Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
16 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
.... คนละทาง คนละอย่าง คนละอุดมการณ์ แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน จากไผ่แดง สู่คนไทยวันนี้ ....

จาก ไผ่แดง สู่คนไทยในวันนี้ค่ะ

"ไผ่เป็นลำเป็นกลุ่มเป็นกอ
ไผ่จะล้อเล่นลม
ไปตามทางที่เหมาะสม ไปตามทิศทางลม
ไผ่ต่างพันธ์ ต่างเผ่า ต่างกอ
ไผ่ก็ยังต่างสี
ดังผู้คนในสังคมเรานี่ ใยจะไม่ต่างกัน
.. คนละทาง คนละอย่าง คนละอุดมการณ์
แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน...
เป็นเรื่องราวของชาวไผ่แดง
บ้างก็รู้กันอยู่แก่ใจ บ้างก็ฝันกันไป
..แต่จงจำไว้ก่อนจะสาย อย่าให้ใครมาสนตะพาย..
เพลง ประกอบ ละคร เรื่อง ไผ่แดง โดย เทียรี่ เมฆวัฒนา"




ที่มาเนื่องจากเห็นความคิดคนไทยตอนนี้
ช่างแตกต่างกันไปมา เกิดความขัดแย้งกัน รุนแรงมากบ้างน้อยบ้าง
ตามกระทู้ต่างๆ พันธุ์ทิพย์ เฟคบุค
และโดยธรรมชาติความเป็นมนุษย์ปุถุชนถ้าคิดเห็นเหมือนที่ตนเองเชื่อ
ก็ว่าถูกอ่ะค่ะ
เลยทำให้นึกถึง ละคร เรื่องไผ่แดง
ที่มีบทสนทนาอันเต็มไปด้วย อุดมการณ์ ระหว่าง ไอ้แกว่น กับ สมภารกร่าง
ที่ต่างก็มีอุดมการณ์อันแรงกล้า เพื่อจุดหมายเดียวกัน ที่จะรักษาให้คนไผ่แดงอยู่ดีกินดี
และทำให้ นึกถึง เพลง ประกอบละคร ไผ่แดง
ท่อนหนึ่งเขาร้องว่า

.. คนละทาง คนละอย่าง คนละอุดมการณ์
แต่ก็มีจุดหมายเดียวกัน...
สำหรับตัวเองว่าจริง นะคะ
ถ้าตามละคร เขาว่าจุดหมายเดียวกัน หมายถึง ล้วนแต่อยากให้ชาวไผ่แดงได้อยู่ดีกินดี

แต่ สำหรับตัวเองว่า ลึกลงไปแล้วมนุษย์ทุกคนก็มีจุดหมายเดียวกันๆจริงๆแหละค่ะ
ที่ยิ่งใหญ่ และ ผลักดันมนุษย์เราอย่างแท้จริงๆยิ่งกว่าทำเพื่อชาติ(อย่างที่หลายคนมักอ้างกัน)
นั่นคือทำเพื่อให้ตนเองรู้สึกเติมเต็มค่ะ
ถ้าจะวิเคราะห์ ทางจิตวิทยา แบบ satir model (เป็นจิตวิทยาแขนงหนึ่ง)
จุดหมายเดียวกัน นั้นคือ แรงปรารถนา(Yeraning) ที่คนทุกคนๆล้วนอยากได้เหมือนกันหมด
นั่นคือ
ทุกคนต้องการ การยอมรับ
ทุกคนต้องการ ความรัก ต้องการเป็นที่รัก
ทุกคนต้องการ ความมั่นคง
ทุกคนต้องการ ความสุข
ทุกคนต้องการ ความปลอดภัย
ทุกคนต้องการ ความอิสระ

จะชาวไผ่สีไหนทุกผู้ทุกคนล้วนอยากได้เหมือนกัน
โดยเฉพาะการเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รัก ช่างเป็นแรงปรารถนาที่รุนแรงเหลือเกิน
หลายคนทำทุกสิ่งอย่างจริงๆๆ เพื่อให้ได้มา
ขอย้ำว่าทุกสิ่งอย่างจริงๆๆ
บางคนจึงบ้าอำนาจมาก บางคนต้องการความสำเร็จมาก บางคนต้องการร่ำรวยเงินทองมากๆ บางคนพยายามเอาชนะใจคนด้วยวิธีการต่างๆนานา
และ บางคนก็ทำอีกหลายๆอย่างๆ ที่ไม่สุจริตได้
ถึงกับต้องทำร้ายกัน ใส่ร้าย แก่งแย่ง แข่งขันกัน หรือ แม้กระทั่ง ฆ่ากัน ก็มี เพียงเพื่อให้ได้รับการตอบสนองแรงปรารถนา(Yearning) ในใจเรานี่เอง
หลายที ถึงกับยอมสังเวยทุกสิ่งทุกอย่าง !!!
เฮ้อ...
แต่พฤติกรรมที่แต่ละคนคิดว่าจะได้มาล้วนแตกต่างกัน
จาก ประสบการณ์ การเรียนรู้ชีวิต มาแตกต่างกัน
บ้างก็ใช้วิธีดีๆ เพื่อให้ได้มา
เพราะ เรียนรู้มาว่า ต้องเป็นคนดี ถึงจะเป็นที่ยอมรับ เป็นที่รัก
ขณะที่บางคน ก็ ใช้วิธีฉ้อฉล เพราะ เรียนรู้มาว่า ทำยังไงก็ได้ ขอให้ได้ซึ่ง ความมีอำนาจมากๆ ซึ่งความร่ำรวย ซึ่งความสำเร็จ ขอให้มีคนนับหน้าถือตาเป็นพอ คนจะยอมรับเราแล้ว คนจะรักเราแล้ว

ดังมีคนกล่าวว่า ผู้ดี หรือ โจร ล้วนต้องการความสุขเหมือนกัน เพียงแต่ ลงมือทำเพื่อให้ได้มาด้วยวิธีแตกต่างกัน

จึง ทำให้เกิด คนละทาง คนละ อย่าง คนละ อุดมการณ์

จนเป็นที่มาของความขัดแย้งทั้งหมด ...
ทั้งที่จุดหมายเดียวกันแท้ๆ
แต่ มนุษย์ ก็ยังขัดแย้งกันร่ำไป
เพราะ เข้าใจผิดว่าสิ่งที่ตนอยากได้นั้น ต้องแย่งเอามาจากคนอื่น ต้องเอาชนะคนอื่น จึงได้มา
ทั้งที่ความจริง
ความสุข แรงปรารถนา ความยอมรับ ความรัก ต่างๆที่เราอยากได้นั้น เพียงแค่เรา
เติมเต็มด้วยตัวเราเองได้นั้น
เราอิ่มในใจเราได้เองนั้น ไม่ต้องไปงอนง้อจากใครเลย
สำหรับมนุษย์ปุถุชน ทำได้ขนาดนี้ ก็สุขขึ้นมากมาย
เพราะ ไม่ต้องไปปั่นป่วน วุ่นวายใจกับคนอื่นๆด้วยค่ะ

ถ้าวิเคราะห์ทางพุทธ
จุดหมายเดียวกันนั้นคือ ความสุข

มนุษย์ทุกคนต้องการความสุข

สำหรับ ในมนุษย์ผู้ยังไม่รู้แจ้งในอริยสัจ ความสุขนั้นคือ การได้ตามที่กิเลสต้องการ
ดังนั้นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป จึงวิ่งวน ตามหานู่นนี่นั่น เพราะ เข้าใจว่าได้มาแล้วจะสุข
ถ้ามองแบบพุทธ มนุษย์เราทั้งหลายก็วิ่งตามรับใช้กิเลสในใจเรานี่เอง
จึงเหนื่อย จึงทุกข์ ได้มาเท่าไหร่ก็สุขได้ไม่นาน สักพักก็วิ่งไปคว้าไปหาต่อ
ตกเป็นทาสของกิเลส

ส่วนในมนุษย์ที่รู้แจ้งในอริยสัจแล้ว ความสุข คือ การพ้นทุกข์แล้วอันเนื่องมาจากการดับสิ้นกิเลสในใจเรานี่เอง
ไม่ตกเป็นทาสของกิเลสในใจอีกแล้วอย่างสิ้นเชิง
จึงไม่ต้องเหนื่อย ต้อง ทุกข์ กับอะไรต่ออะไรมากมายนัก
จึงพบความสุขสงบในใจได้อย่างแท้จริง

โดยไม่ต้องง้องอน ให้ใครเขารัก เขายอมรับ เราด้วย
เพราะ ความสุขที่เกิดจากการเต็มอิ่มในใจเราได้เองนั้น ไม่ต้องไปงอนง้อจากใครเลย
สำหรับมนุษย์ปุถุชน ทำได้ขนาดนี้ ก็สุขขึ้นมากมาย ไม่ต้องไปปั่นป่วน วุ่นวายใจกับคนอื่นๆด้วยค่ะ

และ ยิ่งเป็นสุขที่เกิดจากการเป็นอิสระจากกิเลสในใจเราได้
ซึ่งเป็นความสุขระดับแท้ๆนั้น (สำหรับผู้มีดวงตาเห็นธรรม)
ยิ่งยิ่งใหญ่นัก ไม่ต้องงอนง้อใครมาทำให้เราสุข
แม้กระทั่งกับตนเองก็ไม่ต้องมาง้องอนให้มาเติมเต็มตนเองด้วย
เพราะ ใจรู้แจ้งแล้วว่า สุขใด ไม่มีอะไร ยิ่งใหญ่ กว่า สุขอันเกิดจากการหลุดพ้นจากกิเลส(ในใจเราเอง)ทั้งปวง

ขอให้ทุกคนพบกับความสุขจากภายใน(ใจเราเอง) ยิ่งๆขึ้นไปนะคะ
สำหรับตัวเอง ก็จะพยายามที่จะเป็นทาสของแรงปรารถนา ทาสของกิเลสในใจตัวเองให้น้อยลงไปบ้างอ่ะค่ะ

และ สำหรับเนื้อเพลงนี้ ชอบประโยคสุดท้ายของเพลงนี้มากค่ะ

"แต่จงจำไว้ก่อนจะสาย อย่าให้ใครมาสนตะพาย"
บ้านเมืองเราตอนนี้ป่วยๆ เอ้ย ป่วนๆ อยู่
จะ อยู่ไผ่สีไหน
ก็ ด้วยสติ ด้วยปัญญาของเราเองนะคะ
อย่าให้ใครมาสนตะพายค่า
^__^



สนใจฟังเพลง ไผ่แดง ของ เทียรี่ เมฆวัฒนาค่ะ ตามเว็บข้างล่างนี้ค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=ZIgVSDEkxEg


Create Date : 16 พฤษภาคม 2553
Last Update : 18 พฤษภาคม 2553 10:26:12 น. 4 comments
Counter : 1700 Pageviews.

 
บางทีเราทุกคนก็ต้องเจอกับความเครียด ท้อแท้ สิ้งหวัง
นั้นไม่ใช้อะไรที่แปลกไม่ได้หมายความว่าคุณอ่อนแอ แต่การที่คุณยอมรับว่ากลัวสิ่งนั้นต่ะหากละ
ที่เรียกว่าความกล้า กล้าทีจะยอมรับในสิ่งที่คุณกลัว กล้าจะยืนหยัดเเละต่อสู้กับมัน
แต่วันนี้ถ้าสิ่งที่คุณแบบรับไว้นั้นมันเกินกว่าที่คุณจะทนได้ ถ้ายังงั้น
วันนี้คุณลองเปิดใจให้ พระเจ้าเข้ามามีส่วนช่วยคุณคลายปัญหาของคุณได้มั้ย
ลองดูสิเเล้วคุณก็จะผ่านทุกอย่างไปได้อย่างแน่นอน!!
เหมือนที่ฉันได้ผ่านมานมาจนได้!


โดย: hj IP: 124.120.21.107 วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:0:16:23 น.  

 
เห็นด้วยนะคะ ความกล้าที่จะยอมรับกับสิ่งที่เรากลัว(โดยเฉพาะจากตัวเอง)นั่นแหละ คือ ความกล้าที่แท้จริงค่ะ

ขอบคุณคุณ hj นะคะ


โดย: Mr.Bear's dream วันที่: 17 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:37:28 น.  

 

ผมรู้สึกว่า ประเทศไทย กับครอบครัวไทย มีอะไรบางอย่างคล้าย ๆ กัน คือ แตกต่าง แล้วแตกแยก
(อันนี้ไม่ได้พูดถึงรัฐบาลกับฝ่ายประท้วงนะครับ พูดถึงคนทั่ว ๆ ไป)
คือขาดทักษะและแนวคิด ในการจัดการกับความแตกต่างและความเห็นที่ต่าง ....

ในครอบครัวเรามักจะเห็นว่า เวลามีความเห็นต่าง มักจะมีคนใดคนหนึ่งเก็บกดไว้ ทนไว้ ยอม ๆ กันไป (แต่ในใจและความคิดไม่ได้ยอมจริง) และวันดีคืนดีก็ระเบิดออกมา ตู้ม.. จากนั้นก็เละเทะ
กับคนในสังคมก็กลายเป็นคล้าย ๆ แบบนี้ไป คือไม่สามารถเอาเรื่องที่เห็นต่างมาพูดคุยกันด้วยเหตุผล (แบบไม่ใช้อารมณ์นำ)
และตอนนี้ยิ่งแย่กว่าเดิมคือถึงขั้นใครเห็นต่างคือศัตรูหมด ทุกอย่างเป็น all or none แค่ไม่เห็นด้วยก็เป็นศัตรูไปแล้ว

แอบมาบ่น ๆ เพราะช่วงนี้ใครมาคุยการเมืองด้วยต้องระมัดระวังคำพูดเป็นอย่างยิ่ง ...... ตอบไม่ถูกใจอาจถูกโกรธได้


โดย: ผมอยากที่จะเชื่อ วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:17:33 น.  

 
เห็นด้วย กับ คุณ ผมอยากที่จะเชื่อ ทุกประการเลยค่ะ

ภาพประเทศไทย ตอนนี้ เหมือน ครอบครัวแตกแยกจริงๆค่ะ

พูดอะไรกันก็ไม่ได้ค่ะ

เหมือนเป็นเรื่องของศรัทธาเลยนะคะ

ใครศรัทธาทางไหนแล้ว
เรียกว่าแตะกันไม่ได้เลยยย

เป็น all or none จริงๆค่ะ

นอกจากสถานการณ์ที่เกิดจะเครียดแล้วนะคะ

ความเครียดอีกอันที่เกิดขึ้นคือ คนไทยตอนนี้ คุยเรื่องนี้กันไม่ค่อยได้ด้วยค่ะ
ไม่ค่อยมีใครฟังใคร(ที่เห็นแตกต่าง)เลยค่ะ

ขอบคุณนะคะ ที่เข้ามาอ่านและมาแสดงความเห็นดีๆกันคะ 2b


โดย: Mr.Bear's dream วันที่: 18 พฤษภาคม 2553 เวลา:10:37:36 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

Mr.Bear's dream
Location :
นนทบุรี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวัสดีค่ะ
ยินดีที่ได้รู้จักเพื่อนๆๆ ทุกคนค่ะ
ตุ๊กตาที่โปรดคือ ตุ๊กตาหมี
และหมีที่โปรดสุดๆคือ
Mr.Bear's dream จ้า
Friends' blogs
[Add Mr.Bear's dream's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.