Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2549
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
8 กรกฏาคม 2549
 
All Blogs
 

เดือนแรก กับเหตุการณ์ที่พลิกผัน

ผมกับแฟนได้แต่งงานกันมาปีกว่าแล้ว แฟนผมเป็นโรคหัวใจรั่วแต่กำเนิด เค้ารักษาอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏตั้งแต่เด็กๆ ตอนที่เราจะแต่งงานกันเมื่อปีที่แล้ว หมอโรคหัวใจบอกว่าอย่าเพิ่งมีลูกนะ ให้รอผ่าตัดก่อนแล้วค่อยมีลูก และหมอได้นัดผ่าตัดหัวใจ วันที่ 2 เดือนพฤษภาคม ปีนี้
ช่วงก่อนหมอจะนัดผ่าตัดหัวใจเราก็คุมมาเรื่อยๆจน ใกล้วันที่จะผ่าตัดหัวใจ ทางโรงพยาบาลพระมงกุฏได้เรียกมาคุยกับหมอผ่าตัดอีกทีนึง หมอเค้าถามว่า “อยากมีลูกไหม” เราก็บอกว่า “อยากมี” หมอก็บอกว่า “ถ้าอยากมีลูกให้มีก่อนเลย เพราะหมอดูแล้วรูที่หัวใจมันไม่ใหญ่มาก ยังพอมีลูกได้ แต่พยายามรีบมีนะ เพราะหมอไม่รู้เหมือนกันว่าปีหน้าจะมีได้รึเปล่า ถ้ารูที่หัวใจมันโตขึ้นกว่าเดิม แต่ตอนนี้หมอคิดว่าไม่มีปัญหา” จากนั้นเราก็ไปคุยกับหมอโรคหัวใจเรื่องการจะมีลูก หมอโรคหัวใจบอกว่า “ถ้ามีน้องแล้วหมอต้องขอตรวจละเอียดหน่อยนะ เพราะโรคนี้มันเป็นกรรมพันธุ์ หมอจะต้องเช็คเด็กอย่างละเอียด และถ้าท้องขึ้นมาหมออยากให้ฝากท้องที่นี่เพราะจะได้มีการประสานงานกันระหว่างหมอโรคหัวใจกับหมอสูติที่นี่”
หลังจากวันนั้นเราก็เลิกคุม และปรากฏว่าเมื่อเดือนที่แล้วประจำเดือนแฟนผมไม่มา เราก็ไปซื้อที่ตรวจการตั้งครรภ์มา ปรากฏว่าผลออกมาว่าไม่ท้อง รอไปอีกสักอาทิตย์ประจำเดือนแฟนผมก็ยังไม่มา ไปซื้อที่ตรวจครรภ์อันที่เค้าว่าชัวร์ 99 เปอร์เซ็นต์ ผลก็ออกมาเหมือนเดิมคือไม่ท้องแต่ผมสังเกตแฟนผมมีอาการคล้ายคนแพ้ท้องมาก เช่น เหม็นกลิ่นที่ไม่น่าจะเหม็น หิวข้าวบ่อยมาก และคลื่นไส้
วันรุ่งขึ้นแฟนผมบอกปวดหัวมาก มึนๆเวียนศรีษะไปทำงานไม่ไหวเลยไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่เป็นโรงพยาบาลประจำของบ้านผม หลังจากหมอตรวจหมอก็บอกว่า แฟนผมท้องได้เดือนครึ่งแล้ว ผมดีใจมาก เพราะเราอยากมีลูกและต้องลุ้นให้มีในปีนี้ด้วย หลังจากนั้นเราก็ไปพบหมอสูติ ซึ่งหมอสูติคนนี้เค้าเป็นคนทำคลอดให้กับหลานทุกคนในบ้านผมและเป็นหมอที่เก่งมากๆเรียกว่าเป็นหมอสูติมือหนึ่งของโรงพยาบาลเลยก็ว่าได้ หมอเค้าก็ให้คำแนะนำว่าต้องทำอะไรยังไงบ้าง พอรู้ว่าท้องแฟนผมก็กังวลนิดหน่อยเพราะตอนที่เช็คด้วยที่ตรวจการตั้งครรภ์แล้วผลบอกว่าไม่ท้อง ทำให้เราดูพลุที่จุดฉลองงานในหลวงครองราชย์ครบ 60 ปี ที่สวนเบญจสิริ และที่เมืองทอง ซึ่งคนเยอะมากทั้ง 2 งานและต้องเดินไกลมาก ซึ่งหมอบอกว่าอย่าเดินมากแต่ก็เดินไปเยอะแล้วก่อนที่จะรู้ตัวว่าท้อง แถมก่อนหน้านั้น 2 วันเพิ่งไปปั่นจักรยานมา เลยทำให้แฟนผมกลัวว่าลูกจะเป็นอะไรรึเปล่า
พอรู้ว่าท้องเราก็ทำตามที่คุณหมอที่โรงพยาบาลเอกชนแนะนำ และไปฝากท้องที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 30 มิถุนายน ตอนเย็นแฟนผมเค้าเห็นมีคราบเลือดติดที่กางเกงในเป็นดวงเล็กๆ เค้าก็กลัวว่าจะเป็นอะไร ผมก็ปลอบใจว่าไม่ใช่เลือดหรอก คงเป็นตกขาวนะแหละ และสัก2ทุ่ม ก็มีคราบคล้ายเลือดออกมาเปื้อนกางเกงในอีกคราวนี้เยอะกว่าตอนเย็นอีก แฟนผมก็ใจเสีย จะไปหาหมอที่โรงพยาบาลไหนก็ไม่มีหมอสูติ โทรไปที่โรงพยาบาลเอกชนที่ตรวจว่าแฟนผมท้อง เค้าก็บอกว่าหมอจะมาตอนเช้า 9 โมง สักพักเมื่ออยู่ในห้องกัน 2 คนแฟนผมก็ร้องไห้ออกมาแล้วบอกว่า “อยากให้เค้าอยู่กับเรา ไม่อยากให้เค้าไปไหน” ผมได้แต่ปลอบแฟนผมว่า “ไม่เป็นไร เค้ายังอยู่กับเรานะ เค้าไม่ไปไหนหรอก” แต่หลังจากที่มีคราบเลือดออกมาตอน 2 ทุ่มแล้วหลังจากนั้นก็ไม่มีคราบอะไรออกมาอีก ผมก็บอกแฟนว่า “ไม่เป็นไรหรอก เห็นไหมไม่มีอะไรแล้ว” แฟนผมถึงนอนหลับได้
ตอนเช้าก็มีคราบเลือดออกมาอีก เราก็คิดกันว่าจะไปหาหมอที่ไหนดี ที่โรงบาลพระมงกุฏหรือโรงบาลเอกชนหาหมอสูติที่เราคุยด้วยดี เราก็ตื่นเต้นและกังวลอยากรู้ว่าเป็นอะไรเลยตัดสินใจไปที่โรงบาลเอกชนเพราะกลัวว่าไปโรงพยาบาลพระมงกุฏแล้วจะไม่มีหมอสูติเนื่องจากเป็นวันเสาร์ ไปหาหมอคนที่คุยกับเราในครั้งแรก หมอเค้าก็ให้ไปอุลตร้าซาวด์ พอไปอุลตร้าซาวด์ หมอที่คุมเครื่องอุลตร้าซาวด์บอกว่า เค้ามองไม่เห็นตัวเด็ก มันมีแต่ถุงแต่ในถุงไม่มีตัวอ่อนแล้ว สรุปง่ายๆคือ หมอบอกว่าแท้งไปแล้ว
ชั่วโมงนั้นผมรู้สึกเหมือนความหวัง ความฝัน อะไรหลายๆอย่างมันหลุดลอยไปคำพูดของหมอ ผมพยายามแข็งใจกลั้นน้ำตาไว้ ไม่ให้ไหล เพราะไม่อยากให้แฟนผมเสียใจมาก แต่ในหัวมันเวิ้งว้างไปหมด กลับมาหาหมอสูติพร้อมกับฟิลมอุลตร้าซาวด์ หมอสูติก็บอกว่า ในถุงมันไม่มีตัวอ่อนอยู่ เพราะมีอะไรบางอย่างทำให้ เซลล์มันไม่แตกตัว เป็นท้องลม และการตั้งครรภ์ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ดังนั้นอาจต้องขูดมดลูกเพื่อเอาของเสียในนั้นออก ถ้ามันไม่หลุดออกมาเอง และหมอบอกว่าอยากจะขูดมดลูกวันไหนก็ให้มา แฟนผมถามพยาบาลว่า ค่าใช้จ่ายในการขูดมดลูกเท่าไหร่ พยาบาลบอกว่าประมาณ “หมื่น ถึง 2 หมื่น”
ตอนนั่งแท็กซี่กลับมาบ้านผมกับแฟนก็พยายามปลอบใจกันและกัน แต่สุดท้ายมันก็มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา ผมคิดมาตลอดทางว่า ทำไมเวลาแห่งความสุข ของการจะได้เป็นพ่อคนมันช่างสั้นนัก
กลับมาบ้านทุกคนในบ้านรู้ข่าวก็พยายามปลอบผมและแฟน เราก็พยายามทำใจ ตอนที่อยู่ในห้องกับแฟน2 คน แฟนผมพยายามฝืนยิ้มและหันมาบอกผมว่า “ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวเราค่อยมีกันใหม่นะ” พอแฟนผมพูดจบน้ำตาเค้าก็ไหลมาเป็นทางโดยที่หน้าเค้ายังพยายามยิ้มเพื่อปลอบใจผม แต่สุดท้ายมันก็ทนไม่ได้จริงๆ เราได้แต่กอดกันและร้องไห้ไปพร้อมๆกัน วันนั้นสภาพจิตใจของเราแย่มาก ถึงพยายามทำใจอย่างไร ปลอบใจตัวเองอย่างไร แต่เมื่อหวนคิดถึงเค้าน้ำตามันก็จะไหลออกมาให้ได้ และวันนี้มันทำให้ผมรู้ว่า แฟนผมเป็นคนที่เข้มแข็งมาก เค้าร้องไห้น้อยกว่าผมและกลายเป็นคนที่บอกผมว่าอย่าร้องไห้ไปเสียอีก ทั้งๆที่ผมรู้ว่าเค้ารักลูกของเราคนนี้แค่ไหน และวันนี้เค้าก็ได้รู้ว่าผมรักเค้ามากแค่ไหน
จากนั้นเรามาคุยกันเรื่องขูดมดลูก แฟนผมไม่อยากขูดเพราะกลัวเจ็บและการเป็นโรคหัวใจรั่วทำให้มีภาวะเสี่ยงต่อการที่จะติดเชื้อได้ง่ายจากการขูดมดลูก เลยตัดสินใจว่าจะไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฏคุยกับหมอสูติที่โรงพยาบาลพระมงกุฏดูก่อน พอเข้าไปดูในเวปโรงพยาบาลพระมงกุฏเห็นค่าขูดมดลูกแค่ 1000 บาท จึงตัดสินใจจะไปหาหมอที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเพื่อปรึกษาเรื่องขูดมดลูก หลังจากปรึกษากับครอบครัว เค้าบอกให้ลองกินยาขับน้ำคาวปลาดู เผื่อเลือดเสียมันจะออกมาจะได้ไม่ต้องขูดมดลูก ไปปรึกษากับเภสัชแถวบ้านเค้าก็ให้ยาขับน้ำคาวปลา แม่เลื่อน มา 1 ขวด ตอนกลางคืนแฟนผมก็กินไป 1 ช้อน
รุ่งเช้าวันอาทิตย์ แฟนผมก็ท้องเสีย ถ่ายทั้งวัน แต่ก็ไม่มีเลือดออกมา วันนี้เราก็ทำใจกันได้ เริ่มรู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย และยิ่งได้ไปคุยกับเพื่อนสนิทที่เค้ามีประสบการณ์แท้งลูก และเค้าก็อยากมีลูกมาก ทำให้รู้สึกเห็นใจซึ่งกันและกัน และเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สึกดีขึ้น ตอนกลางคืนแฟนผมบอกว่าทำไมเค้ายังมีอาการแบบคนท้องอยู่อีก เช่นรู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน และ เต้านมยังเจ็บอยู่ และแฟนผมบอกว่าไม่อยากกินยาขับอีกแล้ว มันเหมือนจะเป็นยาถ่ายมากกว่า แต่เค้าก็ไม่อยากให้ของเสียอย่างที่หมอบอกค้างอยู่ในตัวเลยกินยาขับไปอีกครึ่งช้อน ก่อนนอน กินเสร็จก็เข้าห้องน้ำถ่ายอีก 1 รอบ แต่ก็ไม่มีเลือดออกมา
วันจันทร์เราไปที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเพื่อคุยกับหมอสูติว่าเราไปพบหมอสูติที่โรงบาลเอกชนมาเค้าบอกว่าลูกเราหลุดไปแล้ว หมอที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ ก็บอกว่า “ทำไมไม่มาที่นี่ตอนที่เลือดออก” แฟนผมตอบไปว่า “เห็นว่ามันเป็นวันเสาร์กลัวจะไม่มีหมอสูติ” หมอตอบกลับมาว่า “แล้วถ้าคนจะคลอดวันเสาร์นี่ต้องรอหมอมาวันจันทร์รึไง เดี๋ยวนี้เค้ามีหมอทุกวันแล้ว” พอเล่าเรื่องทั้งหมดให้หมอฟัง หมอก็ตรวจภายในแฟนผม และบอกให้ตรวจปัสสาวะ โดยที่ไม่สนใจฟิล์มอุลตร้าซาวด์ ที่โรงพยาบาลเอกชนเลย ผลตรวจปัสสาวะออกมาเป็นบวก แสดงว่าแฟนผมตั้งครรภ์อยู่ หมอเลยบอกให้กลับมาอุลตร้าซาวด์ที่นี่อีกทีตอน 4 โมงเย็น
ตอนที่ผลปัสสะวะออกมาว่าแฟนผมยังตั้งครรภ์ ผมพยายามคิดอย่างเข้าข้างตัวเองที่สุดว่า เอ หรือว่าเราจะมีลูกแฝดแล้วหลุดไปคนเหลืออีกหนึ่งคน พอพูดกับแฟนผม แฟนผมบอกว่า คงเป็นเพราะยังมีฮอร์โมนที่หลงเหลืออยู่ในถุงที่ไม่มีตัวอ่อน และก็ปลอบผมว่า “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพอร่างกายเข้าที่แล้วเราค่อยมีน้องกันใหม่นะ” หลังจากนั้นผมก็พยายามไม่คิดเข้าข้างตัวเองอีก
4 โมงเย็นมาอุลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ ผมนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ สักพักพยาบาลเค้าเรียกผมเข้าไปในห้อง เมื่อผมเข้าไปผมก็พบว่า “ในจอภาพมีตัวอ่อนของเด็กอยู่ในมดลูกแฟนผม” ผมไม่อยากจะเชื่อกับภาพที่เห็น ผมได้เห็นเค้ายังอยู่กับเรา เห็นหัวใจเค้าเต้นเป็นจังหวะ ได้ยินเสียงหัวใจเค้าเต้น เห็นแฟนผมนอนยิ้มอยู่บนเตียง ความรู้สึกตอนนั้นมันบอกไม่ถูก มันเหมือนกับมีปาฏิหารย์ที่ผมไม่คิดไม่หวังว่าจะมี และแล้วน้ำตาผมก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว หลังจากนั้นหมอก็อธิบายให้ฟังว่า สาเหตุที่หมออุลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลเอกชนเค้ามองไม่เห็นเด็กเพราะว่าเค้าอุลตร้าซาวด์หน้าท้อง ซึ่งเด็กตัวเล็กมาก มองยังไงก็ไม่เห็น และหมอดูในรายงานที่หมอสูติโรงพยาบาลเอกชนเขียนมาบอกว่า อายุครรภ์ 8 สัปดาห์ แต่อายุครรภ์จริงๆตามที่เครื่องอุลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลพระมงกุฏ ตีออกมาคือ 7 สับดาห์ ทำให้หมออุลตร้าซาวด์ที่โรงพยาบาลเอกชนคิดว่า 8 สัปดาห์จะต้องเห็นตัวแล้ว พออุลตร้าซาวด์ไม่เห็นจึงบอกว่าไม่เห็นตัวเด็ก ส่วนที่หมอเห็นตัวเด็กเพราะว่าหมออุลตร้าซาวด์ทางช่องคลอดซึ่งจะเห็นตัวเด็กชัดเจน และหมอโรงพยาบาลพระมงกุฏเค้าพูดดีมาก หมอบอกว่า “อย่าไปว่าหมอที่เค้ามองไม่เห็นตัวเด็กนะ เพราะเค้าไม่ใช่หมอสูติ เค้าเป็นหมออุลตร้าซาวด์ เค้าทำถูกแล้ว เค้ามองไม่เห็น เค้าก็ต้องแทงไปว่ามองไม่เห็น และเขียนรายงานไปให้หมอสูติตามนั้น เมื่อหมอสูติได้รับรายงานเค้าก็ต้องสรุปแบบนั้น อย่าไปว่าอะไรเค้าเลยนะ”
พอได้ยินที่หมอพูดออกมาผมก็นึกถึงที่แฟนผมกินยาขับไปจะมีผลอะไรไหม หมอก็บอกว่า “ถ้ากินแค่นั้นก็ไม่เป็นไรหรอก ส่วนที่มีคราบเลือดออกมานั่นคือ “ภาวะแท้งคุกคาม” ถ้าไม่มีเลือดแล้วก็ไม่เป็นไร เท่าที่หมอดูมดลูก ก็ยังดีอยู่ยังไม่มีอะไร ทารกในครรภ์ก็ดูสัดส่วนดี สมบูรณ์ แต่ตัวเล็กไปหน่อย แต่ก็ไม่เป็นไร ” และหมอก็บอกว่า “แฟนผมต้องฝากท้องที่นี่และอยู่ในกลุ่มที่มีภาวะเสี่ยงเพราะเป็นโรคหัวใจด้วย และมีภาวะแท้งคุกคาม แต่ถ้าผ่าน 3 เดือนไปแล้วก็ไม่เป็นไร” พอหมอพูดจบผมรู้สึกเหมือนว่า ได้ขึ้นสวรรค์หลังจากที่รู้สึกเหมือนตกอยู่ในนรกมา 3 วัน ผมได้ลูกกลับคืนมาหลังจากที่คิดว่าเค้าจากเราไปแล้ว คิดว่าเราไม่มีบุญที่จะเจอเค้า มันเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถบรรยายได้ สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตอย่างหนึ่งไป แล้วได้กลับมาอย่างที่ไม่คาดคิด และแล้วผมก็เสียน้ำตาอีกจนได้ แต่คราวนี้มันเป็นน้ำตาแห่งความปลื้มปิติ และยินดี
ตั้งแต่นี้ผมและแฟนจะดูแลเค้าให้ดีที่สุด เพราะผมรู้แล้วว่า เค้าคือสิ่งมีค่าที่ฟ้าประทานมาให้เราจริงๆ
สำหรับการที่ผมเขียนเรื่องนี้นั้นผมมีเจตนาเพื่อที่จะเป็นข้อเตือนใจให้กับคนที่คิดว่าตัวเองแท้งลูกไปแล้ว อยากให้อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ ถึงแม้ว่าหมอสูติคนที่บอกนั้นจะเก่งและน่าเชื่อถือมากแค่ไหนก็ตามให้ลองไปตรวจที่อื่นดูก่อน คุณอาจจะพบปาฏิหารย์อย่างเราก็ได้ เพราะผมรู้ซึ้งดีว่าความรู้สึกของการที่สูญเสียลูกไปนั้นเป็นอย่างไร ผมจึงไม่อยากให้กรณีนี้เกิดขึ้นกับใครอีก

ปล.กรุณาอย่าถามชื่อโรงพยาบาลเอกชนและชื่อหมอสูติคนนั้นนะครับ เพราะแฟนผมบอกว่าหมอคนนั้นเค้าก็ดีกับแฟนผมมาก ไม่อยากทำให้หมอเค้าเสียชื่อเสียง ไม่อยากให้เค้ามีปัญหา แค่เราได้ลูกเรากลับมาเราก็ดีใจและมีความสุขกันมากแล้ว เราอย่าไปสร้างปัญหาหรือสร้างทุกข์ให้หมอเค้าเลย อย่างน้อยก็เพื่อลูกของเราจะได้ไม่สร้างเวรสร้างกรรมกับใคร อยากให้เค้าได้รับแต่สิ่งดีๆที่พ่อและแม่จะมอบให้กับเค้าเท่านั้น




 

Create Date : 08 กรกฎาคม 2549
10 comments
Last Update : 8 กรกฎาคม 2549 8:41:36 น.
Counter : 3913 Pageviews.

 

จริงๆแล้ว ตรวจหลายๆที่ ที่เป็น รพ. รัฐใหญ่ๆ ก็ดีค่ะ เพราะคุณหมอก็มากไปด้วยประสบการณ์ วันๆ นึงที่รับตรวจ คนก็มาก ไม่เหมือน รพ. เอกชน ในความคิดของฉันนะคะ เพราะตัวเองก็เคยเจอปัญหาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน ที่จุฬาเค้าเก่งมากค่ะ ผ่าตัดเนื้องอกรังไข่ ทั้งๆที่ คนไข้มีอายุครรภ์ได้ 2 เดือนเอง แต่เด็กออกมาก็ไม่เป็นอะไรเลยค่ะ ทุกวันนี้เด็กก็ 6 ขวบแล้ว เค้าท่าทางจะฉลาดนะคะ ฉันก็เฝ้าติดตามอยู่เหมือนกัน ว่าเค้าจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่า แต่ก็แข็งแรงดีค่ะ นับว่า เป็นเรื่องที่เหมือนกับเป็นสิ่งมหัศจรรย์มากๆเลยนะ สำหรับชีวิตใหม่ ที่รอวันได้กำเนิดมาเป็น1 ในมนุษยชาติ ดีใจด้วยนะคะ คุณจะได้เป็นคุณพ่อแล้ว สู้ๆค่ะ ^^

 

โดย: hypnosis 8 กรกฎาคม 2549 9:46:38 น.  

 

 

โดย: somnumberone 15 กรกฎาคม 2549 5:45:36 น.  

 

Happy Birthday ค่ะ ขอให้มีความสุขมากขึ้น ๆ ทุกวันเลย

 

โดย: Susie 16 กรกฎาคม 2549 21:47:26 น.  

 

ยาวมาก แต่อ่านจบ ค่ะ

ดีใจด้วยที่เด็กปลอดภัยนะคะ

แล้วก็สุขสันต์วันเกิดย้อนหลัง นะคะ

มีความสุขมาก ๆ

 

โดย: varissaporn327 19 กรกฎาคม 2549 9:10:27 น.  

 

ไม่ได้เจอหน้ากันตั้งนานครับ...

ผมอ่านจนจบเลยครับ ดีใจด้วยนะครับกับลูกคนแรก มันเหมือนฟ้าหลังฝนเลยครับกับเรื่องที่คุณเล่ามา ผมว่า มันคือความสุขที่สุดในโลกอย่างนึงเลย ขอให้ลูกคุณสุขภาพแข็งแรงและสมบูรณ์นะครับ

อ้อ มาสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังด้วยครับ

 

โดย: เข้ามาทักทายกันหน่อย (ตี๋หล่อมีเสน่ห์ ) 26 กรกฎาคม 2549 18:40:38 น.  

 

ขอบคุณครับทุกคนที่เข้ามาเยื่ยมบล็อค

 

โดย: Supermanjang (Supermanjang ) 3 สิงหาคม 2549 8:57:09 น.  

 

ดีใจกับคุณพ่อด้วยนะคะ เอารูปลูกมาโชว์มั่งสิ อยากเห็นน้องจัง

 

โดย: zoom_dhoom 21 พฤษภาคม 2551 15:05:20 น.  

 

ฝากกับคุณหมออะไรค่ะ

ตอนนี้ท้อง และคิดว่าจะไปพระมงกุฏ เหมือนกัน ค่ะ

ตกลงเสาร์อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษื มีหมอสูติ แน่นอน นะค่ะ แล้วเวลากลางคืน หล่ะค่ะ มีเหมือนกันหรือเปล่า

ตอบกลับ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

โดย: ck_lin 8 กุมภาพันธ์ 2553 16:32:30 น.  

 

ขอบคุณสำหรับ ข้อมูล ดีครับ^^


Samsung Galaxy Tab Black Friday
Black Friday Vizio TV

 

โดย: fernseher 14 กันยายน 2554 1:56:28 น.  

 

 

โดย: เฮียตี๋น้อย 18 ตุลาคม 2554 1:35:47 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


Supermanjang
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add Supermanjang's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.