ราตรีมีแสงดาว แม้แพรวพราวสุดฟ้าไกล เคียงคืนยาวยืนไป เพียงหนึ่งหนอพอคลายหม่น
Group Blog
 
 
มิถุนายน 2556
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30 
 
27 มิถุนายน 2556
 
All Blogs
 

..กรรม...ตามทวง...






บนถนนสายบ้านเพ-แกลง  ในเวลาเกือบตีสี่ ช่วงที่ฝนพรำหนาเม็ดเช่นนี้ สองข้างทางที่ครึ้มไปด้วยต้นยางพาราสูงใหญ่ อายุประมาณสิบกว่าปีขึ้นไป ปลูกอยู่เกือบชิดขอบทาง ยิ่งทำให้ถนนยิ่งมืดทมึนเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

รถเก๋งสีแดงวิ่งฝ่าสายฝน บนถนนสายเปลี่ยว ขณะฟ้าคะนองเช่นนี้ แสงสว่างวาบจากประกายฟ้า ทาบลงมาต้องต้นยางใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านรกครึ้ม พร้อมลมที่กรรโชก โยกไหวก้านใบ ให้สะบัดกวัดแกว่ง

ทำให้เงาของต้นยาง วูบไหว ราวกับปีศาจร่างสูงใหญ่ ที่กวักมือเรียกอยู่เป็นระยะ ๆ ตลอดทาง

แต่ผู้ขับขี่ซึ่งเป็นหนุ่มวัยรุ่น อายุประมาณ 20 ปี ผิวขาว หน้าตี๋ แต่งตัวไสตล์เกาหลี เขาไม่ได้รู้สึกถึงความน่าสะพรึงกลัวของบรรยากาศแวดล้อมเหล่านั้น

ยังคงหยอกล้อ กับสาววัยรุ่น แต่งตัวเปรี้ยวปรี๊ด ด้วยชุดกางเกงลายเสือดาวขาสั้นเสมอหูเสื้อสายเดี่ยวสีแสด ตัดกับผิวบนร่องอกที่ตูมเต่ง อวดความขาวนวล ด้วยเลือดฝาดวัยสาว ให้แลดูผุดผ่องยิ่งขึ้นท่ามกลางแสงสลัวๆ จากไฟหน้าปัทม์ในรถยนต์

เสียงเพลงจากเครื่องเสียงชั้นดี กระหึ่มด้วยเพลง ของ จัสติน บีเบอร์ทำให้สองหนุ่มสาว ไม่ได้รับรู้ถึงความเงียบ วังเวง ของเส้นทางที่รถวิ่งผ่านอยู่ขณะนี้

กลิ่นแอลกอฮอล์ระเหยคลุ้งออกจากปากของทั้งสองหนุ่มสาว พร้อมเสียงหัวร่อ ต่อกระซิก ดังมาเป็นระยะ ๆ

"อี๊ยยย! อย่าเล่นน่า บอม  ไม่เอา ไม่เอา พอแล้ว บี๋จั๊กจี๋ นะ" สาวน้อยยกมือปัดป้อง เมื่อมือข้างหนึ่งของบอม ละจากพวง มาลัย มาลูบไล้ ขาขาวที่พ้นขากางเกงอันแสนสั้นนั้น

หนุ่มผู้ขับรถ หันมาทำตาเจ้าชู้ใส่ และยิ้มอย่างมีเลศนัย

"เดี๋ยวถึงที่พักก่อน บอมจะทำให้ บี๋ ปัดมือบอมไม่ทันเลยละ"

หญิงสาว ได้ยิน เธอกลับยื่นหน้าไปใกล้เขา  ส่งสายตายั่วยวน พร้อมแลบลิ้น ล้อเลียนชายหนุ่ม

" อ๊ะ จริงดิ ไล่จับเค้าทันรึเปล่า เมาจนวิ่งไม่ไหว ไม่ว่า"

เธอท้าทาย แฟนหนุ่ม เพราะเห็นว่า เขาดื่มหนักร่วมกับเพื่อนๆอีก ห้าถึงหกคน ตอนอยู่ในผับเมืองระยอง ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก ที่แหลมแม่พิมพ์

เขาทั้งสองมาถึงที่พักตั้งแต่ตอนเย็น แล้วชวนกันไปเที่ยวสถานบันเทิงในตัวจังหวัด จนผับปิด แล้วแวะส่งเพื่อนที่มีบ้านอยู่ในตัวจังหวัดก่อน


ไม่มีรถขับสวนทางมาเลย ทางข้างหน้ามีเพียงแสงไฟจากรถส่องให้เห็นทาง ในระยะไม่ไกลนัก เพราะสายฝนที่ตกหนาเม็ดขึ้น ที่ปัดน้ำฝนทำงานในระดับความเร็วขั้นแรก ต้องเปลี่ยนเป็นระดับความเร็วมากขึ้น

ป้ายสีเหลืองข้างทาง บอกให้ผู้ใช้ถนนทราบว่า ข้างหน้าเป็นทางโค้งหักศอกทางด้านขวาอีกประมาณห้าสิบเมตร

บอม อยู่ในอารมณ์คึกคนองด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่ม และสนุกครึ้มใจจากคำยั่วเย้าของสาวที่นั่งอยู่ข้างๆ

เขาโน้มตัวยื่นหน้าไปทำท่าจะจูบ บี๋ ที่ยื่นหน้ามาหา สายตาละจากทางข้างหน้า หันมาทางหญิงสาว

หางตาเขาทันได้แว๊บเห็น อะไรบางอย่างสีดำไหวๆช่วงสุดท้ายก่อนที่ไฟหน้าจะผ่านไป พร้อมเสียงดัง

กรืบ!!!! รถสะเทือนเล็กน้อย บอมรีบหันกลับ สองมือยึดพวงมาลัยไว้แน่น

"เสียงอะไรน่ะ บอม "บี๋ถามขึ้นอย่างตื่นเต้น  สองมือคว้าจับคอนโซลหน้ารถไว้แน่นตามสัญชาติญาณ

 รถเสียหลักกินทางไปด้านขวา  เขาประคองกลับเข้าทางปกติได้ ในเวลาไม่นาน 

"จอดรถดูก่อนมั้ย" เธอมาถามเขาต่อเมื่อพอตั้งสติได้ แววตายังตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด มือข้างขวาเย็นชืด ยื่นมาจับแขนชายหนุ่ม

"ได้ ๆ ดูก็ได้" ชายหนุ่มตอบอย่างไม่อยากขัดใจเธอ เขาจอดรถชิดขอบทาง ห่างจากจุดทางโค้งที่ได้ยินเสียงมา ไกลเกือบร้อยเมตร

เขาจะเปิดประตูรถ ฝนที่กำลังตกทำให้เขาเปลี่ยนใจ

"ฝนตก ลงไปก็เปียก มองไม่เห็นอะไร ไปต่อดีกว่า อาจเหยียบถุงขยะข้างทาง ตอนทางโค้งนั่นก็ได้นะ"

เขาตัดบทเพราะทั้งมืดและฝนกำลังตก ทำให้เขาไม่อยากลงไป แต่พูดตามคาดคะเน ให้หญิงสาว สบายใจ

ทั้งสองหยุดหยอกล้อกันไปโดยปริยาย เพราะเสียง เหมือนรถกระทบกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้น 

"บอม ขับรถระวังหน่อย เมื่อกี้โชคดี ที่ไม่มีอะไรนะ หากชนคน เกิดเรื่องใหญ่แน่เลย คิดแล้วสยอง" 

เธอเตือนเขา เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวอีกครั้ง

"บี๋ กลัวอะไร ...หือ? ชนคนตาย กลัววิญญาณติดอยู่ในรถเหรอ?"
บอมเริ่มพูดเล่น อย่างติดตลกทั้งยังทำหน้าล้อเลียนเธอ

"บ้า พูดทำไม เรื่องผี ทางทั้งมืดทั้งเปลี่ยวแบบนี้ " เธอบ่น พร้อมฟาดฝ่ามือไปบนแขนข้างซ้ายของเขา จนเสียงดัง "เพี๊ยะ" 

ส่งสายตาค้อนเขา หน้างอหงิก เพราะจริงๆแล้ว เธอเป็นคนกลัวผีจนขึ้นสมอง

บอมเห็นเธองอน แต่เขายังเล่นไม่เลิก ด้วยนึกสนุกกับการหลอกแฟนสาว

"มีคนชอบเล่านะ ว่า ขับรถไปกลางคืนดึกๆ บนทางเปลี่ยว มีคนมาโบกรถอยู่ข้างทาง หันกลับไป ก็ไม่มีใคร

บางที เห็นชัดว่าขับรถชนคน แต่พอลงจะช่วยกลับไม่มีใคร มองมาอีกทีเห็นคนนั่งอยู่ในรถแล้ว  บี๋ เคยฟังมาบ้างหรือเปล่า? "

"นี่เมื่อไรจะเลิกพูดเสียที บี๋ไม่พูดด้วยแล้วนะ" 

เธองอนมากขึ้น สะบัดหน้าหนี จากหน้ารถ มองข้างทางผ่านกระจกรถด้านซ้ายมือของตัวเอง จังหวะนั้น เธอเงยหน้าขึ้นสายตาเลยไปถึงขอบกระจกด้านบนของประตูรถ

พลัน ต้องยกมือทาบอก สะดุ้งสุดตัว เมื่อสายตามองที่ขอบกระจกประตูรถด้านบน เห็นนิ้วมืออันขาวซีด โผล่มาให้เห็น แว๊บเดียว แล้วก็หายไป

เธอ จ้องเขม็งมองอีกครั้ง ทั้งที่ใจยังเต้นระทึก

....โอย ตาฝาด เห็นไปเองนะเรา...

เธอปลอบใจตัวเอง ทั้งที่ ใจเต้นระทึกขึ้นมาเอง อย่างอัตโนมัต คิดในใจว่า หากเล่าสิ่งที่เห็นไป เขาจะหัวเราะเยาะ และล้อเลียนเธออีก

เธอนั่งเงียบ ตัวแข็งหน้าเชิด มองทางข้างหน้า ไม่กล้ามองข้างทางอีก 
ด้วยอารมณ์หงุดหงิดเพื่อนชาย และกลัว ภาพที่เห็นเมื่อสักครู่ ระคนกันอยู่

บอม เห็นเธองอน เขาอยากง้อ 

" บี๋ ขอโทษนะ นะ บอมไม่หลอกแล้วก็ได้ น่า.. หันหน้ามายิ้มให้ หน่อยนะ "

เขาง้ออย่างอารมณ์ดี เรื่องที่รถชนบางอย่างจนรถเสียหลักตรงทางโค้งนั้นไม่อยู่ในความสนใจของเขาแล้ว

บี๋ หันหน้ามามองบอม ตามคำที่เขาขอทั้งที่ยังรู้สึกงอนอยู่บ้างเล็กน้อย ตาของเธอมองเลยไปถึงขอบกระจกประตูรถด้านที่บอมนั่ง 

นิ้วมือขาวซีด เปลี่ยนไปปรากฏขึ้นที่ด้านขวาของรถข้างบอมนั่ง ให้เห็นอีกครั้ง

ครั้งนี้ เธอหยุดความตระหนกไว้ไม่ได้ กรีดร้องด้วยความขวัญหนีดีฝ่อ

"อ๊ายยยยย" ยกสองมือปิดตา ก้มหน้าลง ตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกเปียกน้ำ

บอมเห็นเธอมีอากัปกริยาแบบนั้น เขาคิดว่า เธอโกรธเขามากขึ้น จึงรีบถามอย่างใส่ใจ

"บี๋ ทำไมต้องโกรธ บอมมากอย่างนี้ล่ะ บอมล้อเล่นนิดเดียวเอง"

พร้อมเอื้อมมือข้างหนึ่งไปโยกหัวเธอเล่น

"ไม่ใช่ ไม่ใช่ " เธอร้องด้วยเสียงสั่นเครือ ยกสองมือขึ้นปิดตาไว้ 

"มีนิ้วมือโผล่มา อยู่ตรงขอบประตูกระจกด้านบนข้างบอม บี๋กลัว ฮือ ๆ ๆ ๆ" เธอร้องไห้ออกมาด้วยความหวาดกลัว ลืมอายแฟนหนุ่ม

บอมรู้ทันทีว่า ไม่ใช่อย่างที่เขาคิดแล้ว เขาหันมองตามคำที่ บี๋บอก แต่เขาไม่เห็นอะไร นอกจากหน้าต่างกระจกติดฟิล์มกรองแสงสีค่อนข้างทึบ ที่เพิ่มความมืดทำให้สองข้างทางดูยิ่งมืดมากขึ้น

มือขวาเขาจับพวงมาลัยข้างหนึ่ง ชลอความเร็วลง มือซ้ายเอื้อมไปโอบบ่าบี๋ให้เอนตัวมาหา ด้วยความรู้สึกผิด อยากปลอบเธอที่ทำให้ตกใจกลัว จนเกิดภาพหลอน

เธอยังปิดตาแน่น ตัวสั่นอยู่อย่างนั้น

"บี๋ ไม่มีอะไรหรอกนะ บอมขอโทษ ที่เล่าเรื่องผี ทำให้บี๋กลัวแบบนี้ ดูซิ ไม่มีอะไรจริงๆ "

เขายืนยัน เพราะเมื่อหันไปมองตามตำแหน่งที่เธอบอก เขาเห็นแค่ความมืด ไม่เห็นสิ่งที่แฟนสาวบอกมา

"เมื่อกี้ บี๋เห็นมันอยู่ข้างนี้ " เธอพูดทั้งที่ยังปิดหน้าอยู่ แต่ชี้นิ้วส่งสัญญาณไปทางหน้าต่างด้านซ้ายของเธอ

"บี๋ ไม่กล้าบอกทีหนึ่งแล้ว คิดว่าตาฝาด กลัวบอมจะหัวเราะเยาะ แต่พอหันไปทางบอมก็เห็นอีก ไม่ใช่ตาฝาดแล้วละ บี๋ กลัวจริงๆ"

เธออธิบายละล่ำละลักเพื่อให้แฟนหนุ่มเชื่อในสิ่งที่เธอเห็น

รถยังคงวิ่งไป สายฝนเริ่มซาเม็ดลง แต่ยังสาดสายให้เห็นชัดจากแสงไฟหน้ารถ

บอมโอบเธอไว้อย่างนั้น 

"ปิดตาไว้อย่างนั้นก็ได้นะ ใกล้ถึงที่พักแล้วละ"

เขาปลอบเพื่อให้เธอรู้สึกดีขึ้น เขาคิดว่าเมื่อถึงที่พัก ลงจากรถ ก็จะได้รู้ว่า มันไม่มีอะไรอย่างที่เธอเห็น เป็นเพียงอุปาทานเท่านั้น

เขาปรับระดับที่ปัดน้ำฝนให้ลดสปีดลงมา สายตาจ้องไปตามเส้นทางข้างหน้า

สีของน้ำฝนที่ไหลลงมาที่กระจกหน้ารถ มีสีที่แปลกไป มีน้ำข้นเหนียวซึ่งเขายังไม่แน่ใจว่าสีอะไร ไหลเป็นทางปะปนลงมา

บอมแปลกใจ ตามองเขม็ง เขาชักมือกลับจากการโอบบ่าแฟนสาว มาจับพวงมาลัยรถแน่น

เมื่อที่ปัดน้ำฝน ปัดถูกน้ำสีแดงที่เขาเห็นชัดขึ้น เหนียวเป็นเมือก กระจายไปตามแนวที่ใบปัด ปัดไปถึง

มันยังไหลมาเรื่อยๆ สายฝนที่ซาเม็ด ไม่อาจชำระล้าง สีแดงเมือกนั้นให้หมดไปได้ทัน

...อะไรนั่น...

ใจของบอม เต้นโครมคราม ระทึกขวัญ ตาเบิกโพลงเมื่อเห็น เส้นสีดำยาว ทาบลงมาจากหลังคารถปรากฏขึ้นบนกระจก

ขณะที่เขากำลังรวบรวมสติกลับมา อาการมึนจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ ดูเหมือนจะหายไปหมดสิ้น เขาพยายามมองให้ชัด พอดีกับเสียง 

ตึง! ตึง! ดังถี่ๆ หลายครั้ง ขึ้นบนหลังคา ด้านเบาะหลัง เขาเหลียวเงยขั้นมองตามที่มาของเสียง แต่ ไม่เห็นอะไร ภายในตัวรถด้านเบาะหลังยังเป็นปกติ ไม่มีเงาของใคร หรืออะไร ปรากฏอยู่

ใจของเขาเต้นระส่ำ รีบหันกลับ ตาจ้องไปข้างหน้าเขม็ง เมือกเลือดนั้น ทำให้กระจกหน้ารถพร่ามัว มือที่กุมพวงมาลัยเย็นชื้น ขาเหยียบคันเร่งเร็วขึ้นโดยอัตโนมัติ

"เสียงอะไร บอม" 

บี๋ ถาม เสียงเธอ บอกอาการขวัญเสียอีกครั้ง หลังจากที่เธอปิดหน้า และ บอมโอบกอดปลอบใจ ใจเธอเริ่มคลายความหวาดกลัวได้บ้าง คิดว่าจะเปิดหน้า และทำใจให้เป็นปกติ อยู่พอดี

"บี๋นั่งอยู่อย่างนั้นไปก่อนนะ อย่าเปิดหน้ามาดู บอมจะขับไปให้ถึงโรงแรมเร็วที่สุด" 

เขาตอบบี๋ อย่างยังพอมีสติที่จะห่วงเธอ พยายามข่มความกลัว ปรับน้ำเสียงให้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มันก็ยังทำให้บี๋จับความรู้สึกได้

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ บี๋ ทั้งที่กลัว แต่เธอห้ามความอยากรู้ว่า อะไรเกิดขึ้นบ้างไม่ได้

เธอเอามือทั้งสองข้างที่ปิดตาไว้ ออก ภาพที่เห็น คือ เมือกสีเลือดเปรอะเต็มหน้ากระจกด้านหน้า ทำให้เห็นทางข้างหน้าไม่ชัดเจน

เธอไม่ทันได้เห็น เส้นผมดำยาวที่ทาบลงมาที่กระจกเมื่อสักครู่นั้น ซึ่งตอนนี้มันหายไปแล้ว

แต่เท่านี้ ก็ทำให้เธอตกใจแทบสิ้นสติ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยสีสันของเครื่องสำอางค์ ไม่พอกลบความซีดเผือด จากใบหน้าเธอได้

ปากสีแดง กลายเป็นม่วงคล้ำ คอแห้งผาก จนเสียงแหบพร่า

"มะ มะ มัน  อะ อะไร น่ะ บอม" เสียงเธอถามตะกุกตะกักอย่างยากลำบากกว่าจะหลุดมาเป็นประโยคนี้ออกมาได้

"ไม่รู้ บี๋ บอม ไม่รู้" เสียงที่เขาตอบมา สั่น จนบอกให้รู้ถึงความหวาดหวั่นอย่างไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป

บี๋ร้องไห้ เสียงดัง ตัวสั่นระริก เธอยกทั้งสองขาขึ้นมาชันเข่าบนเบาะนั่ง สองแขนโอบเข่า ซบหน้ากดหัวตัวเองไว้แน่น เหมือนพยายามทำตัวให้ลีบเล็กมากที่สุด

รถทะยานด้วยความเร็วสูงสุด ใจบอมสั่นระริก
โน่น...เขาเห็นแสงไฟจากที่พักอยู่ข้างหน้า ไม่ไกล

.....อีกนิดเดียวจะถึงแล้ว...เขาคิด ความหวาดกลัวทำให้เส้นขนทุกส่วนของเขาลุกชัน แอร์ในรถเหมือนเพิ่มความเย็นขึ้นได้เอง เย็นจนจับขั้วหัวใจ

เขาไม่มีสติพอที่จะปรับอุณหภูมิให้อุ่นขึ้นแต่อย่างใด

บอมพยายามตั้งสติ แต่เสียงร้องไห้ของบี๋ก็คอยสั่นประสาทเขาไม่น้อย
ทั้งเลือดที่ไหลลงมาหน้ากระจกยังไหลอยู่อย่างต่อเนื่อง

เขาเบรครถ อย่างแรง จนเกิดเสียงยาง เสียดสีกับ ถนน ริมทางหน้าประตูโรงแรม ซึ่งตั้งด้านซ้ายของตัวรถ ห่างจากถนนไปหลายสิบเมตรทีเดียว

เอี๊ยดดดดด!!!!!!!!


แค่ถึงริมถนนทางเข้าโรงแรม ใจเขาอยากลงจากรถคันนี้ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ 


"เร็วบี๋ ไป!!! วิ่ง วิ่ง เข้าไปในโรงแรมเดี๋ยวนี้เลย" 

เขาสั่งแฟนสาวด้วยเสียงอันดัง แล้วตัวเองรีบเปิดประตูรถ วิ่งอ้อมท้ายรถ นำหน้าไปอย่างรวดเร็ว

บี๋ ตะลีตะลาน เอื้อมมือเปิดประตูรีบทำตามอย่างที่เขาบอก 

แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้น พร้อมประตูรถที่เปิดอ้าออก

เธอเห็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องหมดสติ ร่างกำลังก้าวออกจากรถยังไม่พ้นประตู ทรุดลงกองอยู่ที่พื้นถนน ประตูรถด้านนั้นยังเปิดคาอยู่

มีร่างผู้หญิงสวมเสื้อคลุมสีดำ นอนอยู่บนหน้ากระโปรงรถ ใบหน้าซีดขาว แต่เต็มไปด้วยเลือด ผมเผ้ากระเซิง หันตะแคงหน้ามาทางเธอ ตาจ้องเขม็ง ปากแดงฉาน อ้าพะงาบ ๆ เหมือนจะร้องเรียกเธอ 

เธอไม่มีโอกาสได้ยินเสียงนั้น เพราะสติเธอดับวูบไปเสียก่อน

ฝ่ายบอม เมื่อเขาบอกแฟนสาวเสร็จ เขาก็วิ่งเร็วอย่างไม่คิดชีวิต ตรงเข้าทางเข้าโรงแรม 

...บี๋ล่ะ..เขารู้สึกตัว คิดถึงแฟนสาว เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าเธอตามมา

เขาเหลียวหน้าหันไปมอง หัวใจวูบ แทบหยุดเต้น ขนหัวลุกชัน ตาเหลือกลาน กับภาพที่เห็นในแสงลางที่มีเพียงไปส่องป้ายชื่อโรงแรมและโคมไฟที่เสาไฟหน้าโรงแรมเพียงดวงเดียวที่ให้แสงสว่างไม่ชัดเจนนัก ทั้งสายฝนยังปรายเม็ดบางๆ อยู่ไม่ขาดระยะ

ที่ตามเขามาไม่ใช่ บี๋ แต่เป็น

ร่างที่ดูคล้ายปีศาจหญิงชราผอมสูงในเสื้อคลุมสีดำยาว กระรุ่งกระริ่ง สองมือเกร็งยื่นมาข้างหน้า ผมยาวถึงหน้าอกลู่ลีบลงมาปรกใบหน้าที่เปรอะไปด้วยเลือด ส่วนดวงตาที่โผล่พ้นช่องเส้นผมออกมาเหลือกโพลง ปากบิดเบี้ยวมีสีแดงไหลย้อยออกมาจากมุมปากทั้งสองข้าง ช่างน่าสยดสยอง ประหวั่นพรั่นพรึง สำหรับบอมเป็นยิ่งนัก

ขาสองข้างของเขาแข็งค้าง เหมือนมีหมุดปักตรึงไว้ตรงนั้น ตาจ้องมองเขม็งแทบทะลุออกมานอกเบ้า ปากอ้าค้าง ไร้เสียงใดใด ลอดออกมา

ขณะที่ร่างนั้นเคลื่อนใกล้เข้ามา ด้วยท่าทาง กระย่องกระแย่ง ติดขัด บ่งบอกถึง เส้นเอ็นในลำตัวที่เหมือนมีอาการยึดแข็ง

เสียงที่บอมได้ยินแว่วๆไม่ชัดเจน เพราะเสียงนั้นกว่าจะหลุดออกมาจากลปากดูช่างยากลำบากเหลือเกิน แต่มันพอที่กระตุกความรู้สึกบอมให้กลับมาได้อีกครั้ง

" แก...ต้อง..ชะ..ชะ ชด..ใช้....แกต้อง....ชด...ชะ ..ช้ายยยย ให้..ข้าาาา"

เท่านั้น ความห่วงใยในตัวแฟนสาว เลือนไปจากสมอง เมื่อหลุดจากอาการช็อค สมองเขาสั่งได้อย่างเดียวว่า ต้องหนี หนีให้ไกลที่สุด

เขาออกวิ่งเข้าไปในโรงแรมอย่างเร็วทีสุดในชีวิต ปากร้องตะโกนสุดเสียง 

"ช่วยด้วย ช่วยด้วย" ซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างนั้น จนถึงป้อมพนักงานรักษาความปลอดภัย ด้านหน้าโรงแรม


พนักงานรักษาความปลอดภัยของโรงแรม ที่อยู่ประจำจุดนั้นพยายามเรียกเขาเพื่อจะสอบถาม แต่ไม่ทัน บอมวิ่งเตลิดไปถึงบันไดทางขึ้นลอบบี้แล้ว

พนักงานที่อยู่รอบๆบริเวณนั้น เมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างหวาดกลัวสุดขีดของบอม ต่างกรูกันออกมาดู

พวกเขาเห็นบอมที่วิ่งกระเซอะกระเซิง อย่างคนไร้สติ เข้ามา

แล้วมองตามหลังบอมไป

ทุกคนต่างตกตะลึงกับภาพที่เห็น อุทานกันไปแล้วแต่จะออกมาจากความรู้สึก 

มือเท้าเย็นเฉียบ 

"โอวววว พระเจ้า ช่วย"





..........................................................................................

นาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนังห้องฉุกเฉิน ของโรงพยาบาลแกลง บอกเวลาตีห้า ยี่สิบห้านาที หมอและพยาบาลกำลัง ตรวจรักษาคนไข้หลายราย อยู่อย่างวุ่นวาย

ในห้องพักผู้ป่วยฉุกเฉิน บี๋ สาววัยรุ่น นอนหลับด้วยฤทธิ์ยาระงับประสาท ที่หมอต้องฉีดให้ เพราะเมื่อเธอฟื้นขึ้น เธอเอาแต่ร้องเพ้อ ด้วยความหวาดกลัว

อีกเตียงไม่ห่างกันนัก บอม นอนมองเพดานตาลอย เหมือนเขากำลังครุ่นคิด ถึงเรื่องราว ที่เกิดขึ้นเมื่อ ชั่วโมงกว่าๆ ที่ผ่านมา

แขนของเขา ถูกเข้าเฝือกไว้ หลังจากมาถึงโรงพยาบาล หมอตรวจพบว่าแขนเขาเดาะ 

บุรุษพยาบาลเข็นรถนอนคนไข้หญิงอายุประมาณ เกือบห้าสิบปีออกมา

ลุงวัยไล่เลี่ยกับหญิงคนนั้น นุ่งกางเกงจีนขาก๊วยสีดำ ใส่เสื้อยืดแขนยาว สีเกือบดำ มองดูก็รู้ว่า แกมีอาชีพเป็นชาวประมง เดินตามไปอย่างใกล้ชิด

เขาถามป้า ผู้ที่เป็นภรรยา

"แก เป็นอย่างไรบ้าง เคราะห์ดีนะที่เป็นแค่นี้ นี่หลวงปู่คร่ำ คุ้มครองแกไว้"

เขาเอ่ยถึง พร้อมยกมือขึ้นไหว้ เกจิอาจารย์ชื่อดังของเมืองแกลง ที่เขาและภรรยานับถือ ทั้งสองต่างก็ห้อยเหรียญหลวงปู่ ไว้กับคอเสมอ

"เย็บสิบห้าเข็มแน่ะ แก เคล็ดขัดยอกไปหมด นี่ดีหน่อย หมอฉีดยาแก้ปวดให้แล้ว" 

ผู้เป็นภรรยา บอกอาการด้วยเสียงพูดที่ฟังเกือบไม่ชัด เพราะปากที่บวมเจ่อ

"ฟันหักไปสี่ซี่ แหม! มันจอดรถไม่ปรานีปราศรัยเลย" 
เธอยังบ่นต่อทั้งที่เจ็บปาก

"ฉัน ออกมาเห็นแกหายไป เหลือแต่ถังปลาหมึก หกเรี่ยราด กับรองเท้าแตะของแก ตกอยู่ตรงนั้น เงยหน้าเห็นแค่รถมันวิ่งไปลิบๆแล้ว" ลุงย้อนหลังให้ภรรยาฟัง

"มองไม่ถนัด เห็นชายเสื้อกันฝนแก ไหวๆ ฉันรีบสตาร์ทรถเครื่อง ก็เฮ้อ!" 

แกถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย กับรถมอเตอร์ไซค์คู่ชีพคันเก่า อายุใช้งาน เกินสิบห้าปี หัวเทียนบอดเป็นประจำ ยิ่งตอนฝนตก อากาศชื้นแบบนี้ ยิ่งติดยากมากขึ้น

"มันก็แสนจะติดยาก ยิ่งฝนตกๆด้วยแล้ว ทำเอาหอบเลย กว่าจะมาทันก็ตรงมันจอดรถไว้หน้าโรงแรม เห็นแกวิ่งกระโผลกกระเผลกตามมันอยู่ ก็ค่อยใจชื้น ที่แกไม่เป็นอะไรมาก" 

ลุงจับมือภรรยาของแกไว้ อย่างให้กำลังใจ

พร้อมมองแขนและมือป้าที่แข็งแรง เพราะผ่านการทำงานหนักมาตลอดชีวิต ตอนนี้มีรอยถลอก ช้ำ ห้อเลือด  อยู่หลายที่

"ฉันก็ไม่ทันเห็นรถมา ก้มลงหยิบเชือกที่จะใช้มัดถังปลาหมึกกับท้ายรถเครื่อง รอแกที่เข้าไปเอาโทรศัพท์อยู่นั่นแหละ" 

ป้าเล่าเหตุการณ์ย้อนหลัง

"ก้มๆเงยๆ อยู่ รถมันเฉี่ยวพันเอาชายเสื้อกันฝนฉันคลุมอยู่ไปติดอะไรสักอย่าง สะบัดฉันขึ้นไปอยู่บนหลังคา เดชะบุญแกเอ๊ย! ฉันไม่ตกลงมา

มือคว้าไอ้ที่พอจะยึดได้ ก็ตรงขอบกระจกประตูรถที่ติดยื่นออกมานั่นละ คร่อมตัวอยู่บนหลังคารถไว้ กางมือขยับจับ ข้างนั้นที ข้างนี้ที

มันจอดรถครั้งแรก ไอ้ฉันก็มัวแต่ จุกอยู่ ไม่ทันได้ร้องบอก รถก็ออกไปซะแล้ว เลยต้องค้างอยู่บนนั้นต่อ

รถมันเบาหน่อย ฉันกะว่า จะให้มันเห็นฉัน ว่าอยู่ข้างบน เลื่อนตัวไปหน้ารถ เลือดไหลย้อยเพราะหัวแตก ตอนสะบัดขึ้นมาหัวกระแทก ทั้งเจ็บทั้งจุก

ไม่รู้ทำไม อยู่ๆ มันดันวิ่งเร็วขึ้น ฉันก็ต้องรีบมาจับที่เดิม

นึกขึ้นได้  เลยเอาขากระแทกหลังคารถมัน เผื่อจะผิดสังเกตุว่ามีอะไรอยู่บนหลังคา ลงมาดูบ้าง มันก็ไม่หยุดนะแก ยิ่งวิ่งเร็วขึ้นอีก 

ฉันก็ต้องเกร็งมือ เกร็งขา กลัวจะตก ดีที่เสื้อกันฝนมันหนา เหนียว ไม่งั้นฉันตกกลางทางแน่เลย

มันมาจอดหน้าโรงแรม ซะแรงเชียว ทำเอาฉันร่วงมากองหน้ากระโปรงรถ ปากกระแทก ฟันหักไปสี่ซี่นี่

ฉันร้องบอกอีหนูผู้หญิง ก็เป็นลม ซะก่อน

ค่อยๆลงไป เรียกไอ้หนุ่มนั้น ก็ดันวิ่งหนี จนสะดุดบันไดทางขึ้นหน้าโรงแรมแขนเดาะอีก

ฉันแค่อยากให้มันรับผิดชอบ ห่วงว่า ปลาหมึกที่หาได้จะไม่ได้ขาย เราจะไม่มีสตางค์ซื้อน้ำมันออกเรือ ไหนจะค่าข้าว ค่ากับข้าวอีก

เออ..ยังดีที่แกตามมาทัน ไม่งั้น ถ้าพนักงานโรงแรม เห็นฉันเป็นผี อย่างไอ้หนุ่มนั่น พากันวิ่งหนี ฉันไม่ได้มาหามดหาหมอกันพอดี"

ป้าลำดับเหตุการณ์ต่างๆให้ลุงฟัง เป็นเพราะความแข็งแรงและอดทนของแกเองด้วย ทำให้แกไม่ตกลงพื้นถนนขณะรถกำลังวิ่งอยู่

"แล้วนี่ แกจะเอายังไงล่ะ ให้ฉันไปแจ้งความก่อน ดีมั้ย ทั้งค่ารักษา ค่าปลาหมึกของเราเน่าไม่ได้ขาย คงต้องให้ตำรวจจัดการให้"

ลุงบอกป้าขณะที่รถเข็นเตียงที่ป้านอน ถึงห้องพักผู้ป่วยใน

"เออ ตามใจแก ให้ไอ้หนุ่มนั่นมันได้บทเรียนจากเมาแล้วขับบ้าง สงสารแต่อีหนูผู้หญิง นั่น มันคงคิดว่า ฉันเป็นผี ประสาทหลอนไปเลย หลายวันคงกว่าจะหาย"

ป้าบอกกับลุง แม้ปากจะเจ็บ น้ำเสียงของป้า อ่อนๆ บอกถึงความเวทนา บี๋ ส่วนอีกใจหนึ่งก็อยาก ให้บทเรียนกับ บอม ทีหลังจะได้เพิ่มความระมัดระวัง เวลาขับรถในเวลากลางคืน และเลิกนิสัยเมาแล้วขับได้

ประสบการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้ คงทำให้ทั้ง บอม และ บี๋ ไม่อาจลืมไปตลอดชีวิต 



คุณล่ะ...หากพบกับเหตุการณ์อย่างนี้

คนที่คุณเจออาจไม่ใช่ป้า ชาวประมง แต่ อาจเป็น...ผู้ที่ใครๆ ก็ไม่อยาก พบเห็นในเวลาค่ำคืนอันแสนน่าหวาดหวั่น..ก็เป็นได้


******************************

ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ตค่ะ








 

Create Date : 27 มิถุนายน 2556
11 comments
Last Update : 27 มิถุนายน 2556 10:45:50 น.
Counter : 691 Pageviews.

 

ส่องผ่านๆ บรื๋อออออเลยค่ะ คุณนานา ^^
เดี๋ยวนุ่นไปตามอ่านที่กระทู้นะคะ
จะได้เมนท์สะดวกๆ

คราวนี้มาแหวกแนวอีกแล้ว
คุณนานาชอบทำให้จิตตกเรื่อยเลยเวลาเป้นเรื่องสั้นอ่ะ
แต่ดีค่ะได้อ่านอะไรที่หลากหลายดี

 

โดย: lovereason 27 มิถุนายน 2556 12:41:08 น.  

 

ขอบคุณค่ะ คุณนุ่น
เอาน่า..อย่าอ่านยามดึกละกันนะ

 

โดย: nana_tjj 27 มิถุนายน 2556 12:50:21 น.  

 

อ่านแล้วลุ้นมากมาย สุดท้าย เฮ้อ..ค่อยยังชั่วหน่อย


 

โดย: ดุหยง 27 มิถุนายน 2556 13:42:28 น.  

 

ผมว่า...
หลังจากบอมกับบี๋จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ป้าแกแล้ว
.
.
.
.
.
.
.
.

ป้าแกน่าจะจ่ายค่าทำขวัญให้บอมกับบี๋นะครับ




 

โดย: ทุกคนรู้แต่แกล้งไม่รู้มากกว่า 27 มิถุนายน 2556 18:09:19 น.  

 

เข้ามาอ่านด้วยคนค่ะ

 

โดย: ,uok IP: 58.9.149.169 27 มิถุนายน 2556 18:55:54 น.  

 

***สงสารป้าแกค่ะ อย่าไปเอาอะไรกะแกเลย สติแตกเอง แกแค่อยากได้ค่าเสียหาย...นะ น้องแกล้ง..อิ อิ

**ขอบคุณ มีนา นะคะ ที่ตามมาให้กำลังใจ

 

โดย: nana_tjj 28 มิถุนายน 2556 7:09:51 น.  

 

ก๊ากกก คุ้มไหมนี่ป้า อิอิ

อิอิ คุณมีนา คนนี้เป็นคนเดียวกับที่ผมรู้จักป่าวนี่

หวัดดีครับ คุณมีนา คนสวย

 

โดย: ทุกคนรู้แต่แกล้งไม่รู้มากกว่า 28 มิถุนายน 2556 7:47:19 น.  

 

พี่เดาเอานะแกล้ง จาก ,uok = มีนา
ในแป้น ภาษาไทยน่ะ และ น่าจะเป็นคนเดียวกัน จ้ะ..

 

โดย: nana_tjj 28 มิถุนายน 2556 8:08:41 น.  

 

สวัสดีค่ะพี่นา คุณแกล้ง และใครอีกน๊า? อิอิ
พี่นา เก่งสุดยอดเลยค่ะ ขนาดมีนาปลอมตัวใส่ผ้าคลุมหน้าแล้วยังจำได้อีก อิอิ

 

โดย: ,uok IP: 58.9.69.54 28 มิถุนายน 2556 11:39:09 น.  

 

พอดีโพสท์ข้อความแรกลืมเปลี่ยนภาษา อ่ะค่ะ เลยต้องปล่อยเลยตามเลย
ขอโทษนะคะ ไม่มีเจตนาจะพลางตัวอะไรหรอค่ะ อิอิ

 

โดย: ,uok IP: 58.9.69.54 28 มิถุนายน 2556 11:43:06 น.  

 

ดีใจค่ะ ที่มีนาแวะมาเยี่ยม
น้องสาว..ใจสื่อบอกไง เลยรู้ว่าใคร(หวานซะ เลี่ยนป่ะ อิ อิ)

 

โดย: nana_tjj 28 มิถุนายน 2556 13:53:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


nana_tjj
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 5 คน [?]




เรือลำน้อยคอยคืนโต้คลื่นเล

เพลงชีวิตกล่อมเห่อยู่เสมอ

ปะผุซ่อมเฝ้ารอคราวน้ำเอ่อ

พาร่างไปเจอะเจอดาวสกาว


ไหลเรื่อยเอื่อยไปไม่เรื่อยเปื่อย

มุ่งสู่หวังห้ามเฉื่อยสิ่งโชนฉาว

แสงสุดท้ายแม้ห่าง แต่พร่างพราว

รอทุกคนก้าว ทอดเท้าไป


คราวราตรีเพ็ญเด่นกระต่าย

เด็กสาวหมายคว้าครองนั่งร้องไห้

ทุกนอนที่ฝันมันอิ่มใจ

ฉันสถิตมั่นอยู่ในฤทัยเจ้าแล้ว
New Comments
Friends' blogs
[Add nana_tjj's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.