พิธีศิวะราตรีและปราสาทหินพนมรุ้ง จ.บุรีรัมย์

           “หิรัณยะ เมื่อเจ้าอายุ 7 ขวบ ศิวะราตรีของปีนั้น พระแม่เจ้าภูปตินทรลักษมีเสด็จมาบวงสรวงองค์ศิวะมหาเทพ”

               โดยได้กล่าวบรรยายถึงพิธีศิวะราตรี หรือศิวาราตรี ซึ่งประกอบพิธีภายในปรางค์องค์ประธาน เป็นที่ประดิษฐานองค์ศิวลึงค์ ตั้งอยู่เหนือแท่นโยนิ เมื่อประกอบพิธีมีการเผาเครื่องหอม กำยาน ให้หอมกรุ่น และมีหมอกครันของกำยานจากมุมทั้งสี่ของห้องประกอบพิธี พร้อมทั้งตั้งเครื่องสังเวย ได้แก่ นม เนย น้ำผึ้ง น้ำจัณฑ์ ข้าวสาร ข้าวสุก วางเรียงราย และเมื่อพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์จากกุณโฑ เมื่อน้ำไหลผ่านยอดศิวลึงค์ผ่านฐานแท่นโยนี แล้วไหลผ่านตามรางออกไปสู่ภายนอกองค์ปราสาท พิธีบวงสรวงองค์มหาเทพ และพระแม่อุมาเทวี สัมฤทธิ์ผล ในพิธีอันศักดิ์สิทธิ์

              จะเห็นว่าลักษณะการประกอบพิธีศิวะราตรี หรือศิวาราตรี มีขั้นตอนปฏิบัติเช่นเดียวกันกับพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยพิธีจะประกอบด้วยศิวลึงค์ ฐานรองหรือรางที่รองรับน้ำ เรียกว่า โยนี แล้วมีหม้อรองที่ปรากรองน้ำซึ่งไหลผ่านจากศิวลึงค์มา ต่างเพียงแต่ว่าในประเทศอินเดีย ประกอบพิธีนี้ตลอดคืน โดยแขวนหม้อแล้วเจาะรูให้มีน้ำหยดลงมาทีละน้อย คอยเติมน้ำ และเปลี่ยนหม้อที่รองน้ำไปจนตลอดรุ่ง

              ที่เห็นว่ามีความแตกต่างกันบ้างในพิธีของกษัตริย์ ศิวลึงค์ในพิธีศิวะราตรีหรือศิวาราตรี จะเป็น ศิวลึงค์ทองคำ และกุณโฑทาองคำ (หม้อน้ำทองคำ) ปัจจุบันยังปรากฏศิวลึงค์และฐานแท่นโยนีและสลักด้วยหินทรายมีความงดงาม ประณีต ได้สัดส่วน ประดิษฐานอยู่ภายในห้องโถงกลางของปราสาท องค์ประธานที่ปราสาทเขาพนมรุ้ง

        จารึกโบราณสมัยก่อนเมืองพระนครและสมัยเมืองพระนครระบุว่าบริเวณนี้คือเขตแดนที่เรียกว่า มูลเทศะ มีเมืองสำคัญเรียกว่าภีมปุระ ซึ่งต่อมาก็คือ วิมายปุระ หรือ เมืองพิมาย(จังหวัดนครราชสีมา)ทั้งปราสาทพิมายและปราสาทพนมรุ้ง (จังหวัดบุรีรัมย์)ล้วนสร้างโดยกษัตริ ย์ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่เรียกว่า มูลเทศะกับ ภีมปุระมาก่อน ซึ่งบรรดานักวิชาการเรียกว่า ราชวงศ์มหิธรปุระ
    
ไม่ว่าพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ผู้สร้างปราสาทนครวัด (หรือวิษณุโลก) รวมทั้งพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ผู้สร้างเมืองนครธม ก็ล้วนแต่มีหลักฐา นยืนยันแน่ชัดว่าเป็นเชื้อสายของราชวงศ์มหิธรปุระ แห่งลุ่มน้ำมูลในอีสานด้วยกัน

 

หากพิจารณาตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ปรากฏในศิลาจารึกปราสาทพนมรุ้ง ย่อมแสดงให้เห็นว่า ปราสาทนครวัดที่เมืองพระนคร สร้างก่อนปราสาทพนมรุ้ง (ปราสาทองค์ประธาน) และปราสาทพนมรุ้งสร้างก่อนปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนครธม ที่เมืองพระนคร ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน โดยสรุปตามลำดับได้ดังต่อไปนี้

 

  1. พระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1655-1695) ราชวงค์มหิธรปุระ แห่งเมืองนครวัด สันนิษฐานว่าเป็นผู้สร้างปราสาทนครวัด

     

  2. เจ้าชายหิรัณญะ (ราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17) ราชวงศ์มหิธรปุระ แห่งเมืองพนมรุ้ง สันนิษฐานว่าเป็นผู้สร้างปราสาทพนมรุ้งองค์ประธาน

     

  3. พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724-1744) ราชวงศ์มหิธรปุระแห่งเมืองพระนคร เป็นผู้สร้างปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของนครธม

     

กษัตริย์ราชวงศ์มหิธรปุระแห่งเมืองพระนคร

  1. พระเจ้าชัยวรมันที่ 6 (ราว พ.ศ. 1633-1651) ทรงเป็นราชโอรสของพระเจ้าหิรัณยวรมัน กับพระนางหิรัณยลักษมี ตั้งหลักฐานมั่นคงที่เมืองกษิตีนทรคาม
     

     

  2. พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 1 (ราว พ.ศ. 1651-1655) ทรงเป็นราชโอรสของพระเจ้าหิรัณยวรมัน กับพระนางหิรัณยลักษมี และทรงเป็นพระอนุชาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6
     

     

  3. พระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1655-1695) ทรงเป็นพระราชโอรสของพระเจ้ากษิตีนทราทิตย์ และเป็นพระนัดดาของพระเจ้าหิรัณยวรมัน เสวยราชสมบัติอยู่ที่กรงยโศธรปุระ (เมืองพระนคร นครธม ในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน) พระองค์ทรงมีพระราชธิดา คือ พระนางภูปตินทรลักษมี ซึ่งเป็นพระมารดาของเจ้าชานนเรนทราทิตย์
    - พระเจ้าสูรยวรมัน เป็นกษัตริย์ผู้ทรงสร้างปราสาทนครวัด ปราสาทเจ้าสายเทวดา ปราสาทพระธรรมนูญ และปราสาทบันทายสาเหร่
    - พระนางภูปตินทรลักษมี แห่งราชวงศ์มหิธรปุระ เมืองพระนคร (ประเทศกัมพูชาในปัจจุบัน) มีพระโอรส คือ เจ้าชายนเรนทราทิตย์
    - เจ้าชายนเรนทราทิตย์ เป็นพระนัดดาของพรเจ้าสูรยวรมันที่ 2 เช่นเดียวกัน เป็นผู้สืบเชื้อสายมหิธรปุระจากเมืองพระนคร ซึ่งต่อมาได้บำเพ็ญพรตเป็นฤษีที่เขาพนมรุ้ง องค์มหาฤษีนเรนทราทิตย์ มีพระโอรส คือ เจ้าชายหิรัณยะ
    - เจ้าชายหิรัณยะ เป็นผู้สร้างประติมากรรมทองคำถวายแด่องค์มหาฤษีนเรนทราทิตย์ อุทิศถวาย ที่ปรางค์องค์ประธานปราสาทพนมรุ้งและสันนิษฐานว่า เมื่อมีการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นี้ เจ้าชายหิรัณยะจึงได้สร้างศิลาจารึกปราสาทเขาพนมรุ้ง

     

        4.พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1695-1724) ทรงเป็นพระนัดดาของพระเจ้าสูรยวรมันที่ 2 เสวยราชสมบัติที่กรุงยโศธรปุระ (นครธม ในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน) พระองค์มีพระมเหสี คือ พระนางศรีชัยราชจุฑามณี มีพระโอรส คือ พระเจ้าชัยวรมันที่7 
 

 

        5.พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 (พ.ศ. 1724-1744) เสวยราชสมบัติที่กรุงยโศธรปุระ (นครธม ในประเทศกัมพูชาปัจจุบัน) ทรงเป็นกษัตริย์นักรบผู้กล้าหาญ เก่งกล้า เป็นนักก่อสร้างปราสาทที่ยอดเยี่ยม มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลและเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์มหิธรปุระ ผู้ครองอาณาจักรเมืองพระนคร พระองค์เป็นผู้สร้างปราสาทเป็นจำนวนมากในนครธม ปัจจุบัน ได้แก่ ปราสาทบายน ปราสาทตาพรหม ปราสาทนาคพัน ปราสาทสระสรง ปราสาทบันทายกะเด็ย ตำหนักชนช้าง ตำหนัก พระเจ้าขี้เรื้อน ปราสาทป่าเลย์ไลย ปราสาทพระขรรค์ และกลุ่มปราสาทนางสิบสอง

 

Credit  http://www.baanjomyut.com




Create Date : 15 ตุลาคม 2555
Last Update : 15 ตุลาคม 2555 12:32:13 น.
Counter : 1808 Pageviews.

1 comments
  
เคยอ่าน นิยายนะคะ ศิวาราตรี

เมื่อวานไปปราสาทพะโคมาค่ะ
โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 15 ตุลาคม 2555 เวลา:17:09:29 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
ตุลาคม 2555

 
8
10
11
12
18
22
23
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog