ไตรภูมิ-วัฏสงสาร ที่บรมพุทโธ BOROBUDUR

มหาพุทธสถาน บรมพุทโธในชวา คือตำราพุทธศาสนาเล่มใหญ่ที่สุดในโลก ที่แสดงความจริงและความรู้แจ้งในจักรวาลและภพ-ภูมิ จิตของมนูษย์ เป็นพระอภิธรรมชั้นสูงที่นำออกมาจากอินเดีย มาประดิษฐานไว้ที่อินโดเนเซีย เหมือนดังจะล่วงรู้ล่วงหน้าว่าพุทธศาสนาจะเสื่อมสูญจากอินเดีย

 

 

วัฏสงสารหรือ สังสารวัฏ หรือ สงสารวัฏ คือภพภูมิที่มนุษย์ทุกคนต้องเวียนว่ายตายเกิดขึ้นมาในตามหลักของพุทธศาสนาสังสารวัฏ แปลว่า ความท่องเที่ยวไปในอาการที่เป็นวัฏฏะ การหมุนวนอยู่ในการเวียนว่ายตายเกิด เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วัฏสงสาร

 

สงสารวัฏ หมายถึงการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในภพภูมิต่างๆ ของสัตว์โลกด้วยอำนาจกิเลส กรรม วิบาก หมุนวนอยู่เช่นนั้นตราบเท่าที่ยังตัดกิเลส กรรม วิบากไม่ได้     (จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

 

สมัยที่สมเด็จพระชินศรีสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร อารามที่ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีสร้างถวาย ในเขตพระนครสาวัตถีนั้น คราวหนึ่งพระองค์ได้ตรัสเรียกพระภิกษุสงฆ์มาประชุมกันแล้ว ทรงมีพระมหากรุณาตรัสถามขึ้นว่า

"
ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! สมมุติว่าน้ำในมหาสมุทรทะเลใหญ่ พึงเหือดแห้งหมดไป สิ้นไป ยังเหลือน้ำอยู่เพียง ๒ - ๓ หยาดฯ ในกรณีนี้พวกเธอจะเข้าใจว่าอย่างไรคือ น้ำในมหาสมุทรทะเลใหญ่ที่เหือดแห้งหมดสิ้นไป กับน้ำ ๒-๓ หยาดที่เหลืออยู่นี้ อย่างไหนจะมากกว่ากัน?"

"
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในมหาสมุทรทะเลใหญ่ที่เหือดแห้งหมดสิ้นไปนั้นแหละมากกว่า น้ำที่เหลืออยู่เพียง ๒-๓ หยาด มีประมาณน้อยกว่านักหนา น้ำเพียง ๒-๓ หยาดที่เหลืออยู่นี้เมื่อเทียบกันเข้ากับน้ำในมหาสมุทรที่เหือดแห้งหมดสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้เลยพระเจ้าข้า" ภิกษุเหล่านั้นพากันกราบทูล

" ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ น้ำในมหาสมุทรทะเลใหญ่ที่เหือดแห้งหมดสิ้นไปนั้นแหละมากกว่า น้ำที่เหลืออยู่เพียง ๒-๓ หยาด มีประมาณน้อยกว่านักหนา น้ำเพียง ๒-๓ หยาดที่เหลืออยู่นี้เมื่อเทียบกันเข้ากับน้ำในมหาสมุทรที่เหือดแห้งหมดสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยวที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ได้เลยพระเจ้าข้า" ภิกษุเหล่านั้นพากันกราบทูล

สมเด็จพระสรรเพชญสัมพุทธเจ้า จึงตรัสว่า " ดูกรเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! ก็ย่อมจะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน คือ ความทุกข์ที่เหือดแห้งหมดสิ้นไป ของบุคคลผู้เป็นอริยสาวก ซึ่งสมบูรณ์ด้วยทิฐิ รู้แจ้งแทงตลอดซึ่งธรรมวิเศษ ( ทรงหมายเอาท่านพระโสดาบันอริยบุคคล) มีประมาณมากว่า ส่วนความทุกข์ที่เหลือมีประมาณน้อย คือ ความทุกข์ที่ยังเหลืออยู่อีกเพียงไม่เกิน ๗ อัตภาพนั้นเมื่อเทียบเข้ากับกองทุกข์ที่เหือดแห้งหมดสิ้นไปแล้ว ย่อมไม่เข้าถึงเสี้ยวที่ ๑๐๐ เสี้ยว ที่ ๑,๐๐๐ เสี้ยวที่ ๑๐๐,๐๐๐ ฯ

ดูก่อนเธอผู้เห็นภัยในวัฏสงสารทั้งหลาย! การได้รู้แจ้งซึ่งธรรมวิเศษ ให้สำเร็จประโยชน์อันยิ่งใหญ่อย่างนี้ การได้ธรรมจักษุให้สำเร็จประโยชน์ อันยิ่งใหญ่อย่างนี้ "

(
พระบาลีสมุทรสูตร ) ที่มา : จากหนังสือ.........โพธิธรรมทีปนี ของท่านเจ้าคุณศรี วิสุทธิโสภณ
credit : www.pha.narak.com/topic.php?No=06738

ไฟล์:Bhavachakra.jpg

รูปภวจักร หรือสังสารจักรของทิเบต แสดงถึงผลของการขาดปัญญาในการรู้ทันเหตุเกิดแห่งทุกข์ (สมุทัย) ทำให้ต้องจมเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกองทุกข์ทั้งปวงไม่จบสิ้น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



Create Date : 21 กรกฎาคม 2555
Last Update : 22 กรกฎาคม 2555 7:36:42 น.
Counter : 2795 Pageviews.

0 comments
ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
 *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

surya21
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 50 คน [?]



New Comments
กรกฏาคม 2555

1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
16
29
 
 
All Blog