***อุปสรรค คือ สิ่งที่น่าตระหนกก็ต่อเมื่อคุณไม่ได้จับจ้องที่จุดหมายปลายทาง***
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
lสาระ...น่ารู้

ร่างกายของคนเราสามารถสร้างคอเลสเตอรอลได้เองอยู่แล้ว

ดังนั้นถ้าเรารับประทานอาหารที่มีไขมันสูง
ระดับคอเลสเตอรอลในกระแสเลือดก็จะมีสูงขึ้นตามไปด้วย เสี่ยงต่อการ เป็นโรคหลอดเลือดอุดตันและหัวใจวายแน่นอน

อาหารบางอย่างมีคุณสมบัติช่วยควบคุมคอเลสเตอรอลได้ เป็นอย่างดีเยี่ยม 6 อัศวินตัวสำคัญนั้นคือ มะเขือต่างๆ หอมหัวใหญ่ๆ กระเทียมใหญ่ๆ ถั่วเหลืองๆ แอปเปิล และโยเกิร์ต
วันใดมื้อใดที่คุณมีเมนูอาหารซึ่งอุดมไปด้วยไขมันมากๆ ก็ควรรับประทานอัศวิน ตัวหนึ่งตัวใดเพื่อควบคุม ไขมัน เช่น เมื่อรับประทานแกงกะทิที่มันๆ ก็ควรรับประทานมะเขือเปราะ หรือมะเขือพวงมากๆ เมื่อรับประทานไข่มากๆ

ซึ่งเป็นตัวเพิ่มคอเลสเตอรอลที่น่ากลัวนักคุณก็ควรรับประทานหอมหัวใหญ่ร่วม กับไข่่เจียวหรือไข่ดาวด้วย หรือรับประทานแอปเปิลวันละ 1 ผลทุกๆ
วัน หรือโยเกิร์ตวันละ 1 ถ้วยทุกๆ วัน รับประทานกระเทียมสดๆ เล็กน้อยกับอาหารจานยำ จานคาวต่างๆ เพื่อขับคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย
อันเป็นเรื่องที่แสนง่ายดายกว่าการเลิกรับประทานอาหารมันๆ ทุกจานโดยสิ้นเชิง คุณยังสามารถรับประทานเนย แฮม เบคอน ขาหมู ไข่
หรือ อาหารไขมันสูงจานต่างๆ ได้ในบางมื้อบางวัน
หากเพียงคุณรู้จักรับประทานอาหารอัศวินเหล่านี้เข้าไปด้วย

ซึ่งนอกจากจะช่วยลดคอเลสเตอรอลแล้ว อาหาร 6
อย่างนี้ยังมีคุณค่าของสารอาหารและแร่ธาตุสำคัญที่จะนำประโยชน์สู่ร่างกายของคุณอ
่างมากมายในด้านอื่นๆ อีกด้วย เช่น แอปเปิล หอมใหญ่และโยเกิร์ต ช่วยให้คุณขับถ่ายดี ผิวพรรณสวยงาม เป็นต้น

อาหารต้านมะเร็ง 5 ประการ
1. รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ เพื่อป้องกัน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลายกระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบ
ทางเดินหายใจ

2. รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ เพื่อป้อง กันมะเร็งลำไส้ใหญ่

3. รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และไวตามินเอสูง เช่น ผักผลไม้สีเขียว-เหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียงและปอด

4. รับประทานอาหารที่มีไวตามินซีสูง เช่น ผัก ผลไม้ต่าง ๆ เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร

5. ควบคุมน้ำหนักตัว โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็งมดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่ การออกกำลังกาย และการลดรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง จะช่วยป้องกันมะเร็งเหล่านี้ได้ 7 ประการเพื่อลดการเสี่ยง

1. ไม่รับประทานอาหารที่มีราขึ้น
อาหารที่มีราขึ้นโดยเฉพาะสีเขียว-เหลือง
จะมีสารอัลฟาทอกซินปนเปื้อน ซึ่งอาจเป็น สาเหตุของโรคมะเร็งตับ

2. ลดอาหารไขมัน
อาหารไขมันสูงจะทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ลำไส้ใหญ่ และต่อมลูกหมาก

3. ลดอาหารดองเค็ม อาหารปิ้ง-ย่าง
รมควันและอาหารที่ถนอมด้วยเกลือไนเตรท-ไนไตร์ท อาหารเหล่านี้จะทำให้เสี่ยงต่อ มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร และมะเร็งลำไส้ใหญ่

4. ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ เช่น ก้อยปลา ปลาจ่อม ฯลฯ จะทำให้เป็นโรคพยาธิใบไม้ตับ และเสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งของท่อน้ำดีในตับ

5. หยุดหรือลดการสูบบุหรี่ การสูบบุหรี่จะทำให้เสี่ยงต่อการเป็น มะเร็งปอด กล่องเสียง ฯลฯ การเคี้ยวยาสูบจะเสี่ยงต่อ การเป็นมะเร็งช่องปาก และช่องคอ

6. ลดการดื่มแอลกอฮอล์ ดื่มแอลกอฮอล์ จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งตับ ถ้าทั้งดื่มและสูบบุหรี่จะเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งช่อง ปาก ช่องคอ กล่องเสียง และหลอดอาหาร

7. อย่าตากแดด ตากแดดจัดมากเกินไป จะเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง

จากการศึกษาพบว่า
อาหารอาจมีส่วนสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็งได้ประมาณ 30-50%
แต่ในขณะเดียวกัน อาหาร ประเภท พืชผัก ผลไม้ ธัญพืช และเครื่องเทศต่าง ๆ ก็มีคุณสมบัติในการป้องกันมะเร็งได้ ดังนั้น
การรับประทานอาหารอย่างถูกต้องตามหลักโภชนาการจึงเป็นหนทางหนึ่งซึ่งสามารถ
ป้องก ันโรคมะเร็งได้ หมายเหตุ ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

มีรายงานวิจัยความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการอดนอน ในปี 2542

งานวิจัยเชิงทดลอง โดยอาสาสมัครหนุ่มสาว ทดลองนอนหลับวันละ 4 ชม. เป็นเวลา 6 คืน
เมื่อเจาะตัวอย่างเลือดพบว่ามีปัญหาระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้นและควบคุมยาก

ซึ่งเกือบจะเป็นเหมือนโรคเบาหวาน
นักวิจัยยังพบว่าการอดนอนเป็นสาเหตุของโรคอ้วน
โดยเกี่ยวข้องกับฮอร์โมนเร่งการเติบโต
ซึ่งเป็นฮอร์โมนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางกายภาพ
และควบคุมสัดส่วนของไขมันต่อกล้ามเนื้อในร่างกาย การอดนอนทำให้ฮอร์โมนนี้หลั่งน้อยลง
ร่ายกายรู้สึกอยากอาหารมากขึ้น
นอกจากนี้ยังส่งผลต่อฮอร์โมนเลปติน
ซึ่งเป็นสารที่สื่อต่อระบบประสาทว่า ควรจะอิ่มได้เร็วหรือช้าเท่าใด
ตามความต้อง การอาหารของร่างกายเมื่อระดับเลปตินลดลงจากการนอนน้อย

ผู้คนจะรู้สึกอยากอาหารมากขึ้นแม้จะได้กินอาหารจนได้พลังงานเพียงพอแล้วก็ตาม
การนอนไม่พอยังส่งผลต่อเม็ดเลือดขาว
และกลไกการตอบสนองภูมิคุ้มกันต่างๆของร่างกาย
ทำให้เจ็บป่วยง่ายเมื่อเจอเชื้อโรค
การนอนไม่พออาจส่งผลร้ายแรงถึงขั้นเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง?????
มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องวงจรการหลั่งฮอร์โมนแปรปรวน เนื่องมาจากการอดนอนและ แสงรบกวนในเวลากลางคืน ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านม ฉะนั้น นอกจากเราควรจะนอนให้ เพียงพอแล้ว เรายังไม่ควรเปิดไฟนอนอีกด้วย

รู้ไว้ใช่ว่า ....

ข้าวโพดมีคุณ แทะข้าวโพดหวานต้านโรคมะเร็งมีสารตัวล้างพิษมากกว่าผักผลไม้

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยคอร์เนลล์แห่งสหรัฐฯรายงานในวารสารสมาคมเคมีแห่งอเมริกาว่
ข้าวโพดหวานที่ปรุงสุกแล้ว่าจะออกฤทธิ์ล้างพิษในร่างกายสูงขึ้นได้อย่างเด่นชัดเจน เผยว่า
ผิดกับที่เคยเชื่อกันมาก่อนว่าผักและผลไม้
หากต้มปรุงสุกแล้วจะเสียคุณค่าทางอาหารลงไปสู้กินดิบๆไม่ได้

แต่ข้าวโพดหวาน
ยังคงสามารถเก็บพลังเป็นตัวล้างพิษคงไว้ได้แม้ว่าจะสูญเสียวิตามินซีไป
เขาได้พบในการต้มข้าวโพดหวาน ด้วยอุณหภูมิสูง 115 องศาเซลเซียสในเวลานานต่างกัน 10, 25 และ 50 นาที พบว่ายิ่งต้มนานจะทำให้มันมีสารอันเป็นตัวล้างพิษเพิ่มขึ้นเป็น 22, 44 และ 53 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารที่ออกฤทธิ์เป็นตัวล้างพิษช่วยดับพิษของพวกอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นอันตรายกับเซลล์ของอวัยวะต่างๆทั้งยังมีส่วนเกี่ยวพันกับโรคอันเนื่องมาจากความแก่ชราต่างๆ อย่างเช่น ต้อกระจกและโรคสมองเสื่อมอีกด้วย คณะนักวิจัยแจ้งว่า

ข้าวโพดหวานที่ต้มหรือปิ้งจะปล่อยสารประกอบที่เรียกว่า กรดเฟรุลิกอันเป็นคุณกับร่างกายยิ่งมากขึ้น
เมื่อถูกความร้อนสูงขึ้นหรือเวลานานขึ้นกรดเฟรุลิกเป็นพวกพฤกษเคมี
ซึ่งในผักและผลไม้มีอยู่ไม่มากนักแต่กลับพบมีอยู่อย่างอุดมในข้าวโพด
ผสมปนเปรวมอยู่กับอย่างอื่นการทำให้มันสุก
จึงช่วยทำให้มันปล่อยกรดเฟรุลิกออกมาได้มากขึ้น.
หากท่านอ่านแล้วเห็นว่าเป็นประโยชน์ . ก็สามารถนำไปปรับใช้กับตัวเองได้นะคะ...
ขอให้มีความสุข....สุขภาพดีค่ะ....



Create Date : 21 กันยายน 2551
Last Update : 21 กันยายน 2551 15:47:22 น. 5 comments
Counter : 382 Pageviews.

 



แวะมาเยี่ยมค่ะ


โดย: ป้าตุ้ย (amornsri ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:17:50:00 น.  

 
ขอบคุณที่แวะไปเม้นต์นะคะ


โดย: เจ้าหญิงทะเลทราย วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:10:43:03 น.  

 
ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆครับ


โดย: TzOzOzN วันที่: 25 กันยายน 2551 เวลา:11:41:42 น.  

 


โอ้โหย...สาระควรรู้ มีประโยชน์จริง ๆ เลยค่ะ...คุณจอย...
ไม่ใช่แค่น่ารู้ แต่ต้องควรรู้เลยค่ะ...


โดย: ลิตช์ (Litchi ) วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:3:25:07 น.  

 
พี่รัตน์มาเยี่ยมค่ะ
คิดถึงจัง น้องสาวพี่สบายดีมั้ยคะ


โดย: รัตตมณี (kulratt ) วันที่: 30 กันยายน 2551 เวลา:20:35:39 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

sunries
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




*** ในความทุกข์ทีสุด...มีความสุขกระโดดโลดเต้นอยู่***
*** ในความสุขที่สุด...มีความรักและกำลังใจอันเปี่ยมล้นจากเธอ ***







Google


Friends' blogs
[Add sunries's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.