โปรดช่วยอุปการะเด็กยากไร้ ccfthai.or.th เพียง 500 บาทต่อเดือน
Group Blog
 
<<
มิถุนายน 2553
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
12 มิถุนายน 2553
 
All Blogs
 
ผีพนัน2

ตอนที่สาม
*************************************************
ผีพนัน2

คนขยันตอบผีพนันว่า ใช่แล้ว มันไม่ต่างกันนักหรอก ลองดูอีกกรณีหนึ่งสิ คนขยันพูดเสียงดัง ว่าแล้วก็หยิบของอีกอย่างให้ผีพนัน ของชิ้นนั้นราคา 500 บาท แล้วถาม ผีพนันว่า คิดว่าอันนี้ข้ากำไรอันละเท่าไหร่ ผีพนันก็ว่า อันนี้หายากนี่หว่าเห็นเขาพูดถึงกันและหากันทั้งบ้านทั้งเมืองช่วงนี้เพราะ ดันมีซุปเปอร์สตาร์เอาไปใส่ ข้าไม่ค่อยเห็นมีใครเขาขายกันเลยนี่หว่า แต่ยังไงกำไรก็คงไม่มากนักหรอก อย่างเก่งก็น่าจะราวๆ 30% ก็ราวๆ 150 บาท ใช่ไหมละ คนขยันตอบว่าไม่ใช่ อันนี้ข้ากำไร 400 บาท ผีพนันถึงกับตาลุกวาว โห กำไรตั้ง 400% อย่างนี้ค้ากำไรเกินควรนี่หว่า มิน่าถึงได้รวยเอารวยเอา นี่ถ้าข้าคาบไปบอกคนอื่นๆ เอ็งเจ๊งแน่ 5555 คนขยันก็หัวเราะ แล้วพูดต่อ เอ็งไปดูตามห้างอื่นๆสิว่าเขาขายอันนี้เท่าไหร่ ผีพนันบอก ก็บอกมาเลย ไม่ต้องข้าไปดูหรอกข้าเชื่อเอ็งอยู่แล้ว คนขยันได้ทีเลยเหน็บเล็กๆ ก็เพราะเอ็งเชื่อคนง่ายๆนั่นแหละ ถึงได้เจ๊งหุ้นจนหนีหน้าข้าไปเลย พอเห็นผีพนันทำหน้าจ๋อยๆ ก็รีบบอก ล้อเล้นโว้ย ไม่ต้องซีเรียส ผีพนันได้ทีก็พูดว่า ข้าก็แกล้งทำหน้าจ๋อยเว้ย เข้าเรื่องๆ ตกลงเขาขายกันเท่าไหร่ คนขยันจึงกลับเข้าเรื่องต่อ เอ็งไปหาตามห้างหลายๆห้างที่ไม่ใช่ของข้า เอ็งจะหาไม่ค่อยเจอหรอก แต่ก็มีบ้างเหมือนกัน เห็นเขาขายกัน 600-650 บาท ข้าไม่รู้ต้นทุนของเขาหรอกนะ แต่ข้ามีเยอะพอควร เพิ่งไปค้นเจอใน Stock เก่า ต้นทุนแค่ 100 บาทให้เด็กมันเอามาทำความสะอาด เลยตั้งขายไม่สูงมากจะได้หมดเร็วๆ ผีพนันก็ถามทำไมไม่ขายราคามากกว่านี้หน่อย หมดช้าหน่อยแต่กำไรก็มากขึ้นไม่ใช่หรือ คนขยันตอบว่า สินค้าที่ไม่มีพื้นฐานความต้องการใช้งานอย่างจำเป็นต้องใช้แบบนี้ หรือพวกเสื้อผ้าแฟชั่น ไม่คงอยู่ในความนิยมนานนักหรอก รีบขายให้หมด กำไรน้อยหน่อยดีกว่าแบกต้นทุนไว้ต่อ จะได้มีเงินไปซื้อหาสินค้าอื่นมาวางขายต่อ

สินค้าชิ้นที่สองที่ทั้ง สองคนพูดถึงกันอยู่นี้ก็คือ หินและลูกปัดหลากสีร้อยเรียงเป็นสร้อยคอบ้างสร้อยข้อมือบ้างสวยงามพอควร คนขยันอธิบายต่อ มีอยู่ช่วงหนึ่งคนบ้าเห่อใส่สร้อยคอหรือสร้อยข้อมือลูกปัด ข้าก็หามาขาย แต่ข้าได้บทเรียนจากสบู่ ข้าเลยซื้อครั้งสองครั้งตอนมันราคาทุนที่ 100 บาทแต่ก็ซื้อเยอะพอสมควร เพราะไม่อยากซื้อเฉลี่ยขาขึ้นอีก ลงทุนไปราวๆ 2-3 แสน ถ้าจำไม่ผิด พอดีตอนนั้นมีเงินเยอะวะ 5555 หลังจากนั้นก็ค่อยๆขาย จากกำไรประมาณ 5% 10% ไปจนสูงสุดราวๆ 50% ตอนนั้นก็ดีใจมากแล้ว แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์คล้ายๆกับสบู่ ดันมีคนไปออกข่าวหนังสือพิมพ์ว่า เจอเจ้าของจากหลุมที่ชาวบ้านไปขุด เขามาทวงของเขาคืน เท่านั้นแหละราคาร่วงไม่เป็นท่าเลย ขนาดตั้งราคาขายขาดทุนทันที 20-40% ก็ขายไม่ออก คนกลัวผีกันเยอะ พอขายไม่ออก ข้าก็ไม่รู้ทำยังไงดี ช่วงนั้นคิดว่าอีกหน่อยคนคงลืม ก็เลยสั่งเด็กๆเอาไปเก็บใน Stock จนข้าเองก็ลืมไปเหมือนกัน พอมาช่วงหนึ่งคนลืมๆเรื่องนั้นกันไป แล้วมีข่าวซุปเปอร์สตาร์เมืองนอกเมืองไทยบอกใส่กันแล้วดีอย่างโน้นอย่างนี้ ตอนที่ข้ารู้ก็ลูกน้องมาบอกตอนนับ Stock ว่าเรามีอันนี้อยู่เยอะเลยนะ ตอนนี้ราคาดีด้วย จะเอาออกมาวางขายหรือเปล่า ก็เลยเอามาขายนี่แหละ ผีพนันบอกว่า แบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในตลาดหุ้นเลย ร่วงแล้วร่วงเลยยากที่จะกลับคืน คนขยันตอบว่า ไม่จริงหรอก เท่าที่ข้ารู้ หุ้นบางตัวเคยราคาตกลงไปกว่า 80% แต่ปัจจุบันกลับมีราคาสูงขึ้นมากกว่า 500% แต่ที่ผีพนันไม่เห็นเพราะพอราคาตกลงถึงจุดหนึง ผีพนันก็ Cutloss หรืออดทนไม่ยอม Cutloss ได้แค่จุดหนึ่งเท่านั้น ซึ่งยิ่งทำให้ขาดทุนมากขึ้นไปอีกด้วย แถมเท่าที่สังเกตวิธีการสั่งซื้อขายของผีพนันดู พอราคามันย้อนกลับมาเลยทุนที่ลงไว้ ผีพนันก็มักจะบอกขายเพราะเห็นว่าได้กำไรเล็กๆน้อยๆแล้ว แต่เวลาที่เสียในช่วงอดทนไม่ยอม Cutloss กับเวลาที่รอในช่วงที่น่าจะปล่อยให้ราคาหุ้นสูงขึ้นไปเรื่อยๆ กับต่างกันลิบลับ ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นนะหรือ เพราะคนเรามักยึดติดกับความถูกผิด ความเก่ง ความไม่เก่ง หากว่าซื้อหุ้นแล้วลง ถ้า Cutloss ได้ทัน แล้วหุ้นมันลงต่อ ก็มักมาบอกกันว่า ข้าเก่ง Cutloss ได้ทัน เห็นไหมราคามันร่วงจากที่ Cutloss ไปอีกเท่าไร เดี๋ยวพอราคามันต่ำๆกว่าเดิมมากๆข้าจะกลับเข้าไปซื้อ แล้วก็รอจนบางทีก็พลาดโอกาสรับซื้อคืนที่ราคาต่ำ หรือในบางครั้งก็ Cutloss ไม่ทัน เลยต้องอดทนรอ พอราคาสูงกว่าเดิมได้นิดหน่อย ก็รีบขายทิ้งเพราะจะได้เอาไปคุยว่ากำไรแล้ว ทั้งๆที่บางทีก็ขายหมู ผีพนันก็เสริมว่า บางทีไม่ได้ลืมนะ แต่ไม่มีเงินซื้อตอนราคามันต่ำๆ พอ Cutloss เสร็จก็เอาไปซื้อตัวอื่นๆที่คิดว่ามันลงมามากแล้ว พอตัวที่ Cutloss ไปราคาต่ำลงไปอีก ก็ไม่มีเงินเหลือซื้อ (ตรงนี้เป็นเหตุผลที่ 2 ที่สนับสนุน กลยุทธ์ที่ 8 นะครับ ขีดเส้นใต้ไว้ด้วยครับ) คนขยันก็บอก ก็เหมือนกับซื้อของเข้าร้านในนั้นแหละบางที่เห็นโรงงานผลิตสินค้าบางอย่าง เขาจัดโปรโ
มชั่นลดราคาเป็นพิเศษให้กับร้านค้าแต่ต้องซื้อเป็นจำนวนมาก บางครั้งข้าก็เอาเงินไปซื้อจนเกือบหมดทุนเหมือนกัน พอโรงงานอื่นเขาลดราคาถูกกว่าบางทีข้าก็หมดเงินไปซื้อของเหมือนกัน แต่มันเป็นประสบการณ์ที่นานมาแล้วนะตอนนี้ไม่มีทางได้กินข้าแล้ว เหตุการณ์แบบนี้นะ

พอผีพนันฟังตัวอย่างที่สองจบ ก็นึกเปรียบเทียบกับการซื้อขายหุ้นดู ก็พอจะเข้าใจพ่อค้ามากขึ้นว่า ไม่แตกต่างอะไรกับตนนัก หากโลภมาก ซื้อของที่คิดว่าจะกำไรแน่ๆไว้มากๆ (เก็งกำไร) บางทีก็ต้องนั่งเสียใจเหมือนกัน ไม่ต่างอะไรกับคนในตลาดเท่าใดนัก แล้วก็พูดกับคนขยันว่า ข้าเห็นเอ็งเอาแต่ทำมาค้าขาย ที่แท้ก็มีเก็งกำไรเหมือนนักพนันเหมือนกันนี่ แต่เอ็งก็ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ มันต้องมีอะไรที่แตกต่างกันกับการลงทุนในตลาดบ้างสิ ลองคุยให้ฟังบ้างสิ คนขยันก็ตอบว่า จริงๆแล้วไม่มีอะไรต่างกัน แต่คนพยายามมองให้มันต่างกันด้วยเหตุปัจจัยสนับสนุนสำหรับโต้วาทีกัน ปัญหาอยู่ที่ว่า คนที่เข้าไปในตลาดหุ้นมักมองตลาดหุ้นเป็นที่ที่จะทำให้ตนร่ำรวยได้อย่างรวด เร็ว หลายๆคนที่พร่ำบอกคนอื่นๆว่าตนเองเป็นนักลงทุน ลองไปถามเขาดูสิ เขาคาดหวังว่าเขาจะได้กำไรจากตลาดหุ้นเป็นกอบเป็นกำในช่วงระยะเวลาเท่าใด แต่พอมองการค้าขายกลับมองว่าจะทำให้ร่ำรวยได้อย่างช้าๆไม่ทันใจ เอ็งลองนึกดูดีๆ ร้านแรกที่ข้าเปิดขายของข้าใช้เวลากี่ปีถึงจะเปิดร้านที่สอง แล้วอีกกี่ปีข้าถึงเปิดร้านที่ 3 4 5 ไปเรื่อยๆ ผีพนันตอบว่า ร้านแรกๆข้าเห็นเองล้มลุกคลุกคลานอยู่นานเหมือนกันนี่หว่า แต่พอถึงร้านหลังๆเห็นเปิดเอาๆเป็นว่าเล่นเลย คนขยันก็พูดต่อ ก็นั่นแหละ นักลงทุนในตลาดหุ้นก็เหมือนกันแหละ หากจะลงทุนแบบค้าขายเหมือนข้า เวลาลงทุนในตอนแรกๆก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆหาความรู้ ค่อยๆขยายทุนของตนขึ้นไป ไม่ใช่เอาไปเสี่ยงหมด ถ้าไม่มีทุนเหลืออยู่จะมีโอกาสลงทุนต่อหรือ ดังนั้นไม่ว่าจะลงทุนทำอะไร ข้อสำคัญต้องไม่ให้เงินทุนหมด เคล็ดลับนี้ข้าใช้มาตั้งแต่ได้คิดจากสบู่นั่นแหละ เอาเป็นว่าถ้าทำตามที่ข้าบอก เอ็งก็รวยได้อย่างข้า เผลอๆจะรวยกว่าด้วยซ้ำ เพราะข้าต้องยุ่งกับธุรกิจของข้า แต่ต้องท่องจำให้มั่นว่า "จะไม่ลงทุนเกินกึ่งหนึ่งของเงินทุนที่มีอยู่เสมอ" หากมีเหตุจำเป็นใดที่ต้องลงทุนมากกว่ากึ่งหนึ่ง ต้องหาทางทำให้เงินทุนคืนกลับมากึ่งหนึ่งให้จงได้ จริงๆข้าก็อยากลงทุนในตลาดหุ้นอย่างเต็มที่เหมือนกันนะ แต่จะให้ข้าทิ้งลูกน้อง เลิกกิจการ แล้วลงทุนในตลาดอย่างเดียวข้าคงทำไม่ได้วะ แต่เอ็งมีเวลามากมายกว่าข้าในการเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้น และเมื่อวันหนึ่งเอ็งประสพความสำเร็จจากการลงทุนในตลาด วันนั้นก็จะเป็นวันที่ข้าประสพความสำเร็จด้วยเช่นกัน 5555 ผีพนันฟังเพื่อนด้วยความรักและศรัทธาในน้ำใจไมตรีของเพื่อนและปฏิบัติตามคำ แนะนำของค
นขยันเป็นเวลาเรื่อยมา จนเวลาผ่านไปหลายๆปี ซึ่งหลังจากผีพนันลงทุนตามคำแนะนำของคนขยันไปได้สามสี่ปี พอคนขยันมั่นใจว่า ผีพนัน คนเดิมได้เปลี่ยนไปเป็น พ่อค้าตลาดหุ้นแล้ว คนขยันก็ปล่อยให้ พ่อค้าตลาดหุ้นคนนั้น ลงทุนและตัดสินใจด้วยตัวเอง ซึ่งพ่อค้าตลาดหุ้น ก็สามารถเอาตัวรอดในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤติ ที่ทำให้หลายๆคนต้องผิดหวังและช้ำใจ ในเวลาผ่านมา ที่ทั้งสองต่างก็วุ่นวายในการค้าขายของตน(แต่คนละตลาด) ต่างฝ่ายก็ไม่ค่อยได้คุยกันมากนัก จะมีบ้างก็เป็นช่วงที่ทั้งสองมีวันหยุดตรงกัน ต่างก็พาครอบครัวของตนไปเที่ยวด้วยกัน ก็ได้มีสิ่งที่ทั้งสองคนพูดคุยกันมากมาย

ต่อตอนสี่ครับ
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=supphanat&month=06-2010&date=12&group=2&gblog=20



Create Date : 12 มิถุนายน 2553
Last Update : 12 มิถุนายน 2553 22:23:14 น. 1 comments
Counter : 266 Pageviews.

 


โดย: น้องนู๋ GaZib วันที่: 14 กันยายน 2553 เวลา:16:07:47 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ษุภณัฏฐ์
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




Friends' blogs
[Add ษุภณัฏฐ์'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.