บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ บันได 1,749 ขั้น ที่ดอยขะม้อ ...
ทริปนี้พาเที่ยวใกล้ๆ ไปไหว้พระ ชมบ่อน้ำศักดิ์ ที่ดอยขะม้อกัน ...

ชื่อดอยขะม้อ ฟังตอนแรกก้ว่า แปลกๆ จนได้ไปถามภูมินาม คนดูแลวัดนั่นละ จึงได้ความว่า มาจากลักษณะของดอยแห่งนี้คล้ายหม้อคว่ำ ... ดอยคว่ำหม้อ ... จนเพี้ยนเป็น ดอยขะม้อ ในที่สุด



บริเวณเชิงดอยขะม้อเป็นสำนักสงฆ์ สถานปฎิบัติธรรม มีพระพุทธรูปปูนปั้นโดยรอบ













นอกจากนี้หากต้องการจะเดินขึ้นไปชมบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์บนยอดดอยจะต้องเดินขึ้นบันได 1,749 ขั้น สูงกว่าบันไดขึ้นดอยสุเทพ 6 เท่า



ในอดีตการขึ้นดอยขะม้อต้องเดินขึ้นเขาสูงชัน จึงได้มีการสร้างบันไดขึ้นไปจนถึงยอดดอยเมื่อปี 2530



ระหว่างทางขึ้นเจอกับลุง-ป้า สองคน กำลังจูงมือกันเดินลงมา ...

"มาคนเดียวกะ หล้า ... หยัง บ่พา คู่มาตวย ??"

"มาคนเดียวนะดีละ จะได้บ่ต้องมาชักกั๋นลงจากดอยแบบลุง"

อะ ... ยังไม่ทันจะตอบ ... พ่อลุงพูดแทรกขึ้นซะงั้น



ว่าแล้วเดินไปต่อดีกว่า ... ระหว่างทางก้จะมีศาลาให้พัก อยู่เป็นระยะๆ



และเมื่อมองเข้าไปในศาลาจะพบกับอักษร และ ภาพเขียนมากมาย ที่ผู้มาเยือนฝากไว้



บันไดทางขึ้นดอยจะแบ่งได้ 2ช่วง ช่วงแรกประมาณ 1,000 ขั้นจะเดินขึ้นชันตลอด จากนั้นจะเป็นทางลาดเดินสบายๆสัก 200 ม. ส่วนที่หนักจริงๆคือ 400 ขั้นสุดท้ายก่อนถึงยอดดอยซึ่งจะชันที่สุด





หลังจากพักให้น้ำไปหลายอึก ... เกือบ 1ชม. ก้สามารถเดินขึ้นมาถึงยอดดอยขะม้อ เรียกได้ว่าแรงหมดสุดท้ายจริงๆกว่าจะขึ้นมาได้ (ไม่เชื่อต้องมาพิสูจน์ ว่าบันไดชันหน้าตั้งจริงๆ)



บนยอดดอยขะม้อนอกจากบ่อน้ำศักดิ์แล้วมีรอยพระพุทธบาทจำลอง สร้างไว้ในปี 2470



วิหาร ซึ่งมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ ที่น่าสนใจคือ มีสมุดเยี่ยมวางไว้ มีคนที่ได้ขึ้นมาที่นี่ เขียนคำอธิษฐานต่างๆไว้เป็นจำนวนมาก บางคนขึ้นมาแล้ว 3รอบ บางกลุ่มมาทุกอาทิคย์ ... ซึ่งหากมองผิวเผินแล้วสถานที่แห่งนี้ไม่น่าจะมีคนขึ้นมามากถึงขนาดนี้ แสดงถึงความศรัทธาต่อสถานที่แห่งนี้อย่างแรงกล้า





เดินอ้อมไปชมด้านหลัง มีเจดีย์ที่พึ่งจะบูรณะไปสูงประมาณ 20ม.





ติดกับเจดีย์ก้พบบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ของดอยขะม้อ ภายในบริเวณล้อมรั้วห้ามผู้หญิงเข้า เชื่อกันว่าจะทำให้น้ำแห้งเหือดไป



ลักษณะเป็นโพรงหินแคบๆ กว้างประมาณ 3 ม. เป็นหลืบลึกมาก ในโพรงมีน้ำใสไหลซึมออกมา



นับแต่โบราณมีการตักน้ำจากบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ไปใช้ในการทรงน้ำพระธาตุหริภุญชัยในวันวิสาขบูชาของทุกปี และ น้ำจากบ่อแห่งนี้ในงามพระราชพิธีบรมราชาภิเษกตั้งรัชกาลที่ เป็นต้นมา โดยถือว่าน้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นหนึ่งในเจ็ดของน้ำศักดิ์สิทธิ์ต่างๆทั่วประเทศ



เดินดูรอบๆ ก้มีจุดชมวิวส์สวยๆ มองเห็นอ่างเก็บน้ำแม่ธิด้านล่าง ยามน้ำน้อย





มองไปมองมาไอแมงมุม Spider เยอะเหลือเกินเลยแอบถ่ายมาซะหน่อย




พักเหนื่อย ชมวิวส์ ถ่ายภาพ จนหนำใจแล้วก้ได้เวลาลาจาก และ ที่ขาดไม่ได้คือลงนามในสมุดเยี่ยม



ดอยขะม้อ : จากสี่แยกนิคมอุตสาหกรรมลำพูน ใช้เส้น 1147 ไปทาง อ.บ้านธิ ราว 4กม.เจอสามแยกแรกเลี้ยวขวา ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนถึงสี่แยกคลองชลประทาน ตรงไปอีก 1กม. ก้จะถึง ดอยขะม้อ (มีป้ายบอกทาง แต่เล็ก ต้องสังเกตดีๆ) ที่นี่ไม่ใช่สถานที่เที่ยวที่สวยงาม แบบดอยสุเทพ หรือ ดอยอินทนนท์ ... แต่ถ้าไปแล้วรับรองได้ว่าจะประทับใจ

..... ลากันด้วยภาพสุดท้าย จนกว่าจะพบกันใหม่ครับ



Create Date : 01 มิถุนายน 2551
Last Update : 10 ตุลาคม 2556 15:06:06 น.
Counter : 15868 Pageviews.

44 comments
  
สูงขนาด 1,749 ขั้น ลุงเขาก็คงหอบลิ้นห้อยเหมือนกันแหละครับ
โดย: เขาพนม วันที่: 1 มิถุนายน 2551 เวลา:21:44:53 น.
  
สูงดี น่าไป แล้ว อีก 10วันจะครบทุกวัดในประเทศ ไม่ถึงอะครับ ภาคใต้กับ ภาคอีสานไม่ ได้ไปเลย 555 ยังเรียนไม่จบครับเทอม นี้ก็ไปฝึกงาน อะครับ อิอิ ส่วนสาวๆfreshy สวยๆ จะเล็งดูนะครับ 555
โดย: boatboat วันที่: 2 มิถุนายน 2551 เวลา:10:40:25 น.
  
ไม่ยักรู้นะค๊ะว่า จะมีวัดที่น่าสนใจและ มีทางขึ้นโหด ๆ อย่างนี้ที่ลำพูนด้วย น่าไปจังเลย แต่คงต้องเช็ควันและเวลาก่อน อิอิ
โดย: nok Prai (NokpraiA ) วันที่: 2 มิถุนายน 2551 เวลา:13:20:17 น.
  
น่าไปเที่ยวจังน้อ
โดย: แมวเอิง วันที่: 4 มิถุนายน 2551 เวลา:10:54:02 น.
  
ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมตลาดน้ำดำเนินสะดวกครับ
โดย: Insignia_Museum วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:0:13:19 น.
  
รบกวนสอบถามนิดนึงนะครับ ท่าทาง จขบ.จะอยู่ระนอง

ที่ตัว เมือง ระนองมีรถมอร์ไซด์ หรือรถยนต์ ให้เช่าไหมครับ รบกวนตามไปตอบหน่อยนะครับ อาจจะไม่ได้เข้ามาตาม ...ขอบคุณครับ

ไม่เข้าใจประโยค ท่าทาง จขบ. จะอยู่ระนอง

ในตัวเมืองระนองที่รถเช่าแถวตลาด ถ้าไปแล้วถามใคร ๆ ก็รู้ทั้งนั้น
โดย: kk (cityxx ) วันที่: 7 มิถุนายน 2551 เวลา:22:33:51 น.
  

ธรรมชาติ บรรยากาศ ดีนะครับ


1749 ขั้น อยู่ใกล้ๆจะไปเดือนละครั้ง

ช่วงนี้กำลังเล็งๆเรื่องฝนอยู่ จะหาโอกาสไปเที่ยวแถวตากครับ
โดย: aeann IP: 58.9.20.67 วันที่: 10 มิถุนายน 2551 เวลา:16:12:37 น.
  
ตามมาจากบอร์ดของ คุณ ซิตี้อะครับ..ก็เลยแว้บบบ
เข้ามาทักทายกันอะครับ เห็นภาพถ่ายของคุณแล้ว
ทำให้อยาก ไปเที่ยวเมืองเหนือครับ..อยากไปที่สุดก้อ
ภูกระดึงอะครับ..สักวันหนึ่งจะต้องหาเวลาไปให้ได้....
ปล.ภาพ ถ่ายสวยมากครับ..สวัสดีครับ
โดย: ชื่อหวาน วันที่: 17 มิถุนายน 2551 เวลา:11:49:39 น.
  
หายไปไหนๆๆๆ

ไม่เหนมาอัพบลอคเลยอ่า...

รออยู่นะค๊า ^^"
โดย: นุ่น~ IP: 202.149.25.225 วันที่: 23 มิถุนายน 2551 เวลา:21:43:43 น.
  
ในรายการคลับ 7 ทางช่อง 7สี
ติดตามดูเรื่องราวของ เรา 2 คน
ได้ในรายการ CLUB7
เวลา 22.30 ของวันอังคารที่ 1 ก.ค. 08

ขอบคุณทุกๆคนและหวังว่าจะได้ติดตามชมนะครับ


อชิตะ
โดย: คนในฝัน วันที่: 30 มิถุนายน 2551 เวลา:16:48:57 น.
  
ไม่ได้มาตามไปเที่ยวเสียนาน วันนี้มาก็ชื่นใจมาก
เลยครับ อยากไปบ้างจริงๆ แต่คงต้องวางแผนดีๆ

ยังไงวันนี้ก็ต้องขออนุโมทนาที่ไปเก็บภาพมาแนะนำ
สถานที่ดีๆอย่างนี้ด้วยนะครับ... เขาว่าอนุโมทนาบุญ
ที่ผู้อื่นทำเนี่ย จะได้ผลบุญ 10% ด้วยนา... เก็บๆเอา
จากเพื่อนๆเนี่ยครับ ไม่ค่อยจะได้ทำเองจริงๆจังๆเลย

คงสบายดีนะครับ แล้วจะแวะมาอีก
โดย: หนูหล่อ IP: 124.120.223.225 วันที่: 2 กรกฎาคม 2551 เวลา:18:11:29 น.
  
สวัสดีค่ะ -*-Superbaker
------------------------------------
ก๊อก ๆ ๆ
จำศีลเหรอคะ อะคึ่ๆ

ปล. หมดหน้าฝนแล้วจะออกธุดงส์ เอ้ย! เที่ยวที่ไหนหนอ
โดย: สาวบ้านนอก ณ ขอนแก่น วันที่: 29 กรกฎาคม 2551 เวลา:11:34:15 น.
  
โห คนเราก็ช่างสร้างนะครับ อยู่สูงเทียมเมฆ ผมคงนั่งรออยู่ครึ่งทาง แหะๆ

มีจารึกคูรักด้วย
โดย: Derek วันที่: 31 กรกฎาคม 2551 เวลา:10:54:13 น.
  
เง้อออ ...ช่วงนี้งานเยอะ ไม่ได้ไปไหนเลยครับ เลยไม่ได้อัพบล๊อกเอารูปมาให้ดูอะ

โดย: -*-Superbaker วันที่: 2 สิงหาคม 2551 เวลา:18:30:52 น.
  







โดย: aeann วันที่: 13 สิงหาคม 2551 เวลา:17:37:57 น.
  
ตามมาเที่ยวด้วยคนครับ
โดย: คนขับช้า วันที่: 25 สิงหาคม 2551 เวลา:22:55:27 น.
  
เปิ้นเกยไปดูมาแล้ว ..ทางขึ้นสูงและยาวมากๆเลย ... ฝีมือการถ่ายภาพของเต๋อยังสวยเหมือนเดิมน้า
โดย: นุ้ย IP: 125.25.104.130 วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:13:35:43 น.
  
เกยไปมาแล้วขึ้นคันไดอิดขนาดเจ้า
โดย: ขนมหวาน IP: 118.172.129.7 วันที่: 20 ตุลาคม 2551 เวลา:16:11:43 น.
  
ขึ้นไปนั่งสมาธิสิ ชาร์ทแบตฯแก้เหนื่อยได้ชะงัดนัก เดินจงกลมขึ้นไปเลยไม่ต้องคุยกะใคร ใครชอบแนวนี้เราขอแนะนำ
สุดยอดมาก แล้วจะรุ้ว่าลมหายใจเย็นเองเนี่ย..สุดยอด
เราไปปฏิบัติธรรมที่นี่่ค่อนข้างบ่อย สนใจโทรสอบถามได้นะ ....080-552-3614
โดย: เพทาย IP: 124.120.173.146 วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:22:42 น.
  
ขึ้นไปนั่งสมาธิสิ ชาร์ทแบตฯแก้เหนื่อยได้ชะงัดนัก เดินจงกลมขึ้นไปเลยไม่ต้องคุยกะใคร ใครชอบแนวนี้เราขอแนะนำ
สุดยอดมาก แล้วจะรุ้ว่าลมหายใจเย็นเองเนี่ย..สุดยอด
เราไปปฏิบัติธรรมที่นี่่ค่อนข้างบ่อย สนใจโทรสอบถามได้นะ ....080-552-3614
โดย: เพทาย IP: 124.120.173.146 วันที่: 18 พฤษภาคม 2552 เวลา:18:23:21 น.
  
ข้าพเจ้าก็ไปมาเหมือนกัน ถ่ายภาพมาตำแหน่งเดียวกันเกือบหมดเลย

ต้องขอบอกว่าถ้าจะไปนั่งสมาธิหรือปลีกวิเวกนะครับ ผมขอห้าม เพราะข้างบนนั้นห้องสุขาไม่ค่อยดีและสงสัยต้องอดตายแน่นอน

ตอนขึ้นใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง(หนุ่ม)
ตอนลงใช้เวลาเกือบ 40 นาทีครับถ้าใครสนใจ

ผมยินดีมากที่คุณไปพิชิตยอดดอยขะม้อเช่นผม ตอนแรกนึกว่าผมบ้าคนเดียวซะอีกเพราะคนลำพูนอีกหลายต่อหลายคนแทบจะไม่รู้จักหรือไม่เคยขึ้นด้วยซ้ำ

มีอะไรติดต่อได้ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบเที่ยวไม่เหมือนใคร ob_choey13@hotmail.com
โดย: อบเชย กทม. IP: 118.172.182.184 วันที่: 21 พฤษภาคม 2552 เวลา:19:31:05 น.
  
สวยมากคร่ะดอยขะม้อ
ไปมาแล้วงามจนบันยายไม่ถูกเลย เพอร์เพค
แต่ขอร้องนะค่ะ ตี4 ไม่ไหว
โดย: นาง วีรญา นางอ้วน IP: 112.143.4.98 วันที่: 27 กรกฎาคม 2552 เวลา:15:15:12 น.
  
ไปขึ้นมาแล้ว
ปวดขาโคตรๆๆๆๆๆ
แต่ก็สนุกดี
ไปเที่ยวกันเยอะๆๆๆน่ะ
โดย: S.B.Y409'52 IP: 111.84.1.134 วันที่: 1 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:20:21:24 น.
  
ขอแวะชมบ่อน้ำทิพย์ด้วยคน วิวข้างบนสวยเชียว อากาศคงดีไม่น้อย
โดย: Ezy-SeaHill วันที่: 7 มิถุนายน 2553 เวลา:8:28:14 น.
  
คิดถึงดอยขะม้อจัง ไกลวัดเมื่อใด ใจก็ห่างธรรมะ อันใดจริงอันใดปลอมน้อ หรือเรานี่ละปลอมๆ ลืมดอยขะม้อไม่ลง วิหารสร้างไปถึงไหนแล้วหนอ.....
โดย: เพทาย IP: 124.120.73.176 วันที่: 10 กรกฎาคม 2553 เวลา:17:31:44 น.
  
ลุงไปขึ้นมาแล้ว 3 เตื้อ สมัยยังบ่มีขั้นได ขาลงปวดน่องได้ 3 วัน ตี้ยอดสุดๆ ต้องเตียว แบบซิกแซ็ก เตื่อตี้สอง ไปมีขั้นได้แล้วยังแควนหน้อย เตื้อสุดท้ายบ่ไคร่มีแฮง ลุงปาหมู่นักวิทยุสมัครเล่นไปกิ๋นเขาตอน ลำนักแก ขาลงระวังมันจะหัวขะมำขามันอ่อนเฮา ไผบ๋เกยขึ้เจิญน้อ เดือนแปดขึ้น 8 คำก๋างคืนเปินขึ้นไปเอาน้ำสรงน้ำพระธาตุหลวง ว่าม่วนดีว่าจะอั้น สองข้างตางมีนมแมวกิ๋นลำดี บ่านะฝาดก้มีกิ๋น ฝนอ่อยซิซิ เจิญเน้อ เหอะเหอะ
โดย: ลุงหนาน IP: 113.53.20.209 วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 เวลา:21:51:35 น.
  
หวัดดีครับ ลุงหนาน ลุงเตียวขึ้นดอย 3รอบแล้ว นี่ถือว่า บ่ทำมะดา นะครับ เนี่ย ผมคนหนุ่มยัง 2รอบ อย่างอี้ เปิ้น ฮ้อง คนเฒ่าเตะ ปี้ป ดัง แม่นก่ คับ
โดย: -*-Superbaker วันที่: 31 กรกฎาคม 2553 เวลา:16:47:42 น.
  
เคยขึ้นดอยขะม้อ แล้วครับ กว่าจะถึง ใช้เวลา 1ชั่วโมงครึ่ง เหนื่อยมาก ลงมาขาสั้นเลย ลงมาก็แวะบึง นั่งแพริมน้ำ ไปหน้าหนาวอากาศดีมาก
โดย: กาแฟโบราณ IP: 127.0.0.1, 113.53.27.112 วันที่: 14 ตุลาคม 2553 เวลา:11:26:19 น.
  
แต่ขาดวิวตอนพระอาทิตย์ขึ้น ไปมาแล้ว ช่วงเวลา 06.55 พระอาทิตย์ขึ้นแจ่มมาก ลองไปดูสวยเทียบเท่าที่อื่นเลย
โดย: คนตี๋นดอยขะม้อ IP: 118.174.122.151 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2554 เวลา:22:02:30 น.
  
โปรแกรมเดินสบายๆ แนะนำให้เริ่มเดินขึ้นเวลา 06.00 น. อากาศกำลังดี แสงกำลังสวย เก็บรูปถ่ายได้สวยเลย และอาหารเช้าควรเป็นข้าวห่อแบบห่อใบตอง ได้บรรยากาศ ไปกินกันบนยอดเลย รับรองอร่อยสุดๆ
โดย: ใบตองตึง IP: 118.172.28.74 วันที่: 31 มีนาคม 2555 เวลา:23:38:38 น.
  
ถ้าขึ้นไปเช้ามืด บรรยากาศดีมากเลยค่ะ ถ้าเป็นช่วงเทศกาลตักน้ำทิพย์ ขึ้นตอนค่ำ บรรยากาศสวยงาม ลมพัดตลอดทางค่ะ
โดย: pretty pooh IP: 182.52.46.142 วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:21:02:22 น.
  
หากขึ้นไปเที่ยวช่วงไม่มีเทศกาล (พฤษภาคม) ควรเตรียมน้ำและอาหารไปด้วยนะคะ เพราะระหว่างทางจะไม่มีอะไรขายเลยค่ะ
โดย: pretty pooh IP: 182.52.46.142 วันที่: 11 เมษายน 2555 เวลา:21:04:27 น.
  
เพิ่งไปมาเมื่อกี้สนุกมากๆเลยค่า ปวดขาสุดๆแต่ก็คุ้มนะคะ หอบจนลิ้นห้อยเลยทีเดียว
โดย: MOODANG IP: 118.174.102.229 วันที่: 2 พฤษภาคม 2555 เวลา:22:24:43 น.
  
มีโอกาศจะไปอีกสักครั้ง ได้น้ำมาทำน้ำมนต์ 2 ขวด

เหนื่อยมากแต่อากาศดี
โดย: โอ TIS Engineering IP: 58.10.228.167 วันที่: 30 สิงหาคม 2555 เวลา:14:44:55 น.
  
ไปขึ้นดอยกับแฟน เมื่อ 5 ก.ย.55 ครับ ปวดขามากมาย 1,749 ขั้น บรรได เหนื่อยแต่ก็สนุกครับ
โดย: กรณ์ IP: 118.172.68.128 วันที่: 21 กันยายน 2555 เวลา:15:38:55 น.
  
ยินดี และ ดีใจมากครับ ที่ได้ไปเที่ยวยังสถานที่เดียวกัน ...
โดย: -*-Superbaker วันที่: 29 พฤศจิกายน 2555 เวลา:23:10:34 น.
  
ไป ทุกปีคับ รวมปี่นี้ 4ครั้งละ
โดย: ต้อม IP: 110.168.182.173 วันที่: 27 พฤษภาคม 2556 เวลา:17:58:15 น.
  
สุดยอดเลยครับ จากสามเณร
โดย: บ่าวน้อยป่าไผ่สันกำเเพง IP: 223.206.10.210 วันที่: 1 มิถุนายน 2556 เวลา:13:07:03 น.
  
ไปมาสามเตื่อล๊ะ สุดยอดบ่าก้วยเตด
โดย: ศิลป์ แม่ก๊า IP: 223.207.60.143 วันที่: 4 ตุลาคม 2556 เวลา:20:25:04 น.
  
ประทับใจมาก เงียบสงบ สวยงาม คนไม่พลุกพล่านคงไว้ด้วยธรรมชาติ ต้องมีใจศรัทธาแรงกล้านะ เพราะต้องเดินตามบันไดถึง 1,749 ขั้น แต่พวกเราก็ทำได้ ขอบคุณทุกๆอย่างที่เป็นแรงบันดาลใจ ที่ทำให้อยากขึ้นไปนมัสการสิ่งศักสิทธิ์บนดอย ตื่นตี 5 ของฤดูหนาวธันวาคม
เหนื่อยแต่มีความสูข คุ้มจริงๆ
โดย: ลูกหลานคน ลำพูน IP: 125.24.252.163 วันที่: 2 มกราคม 2557 เวลา:16:42:34 น.
  
ไปเที่ยวมาแล้ว แต่ขึ้นไปแค่ 500กว่าขั้นเท่านั้น ไม่ไหว...ลงมาขาสั่นพึ่บพั่บ เลยส่งหน่วยกล้าตายไปตักน้ำศักดิ์สิทธิ์มาแทน แต่วิวที่นั่นสวยมากกกค่ะ ไปเที่ยวกันเยอะๆนะคะ
โดย: TaMmY IP: 125.24.199.171 วันที่: 22 ธันวาคม 2557 เวลา:19:02:47 น.
  
ประวัติ
วัดดอยขะม้อ (บ่อน้ำทิพย์)
ดอยขะม้อมีบ่อน้ำทิพย์ตั้งอยู่บนยอดดอยที่สูงและชันมาก ต้องเดินขึ้นบันไดได้ทางเดียว มีบันไดทั้งหมด ๑,๗๔๙ ขั้น บ่อน้ำทิพย์มีลักษณะเป็นโพรงหินลึกลงไปบนยอดเขา เห็นเป็นอัศจรรย์ ถือกันมาแต่โบราณว่าเป็นบ่อน้ำทิพย์ หรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธ์ ตามตำนานพระเจ้าเลียบโลกและตำนานท้องถิ่น ได้กล่าวถึงดอยขะม้อไว้ว่าเมื่อครั้งพระพุทธองค์ ยังมีพระชนม์ชีพอยู่ ได้เสด็จจาริกโปรดเวไนยสัตว์ในที่ต่างๆ และได้มาแวะฉันอาหารบนยอดดอยขะม้อนี้ ก่อนที่จะฉันอาหารพระพุทธองค์ได้เสด็จออกบิณฑบาต และได้เสด็จขึ้นไปจัดแจงแต่งดาบาตรบนยอดดอยแห่งหนึ่งอยู่ทิศเหนือของดอยขะม้อ จัดแจงแต่งดาบาตรนี้ ภาษาเหนือ เรียก “ห้างบาตร” ดอยลูกนั้นจึงเรียกขานกันมาแต่โบราณว่า “ดอยห้างบาตร” เมื่อพระพุทธองค์ห้างบาตรเสร็จก็เสด็จออกบิณฑบาตไปตามหมู่บ้านต่างๆ แล้ว ไปแวะพักฉันอาหารบนยอดดอยขะม้อ เมื่อฉันอาหารเสร็จไม่มีน้ำจะเสวย จึงโปรดให้พระอานนท์ไปตักน้ำยังลำห้วยแห่งหนึ่ง
ทางทิศเหนือของดอยขะม้อ พระอานนท์ไปถึงลำห้วยนั้น ลำห้วยก็ตีบตันไปหมด ไม่สามารถตักน้ำได้จึงกลับมากราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ต่อไปภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกห้วยแห่งนี้ว่า แม่ตีบ” พระอานนท์จึงไปยังลำธารแห่งหนึ่งอยู่ทิศใต้ของดอยนี้ไม่ไกลนัก เมื่อพระอานนท์ไปถึงน้ำในลำธารที่ใสสะอาดบังเอิญมีเกวียนผ่านไปเล่มหนึ่ง ทำให้น้ำในลำธารขุ่นข้นไปหมด พระอานนท์นั่งรอท่าอยู่เป็นเวลานานน้ำก็ไม่ใสสักที จึงกลับไปกราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ ต่อไปภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกลำธารแห่งนี้ว่า แม่ท่า” ภายหลังเพี้ยนไปเป็น “แม่ทา” พระอานนท์จึงไปยังหนองน้ำอีกแห่งหนึ่งอยู่ทางทิศตะวันตกของดอยนี้ เมื่อพระอานนท์ไปถึง พญานาคที่รักษาหนองน้ำนั้นก็บันดาลให้น้ำในหนองแห้งไปหมด พระอานนท์จึงไปกราบทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ดูก่อนอานนท์ต่อไปนี้ภายภาคหน้าคนทั้งหลายจะเรียกหนองน้ำแห่งนี้ว่า หนองแล้ง” เพราะน้ำได้แห้งไปและได้ตรัสกับพระอานนท์ว่าทุกๆแห่งที่เป็นอย่างนี้เป็นเพราะบุพกรรมเมื่อปางก่อนที่พระองค์เคยเกิดมาเป็นพ่อค้าเกวียน ได้แกล้งโคไม่ให้กินน้ำกินหญ้าอันวิบากกรรมนั้นจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
เมื่อพระองค์ชดใช้และอโหสิกรรมแล้วจึงอธิฐานเอานิ้วพระหัตถ์กดลงไปในดิน เป็นเหตุให้พญานาค ผู้คอยดูแลรักษาบนยอดดอยนี้ ดันน้ำขึ้นมาได้ใช้เสวย ขณะนั้นมีพญายักษ์ตนหนึ่งคอยแอบติดตามหวังจะจับพระองค์กินเป็นอาหารเมื่อเห็นพุทธานุภาพจึงกลัว คลานเข้ามาน้อมเกล้าขอรับศีล ๕ เขี้ยวอันใหญ่จึงหลุดกระเด็นออกจากปากแตกกระจัดกระจายไป พระพุทธองค์ให้ศีล ๕ แล้วลูบพระเศียรประทานพระเกศา ๑เส้น ให้บรรจุไว้ในถ้ำบนดอยขะม้อ ให้ร่มขาว ๑ คัน ประทับรอยพระพุทธบาทบนยอดดอย ๑ รอย ที่เชิงดอยอีก ๑ รอย รับสั่งให้พญานาคและพญายักษ์ร่มขาวดูแลรักษารอยพระพุทธบาท พระเกศาธาตุ ซึ่งจะทำให้บ่อน้ำนี้ศักดิ์สิทธิ์ตลอดกาล พร้อมทั้งพยากรณ์ไว้ว่า น้ำบ่อนี้จะใช้สรงพระธาตุกลางเมืองหริภุญชัยและพญายักษ์ร่มขาวจะได้เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในภายภาคหน้าแล้วจึงเสด็จต่อไป ดังนั้นตามตำนานจึงเกิดประเพณีตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อเพื่อนำไปสรงพระธาตุเจ้าหริภุญไชย สืบมาจนกระทั่งปัจจุบัน
ประวัติของดอยขะม้อยังมีปรากฏในบันทึกของหลวงพ่อลี ธมฺมธโร วัดอโศการาม ซึ่งเป็นศิษย์หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และได้สั่งหลวงพ่อลี ไว้ว่า ให้ไปปลีกวิเวก ยังมงคลสถานที่ทั้ง ๓ แห่งคือ ๑.ดอยขะม้อ จ.ลำพูน ๒.ถ้ำบวบทอง จ.เชียงใหม่ ๓.ถ้ำเชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งสถานที่ทั้ง ๓แห่งนี้เป็นที่นักปราชญ์โบราณสำคัญ เคยมาบำเพ็ญสมาธิภาวนา รวมไปถึงตัวท่านเองด้วย(หลวงปู่มั่น)
ดอยขะม้อจึงเป็นสถานที่สงบ สัพปายะ และเอื้อต่อการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ตั้งแต่โบราณมา ซึ่งเราจะเห็นได้ว่า
๑. เป็นสถานที่กระทำพุทธกิจ (พระพุทธเจ้า)
๒. เป็นสถานที่ปฏิบัติพระกรรมฐาน (หลวงปู่มั่น หลวงพ่อลี)
ดังนั้นจึงมีพระภิกษุมาจำพรรษาอยู่อย่างต่อเนื่องมิได้ขาดเพราะเป็นสถานที่เงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติกรรมฐาน และยังมีญาติโยมผู้มาแสวงบุญ พากันมากราบสักการะพระธาตุ รอยพระพุทธบาท และบ่อน้ำทิพย์ โดยมีความเชื่อกันว่าเมื่อได้น้ำทิพย์จากดอยขะม้อกลับไปบ้าน แล้วนำไปบูชาบนหิ้งพระ จะไม่อดไม่อยาก มีกินมีใช้ และยังป้องกันภัยพิบัติต่างๆเช่น ฟ้าผ่า บ้างก็นำน้ำทิพย์ไปประพรมของก่อนค้าขาย ล้างเสนียดจันไร คุณไสยทั้งปวง ตามแต่จะอธิฐาน
ก่อนถึงวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 เหนือ(วันวิสาขบูชา) จะมีประเพณีตักน้ำทิพย์จากดอยขะม้อเพื่อนำไปสรงน้ำพระบรมธาตุเจ้าหริภุญชัยเป็นประจำทุกปี น้ำจากบ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อถือได้ว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองลำพูน นอกจากน้ำทิพย์จากดอยขะม้อจะใช้ในการสรงน้ำพระบรมธาตุหริภุญชัยในเทศกาลแปดเป็งแล้ว ยังมีการใช้น้ำทิพย์แห่งนี้ในงานราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ พระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 6 ปี พ.ศ.2453 ต่อมาในปี พ.ศ.2468 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ก็ได้ใช้น้ำทิพย์จากดอยขะม้อในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกด้วย กระทั่งในรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงสรงน้ำมุรธาภิเษก ในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อปี พ.ศ.2493 และมีการใช้น้ำจากดอยขะม้อในพระราชพิธีต่างๆตามโบราณราชประเพณีตลอดมา
น้ำศักดิ์สิทธิ์ จากมหานครโบราณ 7 แห่ง คือ
1. แม่น้ำป่าสัก ตำบลท่าราบ (เมืองศรีเทพ)
2. ทะเลแก้วและสระแก้ว เมืองพิษณุโลก
3. น้ำโชคชมภู่ น้ำบ่อแก้ง น้ำบ่อทอง เมืองสวรรคโลก
4. แม่น้ำนครไชยศรี จังหวัดนครปฐม (เมืองนครชัยศรีโบราณ)
5. บ่อวัดหน้าพระลาน บ่อวัดเสมาชัย บ่อวัดเสมาเมือง เมือง
นครศรีธรรมราช
6. บ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
7. บ่อน้ำวัดธาตุพนม เมืองนครพนม
มีความเชื่อเรื่องบ่อน้ำทิพย์ดอยขะม้อว่า ห้ามผู้หญิงเข้าไปในเขตบ่อน้ำทิพย์นั้น จะทำให้เกิดอาเพศ(ขึด) ติดตัวผู้หญิงผู้นั้นไป ทำให้ชีวิตเขาขาดความเจริญ และจะทำให้น้ำในบ่อแห้ง ทางวัดต้องจัดนิมนต์พระสงฆ์ ๙ รูปขึ้นไปสวดพุทธมนต์ บ่อน้ำทิพย์จึงจะเริ่มมีน้ำขึ้นมาดังเดิม
น้ำทิพย์จากดอยขะม้อมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับชาวจังหวัดลำพูน เนื่องจากถูกกำหนดให้เป็นน้ำสำหรับสรงพระบรมธาตุหริภุญชัย ซึ่งชาวลำพูนให้ความเคารพนับถืออย่างยิ่ง เป็นมิ่งขวัญ และเป็นจอมเจดีย์ที่สำคัญที่สุดของอาณาจักรล้านนาโบราณ ตามตำนานความเชื่อที่ได้กล่าวมาแล้ว สำหรับพิธีการตักน้ำทิพย์บนยอดดอยวันเวลาในการตักน้ำทิพย์ ตามธรรมเนียมพื้นเมือง จะตักในวันขึ้น 12 ค่ำ ก่อนวันสรงน้ำพระธาตุหริภุญชัย 3 วัน จะนิมนต์พระสงฆ์ จำนวน 9 รูป ขึ้นไปเจริญพระพุทธมนต์ ณ บริเวณยอดดอยขะม้อ เวลาค่ำมีการทำพิธีบวชพราหมณ์ จำนวน 4 ตน ซึ่งจะต้องนอนค้างคืน 1 คืน และประมาณ เวลา 05.00 น. ของเช้าวันขึ้น 12 ค่ำพราหมณ์ ทั้ง 4 ตน จะได้ลงตักน้ำทิพย์ใส่หม้อน้ำทิพย์ขึ้นเสลี่ยงแบกหามลงมาทำพิธีสมโภช หลังจากนั้นจะจัดขบวนอัญเชิญน้ำทิพย์ดอยขะม้อเข้าเมืองหริภุญชัย เพื่อตั้งสมโภชที่วัดพระธาตุหริภุญชัยเป็นเวลา 3 วัน ก่อนนำขึ้นสรงพระบรมธาตุเจ้า ร่วมกับน้ำสรงพระราชทาน จากในหลวง
บนดอยขะม้อมีพระวิหารตั้งอยู่หลังหนึ่งกับรอยพระพุทธบาท อยู่หน้าวิหารมีแผ่นศิลาจารึกเป็นภาษาไทยล้านนาว่า “ได้สร้างพระวิหารและซ่อมแซมรอยพระพุทธบาทเมื่อ พ.ศ.2470 โดยครูบาสิงห์ชัย วัดสะแล่ง พระครูชัยลังกา วัดศรีชุม ขุนจันทนุปาน กำนันตำบลมะเขือแจ้และนายชัย กำนันตำบลบ้านกลาง ได้ชักชวนประชาชนสร้างสิ้นค่าก่อสร้าง 3,000 รู ทำบุญฉลองเมื่อ พ.ศ.2472″
โดย: วัดดอยขะม้อ IP: 1.47.171.239 วันที่: 14 มกราคม 2558 เวลา:7:39:35 น.
  
วท.เทคโนโลยีหมู่บ้านครู ภาคเหนือ
ศุกร์นี้จะพาไปเข้าค่ายที่ดอยขะม้อ
ถือเปนการรับน้องใหม่ ของ #ปวช.1,ปวส.1
โดย: ยูริ IP: 118.174.98.89 วันที่: 8 มิถุนายน 2558 เวลา:20:20:39 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

-*-Superbaker
Location :
เชียงใหม่  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]





My Face ...
blogger counters
New Comments
มิถุนายน 2551

2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
 
 
All Blog