... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2555
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
13 มีนาคม 2555
 
All Blogs
 
ทริปวุ่น หัวใจลุ้นรัก (8)


หายไปนานสุดๆ ก่อนหน้านี้เปิดปีใหม่มางานใหม่มายุ่งม๊ากกกกก ต่อมาพอเริ่มอยากโพสท์ เน็ทที่บ้านก็เจ๊งๆ ซะงั้น แย่จริงๆ เลยเพิ่งจะมาโพสท์ตอนที่ 8 วันนี้เองค่ะ

############################

ความเดิมตอนที่แล้ว

การเดินชมความงดงามของกรุงเวียนนาของชื่นรักและรเณศไม่ค่อยสุนทรีย์สมกับความงามของเมืองสักเท่าไร ในขณะที่ชื่นรักคอยระมัดระวังไม่ให้ตัวเองใกล้ชิดกับพระเอกหนุ่มรูปงามอย่างภูวนัตถ์มากเกินไปเพราะกลัวว่าอาการ 'ภูมิแพ้ภูวนัตถ์' จะกำเริบ รเณศเองก็ต้องหัวเสียด้วยเรื่องของแววดาริกากับปริยกร โดยเฉพาะหลังจากที่ปริยกรแสดงความเป็นศัตรูด้วยตรงๆ แต่ทั้งหมดนั้นก็ถูกเอาคืนเมื่อนิดาเข้าใจผิดและโวยวายขึ้นมาว่าชื่นรักไม่สบายด้วยอาการแพ้ท้องกับรเณศ!!


(8)

โอย... จะเป็นลม

ชื่นรักครางอยู่ในใจก่อนจะสูดยาดมเข้าไปฟื้ดใหญ่ กลิ่นแอมโมเนียฉุนกึ้กที่ไหลเข้าไปเต็มปอดทำให้หญิงสาวแสบจมูกจนสำลักออกมาเบาๆ

“แค่กๆ”

“เป็นยังไงบ้างครับคุณชื่นรัก”

“ก็ดีค่ะ”

หญิงสาวตอบพระเอกหนุ่มอย่างเพลียๆ แสร้งทำเป็นปิดตาเพราะกลัวว่าจะได้เห็นใบหน้าหล่อๆ ส่งสายตาและสีหน้าเป็นห่วงมาให้เหมือนกับน้ำเสียงที่ได้ยิน แค่นั้นก็ทำเอาหัวใจหวิวๆ แทบจะเป็นลมไปจริงๆ แล้ว

“จริงเหรอครับ แต่ผมว่าสีหน้าคุณยังไม่ดีเลยนะ อยากจะกลับไปพักที่โรงแรมก่อนไหมครับ”

“ไม่ค่ะ ไม่ต้อง”

“อย่าฝืนสิคะน้องชื่น หน้างี้ซีดเชียว” นิดาพูดขึ้นบ้าง ทำเอานักเขียนสาวชักจะหงุดหงิดขึ้นมา จากที่ตอนแรกยังเฉยๆ

อ่า คิดว่าที่น้องแทบจะต้องเป็นลมล้มตึงไปจริงๆ นี่มันเพราะใครกันล่ะวะคะคุณพี่!! คิดไปได้!!

“ไปโรงพยาบาลดีไหมครับ” สามีของนิดาเสริม ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากภรรยาเป็นอันมาก

“ก็ดีเหมือนกันนะตัวเอง” ว่าแล้วก็หันไปถามพระเอกหนุ่ม “น้องเจค็อบคะ เราพาน้องชื่นไปหาหมอดีไหมคะ”

“ไม่ต้องค่ะ ชื่นไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!”

คราวนี้ชื่นรักฉุนขึ้นมาจริงๆ เพราะเรื่องชักจะบานปลายกันไปใหญ่แล้ว เสียงตวาดของหญิงสาวทำเอาผู้ฟังทุกคนอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนที่นิดาจะบอกทุกคนด้วยเสียงกระซิบกระซาบ

“นี่คงเป็นอาการฮอร์โมนแปรปรวนน่ะค่ะ”

กรี๊ดดดดดดดด!!! ยังไม่หยุดอีก จะบ้าเรอะ!!!

ฝ่ายรเณศที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เห็นเค้าลางของพายุที่กำลังค่อยๆ ก่อตัวขึ้น จึงรีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการพูดขึ้นเสียงดังว่า

“ผมว่าอย่าเพิ่งทำเป็นเรื่องใหญ่ไปเลย ชื่นไม่ได้ท้องหรอกครับ”

“อะ อ้าว??”

“แต่เมื่อกี้น้องชื่นทำท่าเหมือนจะอาเจียนนี่ครับ” จักรแย้ง

“นั่นก็ใช่ครับ แต่นั่นเป็นเพราะ...ชื่นกินเค้กเยอะเกินไปน่ะครับ”

ห๊ะ!!

“กินมากเกินไปหรือครับ”

“ครับ” รเณศยืนยันเสียงเข้ม “เมื่อกี้ตอนที่แวะย่านถนนคนเดิน ผมกับชื่นแวะไปนั่งที่ร้านกาแฟกัน ชื่นอยากลองกินเค้กหลายแบบก็เลยลองสั่งมากินครับ แต่สั่งมาแล้วจะให้กินทิ้งๆ ขว้างๆ ก็เสียดาย ชื่นก็เลยจัดการกินจนหมด เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ”

“ตกลงที่ผะอืดผะอมอยู่นี่ เป็นเพราะอาหารไม่ย่อยหรือครับ”

“ครับ ประมาณนั้น”

คำตอบของครีเอฟหนุ่มทำเอาผู้ร่วมทัวร์ที่ยืนอยู่รอบๆ มองหน้ากันแบบอึ้งๆ จะขาดก็แต่คู่ของแววดาริกากับปริยกรที่ไม่ได้อยู่ที่นี่เท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมให้ทีมงานเอายาช่วยย่อยกับยาแก้ปวดท้องมาให้นะครับ ยังไงฝากคุณรเณศดูแลคุณชื่นรักด้วยนะครับ”

“ขอบคุณมากครับ”

รเณศขอบคุณพระเอกหนุ่มที่กุลีกุจอสั่งการให้หายามาให้ชื่นรักแบบด่วนที่สุด ในขณะที่นิดาครางกับจักร กิ่งทองกับใบหยก รวมทั้งศศินิภาและกฤตินว่า

“ทำท่าแอะๆ เหมือนคนท้อง โธ่เอ๊ย ที่แท้ก็ท้องยุ้งพุงกระสอบนี่เอง เห็นตัวแค่นั้น ใครจะนึกว่ากินเยอะจัดจนอาหารไม่ย่อยน่ะ”

“เอาเถอะครับ ผมว่าคุณชื่นไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว” ใบหยกว่า กิ่งทองเองก็พยักหน้าเห็นด้วย

“คุณชื่นโอเคหรือเปล่า อยากไปห้องน้ำหรือเปล่าครับ”

“ไม่ค่ะ ชื่นโอเค”

ชื่นรักฝืนแยกเขี้ยว (ยิ้ม) ตอบหลังจากสูดยาดมเข้าไปอีกฟื้ด ...ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเยอะเลยแฮะ

หลังจากที่ยอมกินยาช่วยย่อย ยาลดกรด และยาแก้ปวดท้องเข้าไปเพราะถูกคะยั้นคะยออย่างหนักจนหลีกเลี่ยงไม่ได้ นักเขียนสาวก็ลุกขึ้นโดยมีรเณศตรงเข้าประคองอย่างรู้งาน เพราะถึงอย่างไร ชื่นรักก็ยังมาทริปนี้ในฐานะคนรักของเขา การดูแลอย่างใกล้ชิดแบบนี้เป็นเรื่องที่เหมาะสมและสมควรที่สุดแล้ว

“อูย”

ชายหนุ่มสะดุ้งสุดตัวเมื่อถูกหยิกบวกจิกเข้าที่ท้องแขน และสะดุ้งอีกครั้งเมื่อ 'คนรัก' ยื่นริมฝีปากมาใกล้หู พ่นแฟ่ดๆ ใส่เบาๆ ว่า

“ไอ้บ้าเนส ใครใช้ให้แกอ้างแบบนั้นวะ ไม่เห็นแก่หน้าฉันเลยใช่ไหม”

“ช่วยไม่ได้เว่ย” รเณศตอบเบาๆ ที่ริมหูชื่นรักเพื่อไม่ให้คนอื่นได้ยินเช่นกัน “จะให้ฉันบอกความจริงหรือไงว่าความหล่อของฉันติดคอจนแกแทบแหวะออกมาน่ะ อ้างแบบนี้แหละดีแล้ว”

“อุบาทว์ที่สุด ยังกล้าพูดอีกนะแก”

“ช่วยไม่ได้ ก็มันเป็นความจริงนี่นา หึๆ”

“ยี้ แหวะๆๆๆๆๆๆ”

“เป็นอะไรชื่น ยังไม่หายผะอืดผะอมอีกเหรอ”

ครั้งนี้ครีเอทีฟหนุ่มแกล้งร้องเสียงดัง และได้ผล ผู้ดูแลทัวร์กิตติมศักดิ์รับมุกทันที

“ไปโรงพยาบาลไหมครับ”

“ไม่ต้อง!!!”

โอ๊ย โกรธธธธธธ ทำไมต้องมาหวังดีมากมายด้วยฮะนายสุดหล่อ!! ตัวเองก็เป็นดาราแท้ๆ ละครฉากเล็กๆ แค่นี้ดูไม่ออกรึยังไง คนอาหารไม่ย่อยที่ไหนมีอาการแบบนี้บ้าง!!

“แต่ผมว่า...”

“ฉันไม่ได้เป็นอะไร ตกลงไหมคะ” ว่าแล้ว นักเขียนสาวก็ลุกพรวดขึ้น “อย่ามัวเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลยค่ะ เดี๋ยวกำหนดการรวนหมด เราขึ้นไปชั้นสองกันต่อเลยดีกว่า”

อาการของนักเขียนสาวทำให้ผู้ร่วมทัวร์ทุกคนมีอาการเหมือนคู่รักสื่อโทรจิตทันที คือมองหน้ากันไปมาในเชิงปรึกษา แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
“ไม่จำเป็นต้องฝืนก็ได้นะครับคุณชื่น ไม่มีใครว่าอะไรคุณหรอก อาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องที่ห้ามกันไม่ได้นี่ครับ”

ใบหยกพูดขึ้นมาในที่สุด ในขณะที่คนอื่นๆ พยักหน้าช้าๆ 'คุณชื่น' จึงทำตาเขียวปั้ดใส่ตัวต้นเรื่องทันที

มาช่วยกันแก้ปัญหาเดี๋ยวนี้นะโว้ย ก่อเรื่องแล้วคิดจะชิ่งหนีเอาตัวรอดเรอะ!!!

อาจจะด้วยรังสีอำมหิตขั้นรุนแรง รเณศชักจะกลัวกรรมตามสนองแบบพายุเฮอร์ริเคนขึ้นมาตะหงิดๆ เพราะธรรมชาติของคนเป็นนักเขียนมักจะสามารถผูกเรื่องพิสดารมหัศจรรย์ได้มากกว่าคนทั่วไป และสามารถเอาคืนได้อย่างเจ็บแสบทบทวีคูณ จึงช่วยยืนยันกับผู้ร่วมทัวร์ทุกคนว่า

“ผมว่าชื่นเขาดูน่าจะโอเคแล้วอย่างที่ว่าจริงๆ ล่ะครับ”

“จริงเหรอครับ”

“แน่นอนสิครับ คุณใบหยก ...ผมไม่เอาความปลอดภัยของชื่นมาเสี่ยงหรอกครับ”

เพราะชื่นรักและรเณศยืนยันอย่างแข็งขัน โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่ดูชักจะขุ่นมัวขึ้นทุกขณะ ผู้ร่วมทัวร์จึงยอมเชื่อและตัดสินใจให้เดินเที่ยวต่อ โดยมีเงื่อนไขว่าหากหญิงสาวรู้สึกไม่สบายคลื่นเหียนวิงเวียนขึ้นมาต้องรีบบอกทันที ทุกอย่างจึงกลับคืนสู่ปกติ

ไม่สิ... ไม่ใช่ทุกอย่างที่กลับมาเป็นเหมือนเดิม อย่างน้อยคู่หนุ่มหล่อสาวสวยปริยกรและแววดาริกาที่หายตัวไปก็ยังไม่รู้ว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความเข้าใจผิดไปเองของนิดา



บทที่ 6

พี่เนสกำลังจะมีลูก!!

หัวใจของแววดาริกาเหมือนถูกกรีดเมื่อข้อความนี้แวบเข้ามาในสมอง หญิงสาวรู้สึกเหมือนถูกกัดกร่อนลึกลงไปจนถึงกระดูกจนปวดร้าวไปหมด

ไม่จริง เป็นไปไม่ได้... ทั้งหมดนี่เป็นแค่ความฝันใช่ไหม

หญิงสาวจ้องมองเงาในกระจกเหนืออ่างล้างมือ ภาพที่สะท้อนกลับมาเป็นเงาของผู้หญิงสวยเฉียบแต่แลดูเศร้าสร้อยและสิ้นหวังเหลือเกิน และที่น่าใจหายยิ่งกว่า คือเงาของผู้หญิงคนที่ว่านั้นไม่ใช่ใครอื่นนอกจากตัวเธอเอง

ใบหน้างามซุกลงในฝ่ามือที่เย็นและเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ร่างทั้งร่างรวมทั้งมือสั่นเทิ้มไปหมดโดยที่เธอไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย

แววดาริกาสะอื้น อยากร้องไห้... แต่น้ำตากลับไม่ยอมไหลออกมา
โธ่ ถ้าร้องไห้ออกมาได้ ความรู้สึกที่สุมแน่นคับอกจนอัดอั้นแทบระเบิดคงได้ระบายออกไปบ้าง ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยรู้สึกทรมานขนาดนี้เป็นครั้งแรก

ความทรมานใจอาจไม่ร้ายแรงเท่าความทรมานทางกาย แต่ผลของมันช่างแสบร้าวลึก กร่อนกินทะลุกระดูกไปจนถึงวิญญาณ

พี่เนส...

หญิงสาวครวญชื่อชายหนุ่มอยู่ในใจ จริงอย่างที่เขาว่า คนเราอาจไม่รู้หัวใจตัวเองอย่างถ่องแท้ว่าอะไรคือสิ่งสำคัญที่สุด จนกว่าเราจะสูญเสียสิ่งนั้นไป
เมื่อตอนที่รู้ว่ารเณศคบหากับเพื่อนสมัยเด็กอย่างชื่นรักและพามาร่วมทัวร์นี้ด้วย เธอยังแอบหวังอยู่ลึกๆ ว่าเขาทำไปเพราะต้องการประชดเธอเท่านั้น ใจจริงเขาน่าจะยังมีเยื่อใยกับเธออยู่บ้าง ที่เธอกล้าคิดถึงขั้นนั้น คงเป็นเพราะเธอรู้ดีว่าทั้งคู่เป็นคู่กัดที่รู้จักรู้ใจกันดีเกินไปมาตั้งแต่สมัยยังเล็กๆ และไม่น่าจะแปรเปลี่ยนเป็นอื่นไปได้ นอกจากนั้น เขายังพูดจากระทบกระทั่งถกเถียงกับเธอเมื่อมาถึงที่นี่ ในแบบที่ถ้าคนที่ไม่รู้สึกอะไรต่อกันแล้วจริงๆ คงไม่เสียเวลา เสียอารมณ์มาปะทะด้วย สู้เก็บเอาความรู้สึกและช่วงเวลาดีๆ ไปสวีทกับคนรักคนปัจจุบันไม่ดีกว่าหรือ

แต่ถึงขนาดมีลูกด้วยกันแบบนี้ สิ่งที่เธอคิดคงเป็นแค่การพร่ำเพ้อหลงตัวเองเท่านั้นสินะ พี่เนสไปแล้ว... เขากลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว

แม้จะบอกตัวเองว่าไม่ยอม หากหญิงสาวก็รู้อยู่แก่ใจ คนเขาจะรักและสร้างครอบครัวด้วยกัน แค่แฟนเก่าอย่างเธอจะทำอะไรได้ จะให้ใช้วิธีการสกปรกช่วงชิงมา ศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่สูงส่งสมบูรณ์แบบก็ค้ำคอเสียจนทำให้เธอดูถูกตัวเองด้วยการทำเช่นนั้นไม่ลง

แววดาริกาเลื่อนมือที่สั่นเทาออกจากใบหน้า ขบริมฝีปากอย่างแรงเพื่อกลั้นสะอื้นแต่ก็ช่วยอะไรแทบไม่ได้เลย ภาพอันแสนเศร้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ ทำให้มือเรียวบางยื่นไปไล้แก้มของตัวเองในกระจกราวกับต้องการปลอบใจ

ไม่!! เธอจะไม่ยอมดูน่าสมเพชและสิ้นหวังเด็ดขาด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าบรรดาคู่รักที่มาร่วมทัวร์ 'ชื่นใจเมื่อใกล้รัก' ...อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าชื่นรักกับรเณศ ไม่มีทาง!

คิดอย่างนั้น เธอจึงหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาบรรจงแต่งให้สวยยิ่งกว่าเดิม ราวกับต้องการปกปิดความเจ็บปวดไว้ภายใต้หน้ากากของสีสันเหล่านั้น

สวยแล้วก็เชิดหน้าไว้แววดาริกา อย่าให้ใครรู้ อย่าให้ใครหัวเราะเยาะได้ เจ็บปวดเสียใจแทบตายแล้ว อย่าให้ต้องเสียหน้าไปด้วยอีกอย่างเลย เธอเก็บอาการเก่งอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...

ด้วยเหตุนี้ ร่างที่เดินออกมาจากห้องน้ำจึงสวยสง่างามดุจนางพญาจนไม่มีใครล่วงรู้ถึงความในใจที่แท้จริง


“อ๊ะ มาแล้ว”

นิดาร้องเมื่อเห็นร่างโปร่งบางสวยสง่าเดินกลับเข้ามาในร้านขายของที่ระลึก แววดาริกาก้มศีรษะนิดๆ บอกกับทุกคนโดยเฉพาะพระเอกหนุ่มว่า

“ขอโทษที่ทำให้รอค่ะ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่ว่าคุณริก้าไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ ผมกำลังจะให้ใครเข้าไปดูอยู่เชียว เห็นคุณป๊อปบอกว่าคุณก็อาการไม่ค่อยดีเหมือนกัน”

“เปล่าค่ะ ริก้าไม่ได้...” ...ท้อง หญิงสาวนึก แต่ไม่สามารถเอ่ยคำสุดท้ายผ่านพ้นลำคอออกไปได้

“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วครับ ถ้าอย่างนั้น เชิญที่ชั้นสองกันเลยครับ”
“โอเคใช่ไหมจ๊ะริก้า”

“สบายมากค่ะ”

หญิงสาวกอดแขนและยิ้มหวานให้ปริยกรที่เข้ามาดูแล ชายหนุ่มจึงใช้มืออีกข้างลูบแก้มเนียนนุ่มแล้วบอกคนรักว่า

“สบายดีก็ดีแล้วจ้ะ รู้ไหมว่าเวลาริก้ายิ้มแบบนี้สวยที่สุดเลย”

“จริงเหรอคะ”

“จริงจ้ะ ยิ้มบ่อยๆ นะพี่ชอบ”

เพื่อเป็นการขอบคุณ หญิงสาวจึงยิ้มกว้างขวางและหวานหยดย้อยยิ่งขึ้นให้คนที่ชอบ และทำให้ชายหนุ่มอดใจไม่ได้ ก้มลงหอมแก้มคนรักสาวสวยฟอดใหญ่

“บ้าน่ะพี่ป๊อป ต่อหน้าคนตั้งเยอะแยะ”

“ไม่เห็นเป็นไรนี่จ๊ะ ใครๆ เขาก็รู้ว่าเราเป็นแฟนกัน ไม่มีใครว่าอะไรหรอก”

“แหม...”

หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆ จริงอย่างที่ปริยกรว่า ไม่มีใครหันมาสนใจพวกเธอเลยด้วยซ้ำ เพราะคู่รักแต่ละคู่ต่างก็ใจจดใจจ่อกับการเดินชมพระราชวังแสนสวยด้วยกันทั้งนั้น มีเพียงผู้ชายที่เธอสูญเสียไปที่ดูเหมือนจะหันมามองอยู่ แต่เมื่อจวนจะสบตากันก็หันกลับไปสนใจคนรักคนปัจจุบันของเขา ...หรือถ้าจะพูดให้ถูก ผู้หญิงที่กำลังจะเป็นแม่ของลูกเขา

แววดาริกากระชับอ้อมแขนที่กอดแขนปริยกรแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว และเมื่อเจ้าของแขนมองมาอย่างงงๆ หญิงสาวก็ปั้นยิ้มหวานให้อีกเหมือนเคย ทั้งๆ ที่หัวใจทั้งดวงชอกช้ำไปหมด

ที่เขาเรียกกันว่าอาการ 'หัวเราะร่า น้ำตาริน' มันเป็นอย่างนี้นี่เอง!


“ตอนนี้เราก็อยู่ที่ชั้นสองของพระราชวังฮอฟบวร์กแล้วนะครับ ส่วนนี้จะเป็นส่วนจัดแสดงพระประวัติต่างๆของพระนางซีซี่ (Sisi) สตรีผู้งดงามและโดดเด่นในประวัติศาสตร์ของออสเตรีย พระนางทรงเป็นพระชายาของจักรพรรดิฟราน โจเซฟที่หนึ่ง (Franz Joseph I) แห่งออสเตรียผู้ได้รับการขนานนามว่า 'เจ้าหญิงแห่งแคว้นบาวาเรีย' ซึ่งเป็นพระญาติกับพระนางมารีอังตัวเนตต์แห่งฝรั่งเศสด้วย ใครที่ทราบคงจำได้นะครับว่าก่อนที่พระนางมารีอังตัวเนตต์จะอภิเษกสมรสไปที่ฝรั่งเศส ได้ทรงเป็นเจ้าหญิงของออสเตรียมาก่อน
ภายในชั้นที่สองนี้ จะมีการจัดแสดงชีวิตความเป็นอยู่ในพระราชวังของพระนางซีซี่ ไม่ว่าจะเป็นฉลองพระองค์ ห้องต่างๆ ที่มีอยู่จริงตามประวัติศาสตร์ รวมทั้งเครื่องใช้ไม้สอยต่างๆ ที่ทรงเคยใช้”

พระเอกหนุ่มอธิบายอย่างคล่องแคล่วพลางส่งสายตามาทางชื่นรักเป็นระยะๆ ความจริงก็น่าจะเพราะความเป็นห่วงตามประสาผู้นำทัวร์ที่ดีและใส่ใจ แต่กลับทำให้นักเขียนสาวรู้สึกป่วยเสียมากกว่า

โอ๊ย คนเขายิ่งแพ้ๆ อยู่ แพ้ความหล่อนะยะไม่ใช่แพ้ท้อง ก็อุตส่าห์ขยันมองอยู่ด๊ายยยย!!

เพราะไม่อยากสบตากับพระเอกหนุ่มรูปงาม นักเขียนสาวจึงทำทีเป็นก้มลงจดบันทึกสิ่งที่เขาพูด จะได้เป็นข้ออ้างในการหลบเลี่ยงใบหน้าหล่อสะท้านใจของเขา แต่จริงๆ แล้วเธอแสดง (อธรรม) เทศนาให้รเณศอ่านอยู่ต่างหาก!
“มาหนนี้ฉันมีปัญหามากพออยู่แล้ว ไหนจะต้องทำตัวเนียนไม่ให้เรื่องที่เป็นแฟนหลอกๆ กับแกแตก แถมยังต้องรับมือกับอาการภูมิแพ้อีตาพระเอกหล่อ แล้วยังเรื่องอีตาพี่ป๊อปเฮงซวยนั่นอีก อ้อ! ยัยเจ๊นิดาชอบวุ่นวายโวยวายนั่นด้วยอีกคน แกช่วยอย่าก่อปัญหาเพิ่มได้ป่าว”

“แกนี่มันเรื่องมากจริงๆ” รเณศดึงปากกากับสมุดไปเขียนตอบ

“ตรงไหน!!!!!!” นักเขียนสาวเน้นที่ !!!! หลายตัวบ่งบอกให้รู้ถึงแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น

“ตรงนี้แหละ”

“@&#%8$^#!&#@%$!$#!!!!!”

คราวนี้นักเขียนสาวใช้ภาษาต่างดาวเข้าช่วย ซึ่งแม้จะไม่มีใครในโลกใบนี้อ่านรู้เรื่อง แต่รเณศเข้าใจความหมายของมันได้ดีเกินกว่าคำบรรยายใดๆ
เจ้าแม่ชื่นรักองค์ลงแล้วเฟ้ย ตัวใครตัวมัน!!!

“ใจเย็นๆ ก่อนน่าแก คิดซะว่าแค่ไม่กี่วันเอง”

“แค่ยังไม่พ้นวันแรกยังงานเข้าซะเต็มๆ ขนาดนี้ แกคิดว่าวันอื่นที่เหลือจะไม่เลวร้ายไปกว่านี้เรอะ”

“เอาน่า คิดในแง่บวกไว้ก่อนสิแก”

“แกมันก็คิดง่ายๆ แบบนี้ ใช่ซี้ ก็แกไม่ได้เดือดร้อนไปกับฉันด้วยนี่นา จะมาเข้าใจความรู้สึกของฉันได้ยังไง”

“เฮ้ย อย่ามาพูดเหมือนฉันเห็นแก่ตัวแบบนั้นนะเว้ย!!” รเณศเริ่มใช้ ! บ้าง

“ก็จริงง่ะ ไม่เห็นแกเดือดร้อนอะไรไปกับฉันตรงไหนเลย ไม่มีเล้ยที่จะมาร่วมทุกข์กัน ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นแกก็ลอยลำสบายๆ ทุกที ที่รับปากว่าจะช่วยก็ไม่เห็นเคยช่วย เกิดอะไรขึ้นก็ทิ้งฉันไปทุกที”

“อย่ามามั่ว ตอนไหน!!!”

“อย่างน้อยตอนที่ไอ้พี่ป๊อปมาเกาะแกะฉันที่โบสถ์เซนต์สเตฟานแกก็ไม่อยู่ ตอนที่ฉันถูกตาเจค็อบเข้ามาชวนคุยที่โบสถ์เซนต์ปีเตอร์แกก็หายไปไหนไม่รู้ ลงดีเทลแบบนี้แกยังมีอะไรจะเถียงอีกไหม”

“ฉันก็มีปัญหาของฉันที่แกไม่เข้าใจ ไม่รู้อะไรแล้วอย่าพูดแบบนี้”

“ทำไมฉันจะไม่รู้ ปัญหาของแกก็เรื่องยัยริก้า ใช่ไหมล่ะ”

“ใช่หรือไม่ใช่ก็เรื่องของฉัน!”

แม้จะได้รับคำตอบเช่นนั้น แต่เพราะชื่นรักรู้จักนิสัยปากแข็งของผู้ชายอย่างรเณศดี จึงเขียนต่อว่า

“ไอ้เนส! ยัยริก้าเลิกกับแกไปแล้ว เขามาทริปนี้กับแฟนใหม่เขา แสนหวานแสนสวีทกัน ซื้อเครื่องประดับราคาแพงให้ เมื่อกี้ก็หอมแก้มกันจี๋จ๋า ทำไมแกถึงไม่ยอมรับวะ หา!!”

ใบหน้าของครีเอทีฟหนุ่มร้อนรุ่มไม่แพ้หัวใจเมื่ออ่านจบ แม้จะดื้อดึงและถือทิฐิแค่ไหน แต่ในใจของเขาก็รู้ดีว่าเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กคนนี้พูดถูก

หาก... จะให้ยอมรับตรงๆ เขาก็ยังทำใจไม่ได้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเขาก็รู้สึกเสียหน้าชื่นรักไม่น้อย และยังเป็นการตอกย้ำอีกด้วยว่าเขาอกหักเพราะยังแคร์แววดาริกาที่ทิ้งเขาไปหาผู้ชายอื่นแล้วจริงๆ

เรื่องแบบนี้ผู้ชายบางคนอาจยอมได้ แต่คนที่จะเล่นบทพระเอกมิวสิควิดิโออกหักแบบนั้นไม่ใช่ผู้ชายที่ชื่อรเณศคนนี้เด็ดขาด!! คติประจำใจของผู้ชายอย่างเขาคือ 'ถึงจะอกหัก ก็ต้องปากแข็งไว้ก่อน'

“แล้วแกจะเอายังไง”

“ถ้าแกยังอยากเที่ยวในทริปนี้ต่อไป ก็ต้องช่วยเป็นเกราะป้องกันไม่ให้เรื่องวุ่นๆ เกิดกับฉันมากกว่านี้ แล้วก็ไม่เพิ่มปัญหาให้ฉันมากกว่านี้ด้วย ไม่อย่างนั้นล่ะก็...”

“??”

“ฉันก็จะไม่รับประกันน่ะสิว่าจะทำอะไรลงไป”

เฮ้ย!!

รเณศปิดสมุด จ้องหน้านักเขียนสาวด้วยแววตาสับสนระคนคาดคั้น หากก็ได้เห็นแต่รอยยิ้มอวดดีลอยหน้าลอยตาท้าทายของชื่นรักที่ประกาศชัดเจนว่า ...ถ้าไม่เชื่อก็คอยดูก็แล้วกัน!!


((โปรดติดตามตอนต่อไป))


Create Date : 13 มีนาคม 2555
Last Update : 13 มีนาคม 2555 20:53:54 น. 7 comments
Counter : 3229 Pageviews.

 
ตอบคอมเมนต์ค่า

น้องเน -- 5555555 ท่าทางจะเอาใจช่วยสุดตัวเลยนะนี่

คุณree -- สาวสวยก็แบบนี้ล่ะค่า มีเซนส์ของการเหมาผู้ชายหมด

คุณคน-เหงา -- 555 ยังค่ะ ยังอีกนาน ยังไม่ได้ตกลงกับพ่อของลูกเลยค่ะ

คุณปุ๊ก -- นางเอกเรายังไม่มีใจให้ใครค่ะ เลยยังมองออกยากนิดนึงว่านางจะชอบใคร คนเขียนก็ยังไม่เห็นวี่แวว 55 (แอ๊ะ ยังไง)

น้องเหมียวก้อย -- สวัสดีปีใหม่ไทย ปีใหม่จีน วาเลนไทน์ และเกือบจะได้ควบสงกรานต์จ้า ขอให้มีความสุขมากๆ นะคะ


โดย: ...ศุวิลา... วันที่: 13 มีนาคม 2555 เวลา:21:07:23 น.  

 
ดีใจจังเลย...ได้อ่านแล้ว อย่าหายไปนานอีกนะ อิอิอิ


โดย: คน-เหงา IP: 202.28.180.202 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:11:07:56 น.  

 
น่ารักจังคะ


โดย: วรรณ IP: 125.25.194.95 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:11:14:13 น.  

 
ฮ่าๆๆอยากรู้จังมาตอนหน้าจะอลวลอลเวงขนาดไหน


โดย: ปูจ้า IP: 112.202.135.184 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:12:42:51 น.  

 
มาต่อให้แล้ว ชื่นรักนี่แพ้แปลกๆ ก็ควรให้เข้าใจผิด
แต่ไม่เข้าใจคุณพี่ป๊อบเลย ไหนว่าแคร์ชื่นรัก แต่กับริก้า ก็สวีทวี๊ดวิ๊วดีเหลือเกิน
ถ้ารเณศรู้ว่าริก้ายังมีใจ คงได้เปลี่ยนคู่แน่


โดย: ปุ๊ก IP: 61.91.4.2 วันที่: 14 มีนาคม 2555 เวลา:21:14:00 น.  

 
คิดถึงๆๆๆ น่าร๊ากกกอ่ะ


โดย: เดหลี IP: 115.87.63.212 วันที่: 16 เมษายน 2555 เวลา:16:55:16 น.  

 
ง่าาาาา อยากอ่านต่อแล้วอ่าค่ะ
ที่จริงก็เพิ่งได้เข้ามาอ่านเอง แต่เรื่องนี้สนุกมากๆจนอยากติดตามต่อเลยค่ะ
(ความจริงชื่นชอบพระเอกเรื่อง ปาฏิหาริย์รักต้องสาป เป็นพิเศษ)
รู้สึกว่าตัวเองเริ่มเป็น โรคภูมิแพ้ภูวนัตถ์ ขึ้นมาเหมือนชื่นรักเสียแล้ว
5555 รีบมาลงต่อไวๆนะคะ จะตั้งตาตั้งใจรอเลยล่ะค่ะ


โดย: Plengeiiz IP: 180.214.209.153 วันที่: 20 เมษายน 2555 เวลา:22:46:19 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.