตมาหลายทีแล้ว ตอนที่อยู่ห่างกันก็ไม่เห็นเป็นอะไร แต่พอเขาเข้ามายิ้มใกล้ๆ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเอง... จะใช้คำว่ายังไงดี แต่เหมือนลมหายใจจะหลุดลอยออกจากร่างไปเลยทุกที สมองเบลอจนแทบจะหยุดสั่งการ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม”

“หาาาา!”

ครีเอทีฟหนุ่มอ้าปากค้าง …นี่ฟังดูประหลาดมาก แต่เมื่อคิดตามเขาก็ยอมรับว่าอาจเป็นไปได้ แค่เป็นไปได้ยากหน่อย ...คนทั่วไปมักจะเกิดอาการแพ้จากการรับประทาน หรือสูดดม หรือสัมผัสสิ่งที่ตัวเองแพ้จึงจะออกอาการ แต่เพื่อนเขาแพ้ความหล่อของผู้ชายคนหนึ่งจากการมองเห็นเนี่ยนะ!! บ้าไปแล้ว!!

ชื่นรักเป็นโรคแพ้ภูวนัตถ์!!!!!

“แกต้องช่วยฉันนะเนส”

“ช่วยยังไงวะ ปิดหน้าเขาหรือปิดตาแก อืม อย่างหลังคงง่ายกว่า”

“ไอ้บ้า!! ไม่ใช่เฟ้ยยยยยยยยยยย ฉันหมายถึงว่าแกต้องช่วยดูแลฉันไม่ให้อีตาพระเอกหล่อกระชากวิญญาณเข้ามาใกล้ฉันมากเกินไปต่างหาก ไม่งั้นฉันซี้แหงแก๋ ตายแน่ๆ แกเข้าใจใช่หรือเปล่า”

“เออๆ จะลองดูๆ ละกัน แต่ เฮ้ออออ เป็นเพื่อนแกนี่ยุ่งพิลึกเลยวุ้ย ไหนจะต้องช่วยแกกันไอ้ปอบนั่นไม่ให้มายุ่งกับแกโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าเรื่องของเรื่องมันคืออะไร ยังต้องมาช่วยปิดตาแกจากพระเอกหน้าหล่อนี่อีก รู้งี้ชวนคนอื่นมาคงเรื่องน้อยกว่านี้เยอะ”

“บ่นอะไร แค่นี้บ่นเหรอ บ่นเหรออออออ”

“เออๆ ไม่บ่นก็ได้ เอ้า ข้างหน้านี่มีร้านกาแฟหน้าตาดูดีเชียว นั่งที่นี่เลยไหม”

เห็นบรรยากาศของความเรียบร้อยและโล่งโปร่งสบาย ไม่เงียบแต่ก็ไม่แออัดจนเกินไป แถมยังให้บรรยากาศของความเป็นเอาท์ดอร์ คาเฟ่เก๋ๆ มีหรือที่ชื่นรักจะปฏิเสธ ตรงกันข้าม นักเขียนสาวรีบกระดี๊กระด๊าหาที่นั่งทันที ท่าทางกลัดกลุ้มเมื่อครู่สลายหายไปไม่มีเหลือจนรเณศอดทึ่งไม่ได้ ต้องบ่นพึมพำกับตัวเอง

“แบบนี้เขาเรียกว่า' ติสท์แตก หรือตะกละวะเนี่ย!!”


แม้บรรยากาศที่ถนนเดินเล่นของกรุงเวียนนาจะน่ารัก สดใส และมีชีวิตชีวาสุดๆ แต่ปริยกรที่ถูกแววดาริกาควงแขนออกมาเดินดูข้าวของตามร้านรวงต่างๆ กลับอยู่ในอารมณ์ตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มผิดหวังอย่างมากกับท่าทีของน้องรหัสสาว ...เห็นได้ชัดว่าชื่นรักไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา และพร้อมจะกันเขาไว้เป็น 'คนอื่น' สำหรับชีวิตของเธอ ดูจากท่าทางของเธอ เขามีค่าน้อยกว่าคนรู้จักคนหนึ่งด้วยซ้ำไป

ถ้าปัญหาทั้งหมดอยู่กับแค่ชื่นรักคนเดียวก็ยังดีหรอก ทว่าตอนนี้หญิงสาวที่เดินอยู่เคียงข้างเขาก็เริ่มก่อปัญหาให้อีกคนแล้ว ...แม้จะยอมรับว่าเป็นความผิดของตัวเองที่แสดงท่าทีสนิทสนมกับชื่นรักเกินเหตุถึงขั้นจับไม้จับมือ แต่นั่นเป็นเพราะเขาต้องการให้ฝ่ายนั้นสนใจฟังเขาบ้างต่างหาก โชคร้ายสุดๆ ที่คนรักของเขาเกิดจะมาเห็นเข้าพอดี ที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอไม่พูดอะไรเลย แต่ใช้วิธีปฏิบัติต่อเขาอย่างเย็นชาและเอาแต่ใจแทน การที่เแววดาริกาทำแบบนี้ทำให้เขาต้องเกรงใจและพยายามเอาใจเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขารู้ตัวดีกว่าหากขัดใจเธอในตอนนี้ มีหวังได้ทะเลาะกันใหญ่โตแน่

“พี่ป๊อปคิดว่าสร้อยเส้นนี้เป็นยังไงบ้างคะ”

เออีสาวยื่นข้อมือบางที่สวมสร้อยข้อมือคริสตัลสวยแบบเรียบหรูมาตรงหน้า เรื่องนี้ปริยกรไม่จำเป็นต้องฝืนใจชมเพราะคนรักของเขาเป็นสาวสวยผู้มีรสนิยมดีเยี่ยมอยู่แล้ว

“สวยจ้ะ สวยมาก เข้ากับชุดที่ใส่อยู่ด้วย”

“งั้นริกาซื้อเลยนะคะ”

“เดี๋ยวพี่ซื้อให้เองจ้ะ” ไม่พูดเปล่า เขายังหันไปถามพนักงานขายเป็นภาษาอังกฤษ “ไม่ทราบว่ามีต่างหูที่เข้ากับสร้อยเส้นนี้ไหมครับ”

“มีแน่นอนค่ะ อยู่ทางนี้ เดี๋ยวฉันหยิบให้ดู”

“ถ้าอย่างนั้นผมขอทั้งชุดนี้เลยครับ”

“ได้เลยค่ะ” พนักงานขายวัยกลางคนหันมาขยิบตาให้แววดาริกาเมื่อรับบัตรเครดิตของชายหนุ่มไป “คุณโชคดีมากนะคะ แฟนคุณน่ารักมากเลย ถ้าสามีฉันใจดีแบบนี้บ้างก็ดีสิ”

“ขอบคุณค่ะ”

เออีสาวฝืนยิ้มตอบเพื่อรักษามารยาท และส่งยิ้มบางๆ ให้ปริยกรด้วย

“ขอบคุณนะคะที่ซื้อให้ ความจริงริก้าตั้งใจจะซื้อเองแท้ๆ”

“ไม่เป็นไรหรอก พี่อยากให้ ถ้ามันทำให้ริก้ายอมยิ้มสวยๆ ให้พี่ พี่ก็ดีใจ”

คำพูดนั้นทำให้รอยยิ้มของแววดาริกากว้างขวางขึ้น ...แม้ก่อนหน้านี้เธอจะอารมณ์เสียมาไม่น้อยเพราะคำพูดรุนแรงของคนรักเก่า แถมยังได้เห็นคนรัก ณ ปัจจุบันจับไม้จับมือผู้หญิงคนอื่นอีก แต่อย่างน้อยปริยกรก็ยังหวานและเอาอกเอาใจเธอ เท่านี้เธอก็พอใจ

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเธอจะหายคาใจในความสัมพันธ์ระหว่างชื่นรักกับปริยกรอยู่ดี...


“เอาแบบนั้นค่ะ”

หลังจากที่ได้เห็นกาแฟดำใส่ไอศกรีมวานิลลาและครีมสีขาวฟูฟ่องของลูกค้าโต๊ะข้างๆ ชื่นรักก็สั่งตามทันทีโดยไม่สนใจจะสอบถามเลยว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่าน่ากินขนาดนั้นใครจะไปอดใจไหว ส่วนรเณศสั่งกาแฟดำใส่น้ำตาลและครีมที่เสิร์ฟมาในแก้วใส
“มีกาแฟแล้วไม่มีขนมได้ไง”

“แกยังจะกินอีกเรอะ!!”

รเณศร้อง แม้จะชินอยู่แล้วกับการที่เพื่อนสาวกินเก่งสุดชีวิตมาตั้งแต่่เด็กๆ จนถูกเขาล้อบ่อยๆ ว่าเป็นชูชกสาว แต่ว่าตั้งแต่ทำงานมานี้เขาไม่ค่อยได้มีโอกาสไปไหนมาไหนกับชื่นรักบ่อยนัก จึงไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมในการกินของหญิงสาวไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ชื่นรักคนเดียวน่าจะกินเท่าผู้หญิงปกติประมาณสองคนกว่าๆ หรืออาจจะสามถ้าเทียบกับคนที่กินน้อยอย่างแววดาริกา

ชื่นรักตอบคำถามนั้นด้วยการจิ้มรูปพายชิ้นหนาที่มีหน้าเป็นผลไม้หลากสีชิ้นหนึ่ง กับขนมที่ดูเหมือนแพนเค้กที่ฉีกเป็นชิ้นๆ ในเมนูให้พนักงานเสิร์ฟดู

“เฮ้อออออออ แล้วแบบนี้ผู้ชายที่ไหนจะเลี้ยงแกไหววะเนี่ย มิน่าล่ะ อยู่มาจนถึงปูนนี้แล้วยังไม่มีใครมาขอเสียที”

“ไม่มีใครเลี้ยงก็ไม่ต้องเลี้ยง” นักเขียนสาวประกาศกร้าวทันทีตามนิสัยสาวสมัยใหม่ที่พึ่งพาตัวเองได้ “ฉันมีงานมีการทำ มีเงินพอจะเลี้ยงตัวเองให้ไม่อดตายหรอกน่า”

“ถามจริงเหอะ ไอ้ปอบนั่นเคยเห็นแกกินแบบนี้ไหมวะ”

แม้จะไม่พอใจที่ถูกถามถึงบุคคลไม่พึงประสงค์ หากชื่นรักก็ยอมตอบสั้นๆ

“เคย”

ความจริงแค่คำว่า 'เคย' ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เพราะปริยกรเองก็กินเป็นพายุพอๆ กับเธอ จนเคยมีคนบอกว่าพี่รหัสน้องรหัสคู่นี้เหมาะสมกันแล้ว และเพราะชื่นรักกินเก่ง ปริยกรจึงชอบชวนไปหาของกินอยู่บ่อยๆ จน 'เคย' สนิทกันมาก

“แล้วเขาไม่ตกใจรึ ถึงยังตามตื๊อแกอยู่ได้”

“โอ๊ย เขาก็กินแหลกพอๆ กับฉันนั่นแหละ เอ๊ะ...” พูดไปแล้วถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ นักเขียนสาวจึงทบทวนความจำ “ไหนสัญญาว่าเราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันไง”

“ฉันหมายถึงเรื่องของฉันต่างหาก” รเณศแก้ความเข้าใจของหญิงสาวเสียใหม่

“อ้อออออ ดีเนอะ เรื่องแกแตะต้องไม่ได้ แต่เรื่องฉันแกถามได้ ยุติธรรมมากกกก”

“นี่แกยังหวังว่าในโลกนี้ยังมีความยุติธรรมระหว่างฉันกับแกอยู่อีกเรอะ”

“เออ จริง” ...ไม่น่าพลาดเลยวุ้ย “แต่ฉันขอเหอะ ไว้คืนนี้ค่อยคุยกัน ฉันไม่อยากเล่าเรื่องที่มันไม่น่ารื่นรมย์ในร้านสวยๆ แบบนี้ แกเองก็เหมือนกัน อ่ะ ขนมมาแล้ว รีบกินกันเถอะ เดี๋ยวกลับไปรวมตัวไม่ทัน”


((โปรดติดตามตอนต่อไปค่ะ))


Create Date : 13 พฤศจิกายน 2554
Last Update : 13 พฤศจิกายน 2554 14:28:43 น. 14 comments
Counter : 354 Pageviews.

 
ตอบคอมเมนต์ตอนที่แล้วนะคะ

น้องเน -- กริกริ ตอนใหม่มาละจ้า มารอลุ้นกันนะว่านายเนสจะปากแข็งไปได้อีกสักกี่น้ำ ^^

คุณคน-เหงา -- ขอบคุณค่ะ ตอนใหม่มาแล้วนะคะ

คุณปุ๊ก -- งานนี้ใครคู่ใครต้องลุ้นนะค้า ไม่งั้นจะไม่สมกับชื่อเรื่อง อิอิ ^^

คุณ ree -- 55 สารภาพว่าเขียนเองยังมึนเองเลยค่ะ ถ้าไม่ได้กำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้วคงไขว้เขวแน่นอน ^^"


แล้วพบกันตอนใหม่.....เอ่อ เร็วๆ นี้นะคะ


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:32:09 น.  

 
ปล. อัพเดทข่าวคราวนะคะ

ข่าวนั้นก็คือ... แต่นแต๊น... ศุวิลากำลังจะมีนิยายเล่มใหม่ขนาดกะทัดรัดกำลังดีแล้วนะค้า!!! ไชโย พบกันได้ในช่วงวาเลนไทน์ปีหน้าค่ะ เรื่องที่จะออกเป็นแนวน่ารักสดใส เหนือจริงนิดๆ (ทำให้เขียนยากสุดๆ ไปเลย) ใครที่ชอบอ่านเรื่องสไตล์เบาสมอง หวานๆ กุ๊กกิ๊กกำลังดี ขอแนะนำเรื่องนี้เลยค่ะ

รักษาตัวดีๆ นะคะ และ stay dry ค่ะ


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:33:34 น.  

 
ยัยชื่อแพ้เจค็อปคนเดียวที่ไหนกัน เนก็แพ้ แอร๊ยยยย><

รอผลงานใหม่ของพี่โน๊ตอย่างใจจดใจจ่อ ^^


โดย: เน (narilin ) วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:59:00 น.  

 
พี่ป๊อบไปทำอะไรให้น้องชื่นโกรธหว่า น่าสงสัยจริง


โดย: ree IP: 223.204.82.225 วันที่: 13 พฤศจิกายน 2554 เวลา:21:17:19 น.  

 
ชื่นรักเลยวุ่นดีแท้ แพ้คนหล่อ แถมคนรักเก่ายังตามตื้อ ส่วนคนรักกำมะลอก็ยังฝังใจกับรักเก่าที่ยังไม่ยอมเก่าซะอีก
ตามลุ้นต่อค่ะ อดีตยังไม่แสดงตัวชัดๆ ซักที อยากรู้


โดย: ปุ๊ก IP: 61.91.4.2 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา:14:58:54 น.  

 
อยากแพ้คนหล่อมั่งจัง

สงสัยจะวุ่นอีกนาน ..อิอิอิ


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2554 เวลา:20:58:02 น.  

 
ขอบคุณ แวะมาทักทาย





Sharp LC40LE830U | HP TouchPad | Nikon D7000 |Nikon D3100 14.2MP Digital SLR Camera | VIZIO XVT3D474SV


โดย: ao (javakhao ) วันที่: 19 พฤศจิกายน 2554 เวลา:19:56:23 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดนะครับ
ขอให้มีความสุขมากๆครับ


โดย: panwat วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:0:52:49 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีสุขภาพร่างกายเเข็งเเรง
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาเเละมีความสุขในทุกๆวันครับ


โดย: Don't try this at home. วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:8:09:18 น.  

 
Happy Birthday นะคะ
เกิดวันเดียวกันเลย
ขอให้มีจิตใจที่สะอาด สว่าง สงบ
สามารถเข้าใกล้ความทุกข์ด้วยการปล่อยวาง
มีโอกาสปฏิบัติธรรมจนเกิดปัญญายิ่ง ๆ ขึ้นไปนะคะ

ปล.คนเกิดวันนี้หน้าตาดีทุกคนค่ะ คอนเฟิร์ม!!


โดย: หนูลีลี วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:8:09:27 น.  

 
lozocatlozocat


สุขสันต์วันเกิดค่ะ...
lozocatlozocat


โดย: nootikky วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:15:39:12 น.  

 
..บรรจงเขียน..ความรัก..ฝากลมหนาว..
..ฝากดวงดาว..จากฟ้า..มาให้เห็น..
..เอาความรัก..คิดถึง..ฝากเดือนเพ็ญ..
..มามอบเป็น..ของขวัญ..วันเกิดเธอ..

..ขอศรัทธา..ความดี..ที่มีมั่น..
..จงช่วยสรรค์..สร้างชีวี..ให้สุขขี..
..ช่วยแก้ไข..ปัญหา..นานามี..
..ให้เธอนี้..มีสุข..ทุกข์อยู่ไกล..

..ให้ร่างกาย..เข้มแข็ง..อย่าลาร้าง..
..ในคืนวัน..อ้างว้าง..ให้หายเหงา..
..ในวันที่..มีทุกข์..สุขบรรเทา..
..ให้หายเศร้า..มีสุข..ทุกทุกคืน..

..หากมีรัก..ขอให้..จงหนักแน่น..
..ไม่คลอนแคลน..เพื่อนสนิท..มิตรสัตย์ซื่อ..
..เกียรติยศ..ชื่อเสียง..โลกเลื่องลือ..
..ทั้งหมดคือ..ความจริงใจ..มอบให้เธอ..

..วันเกิดเธอ..คนดี..วันนี้แล้ว..
..ขอให้แพร้ว..เพริศพริ้ง..กว่าปีก่อน..
..ถ้ามีรัก..ขอให้รัก..นิรันดร..
..นี่คือพร..มอบให้..ด้วยใจจริง..

..ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง จิตใจเข้มแข็ง เป็นที่รักของทุก ๆ คนนะ..



HappY BirthDaY To You


โดย: *~ต้นกล้า...ของหัวใจ~* วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:17:10:04 น.  

 


ป้าเชิญนางฟ้า...มาอวยพรวันเกิดค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่ดีมีจิตใจดี
เหตุการณ์ดีๆสุขภาพที่แข็งแรง
รวมทั้งความรัก
ที่ดีที่สุดในชีวิตนะคะ
*********
*******
*****
***
*





โดย: ป้าหู้เองจ่ะ (fifty-four ) วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:21:28:26 น.  

 
สุขสันต์วันเกิดนะคะ

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...


โดย: pantawan วันที่: 8 ธันวาคม 2554 เวลา:23:11:45 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.