สุภารัตถะ บล็อก
Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2548
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
28 พฤษภาคม 2548
 
All Blogs
 
หลงรักเจ้าฟ้ากุ้ง

สมัยเด็กๆ เคยเรียนกาพย์เห่เรือ คงจะจำเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ หรือ "เจ้าฟ้ากุ้ง" ผู้เก่งทั้งรบและรักกันได้ พระองค์มีบทบาทต่อวรรณคดีไทยอย่างมาก ทั้งมีชีวิตที่...น่าสนใจ เลยไปก็อปจากคุณเทาชมพู มาให้อ่านกัน

ผู้เขียน : เทาชมพู วันที่ : 15/11/2004
อยู่ในส่วน : วิชาการ.คอม > เรือนไทย > ภาษา วรรณคดี

เจ้าฟ้ากวี

กวีผู้เป็นเพชรน้ำเอกแห่งวรรณคดีไทยผู้นี้ น่าจะมีคำเติมตอนท้ายว่า "เจ้าฟ้าผู้มีชะตาจากสูงสุดลงต่ำสุด" พระประวัติของพระองค์ท่านเต็มไปด้วยสีสันเข้มข้น เริ่มต้นอย่างงดงามแต่จบลงอย่างน่าเศร้ายิ่งกว่าโศกนาฎกรรมเรื่องใดๆ

ถ้าพูดแบบความเชื่อไทยๆก็ต้องพูดว่าเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ หรือ "เจ้าฟ้ากุ้ง" ต้องทำบุญเก่ามาประเสริฐ จึงได้ประสูติในฐานะพระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าบรมโกศ กับกรมหลวงอภัยนุชิตพระมเหสีเอกในจำนวน ๓ พระองค์ของพระราชบิดา ด้วยศักดิ์ที่สูงกว่าพระอนุชาทุกพระองค์นี้เอง จึงทรงได้รับสถาปนาเป็นกรมพระราชวังบวรสถานมงคล หรือตำแหน่งวังหน้ามหาอุปราช เฉลิมพระนามว่ากรมขุนเสนาพิทักษ์ สิ้นพระเจ้าบรมโกศเมื่อใด แผ่นดินก็ต้องตกเป็นของพระมหาอุปราชตามโบราณราชประเพณี

เท่านี้ยังไม่พอ สวรรค์ยังเอื้อเฟื้อประทานพรสวรรค์มาให้อีก ให้นิพนธ์การกวีได้ยอดเยี่ยม ไม่มีผู้ใดเสมอเหมือนทั้งแผ่นดิน พระนิพนธ์ที่ตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ได้ชื่อว่าเป็นชิ้นเอกในประเภทเดียวกัน คือ บทเห่เรือ บทเห่เรื่องกากี เห่สังวาส เห่ครวญ กาพย์ห่อโคลงนิราศธารโศก นิราศธารทองแดง และมีวรรณคดีศาสนาอีก ๒ เรื่อง คือ นันโทปนันทสูตรคำหลวง และ พระมาลัยคำหลวง

งานเหล่านี้ไพเราะขนาดไหน ลองวาดภาพขบวนเรือล่องไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ตอนค่ำเมื่อพระอาทิตย์ลับไป พระจันทร์เต็มดวงลอยใสสว่างพ้นขอบฟ้าขึ้นมา และมีเสียงเห่ต่อไปนี้กังวานไปตามลำน้ำ เห็นสักครั้ง แล้วจะพบว่าสุดแสนจะซาบซึ้งจริงๆ

เรื่อยเรื่อยมารอนรอน......สุริยจรเข้าสายัณห์
เรื่อรองส่องสีจันทร์.........ส่งแสงกล้าน่าพิศวง
ลิ่วลิ่วจันทร์แจ่มฟ้า..........เหมือนพักตราหน้านวลผจง
สูงสวยรวยรูปทรง...........ส่งศรีเจ้าเท่าสีจันทร์


ถ้ายังไม่หวานพอ ลองฟังบทรำพึงถึงนางยามอยู่ห่างไกลกัน ทรงสร้างบรรยากาศฝนตกลมพัดเย็นในขุนเขา แต่หัวอกคนรักยามจากคู่ก็ยังร้อนรุมอยู่ดี นอกจากนี้ มีคำไพเราะอยู่คำหนึ่งที่ไม่ซ้ำแบบกับกวีคนใด คือเรียกนางว่า "แก้วกับอก" ให้ภาพความรักและทะนุถนอมสิ่งมีค่าที่เปราะบาง เหมือนกอดดวงแก้วเอาไว้แนบอก ส่วน "แก้วโกมล" หมายถึง แก้วใจ ค่ะ

ฝนตกฝนหากตก......แก้วกับอกอย่างโกรธฝน
ลมพัดรับขวัญบน......แก้วโกมลมานอนเนา
ฝนตกไม่ทั่วฟ้า.........เย็นแหล่งหล้าในภูเขา
ไม่เย็นในอกเรา........เพราะคู่เคล้าเจ้าอยู่ไกล


อ่านจากพระนิพนธ์ รู้สึกว่าเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์เป็นศิลปินผู้มีอารมณ์รักอ่อนหวานและอ่อนไหว บทรักของท่านกับนางในจึงฟังน่ารักเหมือนหนุ่มสาววัยรุ่น เมื่อนางร้อยดอกลำดวนถวาย ตามแบบผู้หญิงสมัยนั้นเขานิยมเอาดอกลำดวนมาร้อยเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือเล่นกันน่ารักน่าเอ็นดู เจ้าฟ้ากวีของเราก็ทรงคล้องสร้อยดอกลำดวนให้นางด้วยองค์เอง เหมือนหนุ่มสาวคู่รักแสดงต่อกัน ไม่ใช่เจ้านายต่อนางบริวาร

ลำดวนเจ้าเคยร้อย.......กรองเป็นสร้อยลำดวนถวาย
เรียมชมดมสบาย.........พี่เอาสร้อยห้อยคอนาง


ลำดวนปลิดกิ่งก้าน............สนสาย
กรองสร้อยลำดวนถวาย......ค่ำเช้า
ชูชมดมกลิ่นสบาย.............ใจพี่
เอาสร้อยห้อยคอเจ้า..........แนบหน้าชมโฉม


ถ้าหากว่าเจ้าฟ้ากวีทรงจำกัดความรักไว้แค่เจ้าจอมหม่อมห้าม เรื่องเศร้าก็คงไม่เกิดขึ้นในชีวิต แต่ว่าทรงทำบุญมามากแค่ไหนก็น่าจะเคยทรงกรรมหนักมากเท่านั้น เพราะท่านเกิดไปรักใคร่กับเจ้าฟ้าสังวาลมาตั้งแต่ยังเป็นหนุ่มสาว เจ้าฟ้าสังวาลนี้เป็นเจ้าเชื้อสายในเจ้านายอีกองค์หนึ่งของอยุธยา ต่อมาก็ถูกส่งขึ้นถวายพระเจ้าบรมโกศ ทรงแต่งตั้งเป็นพระมเหสีองค์ที่สาม มีพระโอรสธิดาด้วยกันถึง ๔ องค์ เชื่อกันว่าด้วยความรักที่ยังตัดกันไม่ขาดก็ทรงลักลอบติดต่อกับเจ้าฟ้าสังวาล เรื่องนี้สะท้อนภาพอยู่ในกาพย์เห่เรือกากี นิพนธ์ไว้เฉพาะตอนที่พญาครุฑผู้เป็นชายชู้ลักพานางกากี ชายาท้าวพรหมทัตไปสมสู่กันบนวิมานฉิมพลี

กางกรอุ้มโอบแก้ว......กากี
ปีกกระพือพาศรี.........สู่งิ้ว
ฉวยฉาบคาบนาคี........เป็นเหยื่อ
หางกระหวัดรัดหิ้ว........สู่ไม้รังเรียง


ในเรื่องนี้ มีกาพย์บรรยายบทสังวาสเอาไว้ เป็นวรรณศิลป์ที่งดงามจับใจ เล่นเสียง "ส" และคำว่า "สอง" อย่างวิจิตร ขอยกมาตอนหนึ่งนะคะ

สองสุขสองสังวาส.......แสนสุดสวาทสองสู่สม
สองสนิทนิทรารมณ์......กลมเกลียวชู้สู่สมสอง
แย้มยิ้มพริ้มพักตรา......สาภิรมสมจิตปอง
แสนสนุกสุขสมพอง......ในห้องแก้วแพรวพรรณราย


เจ้าฟ้ากวีทรงมีพระอนุชาต่างพระมารดา ๓ พระองค์ เรียกรวมกันว่าเจ้าสามกรม ไม่ทรงถูกกันเลย ถึงกับครั้งหนึ่งมีเรื่องกริ้วเจ้าสามกรมว่าทำตัวสูงเกินศักดิ์ ก็ทรงเรียกตัวข้าราชบริพารของเจ้าสามกรมมาโบยหลัง ๑๕ ทีบ้าง ๒๐ ทีบ้าง เป็นการประชดไปถึงเจ้านาย เจ้าสามกรมก็คงจะแค้นพระทัย จึงตอบแทนสาสมด้วยการนำความไปทูลฟ้องพระเจ้าบรมโกศว่า เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์ทรงเล่นชู้กับพระมเหสีของพระราชบิดา

เมื่อเรื่องอื้อฉาวขึ้นมาก็กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เกิดสอบสวนกันเป็นการใหญ่ ทั้งเจ้าฟ้าธรรมธิเบศร์และเจ้าฟ้าสังวาลถูกสอบสวนจนทรงยอมรับผิดตามข้อหา จึงถูกลงโทษอย่างหนัก

ตามกฎมณเฑียรบาล การละเมิดสตรีในวังมีโทษถึงประหารชีวิต ถ้าหากว่าเจ้าฟ้ากวีทรงถูกประหารตามกฎเสียให้รู้แล้วรู้รอดก็คงจะน่าเศร้าสลดใจน้อยกว่านี้ แต่พระราชบิดาทรงลดหย่อนผ่อนโทษให้ไม่ให้ถูกประหาร น่าสะเทือนใจตรงที่ผลกลับกลายเป็นว่า การลดโทษกลับเลวร้ายสาหัสกว่าถูกประหารเสียอีก

พระราชพงศาวดารบันทึกไว้ว่า เริ่มต้นด้วยถูกถอดลงเป็นไพร่ แล้วถูกทรงเฆี่ยนด้วยหวายได้ ๒๐ ที ทรงเจ็บปวดมากจนสลบไป พระเจ้าบรมโกศก็ทรงให้หยุดเฆี่ยน แก้ไขจนฟื้นขึ้นมาในวันต่อไปก็เฆี่ยนต่ออีก ๖๐ ที เอาเหล็กเผาไฟนาบพระนลาฎ (หน้าผาก) และพระบาทเป็นการลงโทษ แล้วให้เฆี่ยนต่อไปจนครบ ๒๓๐ ที ตามโทษที่ถูกลดหย่อนจากประหารชีวิต แต่เฆี่ยนไปได้ ๑๘๐ ที ทรงทนความเจ็บปวดบอบช้ำไม่ไหวก็สิ้นพระชนม์คาหลักเฆี่ยน ส่วนเจ้าฟ้าสังวาลถูกเฆี่ยนสามสิบที แล้วนำไปจองจำ อยู่ได้สามวันก็สิ้นพระชนม์ตามไปอีกองค์หนึ่ง

ถ้าจะถามว่าเหตุใดพระราชบิดาทรงทำได้ถึงขนาดนี้ มองอย่างตรงไปตรงมาก็คือทรงเคร่งครัดต่อกฎมณเฑียรบาล เล่ากันว่าก่อนพระมเหสีจะสิ้นพระชนม์ได้ทูลขอไว้ว่าถ้าพระราชโอรสทำผิด ให้ลดหย่อนโทษลงจากประหารเป็นเฆี่ยน จากเฆี่ยนเป็นเนรเทศ เมื่อปรากฏว่าทรงทำผิดจริงๆ ก็โปรดฯให้เป็นไปตามที่ทูลขอไว้

แต่ถ้าให้เดาเป็นส่วนตัว ขอเดาว่าพระเจ้าบรมโกศคงจะไม่พอพระทัย พระราชโอรสองค์ใหญ่มานานแล้ว เพราะเจ้าฟ้ากวีของเรานอกจากไม่ถูกกับพระอนุชาทั้งสาม ก็ยังไม่พอพระทัยพระภิกษุเจ้าฟ้านเรนทร์ ผู้เป็นพระเจ้าหลานยาเธอองค์ที่พระเจ้าบรมโกศทรงโปรดปรานอย่างยิ่ง ทรงระแวงว่าเจ้าฟ้านเรนทร์จะเป็นศัตรูราชสมบัติ ทั้งที่เจ้าฟ้านเรนทร์ผนวชมานานหลายปีแล้ว ไม่เคยมีท่าทีว่าจะมากีดขวางใคร วันหนึ่งทรงซุ่มดักรอที ตอนฝ่ายนั้นมาเข้าเฝ้าพระเจ้าบรมโกศ ทรงไล่ฟันจะให้ถึงตาย แต่เจ้าฟ้านเรนทร์ทรงโชคดีหรือมีวิชาดีหนังเหนียวก็ไม่แน่ ทรงรอดดาบไปได้โดนแค่จีวรขาด เรื่องรู้ไปถึงพระเจ้าบรมโกศ ถึงกับพิโรธหนักจนพระมเหสีต้องรีบพาพระราชโอรสไปผนวชให้พ้นราชภัย รอดไปได้อย่างฉิวเฉียดมาครั้งหนึ่ง พอสิ้นพระราชมารดาก็ไม่มีใครปกป้องพระองค์อีก

ถ้าหากว่าไม่เกิดเรื่องนี้เสียก่อน ทรงอยู่มาได้อีก ๓ ปีก็จะได้ครองราชย์ น่าจะเป็นยุคเฟื่องฟูของวรรณคดีไทยอีกยุคหนึ่ง

พระศพของเจ้าฟ้ากวีมิได้รับการถวายพระเพลิงตามโบราณราชประเพณี แต่ถูกฝังเอาไว้ที่วัดไชยวัฒนาราม ในเจดีย์สร้างอย่างหยาบๆคู่กับเจ้าฟ้าสังวาล วัดนี้เป็นวัดใหญ่อยู่ที่บางปะอินริมแม่น้ำเจ้าพระยา หากพระวิญญาณยังอยู่ที่นั่น ก็คงจะได้ทอดพระเนตรลำน้ำที่เคยใช้ล่องเรือ เห่บทพระนิพนธ์เมื่อสองร้อยปีก่อนและยังเป็นที่ขับขานจดจำรำลึกกันมาจนถึงวันนี้

มีบทเห่บทหนึ่ง แสนเศร้า เหมือนจะเป็นการสะท้อนชะตากรรมของเจ้าฟ้ากวี โดยที่พระองค์ท่านคงไม่ทรงรู้องค์ว่าจะทรงเป็นไปอย่างพระนิพนธ์บทนี้ทุกประการ

แต่เช้าเท่าถึงเย็น........กล้ำกลืนเข็ญเป็นอาจิณ
ชายใดในแผ่นดิน.......ไม่เหมือนพี่ที่ตรอมใจ





Create Date : 28 พฤษภาคม 2548
Last Update : 20 กรกฎาคม 2551 12:44:31 น. 29 comments
Counter : 1737 Pageviews.

 
จะว่าไม่ชอบกลอนทีเดียวนัก ก็ไม่ได้ ผู้ชายสมัยกลอน แสดงศิลปะ ออกมาทางกลอนก็มากเอาการ คนเก่งทั้งบุ๋น บู๋ มีเส่น่ห์ทุกสมัย


โดย: suparatta วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:19:50:20 น.  

 
สวัสดีค่ะ อยากจะถามว่า

หนังสือของคุณสุภาฯ

หาซื้อได้ที่ไหนบ้างคะ



เพราะรักดีไปเดินดูตามร้านหนังสือไม่มีขายเลยค่ะ


โดย: รักดี วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:20:33:08 น.  

 
http://bangkokmag.com/index.php

สั่งซื้อจากเว็บบางกอก คงต้องเสียค่าส่งด้วย
ถ้าร้านบานาน่า อนุสาวรีย์ชัยฯ คงมีแน่นอน
รักดีอยู่ใกล้หรือเปล่า??
คนเขียนอยู่ไกลมาก..ง่า..

ส่วนซีเอ็ด มีลงกี่สาขา ก็ไม่รู้ ต้องลองดู

เป็นเรื่องหนัก ที่พยายามเขียนให้มีอรรถรสทางภาษาด้วย แบบว่า มีพิ้นมาทางวรรณกรรมเหมือนกัน กิกิ


โดย: suparatta วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:20:56 น.  

 
ผู้ชายสมัยก่อน ไม่ใชสมัยกลอน พิมพ์ผิด

ลองทำลิงค์ บางกอก




โดย: suparatta วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:27:12 น.  

 
อ่านแล้วซาบซึ้งมากๆเลยครับ ผมเคยอ่านแต่บทกวีของท่านสมัยเรียนมัธยมแต่ไม่รู้ชีวประวัติของท่านเลย
น่าเสียดายที่ท่านสิ้นไปเพราะเหตุนั้น
ซึ่งจริงๆแล้วก็โทษท่านไม่ได้ ต้องโทษที่ชะตากรรมที่ทำให้คนสองคนมารักกัน


โดย: Dr.ภพ วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:34:12 น.  

 
ซาบซึ้งเหมือนกันเลย ดอกเตอร์ภพ


โดย: suparatta วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:38:58 น.  

 
ฮั่นแน่ .. แอบมายามค่ำคืนอีกแล้วนะครับ
ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือหลายเรื่องมาก คือถ้าจบก็จบพร้อมกันหลายเล่ม
ถ้าไม่ ก็คือไม่จบแล้ว เหอๆ จะเปิดเทอมแล้วต้องทำเวลาหน่อย

ชอบงานของเจ้าฟ้ากุ้งเหมือนกันครับ
ไพเราะมากๆ อ่านแล้วอยากแต่งกลอนเป็นบ้าง
แต่ไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้เลย เสียดาย.. ก็ได้แต่อ่านงานของท่านอื่นๆ ครับ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 28 พฤษภาคม 2548 เวลา:22:34:31 น.  

 
ขอตอบอีกนิด ทำไมมีห้องลับเยอะจังหว่า
แอบซ่อนอะไรรึเปล่าครับ อิอิ แซวเล่นๆ


โดย: Mint@da{-"-} วันที่: 29 พฤษภาคม 2548 เวลา:1:15:00 น.  

 
ห้องลับ
ไว้คุยกับพวกลี้ลับไง บิวซัง


โดย: สุภาฯ IP: 202.5.82.135 วันที่: 29 พฤษภาคม 2548 เวลา:9:01:57 น.  

 
สวัสดีค่ะ

ไว้รักดีไปเซนทรัล จะมีร้านหนังสือ ซีเอ็ด

รักดีจะเข้าไปเดินดูนะคะ

อยากอ่านหนังสือของคุณสุภาฯค่ะ

เย็นนี้ทานอาหารให้อร่อยนะคะ


โดย: รักดี วันที่: 29 พฤษภาคม 2548 เวลา:16:08:14 น.  

 
ขอบคุณมั่กๆ จ้า..


โดย: suparatta วันที่: 29 พฤษภาคม 2548 เวลา:19:31:00 น.  

 
ขอบคุณคุณสุภารัตถะ ค่ะ ดิฉันเข้าไปดูเวปที่แนะนำมาแล้วค่ะ จริงๆ แล้วเรื่องงานเขียนดิฉันไม่ถนัดเลย ภาษาก็คงต้องขัดเกลาอีกหน่อย นี่สองจิตสองใจเหมือนกันค่ะว่าจะส่งดีไหม หุหุ
แต่อย่างไรก็ขอบคุณมากๆ ค่ะ


โดย: jan_tanoshii วันที่: 30 พฤษภาคม 2548 เวลา:21:58:48 น.  

 

ชอบBlogเรื่องนี้คับ อ่านแล้วซาบซึ้ง

เป็นเรื่องที่หลายคน รวมทั้งผมไม่รู้มาก่อน

ขอบคุณที่นำมาให้อ่านกัน


โดย: yyswim วันที่: 31 พฤษภาคม 2548 เวลา:14:16:40 น.  

 
รู้เรื่องนี้เหมือนกัน แต่ไม่ลึกซึ้ง ไม่มีปัญญาหารายละเอียดมาเขียน
คุณเทาชมพู จะทราบเรื่องสมัยก่อนมาก พอเห็นเธอเขียนเรื่องนี้ด้วย ก็รีบก็อปมาแปะซะเลย

เจ้าฟ้ากุ้ง เป็นหนุ่มรูปงาม ไม่ถือยศ
จึงมีเสน่ห์ต่อบริวาร ทั้งหญิงชาย
อีกทั้งเก่งทั้งงานราษฎร์การปกครอง งานศิลป์ ทั้งสถาปัตยกรรม (บูรณะวัดวาอาราม) และวรรณศิลป์ มีผลงานหวานๆ ให้ยลตรึม

มาหลุดตรงที่แอบลอบทำร้าย พระภิกษุเจ้าฟ้านเรนทร์ ผู้เป็นพระเจ้าหลานยาเธอองค์ที่เสด็จพ่อของท่านทรงโปรดปราน
แล้วก็เรื่องความรัก ง่ะ


โดย: สภาฯ IP: 202.57.173.45 วันที่: 31 พฤษภาคม 2548 เวลา:15:50:07 น.  

 
บทความนี้เอามาแต่หนใดหรือครับคุณ สุภาฯ

พอดีอ่านแล้วติดใจตรงที่ว่า วัดไชยวัฒนาราม อยู่ที่อำเภอบางปะอินน่ะครับ


โดย: เจ้าชายไร้เงา IP: 203.151.140.118 วันที่: 19 มิถุนายน 2548 เวลา:4:44:05 น.  

 
ขอทักท้วงเรื่องที่ตั้งของวัดไชยวัฒนาราม ที่ถูกต้องคืออยู่ที่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา ตรงข้ามกับพระตำหนักสิริยาลัย อยู่ด้านตะวันตกของฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา


โดย: คนกรุงเก่า IP: 58.9.198.247 วันที่: 9 สิงหาคม 2549 เวลา:16:54:13 น.  

 


โดย: ลชชข IP: 124.120.205.198 วันที่: 11 กันยายน 2549 เวลา:18:33:55 น.  

 
น่าจะมีบทแปลของกาพย์ห่อโคลงนิราศธารโสกนะคะ


โดย: พลอย IP: 61.47.113.232 วันที่: 4 ธันวาคม 2549 เวลา:18:37:57 น.  

 
ขอให้มีความสุข


โดย: เอมมี่ IP: 61.7.160.248 วันที่: 16 มกราคม 2550 เวลา:11:46:49 น.  

 
วานนี้....ไปวัดไชยวัฒนารามมา มีผู้รู้ท่านได้บรรยายความตอนหนึ่งถึงเจ้าฟ้ากุ้ง....และเจ้าฟ้านิ่ม(เจ้าฟ้าสังวาลย์) ให้คณะเราฟัง เป็นคำถามที่ติดค้างใจมากมาย
วันนี้.....เข้ามาอ่านได้ทราบข้อมูลเพิ่มเติม รู้สึกขอบคุณคุณเทาชมพู
คราวหน้าจะไปยืนอ่านกาพย์แห่ชมเครื่องคาวหวานถวายท่าน...ด้วยความเคารพในบทกวีและคนรักบทกลอนที่พอจะเขียนบทกลอนได้บ้าง



โดย: เคียงโขง IP: 125.26.201.190 วันที่: 30 เมษายน 2550 เวลา:14:00:14 น.  

 
..... เข้ามาหาข้อมูล


โดย: เรารักหมีแพนด้า IP: 61.19.227.12 วันที่: 1 มิถุนายน 2550 เวลา:10:06:38 น.  

 
เรื่องราวความเปนมา น่าประทับใจมาก แต่ติดอยู่ที่ว่าการลงโทษค่อนข้างแรง แต่นั่นก็คือความเปนมาของสมัยก่อน


โดย: ยอดชาย IP: 61.7.182.220 วันที่: 6 กันยายน 2550 เวลา:13:27:40 น.  

 
เค้าอยากได้ประวัติประเพณีแห่เรืออ่าช่วยหน่อยสิค่ะ
ส่งมาที่meiyoho@hotmail.comน้า ช่วยหน่อยนะ


โดย: MEI IP: 58.10.64.121 วันที่: 7 กันยายน 2550 เวลา:19:12:53 น.  

 
ขอบคุณค่ะสำหรับข้อมูล


โดย: นาราเรียน IP: 203.113.17.167 วันที่: 12 กันยายน 2550 เวลา:17:19:31 น.  

 
ทรงเป็นกวีที่บรรยายคำออกมาน่าประทับใจมากๆๆๆๆๆๆชอบมั่กๆๆๆๆ


โดย: เด็กเอกไทยมาก่อน IP: 222.123.105.130 วันที่: 18 กันยายน 2550 เวลา:22:07:16 น.  

 
ผู้ชนะคือผู้สร้างประวัติศาสตร์ ในเรื่องนี้ก็ไม่แตกต่างทุกสิ่งทุกอย่างมีเบี้ยงหน้าและเบี้ยงหลัง " ใครกันเล่าข่มขีนหลานเอาทำเมีย" " ใครกันเล่าแย่งชิงเอาของคนอื่นมา" อนิจจา ผู้เขียนคือผู้มีอำนาจ ความจริงถ้าพูดแล้วตายใครจะพูด และเมื่อตายไปแล้ว ผู้อยู่เบี้ยงหลังใครเล่าจะรู้ความจริง ในเมื่อคนที่รู้ตายไปหมดแล้ว กรรม กรรม กรรม


โดย: เร. . IP: 203.113.33.8 วันที่: 5 ตุลาคม 2550 เวลา:16:03:00 น.  

 
บอร์ดเรือนไทย น้องๆ คนไหนมีคำถามเรื่องประวัติศาสตร์ไทย ๆ หรือเทศ ๆ ที่นั่นมีคนมีความรู้คอยให้คำตอบอยู่เยอะนะคะ อ.เทาชมพู ก็อยู่ที่เรือนไทยนั่นแล..

http://www.reurnthai.com/index.php?


โดย: ลองดู IP: 210.86.207.129 วันที่: 5 พฤศจิกายน 2550 เวลา:0:13:18 น.  

 
ดีมากๆๆๆๆเลยครับ


โดย: รัก IP: 202.142.208.12 วันที่: 9 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:35:03 น.  

 
อยากทราบอุปนิสัยของตัวละครแต่ละตัวจัง บอกหน่อยนะค่ะ


โดย: Shizu IP: 222.123.15.145 วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:17:07:24 น.  

suparatta
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




..วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร..
..ท่านนาคารชุนะ..
วิภาษวิธี..เกริ่นนำ..ตอนจบ..

๐ สมุดเยี่ยมและบ่นได้..
**ทางลัด**
๐ สารบัญทักทาย(ทั้งหมด)
๐ ชวนคุย&ฟังเพลงปี48(ทั้งหมด)
๐ นอนดูจันทร์..(ส่วนตัว)

**log in หน่อยน่า..



Google.co.th
Friends' blogs
[Add suparatta's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.