สุภารัตถะ บล็อก
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2548
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
14 สิงหาคม 2548
 
All Blogs
 
สวัสดีเพื่อน..นายตายแล้ว??



……คิดถึงเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งสมัยเรียน ที่รู้สึกเค้าเป็นคนนิสัยใจคอดีเหลือเกิน มากไปด้วยน้ำใจ เวลาระลึกถึง ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงว่า หมอนี่ ช่างเป็นคนดีจริงๆ ไม่ใช่ดีเล่นๆ

ตอนไปเยี่ยมครั้งเมื่อเธอมีลูกคนแรกที่บ้านเช่าแถวบางปะกง เพื่อนยังไม่เปลี่ยนไปมาก ถามโน่นถามนี่ หาของให้กิน ให้เพื่อนได้เล่นกับหลานดูใกล้ชิดสนิทสนม บ่นเรื่องบ้านที่ซื้อไว้ที่สระบุรีที่ไม่ได้ไปอยู่กับสามี เพราะต่างก็ต้องทำงานกันคนละจังหวัด นายน่ารักเหมือนเดิม ไปหาแล้วมีความสุข..

มีโอกาสไปเยี่ยมเธออีกในวันที่ 7 สิงหา ที่บ้านหลังใหม่.. เพราะเป็นทางผ่านเมืองชลบุรีก่อนกลับเข้ากรุงเทพฯ บ้านหลังโตโอ่อ่า..มหึมา..กว่าที่คิด ท่าทางเหนื่อยหน่ายของเพื่อน ซ้ำไม่หาอะไรให้กิน ไม่รับของฝากที่เพื่อนเก่าซื้อมาให้ ไม่มีทีท่ายินดีในการมาของเพื่อนเก่าที่ไม่ได้มาหาได้ง่ายๆ กระทั่งสามี (ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนเหมือนกัน ) กลับมาจากเอาลูกไปเรียนพิเศษ กลับมาก็ชวนคุย หาขนม ผลไม้มาปลอกให้แขกรับประทาน ถึงรู้สึกบรรยากาศเพื่อนๆ กลับมาบ้าง

ในยุคที่ทุกคนต้องการเงินเพื่อแลกหาความสุขสบายดูดีของชีวิต ซึ่งหมายถึงฐานะหน้าตาด้วย ทำให้ต่างต้องดิ้นรนแก่งแย่ง หลายคนเลือกจะทำงานสบาย ต้มตุ๋น หลอกลวง มิจฉาชีพ และเมื่อมีคนหน้าไหว้หลังหลอกเพิ่มอยู่ทุกซอกมุมในชีวิต ไม่แปลกที่คนเราจะไม่กล้าที่จะไว้ใจกันเท่าไหร่ …แต่สำหรับเพื่อนเรียนที่รู้ซึ้งในนิสัยใจคอกันมานาน มันเกิดอะไรขึ้น..?? ขอโทษจริงๆ ที่การไปเยี่ยมอาจทำให้นายไม่มีความสุข

เพื่อนไม่ร่ำรวย ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์หรือเปล่า หรือว่านายเหนื่อยกับการหาบ้านหลังใหญ่ขึ้นๆ บ้านเก่าหลังใหญ่อีกหนึ่งจังหวัดที่ยังผ่อนไม่หมด รถคนละคัน ลูกสาวสองคนที่ต้องส่งเรียนดีๆ เรียนพิเศษอีกหลายอย่าง นายภูมิใจหรือเปล่าล่ะ กับบ้านและทรัพย์สินและครอบครัวสมบูรณ์แบบของนาย เครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างภายในบ้านอีก ความภูมิใจและโอ่อ่าของนายทำไมไม่สร้างรอยยิ้มให้เพื่อนเก่าที่มาหาเลย หรือว่าเพื่อนนายที่เคยซี้ปึ๊กคนนี้ มันต่ำต้อยจนนายขี้เกียจต้อนรับ..

ยุคที่ผู้คนบริโภคนิยมจัด ไม่รู้จักอิ่ม ไม่มีวันพอ พระเจ้าคือเงินตรา ของชิ้นหนึ่งตกรุ่นอย่างรวดเร็ว และเรียกร้องให้ผู้บริโภคต้องการชิ้นใหม่เสมอ ชิ้นใหม่ที่ดีกว่า สะดวกกว่า แต่มีสภาพอายุสั้นลง..สั้นลง ไม่ต่างจากอายุของคนสมัยนี้ ที่แสนสวยสดงดงามดูดีราวแต่งได้ แต่เต็มไปด้วยโรคภายใน ทันสมัยแต่อายุสั้น.. และใครๆ ที่อยากจะมีชีวิตแสนสวยเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องแลกหามันมา ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นเม็ดเงิน

ตำแหน่งฐานะ บ้านรถทรัพย์สิน ฯลฯ จะว่าไป.. ก็ดูดีอยู่นะ แถมมันยังทำให้ผู้คนยอมเหนื่อยจนขาดใจตายลง.. ทุกอย่างดูจำเป็นไปหมด ปัจจัย 5 6 7 8 .. ทั้งที่เอามันไปโลกหน้าไม่ได้แม้แต่แค่ผ้าเช็ดน้ำตา

ถ้า พอล แอร์ดิช นักคณิตศาสตร์ระดับโลก ใช้คำว่า “จากไป” หมายถึงตาย ส่วนคำว่า “ตาย” หมายถึงเมื่อคุณหยุดค้นคว้า จขบ. ก็คงใช้คำว่า .ตาย. หมายถึงการตกเป็นทาสวัตถุนิยม จนลืมตัวเอง (จิต) ไป จะตายไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ก็ตาม การมาพร่ำบ่น ถึงความเหน็ดเหนื่อย ไม่มีความสุข.. ค่าใช้จ่ายแต่ละเดือนสูงลิบลิ่ว ทำให้ต้องหาให้มากขึ้น มากขึ้นอีก เพื่อทุกคนในครอบครัวจะได้มีทุกอย่างครบครัน คิดดูเถอะ นายจะให้คนอื่นๆ ช่วยนายที่ตรงไหน อย่างไรได้.....?? นอกจากการกลับมามีความสุขด้วยตัวเราเองอีกครั้ง การอยู่ง่ายๆ มันก็ไม่ได้ลำบากเกินไปนักหรอกมั๊ง..


Create Date : 14 สิงหาคม 2548
Last Update : 14 สิงหาคม 2548 12:19:10 น. 26 comments
Counter : 437 Pageviews.

 
ผมว่าคำว่าเพื่อนนั้นไม่แบ่งชนชั้นหรอกครับ เพื่อนก็คือเพื่อน ขอให้เรารู้สึกเหมือนเดิมกับเขาก็พอ


โดย: showtimes (showtimes fall in love ) วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:10:48:01 น.  

 
มีความคิดในเรื่องนี้เหมือนคุณสุภาฯ เลยค่ะ
ป้าติ๋วเชื่อในเรื่อง "ความสุขที่พอเพียง"
เพราะได้ประจักษ์ในสัจจธรรมว่าเมื่อตายไป
ก็ไม่มีใครเอาอะไรติดตัวไปได้สักอย่าง
นอกจากกรรมดีและกรรมชั่วกระมัง


โดย: ป้าติ๋ว (nature-delight ) วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:11:31:05 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณสุภาฯ

อ่านแล้วอึ้งๆบอกไม่ถูกนะคะ

ไม่รู้ว่าอะไรคือความเปลี่ยนแปลงกันแน่

ชีวิตที่ต้องการความสะดวกสบาย

ทุกคนก็ต้องดิ้นรนกันไป

ไม่มีบ้านก็ต้องมีบ้าน

ไม่มีรถใช้ก็ต้องมีรถใช้

เมื่อก่อนรักดีกับสามีก็เคยจนค่ะ

จนมากๆ ขนาดแบ่งเงินกันคนละ 20 บาท ต่อวัน

แต่ก็ใช้กันพอ ไม่กู้เงินใครมาเพิ่ม

ไม่มีโทรทัศน์ วิทยุก็ไม่ซื้อ อยู่ได้สบายๆ

คิดว่างั้นนะคะ

การมีเงินทองมากมาย ถ้ามีไม่เป็นก็ทุกข์ร้อน

บางคนไม่มีก็ทุกข์อีก เพราะอยากมี

ต้องหาจุดพอดีให้เจอแล้วจะเป็นสุขเอง

อย่าคิดอะไรมากไปเลยค่ะ

แต่ละคนก็มีปัญหาของเค้าไป

เก็บความรู้สึกดีๆที่เคยมีกันดีกว่านะคะ

คุณสุภาฯ


โดย: รักดี วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:11:33:15 น.  

 
เพื่อนคนนี้เป็นคนดีมากๆ เลยนะ ใจดี ขี้สงสาร ขี้เกรงใจ วันนี้ เพื่อนมีแต่ความเหน็ดเหนื่อยกะการสร้างตัว อ่อนล้า ไม่มีรอยยิ้ม แต่ทำไงได้... เค้าอาจจะสนุกกับสังคมใหม่ของเค้า..ก็ได้ ขำๆ ล่ะ



โดย: suparatta วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:12:02:36 น.  

 
เพื่อนก็คือเพื่อน ไม่เปลี่ยนแปลง

เงินทำให้หลายๆอย่างเปลี่ยนไปค่ะ
คนก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อเรามีเงิน
น้อยคนนักที่จะไม่เห็นว่าเงินสำคัญ


โดย: อยู่ไกลบ้าน วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:12:03:18 น.  

 
เศรษฐกิจพอเพียง

มองดูตัวเองแล้วเหมือนกำลังไล่ตาม
ปัจจัย6/7/8/9/10 อยู่จริงๆๆ เฮ้อๆๆๆ


โดย: ปลาทูน่าในบ่อปลาพยูน วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:12:24:13 น.  

 
แต่นั่นคือชีวิตของเพื่อนคุณ วิถีชีวิตของเค้าที่เค้าได้เลือกแล้วด้วยตัวเค้าเอง

ถ้าเราลำบากใจ ไม่สะดวกใจ ก็อยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่าค่ะ

อย่าเอาความทุกข์มาใส่หัวใจเราเลย

แต่ถ้ารักเพื่อน เป็นห่วงเพื่อน เอาไว้ให้เค้าเดือดรอนมากมาก

เดี๋ยวเค้าก็นึกถึงเพื่อนเก่า เพื่อนแท้ อย่างคุณสุภาฯ เองหละค่ะ อย่าน้อยใจไปเลยค่ะ


โดย: พฤษภาคม 2510 วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:12:56:57 น.  

 
เพื่อนกัน ยังไงก็เป็นเพื่อนกันแหละ


โดย: wmvcore วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:13:36:42 น.  

 


"ความสุข" ของคนแต่ละคนอาจจะต่างกัน

เพื่อน อาจจะมีเรื่องหนักหัวใจจนไม่ได้ต้อนรับคุณสุภาอย่างที่เคย คิดซะว่าเงื่อนไขในชีวิตของแต่ละคนต่างกัน ทำใจให้สบายนะคะ


โดย: rebel วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:14:31:19 น.  

 
showtimes เค้าไม่ไล่ออกจากบ้านก็ดีแล้วเนอะ

อิจฉาป้าติ๋วง่ะ อยู่กับธรรมชาติ อยากอยู่มั่ง

ไม่คิดมากหรอกจ๊ะรักดี สัจธรรมสอนให้เห็นตัวเอง เราคงไม่ต่างจากคนอื่นเนอะ

อยู่ไกลบ้านพูดถูก น้อยคนที่จะเห็นว่าเงินไม่สำคัญ ยิ่งเป็นยุคที่ขาดเงินไม่ได้อย่างยุคนี้ด้วยซิ

ปลาทูน่าก็รู้สึกใช่ไหม อะไรๆ ทำไมจำเป็นไปหมด ทั้งที่เราแทบไม่ได้ใช้มัน ใช้มันน้อยมาก

พูดจริงๆ นะ พค.10 เพื่อนคนนี้เป็นคนที่ดีมากๆ มากขนาดที่เวลาคิดถึงเพื่อนหลายคน รู้สึกได้ว่าเค้าเป็นคนที่ดีมาก ยุคสมัยฆ่าคนดีไปด้วยเสียแล้ว เหลือแต่คนที่มีปัญญาแล้ว ที่จะตามทันความก้าวล่วงของยุค เด็กๆ ที่เติบโตมาโดยการป้อนให้ทั้งหมด ต่อไปจะเป็นอย่างไร..


wmvcore แบบว่ามองดูเพื่อน แล้วยอมรับสัจธรรม


โดย: suparatta วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:15:11:47 น.  

 
เพื่อน ท่าทางเหนื่อนมากเรย เรเบล แต่ทำไงได้ คนมีครอบครัว คงต้องสร้างอาณาจักรให้ยิ่งใหญ่นะ


โดย: suparatta วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:15:17:14 น.  

 
มีเพื่อนแบบนี้เหมือนกันครับ และเค้าก็ตายไปแล้ว สำหรับผม

เมื่อก่อนสนิทกัน แต่พอตัวเองโตขึ้นทั้งวัยทั้งร่างกายทั้งฐานะ ก็เห็นคนอื่นด้อยไปหมดครับ เพราะเงินบังหน้า หลับให้สบายนะเพื่อน


โดย: พ่อน้องโจ วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:16:08:13 น.  

 
เพื่อนยังไงก็เป็นเพื่อนค่ะ ไม่ว่ายังไงก็เป็นเพื่อน แต่อาจจะเป็นด้วยเหตุการณ์แวดล้อมมันต่างกันมั้งคะ เลยทำให้อะไรๆ มันต่างออกไป


โดย: สายลมโชยเอื่อย วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:16:52:28 น.  

 
ถ้าหากว่าอยู่ด้วยความพอดี ไม่ฟุ้งเฟ้อน่าจะดีกว่านะค่ะเพราะไม่ต้องไปเดือดร้อน ดิ้นรน ทรมาน อยากได้อยากมีและตกเป็นธาตุ

สำหรับเพื่อนเคยได้อ่านเจอว่าถึงจะรู้สึกสนิทแต่ว่าถ้าไม่ได้เจอกันมานานและมีปฏิสัมพันธ์สม่ำเสมอก็คงมีอะไรบ้างที่เปลี่ยนแปลงไปค่ะ


โดย: JewNid วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:19:14:35 น.  

 
ลึกซึ้ง


โดย: Bluejade วันที่: 14 สิงหาคม 2548 เวลา:22:19:34 น.  

 
ชีวิตคือการแสวงหา..บางคนก็มีบุญเก่าไม่ต้องลำบากมากไม่หลงทางค่ะ.. เด๋วก็เหนื่อยเด๋วก็รู้ว่าที่หาๆ น่ะ ไม่ใช่คำตอบของชีวิตค่ะ..ป่ามืดมีเพื่อนคนนึงทำงานเก่งและก็เหนียวหนืดมาก ร่ำรวยค่ะ ..แต่หลังจากที่ป่วยเป็นมะเร็งรักษาตัวอยู่แปดเดือน..ตอนนี้ก็ไม่มีความแน่นอนสำหรับเวลาในชีวิตเท่าไร..เขาเปลี่ยนไปค่ะกลับบ้านไปอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัด..เขาบอกว่า..อืม..ดี..ก็คิดว่ามันดีแต่รู้แล้วว่ามันดีจริงๆ....เขารู้แล้วว่าเวลาที่เหลือเขาจะทำอะไร..

ฝันดีนะคะ

ลป1..พี่ดอกแก้วเป็นกวีในดวงใจค่ะ..(ป่ามืดไม่มีความสามารถขนาดนั้นค่ะ..แต่มีวาสนาได้ชื่นชมค่ะ ..อิอิ..)
ลป2..ถ้าวันหนึ่งให้กินได้มื้อเดียว ป่ามืดก็ต้องกินให้มากไว้ก่อนค่ะ


โดย: ป่ามืด วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:0:33:32 น.  

 
เอ..เรา"ตาย"รึยังนะ


โดย: ป้ามด วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:8:18:33 น.  

 

อ่ะนะ ปล่อยวาง ปล่อยวาง

ถ้าไม่คิดถึงมันอีก มันก็ไม่เครียด

ความเครียด เกิดขึ้นได้กะทุกคนแหละ ก็คงเหมือนกะนกที่บินผ่านไปมาเหนือหัวคน เราจะห้ามไม่ให้เราเกิดความเครียด มันไม่ได้ เหมือนกับเราจะห้ามม่ให้นกบินเหนือหัวคน มันไม่ได้

เมื่อห้ามมันไม่ได้ ก็อย่าไปใส่ใจกะมัน มันก็จะไม่เครียด ปล่อยให้นกบินข้ามหัวไปเถอะ อย่าให้นกเกาะอยู่บนบ่าเลย เครียด ไม่มีความสุขเรย

เออ นายอุปมาดี ให้เพื่อนคนนี้ตายแล้ว คือหลงมัวเมาในวัตถุนิยม ซึ่งจะไม่มีวันที่จะสุขใจแท้จริง

อ่า แล้วข้าล่ะ งั้นข้าก็ตายไปแล้ววเหมือนกัน เอิ๊ก เอิ๊ก เอิ๊ก


โดย: yyswim วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:14:03:34 น.  

 
ตายคนละนิดละหน่อย..



โดย: suparatta วันที่: 15 สิงหาคม 2548 เวลา:14:15:13 น.  

 
สรุปว่าตายกันหมดทุกคน..บางคนตายจากทุกข์...บางคนตายจากสุข++55++

ลป1..ยิ้มน้อยๆนั้นสำคัญนัก
ลป2..ยิ้มทีนึงก็เกิดใหม่ทีนึง....เกี่ยวกันไหมนี่..ฮา ไว้ก่อน..


โดย: ป่ามืด วันที่: 16 สิงหาคม 2548 เวลา:0:49:45 น.  

 
...แป๊ง ๆ ๆ ๆ...


โดย: ป่ามืด วันที่: 16 สิงหาคม 2548 เวลา:0:51:03 น.  

 
สวัสดีค่ะ. . .คุณสุภาฯ

เขียนด้วยอารมณ์น้อยใจหรือเปล่าคะ
ความเปลี่ยนแปลงคือนิรันดร์ค่ะ
จังหวะชีวิตคนเราก็เช่นเดียวกัน
จังหวะการไปหาเพื่อนก็ด้วยกระมังคะ อิอิ

อย่าคิดมากนะคะ

ถ้าเพื่อนตายแล้ว อย่าลืมทำบุญให้เค้าด้วยนะคะ


โดย: มีอมยิ้ม วันที่: 16 สิงหาคม 2548 เวลา:11:04:24 น.  

 
เขายังไม่ตายหรอก คนเราบางครั้งก็เกิกอาการเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ หมดแรง เหมือนตาย ปล่อยให้เขาพักผ่อนสักพัก เดี๋ยวเขาก็คงปรับตัวเองได้ อย่าเพิ่งสรุปอะไรง่ายๆ ชีวิตยังคงอีกยาวไกล เส้นทางของชีวิต คนอาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาตลอดเวลา


โดย: แดดสวย IP: 218.58.58.74 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:8:28:11 น.  

 
แล้วคนที่ความฝันหมดไป ความสนุกสนานหมดไป ความหวังเหลืออยู่น้อยนิด ชีวิตแห้งแล้ง อย่างนี้ถือว่าตายหรือเปล่า หรือด้วยวัยทำให้เราเห็นชีวิตที่มันเป็นจริงมากขึ้น เช้าวันนี้ฟังเพลงบรรเลง ข้างนอกแดดสวยมาก อากาศเย็นๆ รู้สึกชีวิตกลับมามีความสุขบ้างอีกนิด ถ้าปิดเพลงลง ทุกอย่างคงกลับมาสู่สภาพเดิม ขอบคุณเสียงเพลงที่เยียวยาให้มีความสุข ..คุณลองเปิดเพลงบรรเลงสบายๆฟังดูซิ...


โดย: แดดสวย IP: 218.58.58.74 วันที่: 4 กันยายน 2548 เวลา:8:34:16 น.  

 
บางทีภาระที่แบกรับไว้อาจทำให้เพื่อนรู้สึกเหนื่อยล้าคุณสุภาไปหาในเวลาแจ๊กพอตพอดียังไงคราวหลังโทรไปนัดก่อนดีไหมเพราะเพื่อนอาจเหนื่อยหรือมีธุระการโทรไปนัดก่อนอาจทำให้เพื่อนได้มีเวลาเตรียมตัวและอาจทำอะไรอร่อยๆให้ทานคิดจากประสพการณ์ตัวเองที่งานยุ่งเหมือนกันและก็เคยที่เพื่อนแวะมาตอนเหนื่อยแล้วต้อนรับแบบเนือยๆไม่สนุกบางทีเงินทองอาจไม่ใช่ปัญหาของการคบเพื่อนปัญหาครอบครัวหรือเรื่องงานที่รัดตัวต่างหากคือปัญหา src=https://www.bloggang.com/emo/emo14.gif>


โดย: ฟ้าใส IP: 222.123.216.44 วันที่: 6 กรกฎาคม 2550 เวลา:11:17:06 น.  

 
ตายสาดกำกำนาย


โดย: เบศ IP: 61.19.113.46 วันที่: 12 กุมภาพันธ์ 2551 เวลา:9:15:56 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

suparatta
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร..
..ท่านนาคารชุนะ..
วิภาษวิธี..เกริ่นนำ..ตอนจบ..

๐ สมุดเยี่ยมและบ่นได้..
**ทางลัด**
๐ สารบัญทักทาย(ทั้งหมด)
๐ ชวนคุย&ฟังเพลงปี48(ทั้งหมด)
๐ นอนดูจันทร์..(ส่วนตัว)

**log in หน่อยน่า..



Google.co.th
Friends' blogs
[Add suparatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.