... ^^ Welcome to suvilajamsai's world ^^...
Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
26 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 

รักหมดใจ…ให้เพียงเธอ (ภาคพิเศษของ Oxford Story) บทที่ 5


มาแล้วค่า ตอนจบของภาคพิเศษของ Oxford Story ซึ่งถือว่าเป็นที่สุดของเรื่องนี้แล้วจริงๆ ต่อไปนี้คงเหงาน่าดูเลยที่ไม่ค่อยมีอะไรให้ลงแล้ว ฮา... แต่ก็ขอฝาก "ทริปวุ่น...หัวใจลุ้นรัก" ให้ติดตามกันต่อไปด้วยนะค้า

สำหรับวันนี้ มาอ่านตอนจบกันเถอะค่ะ

#################################

บทที่ 5


พิมพ์ชญาและสังเกตได้แต่มองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรเมื่อได้ยินเสียงกริ่งที่หน้าประตู และเปิดออกมาพบคมสันที่อยู่ในสภาพที่เปียกปอนราวกับลูกหมีตกน้ำ …ที่แย่ยิ่งไปกว่านั้น ลูกหมีที่ว่านี่อยู่ในอาการที่เรียกได้ว่า ‘อกหักเต็มขั้น’

“เอ้า นี่ ผ้าเช็ดตัว เข้าไปอาบน้ำเสียก่อน เดี๋ยวจะเป็นหวัด”

สังเกตส่งผ้าเช็ดตัวให้คมสัน ก่อนที่รุนหลังเขาให้เดินเข้าห้องน้ำไปจนได้

“เฮ้อ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ ไม่เคยเห็นเจ้าสันเป็นแบบนี้มาก่อน”

“นั่นน่ะสิ พิ้งค์บอกตรงๆ นะว่าตกใจมาก ไม่เคยเห็นสันเขาเศร้าแบบนี้เลย ทุกทีเห็นทำหน้าระรื่นได้ตลอดเวลา"

นั่นน่ะสิ…แม้แต่ตอนที่คมสันพลาดหวังจากการ ‘จีบ’ พิมพ์ชญา สังเกตก็เห็นคมสันยังคงร่าเริงอยู่เหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีเศร้าโศกเสียใจแบบนี้แม้แต่เศษเสี้ยว

“อาการแบบนี้มันฟ้องชัดๆ เลย อก-หัก-รัก-คุด …ไม่รู้ว่าใครกันนะ ทำให้คนอย่างนายคมสันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้”

“พิ้งค์ไม่รู้จริงๆ หรือ”

คนถูกถามโคลงศีรษะ

“เกตรู้ก็บอกมาเถอะ ทำอย่างนี้พิ้งค์ยิ่งอยากรู้นะ"

“ก็น้องวาวายังไงล่ะ จำได้ไหมที่เราเห็นพวกเขาคุยกันที่ The Yate’s เมื่อคืนนั้น”

“อ๋อ…” คนถามลากเสียงยาวแสดงอาการรับรู้ก่อนที่จะขมวดคิ้ว “เอ๊ะ นี่วาวาเขาบอกนายคมสันแล้วหรือยังไงว่าเขาไม่รัก …พิ้งค์ไม่เห็นจะเข้าใจเลย ก็วาวาน่ะ…”

“เขามีแฟนแล้ว”

เสียงชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น แต่ไม่ใช่เสียงคู่สนทนาของพิมพ์ชญา

“อะไรนะ!!”

เจ้าของบ้านทั้งสองร้องออกมาพร้อมกัน

“วันนี้ไปเห็นเข้าเต็มตาเลย …ตอนที่แฟนเขามาหาแล้วโผเข้ากอดกัน”

พิมพ์ชญาสบตากับสังเกตด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“เอ่อ สัน ใจเย็นๆ นะ ค่อยๆ เล่าเรื่องทั้งหมดให้พิ้งค์ฟังหน่อยได้ไหม”

สังเกตและพิมพ์ชญานั่งตั้งใจฟังสิ่งที่คมสันถ่ายทอดออกมาอย่างหน้านิ่วคิ้วขมวด ยิ่งฟัง สีหน้าของทั้งสองก็ยุ่งยิ่งขึ้นทุกที จนกระทั่งคมสันพูดถึงสิ่งสุดท้ายที่เขาเพิ่งพบเจอก่อนที่จะมาหาคนทั้งสอง…
“เป็นไปได้ไหมว่าคนที่ชื่อวินอาจจะเป็นพี่ชายของวาวา”

สังเกตพยายามหาข้อสรุปในทางที่ดีเพื่อให้เพื่อนสบายใจขึ้น แต่ฝ่ายนั้นสั่นหน้า

“ไม่มีทาง ทีแรกฉันก็คิดอย่างนั้น แต่ฉันไปเช็กดูแล้ว วาวาเป็นลูกคนเดียว”

“แล้วสันรู้อะไรอีกบ้าง” คราวนี้พิมพ์ชญาถามบ้าง

“นอกจากนั้น ก็รู้แค่ว่าคนที่ชื่อวินเขามาเรียนต่อที่อังกฤษตั้งนานแล้ว เขามาเรียนตรีอีกใบที่คณะวิศวะที่… “ ชายหนุ่มเอ่ยชื่อมหาวิทยาลัยมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในอังกฤษด้วยน้ำเสียงขมขื่น “ก่อนจะเรียนต่อโทที่เดิม”

แทนที่จะเศร้าสลด ข้อมูลที่เพิ่งได้รับกลับทำให้หญิงสาวตาเป็นประกาย

“สันแน่ใจนะว่าข้อมูลที่รู้มาถูกต้อง”

“อื้อ ทำไมเหรอ”

“อ้อ ไม่มีอะไรหรอก ...คุยกันตามสบายนะ พิ้งค์ขอตัวไปโทรศัพท์ก่อนล่ะ”

หญิงสาวไม่ยอมตอบคำถาม แต่กลับเดินขึ้นห้องนอนส่วนตัวเพื่อโทรศัพท์อย่างสบายใจ


ก๊อก ก๊อก…

“นี่มันอะไรกันน่ะ พิ้งค์ มาเปิดประตูหน่อย”

พิมพ์ชญาลุกขึ้นจากเตียงหลังจากวางโทรศัพท์เพื่อไปดึงกระเป๋าเดินทางและโต๊ะเขียนหนังสือออกจากหน้าประตู หลังจากประตูเปิดออก ผู้ที่มาเยือนอดไม่ได้ที่จะบ่น

“เชื่อเลย จนป่านนี้แล้วยังต้องขวางประตูถึงขนาดนี้อีก”

“อ๊ะ ได้ยังไง ต้องปลอดภัยไว้ก่อน ก็พิ้งค์น่ะ เช่าบ้านอยู่กับชายหนุ่มนะคะ”

สังเกตโคลงศีรษะยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปทรุดกายลงนั่งที่ปลายเตียง

“เมื่อกี้เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมอยู่ดีๆ พิ้งค์ถึงบอกว่าจะขึ้นมาโทรศัพท์”

“สันทำอะไรอยู่หรือ เกต”

แทนที่จะตอบคำถาม พิมพ์ชญากลับถามเรื่องอื่นเสียนี่

“หลับไปแล้ว เกตให้นอนที่ห้องนั่งเล่นนั่นล่ะ …ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่องเลย เล่ามาซะดีๆ ว่าคิดจะทำอะไร”

“ก็แค่…” หญิงสาวยิ้มหวานก่อนที่จะตอบอย่างอมพะนำ “โลกมันกลมนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

“จะเล่าดีๆ ได้หรือยัง”

สังเกตคว้าเจ้าลูกหมีตัวยักษ์ของหญิงสาวเข้ามากอดเป็นตัวประกันเมื่อได้ยินเช่นนั้น

“เกต คืนปุ๊กกี้ของพิ้งค์มาน้า…นะ นะ” พิมพ์ชญาพูดด้วยเสียงอ้อนน่ารัก …แต่ไม่ได้ผล

“ถ้าพิ้งค์ไม่เล่าให้เกตฟังดีๆ อย่าหวังเลยว่าจะได้ตุ๊กตาคืน …คืนนี้ปุ๊กกี้ได้ย้ายห้องแน่ๆ”

พิมพ์ชญาหัวเราะคิกคักกับท่าทางของเขา

โธ่ ถึงจะไม่ทำแบบนี้ก็ตั้งใจจะเล่าให้ฟังอยู่แล้วละน่า เรื่องสนุกแบบนี้ใครจะอยากเก็บไว้คนเดียวกันเล่า

“คือแบบนี้นะ เกต… กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว …ว้าย!! ห้ามแกล้งน้องปุ๊กกี้ของฉันนะ”

พิมพ์ชญาร้องเสียงหลงเมื่อสังเกตแกล้งตุ๊กตาสุดที่รักของเธอ

“ก็พิ้งค์ไม่ยอมเล่าดีๆ นี่นา”

“โธ่ พิ้งค์แค่กำลังจะบอกว่า กาลครั้งหนึ่งเมื่อสามปีที่แล้ว มีเจ้าหญิงแสนสวยอยู่องค์หนึ่ง …”

สุดท้าย สังเกตต้องบ้าไปกับพิมพ์ชญา โดยรับรู้เรื่องราวทั้งหมดในเวอร์ชั่นเทพนิยายที่สุดแสนจะพิลึกพิลั่นกว่าเทพนิยายเรื่องไหนๆ


“สัน เดี๋ยวออกไปกินข้าวข้างนอกกันนะ”

วันรุ่งขึ้น คมสันก็ยังคงนั่งทำท่าเป็นหมีหมดอาลัยตายอยากอยู่ในห้องนั่งเล่นของทั้งสอง พิมพ์ชญาจึงเอ่ยชวนเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาเที่ยงแล้ว แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการปฏิเสธ

“ไม่อยากออกไปไหนน่ะ น้องพิ้งค์ไปกับเจ้าเกตสองคนเถอะ”

“ไม่เอาน่า เรื่องอะไรจะมาจับเจ่าอยู่กับบ้านแบบนี้ ออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างเถอะน่า นะ จะได้สบายใจ”

จะด้วยความจำใจหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่สุดท้าย พิมพ์ชญาและสังเกตก็ ‘ลาก’ เอาคมสันไปรับประทานอาหารกลางวันด้วยจนได้

เมื่อถึงโต๊ะอาหาร คมสันจึงได้รู้ว่าตัวเองถูกหลอกให้มา …เพราะที่โต๊ะมีชายหนุ่มที่เขาไม่อยากเห็นหน้ามากที่สุดนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“นี่มันอะไรกันน่ะ เกต น้องพิ้งค์”

เมื่อเห็นคมสันทำท่าจะกลับ ทั้งสองก็รีบฉุดรั้งเอาไว้

“สัน นั่งลงก่อนเถอะนะ พิ้งค์ขอร้อง”

พิมพ์ชญาทำสีหน้าวิงวอนสุดชีวิต

“เฮ้ย สัน เรามีเหตุผลที่ทำแบบนี้น่า นั่งลงก่อน”

สังเกตช่วยหว่านล้อมอีกคน แต่ผลก็ยังเป็นเช่นเดิม

“สัน นั่งลงก่อนเถอะครับ แล้วพี่จะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ฟัง”

คราวนี้วิธวินเป็นคนออกปากเอง ทำให้คมสันที่ไม่อยากจะรับรู้อะไรตัดสินใจยอมฟังสิ่งที่อาจจะเจ็บเท่ากับการกรีดหัวใจออกเป็นชิ้นๆ …แต่อย่างน้อยที่สุด ก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว…


“ทีนี้เข้าใจแล้วหรือยัง”

“เรื่องทั้งหมดนี่เป็นความจริงหรือครับ"

ทุกคนพยักหน้า หากคมสันยังไม่แน่ใจ …ความรู้สึกของเขาในตอนนี้ราวกับดอกไม้เหี่ยวเฉาที่ต้องหยาดฝนอันแช่มชื่น

“จริงสิคะ สันคิดว่าพวกเราจะโกหกไปเพื่ออะไรกัน”

สาวน้อยหน้าหวานที่นั่งอยู่ข้างวิธวินเอ่ยขึ้น …หากเป็นยามปกติคมสันคงจะไม่พลาดที่จะพูดคำหวานหยดย้อยกับเธอผู้นี้ …หากแต่วันนี้เขาอยากจะเก็บคำเหล่านั้นเอาไว้ให้หญิงสาวที่เขารักมากที่สุดเพียงคนเดียวเท่านั้น

“ที่พี่อยากจะบอกก็มีแค่นี้แหละ …ที่เหลือ คงจะต้องฝากให้เป็นหน้าที่ของสันล่ะนะ” วิธวินบอกชายหนุ่มเช่นนั้น ก่อนที่จะหันไปพูดกับพิมพ์ชญา “นี่โชคดีนะครับที่น้องพิ้งค์โทรมาบอกพี่ทันเวลา เพราะวันนี้พวกพี่จะต้องขึ้นรถไฟกลับกันแล้วล่ะครับ”

“พิ้งค์ขอบคุณพี่วินมากๆ เลยนะคะที่ยอมเสียเวลาเที่ยววันสุดท้ายมาอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้สันฟัง พิ้งค์ต้องขอโทษพี่มายด์ด้วยนะคะ ที่อาจจะทำให้ยุ่งยากไปด้วย”

“ไม่เป็นไรค่ะ เรื่องแค่นี้ …ขอแค่ให้คนสองคนปรับความเข้าใจกันได้ก็พอค่ะ”

ทุกคนบนโต๊ะอาหารยิ้มให้กับคำคำนั้น …ใช่ …ขอแค่ความเข้าใจในกันและกันระหว่างคนสองคนเท่านั้น…

“เฮ้ นายสัน รู้อย่างนี้แล้วแล้วนายจะมัวนั่งทำบ้าอะไรอยู่เล่า”

สังเกตเตือนเมื่อเห็นว่าร่างสูงใหญ่ของคนเป็นเพื่อนยังนิ่งอยู่ที่เดิม

“เออ นั่นสิ สันรีบไปหาวาวาเถอะ เดี๋ยวพิ้งค์กับเกตจะไปส่งพี่วินกับพี่มายด์ที่สถานีรถไฟเอง”
คมสันยังมีท่าทีลังเล… แก้ปัญหาไปได้เปลาะหนึ่งก็จริง แต่วรรษิณีจะรู้สึกอย่างเดียวกับเขาหรือไม่ยังคงเป็นปัญหา

“โธ่ สัน เอาอย่างนี้นะ ถ้าสันผิดหวังมา พิ้งค์จะช่วยปลอบให้เต็มที่เลย ดีไหม”

“จริงเหรอจ๊ะ น้องพิ้งค์… นายเกต ได้ยินชัดแล้วนะ น้องพิ้งค์บอกว่าจะปลอบใจเต็มที่…ถ้าถูกปฏิเสธมาจะไม่เกรงใจล่ะนะ”

น้ำเสียงและคำพูดบ่งบอกว่า ในที่สุด คมสันก็กลับมาเป็นคมสันจอมกวนคนทะเล้นคนเดิมจนได้ พิมพ์ชญาหัวเราะ

“พอเลย ไปได้แล้ว”

ไม่ต้องรอให้พูดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สาม คมสันล่ำลาทุกคน

“ขอบคุณทุกคนมากนะครับที่คอยช่วยเหลือ สันรักทุกคนเลยครับ”

เฮ้อ ไอ้เจ้าคนนี้มันบ้าจริงๆ คิดถูกหรือเปล่านะที่ยอมยกน้องวาวาสุดที่รักให้น่ะ …วิธวินสั่นหน้า นึกเป็นห่วงอยู่ในใจก่อนที่ทั้งสี่จะมุ่งหน้าไปยังสถานีรถไฟ


“เฮ้อ…”

วรรษิณีถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรไม่รู้ รู้แต่ว่าหากทุกครั้งมีเงินร่วงออกมา หญิงสาวคงจะกลายเป็นมหาเศรษฐีภายในวันเดียว

วันนี้มีแต่คนทักว่าเธอสวยมากกว่าทุกวัน …อาจเป็นเพราะแว่นสายตากรอบดำถูกถอดเก็บไว้ ผมยาวสลวยที่มักจะถูกรวบเอาไว้ก็ปล่อยสยาย …เสียอยู่อย่างเดียว สีหน้าและแววตาของหญิงสาวดูมีแววเศร้าอย่างไรบอกไม่ถูก

เขาจะเป็นยังไงบ้างนะ… เพิ่งจะรู้จักความรักครั้งแรกก็ผิดหวังเสียแล้ว…

โอ๊ย พอกันที …หยุดคิดเดี๋ยวนี้นะวรรษิณี เลิกคิดถึงผู้ชายคนนี้ได้แล้ว …เขากำลังอกหักไม่ใช่หรือไง นั่นก็มีความหมายเดียวกับคำว่า ‘เขากำลังรักคนอื่น’ นั่นแหละ

คนที่อกหักก็ไม่ใช่เธอสักหน่อย แต่ทำไมถึงได้รู้สึกเสียใจมากขนาดนี้ล่ะ… หรือว่าหัวใจของเธอ...มีเขาเข้ามาจับจองพื้นที่เสียแล้ว

คิดแล้ววรรษิณีก็รีบสะบัดศีรษะโดยแรง ...บ้าน่ะ จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไง

หญิงสาวเหม่อมองไปเรื่อยๆ โดยที่หน้าจอยังว่างเปล่า แม้จะพยายามบอกตัวเองให้รวบรวมสมาธิให้ได้ แต่ก็ทำไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเพราะเผลอทีไรความคิดก็ลอยไปถึงคนคนหนึ่งทุกที จนยากที่จะปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองอีกต่อไป

“มัวแต่มองไปทางอื่นอย่างนี้งานจะเสร็จหรือครับ”

“สัน!!!”

วรรษิณีร้องเรียกชื่อคนตรงหน้าออกมา ตามด้วยรอยยิ้มกว้างเมื่อเห็นว่าบนใบหน้าของเขากลับมาสดใสเป็น 'มิสเตอร์ซันนี่' เหมือนเก่า

คมสันใจชื้นขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าและแววตาของหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า …นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเรียกชื่อเขา …หากไม่นับวันที่เธอแนะนำให้เขารู้จักกับพี่วินของเธอล่ะนะ

“ดีใจถึงขนาดนั้นเลยเหรอที่เห็นหน้าสัน …คิดถึงล่ะสิ… ไม่เจอกันตั้งหลายวันแล้วนี่”

“หลายวันอะไรเล่า เพิ่งจะเจอกันเมื่อวานนี้เอง”

วรรษิณีเริ่มก้มหน้าหลบด้วยความเขินอายเนื่องจากรู้ตัวดีว่าเผลอแสดงความดีใจออกไปมากเกินพอดีเสียแล้ว คมสันที่ใช้แขนท้าวเครื่องคอมพิวเตอร์ของหญิงสาวจึงยิ่งโน้มตัวลงมาใกล้

“เมื่อวานตากฝนจนเป็นไข้หรือไงครับ วาวา …หน้าถึงได้แดงขนาดนั้น”

“นี่!! พอได้แล้วนะ เห็นฉันเป็นเพื่อนเล่นหรือไง หา”

จากเขิน หญิงสาวพัฒนามากลายเป็นความดุ คนพูดจึงยอมลดเสียงลง

“ก็ได้ ไม่แกล้งแล้วก็ได้ครับ ถ้าวาวาคนสวยจะยอมออกไปเดินเล่นเป็นเพื่อนผม”

…เฮ้อ เล่นทำหน้าอ้อนเสียตาปรอยน่ารักขนาดนี้ แล้วเธอจะไปขัดใจเขาได้ยังไงกันล่ะนี่


สาบานเหอะว่านี่เรียกว่าเดินเล่น… บนหอคอยเนี่ยนะ ที่คุยที่อื่นไม่มีแล้วหรือไง!!

วรรษิณีแอบบ่นอยู่ในใจเมื่อสถานที่ ‘เดินเล่น’ ที่คมสันชวนเธอมาคือยอดหอนาฬิกาคาร์แฟกซ์ ทาวเวอร์ที่อยู่ใจกลางเมืองออกซ์ฟอร์ดนั่นเอง

“ไหวไหมครับ วาวา”

คมสันถามด้วยความเป็นห่วงพลางช่วยประคองหญิงสาว ทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองไม่เหนื่อยล้ามากเท่าที่ควรจะเป็นเมื่อมีเขาคอยช่วยประคับประคองไปตลอดทาง

“สวยจังเลยนะ… ฉันมาอยู่ออกซ์ฟอร์ดตั้งนานแล้วยังไม่เคยขึ้นมาเลย”

เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสขึ้นมาชม วรรษิณีจึงมัวแต่เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของเมืองออกซ์ฟอร์ดอยู่นาน หญิงสาวกวาดสายตาไปรอบๆ จนกระทั่งมองเห็นชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆ กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาจริงจัง สายตาของเขาทำให้เธอรู้สึกสะท้าน หัวใจเต้นปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เอ้อ... แล้ว...นายมีเรื่องอะไรจะพูดกับฉันเหรอ”

“สันอยากจะขอโทษวาวาเรื่องเมื่อวานน่ะ”

“หา??” …นี่ไม่ใช่สิ่งที่เธอคิดว่าเขาจะพูดถึงเลยสักนิด

“คือ...เมื่อวานนี้สันกำลังเสียใจน่ะ ก็เลยพูดออกไปอย่างนั้น วาวาคงไม่เกลียดผมหรอกใช่ไหม”

“ไม่หรอก ฉันเข้าใจ ...ฉันเองก็ต้องขอโทษเหมือนกันที่พูดอะไรไม่ทันระวัง ทำให้นายต้องเสียใจ”

ฉันเองก็เสียใจไม่แพ้กัน ที่ทำให้นายต้องเสียใจ

“ไม่ใช่ความผิดของวาวาหรอกครับ สันเองต่างหากที่เข้าใจอะไรผิดไปมากมาย …สันคิดว่าคนที่สันรักมากที่สุดมีแฟนอยู่แล้ว”

อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นนายก็คงจะหมดอุปสรรคแล้วสินะ …แล้วจะมาบอกฉันให้รู้ทำไม
หรือว่านายตั้งใจจะมาทำตามที่พูดเอาไว้ …มาทำให้ฉันร้องไห้เสียใจ

คิดถึงตอนนี้ วรรษิณีก็แทบจะสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองไปทางอื่นเพื่อให้น้ำตานั้นไหลย้อนกลับเข้าไป

“วาวา…”

ชายหนุ่มทอดเสียงอย่างอ่อนโยน ทำให้ร่างบางยิ่งเดินหนี …กลัวว่าหากต้องเผชิญหน้ากับเขาในตอนนี้ เธอคงจะปิดบังความรู้สึกที่มีต่อเขาเอาไว้ไม่ได้

“ดีใจด้วยนะ” หญิงสาวกระพริบตาโดยแรง กลั้นใจหันไปพูดกับเขาให้เร็วที่สุด “ขอให้มีความสุขมากๆ ก็แล้วกัน”

“สันจะมีความสุขได้ยังไง ในเมื่อสันยังไม่รู้เลยว่าผู้หญิงคนนั้นเขารักสันหรือเปล่า”

“ต้องรักสิ… คนอย่างนาย ไหนคุยนักคุยหนาว่าทำให้ผู้หญิงทั้งออกซ์ฟอร์ดหลงรักได้ไม่ใช่หรือ”
“งั้นเหรอ… อืม…”

เขาแกล้งทอดจังหวะเหมือนจะรู้ว่าหญิงสาวรอฟังอยู่

“รวมถึงผู้หญิงที่ชื่อวาวาด้วยหรือเปล่าน้า…”

“นาย...ว่าอะไรนะ”

แม้วรรษิณีจะรู้สึกว่าเธอตะโกนออกไปเต็มเสียง …แต่เสียงที่ออกมากลับไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบ

“สันบอกว่า…” เขาเดินเข้ามาใกล้เพื่อเกาะเกี่ยวให้เธอหันมาเผชิญหน้ากับเขา

“คนที่สันรักมากที่สุดเพียงคนเดียว คือผู้หญิงที่ชื่อวาวา”

ไม่มีคำพูดใดๆ ออกจากปากของคนฟัง นอกจากน้ำตาที่สะกดกลั้นไว้เมื่อครู่ค่อยๆ รินออกมาช้าๆ และทำให้หัวใจของเขาอ่อนยวบลง

ให้ตายเหอะ น้ำตาของเธอทำให้หัวใจสั่นไหวจริงๆ

“เฮ้ วาวา …ผมไม่ได้บอกรักวาวาเพื่อให้วาวาร้องไห้นะครับ”

ชายหนุ่มยกมือใหญ่ขึ้นซับน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน หญิงสาวขยับริมฝีปากยิ้ม แม้ว่าบนพวงแก้มจะยังมีคราบน้ำตาอยู่ก็ตาม

“ก็นี่ไง นายเคยบอกเอาไว้ไม่ใช่หรือ ว่าจะทำให้ฉันร้องไห้ให้ได้น่ะ นี่ไง...”

“ถึงยังไงก็ไม่เอาอยู่ดีล่ะ สันอนุญาตให้วาวาร้องไห้เพราะสันได้ครั้งเดียวเท่านั้น …ตอนที่สันตายไปก่อนวาวายังไงล่ะครับ”

ดวงตาคมหวานขว้างค้อน (พร้อมตะปู) ใส่เขา ด้วยความหมั่นไส้ ตามด้วยทุบแขนเขาไม่เบานักไปอีกที

“นี่แน่ะ ปากเหรอนั่น... แต่ฉันว่าอย่างนายคงจะอายุยืนไปถึงร้อยปีเลยล่ะ …คนอย่างนาย นรกเขาไม่ต้องการเร็วนักหรอก”

เจ้าของแขนที่ถูกหยิกร้องโอดโอยด้วยท่าทีเสแสร้งสุดๆ

“โอ๊ย เจ็บ ใจร้ายจริงๆ ไม่นึกเลยว่าคนสวยอย่างวาวาจะทำร้ายผมได้”

“ไม่ต้องมาทำเป็นสำออยเลย แล้วเรื่องที่เข้าใจผิดตั้งแต่แรกน่ะ เรื่องอะไรเหรอ ที่นายคิดว่าฉันมีแฟนอยู่แล้วน่ะ ใครกัน”

“ก็ใครล่ะ ที่ประกาศต่อหน้าชัดเจนว่าวาวาเป็นคนพิเศษ ฝากดูแลด้วยน่ะ ใครกัน” เขาถามกลับอย่างล้อเลียน ทำให้คนถูกถามยิ้มเจ้าเล่ห์

“แล้วใครบอกกันล่ะว่านายเข้าใจผิด พี่วินเป็นคนพิเศษของฉันจริงๆ นะ”

“คนพิเศษ แต่ไม่ใช่คนรักนี่”

“รู้ได้ไง”

“พี่วินของวาวากับแฟนเขานั่นแหละเป็นคนเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังเอง”

คราวนี้ชายหนุ่มเป็นฝ่ายยิ้มอย่างเป็นต่อบ้าง...เพราะนอกจากวิธวินจะเฉลยความสัมพันธ์ระหว่างตัวเองกับกับวรรษิณีแล้ว ยังแย้มบอกกลายๆ ด้วยว่าวรรษิณี ‘น่าจะ’ รู้สึกยังไงกับเขา ซึ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกรื่นเริงยิ่งนัก ต่างจากหญิงสาวที่ลอบเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจที่แต้มต่อในมือหลุดลอยไป

เชอะ พี่วินนะพี่วิน พี่มายด์ด้วยอีกคน คนทรยศ รู้อย่างนี้ไม่น่ายอมให้มาอยู่ที่บ้านเลย …น่าจะปล่อยให้ไปเสียค่า B & B ซะให้เข็ด!

“เหรอ แต่ฉันว่านายคงจะรู้ไม่หมดหรอก ฉันเป็นแฟนกับพี่วินจริงๆ นะ …แต่เป็นเมื่อก่อน”
คำสุดท้ายหญิงสาวจำเป็นต้องเพิ่มเติมเข้าไปเสียงอ่อยๆ เนื่องจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มชักจะน่ากลัวเกินไป

“ไหน เล่ามาให้หมดซิ”

…ง่ะ อะไรกัน …ปกติเห็นขี้เล่นบ้าบอพ่อปลาไหลไม่ใช่หรือไง ทำไมเวลาดุน่ากลัวอย่างนี้ล่ะ
“ก็…บ้านพี่วินกับบ้านฉันอยู่ติดกันมาตั้งแต่ก่อนที่ฉันจะเกิดเสียอีก พ่อแม่พี่วินอยากได้ลูกสาวมาก แต่เขากลับมีลูกชายแค่คนเดียวคือพี่วิน …ตอนที่ฉันเกิด แม่พี่วินอยากได้ฉันเป็นลูกมากถึงขนาดขอเป็นคนตั้งชื่อฉันว่าวาวา เพื่อให้เข้ากับลูกชายที่ชื่อวินวิน”

“แล้วยังไงอีก”

“อย่าดุสิ… แล้วฉันกับพี่วินก็เลยสนิทกันมาก สนิทเหมือนพี่น้องที่คลานตามกันมา …แต่ฉันมารู้สึกว่าตัวเองไม่ได้คิดกับพี่วินแบบพี่ชายน้องสาวตอนที่ฉันเข้ามหาวิทยาลัย”

ง่ะ ทำหน้าตาน่ากลัวจังเลยแฮะ… วรรษิณีกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากก่อนที่จะเล่าต่อ
“ตอนนั้นฉัน เอ่อ...รักพี่วินมาก เราคบกันโดยที่ที่บ้านก็รับรู้ …เป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ฉันคิดว่าตัวเองช่างโชคดีที่ได้อยู่ใกล้คนที่เรารักมาตั้งแต่ยังเล็ก …พี่วินเป็นคนสุภาพ อ่อนโยน ให้เกียรติผู้หญิงอย่างที่สุด และเป็นคนจริงจังกับความรัก …เป็นผู้ชายในฝันของฉันมาตลอด”

ตรงกันข้ามกับเราเลยสินะ …คมสันแอบนึกน้อยใจ

“แต่ความรักครั้งนั้นก็ไม่ได้มีความสุขตลอดกาลเหมือนในเทพนิยาย… ทุกอย่างจบลงหลังจากพี่วินมาเรียนต่อที่อังกฤษ …เราเริ่มติดต่อกันน้อยลงเรื่อยๆ พี่วินเรียนหนักมากเสียจนไม่มีเวลาให้ฉัน แล้วสุดท้าย…พี่วินก็หันไปรักคนอื่น”

“พี่มายด์น่ะหรือ”

“ไม่ใช่หรอก คนที่พี่วินรักในตอนนั้นชื่อเอลี่ ฉันเพิ่งมารู้ทีหลังว่าเขาเป็นเพื่อนสนิทของกีวี่ …ตอนนั้นฉันเสียใจมากที่รู้ว่าเขาปันใจให้คนอื่น ในที่สุดก็เป็นอย่างที่เขาพูดกันจริงๆ ว่ารักแท้แพ้ใกล้ชิด”

มือใหญ่ลูบผมเธอเพื่อปลอบโยน …ตอนนี้เขาเข้าใจดีเชียวล่ะ ว่ามันเจ็บปวดเพียงไรกับความรักเพียงฝ่ายเดียว

“หลังจากเกิดเรื่องนี้ขึ้น ฉันก็เสียใจมากมายจนคิดว่าในชีวิตนี้คงจะรักใครไม่ได้อีกแล้ว …ในโลกนี้คงจะไม่มีใครดีเท่าพี่วิน …แม้ว่าหลังจากนั้น ฉันจะรู้สึกได้ว่าความรักที่ตัวเองมีให้พี่วินเป็นแค่ความผูกพันฉันพี่น้องที่เรามีให้กันมาตั้งแต่ยังเล็ก …แต่สำหรับฉัน พี่วินก็ยังคงเป็นเงา มันยากเหลือเกินที่จะเห็นใครดีไปกว่าพี่วิน”

“วาวา”

มือเรียวบางจับมืออบอุ่นของเขามากุมไว้

“แต่ตอนนี้... ฉันได้เจอกับใครคนหนึ่ง คนที่ไม่เหมือนพี่วินเลยสักนิด เขามีข้อดีคนละอย่างกับพี่วิน …และที่สำคัญ…”

หญิงสาวช้อนดวงตาหวานของตนขึ้นสบตาเขา …ในเวลานี้เธอไม่คิดจะซ่อนเร้นความรู้สึกใดๆ อีกแล้ว

“เขาเป็นคนที่ทำให้ฉันร้องไห้ได้จริงๆ ...ไม่ว่าจะดีใจหรือเสียใจ ความรู้สึกของฉันทั้งหมดขึ้นอยู่กับเขาเพียงคนเดียว”

ชายหนุ่มรวบร่างบางของเธอเข้ามากอดเอาไว้อย่างแนบแน่น วรรษิณีซบหน้าลงก่อนที่จะกอดเขาตอบด้วยความรู้สึกที่มีอยู่เต็มหัวใจ…

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไร รู้แต่ว่าอยากให้ช่วงเวลานี้ไม่มีที่สิ้นสุด…

แกร๊ก…

สายตาทั้งสองคู่มองไปตามเสียงรบกวน จึงได้พบว่าคุณลุง ซิเคียวริตี้ การ์ด ขึ้นมาบอกว่าบัดนี้คาร์แฟกซ์ ทาวเวอร์ได้เวลาปิดทำการเสียแล้ว

สองหนุ่มสาวมองหน้ากันก่อนที่จะประสานเสียงกันหัวเราะเสียงดังลั่น

…โธ่ ก็เพิ่งจะสวีทหวานกันได้ไม่ทันครบสองนาทีเลยนี่นา


“นายหิวแล้วหรือยัง ฉันหิ๊ว… หิวหละ แทบจะไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยตั้งแต่เมื่อคืนนี้”

“งั้นไปกินอะไรดีล่ะ …สันทำกับข้าวให้กินดีไหม จะทำแต่ของโปรดของวาวาทั้งนั้นเลยนะ …ต้มข่าไก่ ผัดเปรี้ยวหวาน แล้วก็ผัดผักบุ้ง …แล้วก็มีดีวีดีเรื่องที่วาวาชอบด้วย Love Actually ยังไงล่ะ”

ว่าไงนะ

“นายคมสัน นายรู้ได้ยังไงว่าฉันชอบกินอะไร หรือชอบดูหนังเรื่องอะไร”

เมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าคม วรรษิณีถึงได้เริ่มเอะใจเป็นครั้งแรก หญิงสาวหรี่ตาถามเสียงเข้ม

“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ ทำไมนายถึงได้รู้ว่าฉันชอบนั่งทำโปรแกรมอยู่ห้องแล็บห้องไหน ทำไมถึงรู้ว่าฉันอยากดูแฟนธ่อม ออฟ ดิ โอเปร่า ขนมปังแบบไหนที่ฉันชอบ …อ้อ แถมยังรู้ด้วยว่าฉันไม่ชอบอาหารฝรั่งเท่าอาหารไทยหรืออาหารญี่ปุ่น”

“เรื่องอะไรจะบอก”

ชายหนุ่มพูดแล้วก็ต้องรีบวิ่งหนี เมื่อวรรษิณีทำท่าจะหยิกเขาอีกครั้ง

“อย่าให้รู้นะว่าใครแอบเอาเรื่องของฉันไปบอกนายน่ะ ฮึ่ม รู้เมื่อไรเจ็บตัวแน่!!!”


“ฮัดชิ้ว”

“เป็นหวัดหรือ กีวี่ เมื่อวานก็บอกนี่แล้วว่าอย่าออกไปตากฝน”

คาสุพูดด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะส่งกระดาษทิชชู่ให้คนรัก หากกวิราสั่นหน้ายิ้มๆ

“วี่ไม่ได้เป็นหวัดหรอกค่ะ คาสุ คงจะแค่ถูก ‘ใครบางคน’ นินทาเท่านั้นเอง”

“นินทา???”

“ค่ะ ดีไม่ดี อาจจะถูกแช่งชักหักกระดูกด้วยก็ได้”

((The End))




 

Create Date : 26 กรกฎาคม 2554
6 comments
Last Update : 26 กรกฎาคม 2554 0:00:27 น.
Counter : 779 Pageviews.

 

กรี๊ดๆๆๆๆๆๆ
จบแล้วววว ไม่อยากใ้ห้จบ แต่ก็จบแบบน่ารักน้าาาา

 

โดย: หมวย IP: 125.24.156.51 26 กรกฎาคม 2554 0:31:30 น.  

 

อิอิ อ่านจบแล้ว เวลา 7.45 น.

น่ารักจังเลยค่ะ สรุปว่าตอนนี้เอลี่เป็นแฟนกับใครหว่า ลี่จำไม่ได้แล้ว

(ว่าแต่เอลี่มีแฟนใช่ไหม คนที่พิ้งค์ไปพักด้วยตอนจบของเรื่อง) แล้วพี่วินทำไมถึงรักกับมายด์ได้อ่ะคะ สงสัยตรงนี้อ่ะค่ะ หรือว่ามีเรื่องของสองคนนี้แยกออกมาอีกคะพี่โน้ต

วาวาน่ารักจริงๆ เลย อิอิ

 

โดย: lovekalo 26 กรกฎาคม 2554 7:48:11 น.  

 

สันรักทุกคน รวมทั้งเนด้วยหรือเปล่า><

 

โดย: nay (narilin ) 27 กรกฎาคม 2554 1:07:37 น.  

 

ตามมาเก็บตอนจบค่ะ สมหวังจนได้
ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ปุ๊ก IP: 203.144.220.246 28 กรกฎาคม 2554 21:36:09 น.  

 

มาตามเก็บรวดเดียวจบค่ะ เหอๆๆ

 

โดย: เดหลี IP: 210.213.30.115 5 สิงหาคม 2554 14:19:45 น.  

 

กรี๊ดดดๆๆๆ เมื่อวาน(อาทิตย์ที่ 7) เห็นพี่โน๊ตที่พารากอนด้วย คงคอนเซปเดิม "สวยเสมอ" ตลอดเรยนะค้าา ไม่ได้เข้าไปทักเห็นพี่ๆ เลยอ่า เห็นเล่นเกมแบ่งสีกันอยู่ หนูไปไม่ทันอ่า เสียดายสุดๆๆ ได้แต่ดูเค้าเล่นกัน เหอๆๆๆ

 

โดย: เดหลี IP: 210.213.30.115 8 สิงหาคม 2554 7:53:37 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


...ศุวิลา...
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




'ศุวิลา' นักเขียนแนว LOVE (ความรู้สึกดี...ที่เรียกว่ารัก) สนพ. แจ่มใส ♥








Friends' blogs
[Add ...ศุวิลา...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.