... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก (2)


ขึ้นเดือนใหม่แล้ว!!! เรามาอ่าน #2 กันเลยนะคะ ^^

#################################

เพื่อปฏิบัติการถ่ายรูปมาราธอน นิดาและจักรขอแยกตัวไปจากรเณศและชื่นรักชั่วคราว นักเขียนสาวมองตามด้วยความสงสัยว่าทั้งสองต้องพกเมมโมรี่ การ์ด และแบตเตอรี่กล้องมามากขนาดไหนถึงจะเพียงพอต่อความต้องการถ่ายภาพตลอดทั้งทริป เพราะยังไม่ทันได้เดินทางออกจากประเทศไทยก็ดูเหมือนว่าทั้งคู่ได้ถ่ายรูปไปหลายสิบรูปแล้ว และยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่ายๆ
ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเจอคนบ้าถ่ายรูปขนาดนี้เป็นครั้งแรกนี่แหละ ให้ตายเถอะ!

ด้วยความใจดี รเณศรับฝากกระเป๋าเดินทางของทั้งสองเอาไว้จนกว่าจะได้้เวลานัดสำหรับเช็กอินเพื่อให้ทั้งสองถ่ายรูปได้สะดวก ไม่ต้องมัวพะวักพะวงกับสัมภาระ แต่ก็ยังไม่วายออกปากวิจารณ์ทันทีที่ทั้งคู่แยกตัวไปตามประสาคนปากไวว่า

“เหอะๆ อะไรจะบ้าถ่ายรูปขนาดนี้วะเนี่ย นี่ถ้าบ้าดาราอีกอย่่าง มีหวังเจค็อบถูกจับถ่ายรูปจนวิญญาณออกจากร่างไปเลยแหงๆ เลยเนอะ ว่ามั้ย”

“บ้า! แกก็ไปนินทาเขา” ชื่นรักว่า ทั้งๆ ที่ตัวเองก็คิดไม่ต่างกัน “ฉันว่าคุณพี่คู่นี้เขาคงเน้นถ่ายกันเองมากกว่าล่ะแก ดารงดารานี่ไม่น่าจะอยู่ในสายตาเขาหรอก แกลองคิดดูสิ จะมีใครสักกี่คนที่มาเที่ยวกับแฟนแล้วมัวแต่สนใจดาราวะ ฉันว่าไม่มีหรอก”

“ 'ดัง' ด้วยแก อย่าตกคำนี้ ในประเทศนี้คงจะมีแต่นักเขียนเชยๆ แบบแกนั่นแหละที่ไม่รู้จักเขา เจค็อบน่ะไม่ใช่พระเอกธรรมดาๆ นะเฟ้ย แต่เป็นพระเอกโคตรรรรรรรดังเลยรู้ป่าว”

“อ่ะ เหรออออออ”

ชื่นรักลากเสียงล้อเลียน แต่อาการที่รเณศเน้นย้ำถึงความดังของพระเอกหนุ่มก็ทำให้เธออดเก็บมาครุ่นคิดไม่ได้

เจค็อบ-ภูวนัตถ์งั้นหรือ...

นักเขียนสาวจดชื่อของดาราหนุ่มลงสมุดประจำตัว พร้อมเขียนคำบรรยายแถมพกว่า 'แค่ได้ยินชื่อก็รู้แล้วว่าหล่อมากกกกกกกก'

...ล่ะมั้ง ก็เป็นถึง 'พระเอกโคตรรรรรรรรดัง' นี่ เวลาเขียนบรรยายในนิยายก็ต้องแบบนี้แหละ

หญิงสาวปิดสมุด พยายามนึกว่าหน้าตาของพระเอกหนุ่มเป็นอย่างไร ถ้าดังจริงอย่างที่รเณศว่าเซลล์สมองของเธอก็น่าจะคุ้นบ้าง แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก

“นี่ล่ะน้า โทษของการไม่ดูทีวีซะบ้าง”

รเณศว่าทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ค่อยมีเวลานั่งอยู่หน้าจอโทรทัศน์เหมือนกัน เพียงแต่ชายหนุ่มทำงานในวงการโฆษณาที่ต้องคอยอัพเดทข้อมูลข่าวสารใหม่ๆ อยู่เสมอ พระเอกหนุ่มชื่อดังที่มีผลงานละครมากมาย โฆษณาก็มีให้เห็นอยู่เต็มไปหมดอย่างภูวนัตถ์ มีหรือที่เขาจะไม่รู้จัก

ชื่นรักย่นจมูกใส่เพื่อนบ้านที่สนิทกันมาตั้งแต่ยังเด็กๆ

“พูดมากนะแกนี่ มีใครถามเหรอ”

“เอ้า ก็มันจริงไหมล่ะ หรือว่าแกจะเถียง”

คนเถียงไม่ออกไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากส่งเสียงฮึ ทำหน้าล้อเลียนใส่รเณศเต็มที่โดยไม่ได้นึกเลยว่าตัวเองกำลังอยู่ในที่สาธารณะ และไม่คาดคิดด้วยว่าจะมีบุคคลที่สามมาเห็นเข้าพอดี

ไม่สิ ต้องพูดว่าบุคคลที่สามและสี่ต่างหาก เพราะชายหญิงที่มีสีหน้าไร้อารมณ์คู่หนึ่งเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้านักเขียนสาวที่กำลังทำจมูกหมูแลบลิ้นปลิ้นตาใส่รเณศอยู่พอดี ทำเอาชื่นรักรีบแปลงใบหน้ากลับมาเป็นคนปกติแทบไม่ทัน ความร้อนในร่างกายพุ่งปรี๊ดขึ้นมารวมกันอยู่บนใบหน้า

อ๊ายยยยยยยยย อายชะมัดเลย!

แม้จะเห็นเข้าเต็มๆ หากคนทั้งคู่กลับไม่ได้พูดอะไร ไม่แม้แต่จะแสดงสีหน้าอะไรเป็นพิเศษ แค่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพากันไปนั่งลงตรงม้านั่งที่อยู่ใกล้ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ง่ะ... หัวเราะเยาะออกมาดังๆ ซะยังจะดีกว่าเล้ยยยยยย โปรดอย่าทำแบบนี้กับฉาน..................

นักเขียนสาวตีโพยตีพายอยู่ในใจ หากดูเหมือนว่าคู่รัก (มั้ง) ที่มาใหม่จะไม่ได้สนใจเธอเลย เหมือนกับว่าเธอไม่มีตัวตนสำหรับพวกเขา และพวกเขาไม่มีตัวตนสำหรับเธออะไรอย่างนั้น

...หรือบางทีเราอาจจะอยู่คนละมิติกัน

“แกเห็นเหมือนที่ฉันเห็นหรือเปล่า”

ชื่นรักเขียนคำถามลงสมุดแล้วยื่นให้รเณศอ่าน ไม่อยากจะคิดว่าตัวเองเจอสิ่งลึกลับที่ไม่ควรจะเห็นเข้าเสียแล้ว บรื๋ออออ...

“เห็นอะไรวะ” รเณศเขียนตอบ

“แกเห็นผู้หญิงผู้ชายคู่หนึ่งที่เพิ่งนั่งลงใกล้ๆ เราไหม”

“ไหนวะ ไม่เห็นมีเลย ...เฮ้ย ล้อเล่นน่า” รเณศรีบแก้คำพูดทันทีที่เห็นสีหน้าเหวอๆ เหมือนจะช็อกของชื่นรัก “มนุษย์ที่มาเห็นแกทำหน้าผิดมนุษย์แต่ยังทำเฉยตั้งสองคน ฉันจะพลาดได้ยังไง ว่าแต่...แกคิดว่าเขากำลังทำอะไรกันอยู่วะ คุยกันหรือสื่อสารกันด้วยกระแสจิต ทำไมมันเงียบฉี่แบบนี้”

“เออดิ โคตรพิลึกอ่ะแก” ชื่นรักเขียน แล้วจรดดินสอลงถามต่อว่า “ฉันเซนส์อะไรแปลกๆ ว่ะ แกคิดว่าสองคนนี้จะไปทัวร์เดียวกับเราไหมวะ”

“ไม่รู้ว่ะ ไม่น่าจะใช่ คนสไตล์นี้ไม่น่าจะชอบไปเที่ยวกับทัวร์ แต่... มันก็ไม่แน่เหมือนกัน โลกนี้มีอะไรที่เราคาดไม่ถึงอีกเยอะ หรือแกคิดว่าไง”

คำตอบของรเณศทำเอาทั้งคู่เหลือบมองไปยังบุคคลทั้งสองที่ยังคงนั่งสื่อสารกันอยู่เงียบๆ อีกครั้ง และเมื่อเห็นฝ่ายหญิงหยิบจดหมายหัวกระดาษคลื่นสวีท เมมโมรี ออกมาจากกระเป๋าถือ ทั้งคู่ก็หันขวับมามองหน้ากันโดยไม่ต้องนัดหมายทันที

เจ้าประคู้ณ... ขอให้อีกสองคู่ที่ยังไม่มาเหมือนคนธรรมดากว่านี้ทีเถอะ สาาาาธุ!


ในระหว่างที่ชื่นรักกำลังง่วนกับการจินตนาการถึงผู้ร่วมทัวร์ที่เหลือในสมุดวางพล็อตโดยมีรเณศเป็นลูกคู่ ทีมงานที่สวมเสื้อยืดและหมวกสกรีนโลโก้คลื่นสวีท เมมโมรี่ และถือธงเล็กๆ ที่เขียนว่า 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' ก็เดินทางมาถึงจุดนัดพบ ชื่นรักรีบฉีกยิ้มกว้าง กระพริบตาปริบๆ ใส่รเณศเพื่อเป็นการบอกให้ชายหนุ่มเป็นคนไปจัดการลงทะเบียนและรับเอกสารมาเผื่อตัวเองด้วย

“ขี้เกียจไปหน่อยมั้ยแก”

แม้จะบ่นอย่างนั้น แต่เขาก็ลุกขึ้นไปจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้แต่โดยดี ชื่นรักเสียอีกที่นั่งนิ่งโดยใช้ข้ออ้างว่า

“อ้าว ก็ฉันต้องช่วยเฝ้ากระเป๋าให้คุณพี่สองคนนั้นด้วยนี่แก แกไปรับฝากเขาไว้ ถ้าฉันไม่อยู่นี่แล้วใครจะดูล่ะยะ ไม่รู้ป่านนี้ไปถ่ายรูปถึงไหนแล้ว”

“อุ๊ย คิดถึงพี่เหรอคะน้องชื่น”

ชื่นรักพูดยังไม่ทันขาดคำ เสียงสดใสเกินร้อยของผู้ที่เธอพูดถึงก็ดังมาจากด้านหลังทำเอานักเขียนสาวสะดุ้งโหยง รีบปิดสมุดจดพล็อตแทบไม่ทัน

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอคะ เร็วจัง” หญิงสาวยิ้มแหยๆ ให้ ...เฮ้ออออ ดีนะที่ไม่เผลอนินทาต่อท้าย ไม่งั้นแย่แหงเลยเรา

“แหม น้องชื่นคะ ก็เรายังไม่ทันได้เดินทางไปถึงไหนเลยนี่คะ จะไปถ่ายอะไรได้เยอะแยะขนาดไหนเชียว”

อ้อ...รู้เหมือนกันเรอะ

“แหะๆ ค่ะ”

ชื่นรักฉีกยิ้มให้นิดา ในขณะที่จักรซึ่งรู้หน้าที่ของตัวเองเป็นอย่างดีผละไปจัดการเรื่องลงทะเบียน เมื่อมองตามไปยังจุดลงทะเบียน หญิงสาวจึงได้เห็นว่า 'คู่รักโรบ็อท' สุดนิ่งสุดเยือกเย็นคู่นั้นก็กำลังรับเอกสารต่างๆ อยู่เหมือนกัน เป็นอันว่าต้องเดินทางไปด้วยกันชัวร์แหงแก๋แล้ว

“เอ้า นี่ ตั๋วกับพาสปอร์ตของแก”

“ขอบใจ”

“เก็บดีๆ ล่ะ อย่าเผลอทำหล่นที่ไหนนะ ไม่งั้นไม่ได้ไปไม่รู้ด้วย”

“เออน่า... ฉันไม่ใช่เด็กสองขวบแล้วนะ ของแค่นี้ฉันดูแลได้ ยุ่งจริง”

ชื่นรักและรเณศโต้ตอบกันโดยมีนิดาและจักรเดินกลับมาพร้อมกับรเณศมองอย่างสนใจ และนิดาที่น่าจะเป็นคนตรงไปตรงมาแบบสุดๆ ก็วิจารณ์ขึ้นทันที

“น้องเนสกับน้องชื่นนี่เป็นคู่ที่น่าสนใจดีนะคะ”

“หือ ยังไงเหรอครับ”

“อืม... พี่ว่าน้องเนสกับน้องชื่นดูไม่เหมือนเป็นแฟนกันเลยนะคะ ดูคล้ายๆ เพื่อน หรือไม่ก็พี่น้องกันมากกว่าน่ะค่ะ”

“อ้าว จริงเหรอคะ โฮะๆๆๆๆๆ” ชื่นรักหัวเราะเสียงสูง “มีคนพูดแบบเดียวกันหลายคนเลยค่ะ”

“จริงๆ นะคะ พี่ว่าเห็นแล้วให้ความรู้สึกของคู่หูคู่กัดมากกว่าคู่รักน่ะค่ะ”

เฮือก!! เห็นแบบนี้ตาแหลมใช้ได้เลยวุ้ย

ชื่นรักฉีกยิ้มให้คนพูดอีกครั้ง ไม่อยากตอบรับแต่ก็ไม่อยากปฏิเสธเพราะไม่เคยตกลงกับรเณศเลยว่าการที่เธอเดินทางมากับเขานี่มาในฐานะเพื่อนหรือคนรัก (ปลอมๆ) เพราะเงื่อนไขของการเดินทางมาเที่ยวครั้งนี้คือการ 'มาเป็นคู่' เท่านั้น ใคร๊จะไปนึกว่าจะถูกสงสัยว่าเป็นอะไรกันตั้งแต่ยังไม่ทันจะเช็กอิน

“ไปเถอะชื่น ไปเช็กอินกัน”

รเณศที่พอจะรับรู้ได้ว่าชื่นรักกำลังเลือกคำตอบไม่ถูกรีบแก้สถานการณ์ให้เขาโอบบ่าชื่นรักแล้วพาเดินไปยังเคาน์เตอร์เช็กอินของสายการบิน นักเขียนสาวรีบถามทันทีที่พ้นรัศมีที่จักรและนิดาจะได้ยิน

“แก เรามาตกลงกันก่อนดีไหม ฉันกับแกควรจะเป็นอะไรกันดีวะ”

“อืม นั่นสิ คนมาเที่ยวแบบนี้ ก็ควรจะเป็นแฟนกันใช่ไหมวะ”

“อ้าว แล้วตอนแกคอนเฟิร์มกับทางรายการ แกแจ้งเขาไปว่าไงล่ะ”

ครีเอทีฟหนุ่มคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะบอกว่า

“ตอนไปยื่นเอกสาร ฉันบอกทางคลื่นไปว่าจะไปกับแฟนว่ะ เฮ้ย!!!! แย่แล้ว”

“อะไรแก อะไร” ชื่นรักทำเสียงตื่นเมื่อเห็นสีหน้าตกใจของเพื่อนบ้านหนุ่ม “อย่าบอกนะว่าแกลืมเอากระเป๋าสตางค์มา บอกไว้ก่อนว่าฉันไม่มีให้ยืมนะเฟ้ย”

“ไม่ใช่โว้ย! แกนี่ อย่าเพิ่งออกนอกเรื่อง พูดเรื่องเป็นอะไรกันอยู่ดีๆ ฉันจะกระโดดไปเรื่องเงินได้ไงเล่า” รเณศเอ็ด “รู้สึกว่าฉันบอกกับทางคลื่นไปว่าฉันจะไปทริปนี้กับแฟนฉัน...ที่กำลังจะหมั้นกันด้วย”

“ห๊าาาาาาา!! ไอ้บ้า ใครใช้ให้แกแต่งเรื่องแบบนั้นวะ”

“เบาๆ สิเว้ย กลัวคนอื่นเขาไม่รู้หรือไง” ชายหนุ่มเอ็ดอีกครั้งเมื่อเสียงของชื่นรักชักจะดังขึ้นเรื่อยๆ “ก็ตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออกแล้วนี่หว่า ยัยริก้าลงทะเบียนไปกับแฟน แล้วฉันจะให้ฉันบอกว่าไปกับแฟนเฉยๆ เหมือนกันเหรอ มันฟังดูน้อยไปยังไงก็ไม่รู้ว่ะ ฉันก็เลยเติมคำขยายบริบทเข้าไปนิดหน่อย ซึ่งมันก็ไม่ได้มากมายอะไรเนอะ”

คราวนี้เป็นคิวของรเณศที่จะฉีกยิ้มใสซื่อใส่ตาของชื่นรักบ้าง ตรงกันข้ามกับนักเขียนสาวที่อยากกุมขมับเป็นกำลัง ทั้งๆ ที่ความจริงตั้งแต่ที่เธอรับปากเขาว่าจะมาเที่ยวด้วยกัน มันก็ต้องหมายความรวมถึงการเล่นบทเป็นคนรักปลอมๆ ของเขาตลอดทั้งทริปอยู่แล้วนั่นล่ะ

โธ่เว้ยยยยยย!! ไม่น่าลืมคิดเลยเรา มัวแต่ตีปีกดีใจว่าจะได้ไปเที่ยวฟรีแท้ๆ เลย

“เออๆ เอาเหอะ ยังไงก็มาถึงขั้นนี้แล้ว จะให้ทำอะไรก็คงต้องทำแล้วแหละ ยังไงซะก็แค่เจ็ดแปดวันเอง คิดซะว่าแป๊บเดียวก็จบแล้ว”

“นี่ ไอ้ชื่น แกพูดอย่างกับการต้องเล่นเป็นแฟนฉันเป็นการเสื่อมเสียซะมากมายจนแทบทนไม่ได้ แบบนี้มันหมายความว่ายังไงฮะ? หรือแกไม่อยากไปก็บอกมา”

“เฮ้ย เปล่าๆๆๆ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” ชื่นรักรีบแก้คำพูดเป็นพัลวัน ...ขืนไอ้เนสมันงอนตอนนี้ก็แย่สิ ง้อมันเหนื่อยจะตาย แถมถ้ามันบ้าดีเดือดยกเลิกขึ้นมาจริงๆ มีหวังพล็อตนิยายอันมีค่าได้หายวับไปในอากาศแหงๆ “ฉันหมายถึงว่า เราต้องลงทุนโกหกตั้งหลายวันใช่ป่ะ แกก็รู้นี่ว่าฉันโกหกไม่ค่อยเก่ง มันก็มีเครียดบ้างอะไรบ้าง แต่จริงๆ ก็ไม่กี่วันหรอกเนอะ”

“โอเค ถ้างั้น แกก็ช่วยให้ความร่วมมือหน่อยละกัน นี่! ไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นเลย” รเณศรีบออกตัวทันทีที่เห็นสีหน้ายี้ๆ ของชื่นรัก “ฉันไม่ได้บ้าถึงขนาดให้แกต้องลงทุนเล่นละครบ้าๆ แบบในนิยายน้ำเน่าของแกหรอกน่า บอกตรงๆ ว่าฉันก็เล่นไม่ลงเหมือนกัน”

“อ้าว เฮ้ย พูดให้มันดีๆ นะ”

แม้จะแกล้งทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์ก่อน แต่ก็ไม่ได้แปลว่ารเณศจะมาลอกเลียนเธอได้หรอกนะยะ!

“เอาน่า ทีแกยังพูดได้เลย เอาเป็นว่าแกแค่บอกคนอื่นว่าแกเป็นแฟนฉัน และฉันก็จะบอกว่าฉันเป็นแฟนแก แค่นั้นก็พอเนอะ ที่เหลือเราจะกัดกันบ้างอะไรบ้างก็เป็นเรื่องของเรา คนอื่นอย่างมากก็ได้แต่พูด ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

“เออ... ก็จริง”

ชื่นรักเห็นด้วยหลังจากลองคิดๆ ดูอยู่ครู่หนึ่ง หญิงสาวค่อนข้างโล่งใจไม่น้อยที่ไม่ต้องลงทุนเล่นละครเพราะยังไม่ทันได้ทำก็รู้ว่าไม่เนียนแน่ๆ เธอชอบแสดงฝีไม้ลายมือในการเขียนก็จริง แต่ถ้าให้แสดงเองล่ะก็ขอจรลีดีกว่า

“ถ้าคนอื่นถามว่าเจอกันได้ยังไงก็บอกว่าเรารู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นเพื่อนบ้านกัน อันนี้เรื่องจริงอยู่แล้วไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนสถานภาพตอนนี้ก็บอกว่าเป็นแฟนกัน และกำลังคิดว่าจะหมั้นกัน แค่นี้คงพอเนอะ แล้วถ้าใครเซ้าซี้มากๆ ว่าคบกันได้ยังไง จะหมั้นกันเมื่อไร อะไรยังไง แกก็โบ้ยให้มาถามฉันละกัน ส่วนฉันก็จะตอบกว้างๆ ว่ากำลังเตรียมงานอยู่ โอเคมั้ย”

“ดี เอาตามนั้นแหละ”

แหม คิดเรื่องได้เป็นฉากๆ เชียวนะ ตกลงใครเป็นนักเขียนกันแน่ฟะเนี่ย ชักงงแล้ว


หลังจากเช็กอินและผ่านด่านพาสปอร์ต คอนโทรลเรียบร้อย ชื่นรักเริ่มสบายใจมากขึ้นเพราะน่าจะได้เดินทางไปเที่ยวแน่แล้ว นักเขียนสาวเดินเล่นไปคิดถึงโครงเรื่องนิยายไปอย่างสบายอารมณ์ ต่างจากครีเอทีฟหนุ่มที่หันรีหันขวางเป็นระยะๆ เหมือนจิตใจไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว
“นั่นแน่ มองหาใครเหรอออออ”

ชื่นรักแซวเมื่อสังเกตอากัปกิริยาของรเณศได้ระยะหนึ่ง ครีเอทีฟหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเหมือนถูกไฟร้อนๆ จี้

“เฮ้ย อะไร ใคร เปล่าสักหน่อย”

“ฮี่ๆๆๆๆ ร้อนตัวเชียวน้า” นักเขียนสาวทำหน้าล้อเลียน พุ่งเข้าประเด็นโดยไม่อ้อมค้อม “มองหายัยริก้าอยู่อะดิ”

“โฮ่ ไม่อ่ะ ไม่ใช่เลย แกเดามั่วแล้ว”

รเณศปฏิเสธแบบเกือบแนบเนียน แต่ไม่มีทางปิดบังสายตาของคนที่รู้จักกันดีมาตั้งแต่เด็กๆ อย่างชื่นรักได้

“โอเค ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ อ้าว! เฮ้ย! พูดถึงก็มาพอดีเลยวุ้ย”

โดยไม่ต้องใช้ความคิด รเณศหันขวับตามสายตาของชื่นรักทันที และพบว่ามีแต่สาววัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินมาโดยไม่มีแม้แต่เงาของคนที่นักเขียนสาวเอ่ยถึง จนเมื่อหันกลับมามองใบหน้าของคนพูด เขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองถูกหลอกเข้าเต็มเปา

“ไอ้ชื่น!! แกหลอกฉันเหรอ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ” คนหลอกชาวบ้านสำเร็จหัวเราะเสียงดังลั่นด้วยความสะใจ “ก็แกอยากปากแข็งดีนักทำไมล่ะ ช่วยไม่ได้นะ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ วะ...ว้าย!!”

เพราะมัวแต่หัวเราะจนตายิบหยี หญิงสาวจึงไม่ทันได้มองทางข้างหน้า และชนคนที่เดินสวนมาเข้าเต็มๆ

“ขอโทษค่ะ เป็นอะไรหรือเปล่า... อ๊ะ”

“เวลาเดินน่ะ ดูทางบ้างนะคะคุณชื่นรัก”

หญิงสาวผมยาว แต่งตัวเนี้ยบ เข้าสูตร 'สวย เริ่ด เชิ่ด หยิ่ง' ตรงหน้าพูดกับชื่นรักด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ส่วนนักเขียนสาวนั้นออกอาการเหวอเอ๋อเพราะคนที่เพิ่งยกมาเอ่ยถึงอยู่แหม็บๆ มาอยู่ตรงหน้าได้อย่างไรก็ไม่รู้

ท่าจะตายยากจริงแฮะ!

“ริก้า!”

รเณศอุทานเมื่อเห็นฝ่ายที่ชื่นรักเดินชนได้ชัดถนัดตา เช่นเดียวกับแววดาริกาที่ใช้สายตาแสกนชื่นรักและอดีตคนรัก และเมื่อเห็นเอกสารที่ทั้งสองถืออยู่ในมือก็เข้าใจสถานการณ์ได้ทะลุปรุโปร่ง

“อ้อ นี่พี่เนสมาทัวร์ของสวีท เมมโมรี่ กับคุณชื่นรักเหรอคะ”

“ใช่”

รเณศเอื้อมมือมาโอบบ่าชื่นรักทันที ซึ่งนักเขียนสาวก็พอจะเข้าใจความรู้สึกของเขาอยู่บ้าง จึงไม่ทักท้วงอะไร นอกจากสอดมือเข้าโอบเอวชายหนุ่มบ้าง พร้อมส่งยิ้มใสซื่อให้กับอดีตคนรักของรเณศเสมือนว่าตัวเองไม่รู้ตื้นลึกหนาบางอะไรเลย ไร้เดียงสาแบบสุดๆ

“แล้วคุณริก้ามาทำอะไรที่นี่คะ”

“โอ๊ย จะอะไรซะอีก ริก้าเขาก็จะไปทัวร์เดียวกับเรานั่นแหละชื่น”

“อ้าว เหรอคะ” หญิงสาวแกล้งทำเสียงประหลาดใจ พร้อมกันนั้น เธอก็นึกอยากแกล้งรเณศขึ้นมาตะหงิดๆ จึงเอียงคอ พูดเสริมว่า “เอ ทัวร์นี้ต้องมาเป็นคู่นี่คะ แล้วนี่คุณริก้ามากับใครคะ”

“จะมากับใครได้ ฉันก็ต้องมากับแฟนใหม่ของฉันน่ะสิคะ”

ไม่รู้ว่าชื่นรักคิดไปเองหรือเปล่า แต่ดูเหมือนคำว่า 'แฟนใหม่' จะถูกเน้นย้ำเป็นพิเศษ นักเขียนสาวลอบสังเกตสีหน้าของรเณศแต่ก็เห็นว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แววดาริกาเองก็คงเฝ้าสังเกตอยู่เหมือนกัน เมื่อไม่ได้ดั่งใจ หญิงสาวจึงปั้นยิ้ม

“จริงสิ พี่เนส คุณชื่นรัก ขอแนะนำให้รู้จักแฟนของริก้านะคะ” ว่าแล้ว หญิงสาวก็หันไปเรียกคนรักที่กำลังยืนดูข้าวของอยู่ใกล้ๆ “ที่รักคะ มานี่ค่ะ ริก้าจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก”

'ที่รัก' ของแววดาริกาพยักหน้าและเดินตรงมาหาทันที ซึ่งคราวนี้ปฏิกิริยาที่ชื่นรักได้รับคือแรงบีบของมือใหญ่ที่เกาะกุมตรงหัวไหล่ แม้ใบหน้าคมของรเณศจะยังนิ่งสงบเหมือนเดิมก็ตาม

เหมือนภูเขาไฟใต้ทะเลเลยวุ้ย อันตรายแฮะ...

“ที่รักคะ นี่พี่เนส กับคุณชื่นรักค่ะ” แววดาริกาฉีกยิ้มหวานให้คนรัก “สองคนนี้เขาก็จะไปทัวร์เดียวกับเราด้วยนะคะ”

รเณศจ้องมองคนรักของแววดาริกาด้วยความรู้สึกเหมือนถูกเพลิงสุมอยู่เต็มสองตาจนร้อนไปหมด แต่เมื่อเหลียวมองเพื่อนบ้านสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เขาก็ต้องตกใจ

“เฮ้ย ไอ้ชื่น เป็นอะไร...”

รเณศเขย่าแขนเมื่อเห็นแฟนปลอมๆ ของตัวเองยืนนิ่งราวกับถูกสตัฟฟ์ ในขณะที่นักเขียนสาวช็อกไปแล้วเมื่อได้เห็นว่า 'ที่รัก' ของแววดาริกาคือใคร

พี่ป๊อป!!



((โปรดติดตามตอนต่อไป))


Create Date : 02 พฤษภาคม 2554
Last Update : 2 พฤษภาคม 2554 2:20:13 น. 6 comments
Counter : 283 Pageviews.

 
มาแล้วค่า... ตอนนี้เราก็ได้พบกับตัวละครเพิ่มขึ้นอีก 2 คู่แล้วเนอะ ถึงตอนนี้ก็คงพอจะเห็นเค้ากันแล้วใช่ไหมคะว่าทริปนี้คงวุ่นวายไม่น้อยแน่ๆ เลยเชียว

ตอบคอมเมนต์ตอนที่แล้วค่ะ

น้องเน -- อิอิ ต้องรอดูกันไปค่ะ ตัวละครกำลังเพิ่มเชียว คนเขียนกำลังมึนเลย ><

คุณคน-เหงา -- ขอบคุณค่า ตอนใหม่มาแล้วนะค้า

คุณ cruduslife -- ขอบคุณค่ะ ^^


แล้วอย่าลืมติดตามตอนต่อไปกันนะคะ สุขสันต์วันหยุดชดเชยวันแรงงานค่ะ


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:2:23:15 น.  

 
พี่ป๊อปเป็นใครน๊า แฟนเก่าหนูชื่น รุ่นพี่ หรือว่า... แง๊ๆ อยากรู้ๆ (เดือนนึงนี่ช่างช้าจริงๆเลย T^T)


โดย: Narilin Nay IP: 223.205.82.55 วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:3:30:37 น.  

 
ทิ้งปริศนาให้คาใจ..ใจร้ายมากเลย


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:10:05:29 น.  

 
ทักทายยามไกล้เที่ยงจ่ะ อิอิ


โดย: ตะวันเจ้าเอย วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:11:49:40 น.  

 
น้องเน -- ฮี่ๆๆๆ อีกไม่นานก็จะรู้เองค่ะ ^^ (แกล้งให้คนอยากรู้เป็นความสุขของชีวิต 55)

คุณคน-เหงา -- แหะๆๆๆๆๆๆ หึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

คุณ ตะวันเจ้าเอย -- สวัสดียามดึกค่า


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 2 พฤษภาคม 2554 เวลา:23:24:36 น.  

 
สนุกทุกเรื่องเลยค่ะ


โดย: bug IP: 203.121.182.195 วันที่: 11 พฤษภาคม 2554 เวลา:14:20:05 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.