Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2549
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
11 ธันวาคม 2549
 
All Blogs
 

สุดสายปลายทาง กาญจนบุรี -สังขละบุรี




ตามแผนเดิมที่วางไว้ ราชพฤกษ์ ณ แดนเชียงใหม่
แต่กลับเปลี่ยนใจซะงั้น 3-4 ธันวาคมนี้ เลยขอลุยสังขะบุรีเสียหน่อยได้ยินชื่อเสียง เรียงนามมาตั้งนานแล้ว แต่ก็ไม่คิดที่จะไปเท่าไหร่ แม้จะมีคนกล่าวอ้างถึงความงดงามมานักต่อนัก แต่จากรูปที่ประจักษ์ก็ไม่ได้มีแรงจูงใจเท่าใดนัก แต่ไปมาแล้ว ขอบอกเลย ว่า trip นี้ เกินคาดจากที่หวังไว้ มีความประทับใจ จนอยากมาเขียนเล่าใน blog แห่งนี้


ออกเดินทางจาก กทม. 8 โมงเช้าวันที่3 ธค. เติมน้ำมันไปเต็มถัง 850 บาท ออกไปทางสายใต้ ผ่านจังหวัดนครปฐม เลี้ยวขวาเข้า กาญจนบุรี ใช้เวลาไม่นาน ก็ถึงตัวเมืองกาญจนบุรี ได้แวะสุสานทหารสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ทางผ่านพอดี มีบรรยากาศภายในที่สงบมาให้ดู แต่อาจจะไม่สงบเพราะนักท่องเที่ยวนี้แหละ



ใต้ร่มไม้ เคียงข้างหญ้าเขียวขจี เหนือหลุมฝังศพแต่ละหลุม มีแผ่นป้ายซึ่งแต่ละแผ่นจะจารึกชื่อผู้ตาย ปี พ.ศ.ที่ตาย คำไว้อาลัยจากญาติ และมีสัญลักษณ์สองสามอัน ที่เอาไว้แสดงถึงว่าเป็นหน่วยรบไหน มาจากประเทศอะไร



คนที่มาเยี่ยมสุสานแห่งนี้น้อยคนนักที่จะระลึกถึงทหารทั้งหลายที่เค้าต้องมาเผชิญความโหดร้ายจากภัยสงคราม ด้วยการเป็นเชลย เพราะเท่าที่สังเกตุ นักท่องเที่ยว ก็มัก รีบๆ ถ่ายรูป ไปมุมโน้น มุมนี้ ส่งเสียงกันเสียงดัง เพื่อให้ได้รูปที่สวยงาม น้อยคนจริงๆ ที่จะเดินผ่านแผ่นป้ายแต่ละป้ายอย่างช้าๆ เพื่อ อ่านชื่อ ประวัติสั้นๆ ของทหารเหล่านั้น รวมถึงการได้ซาบซึ้งถึงความอาลัยรักของ ญาติพี่น้อง เพื่อน หรือคนรักของเขาเหล่านั้น ผ่าน บทกวีอาลัย เหนือแผ่นป้าย...คงจะมีแต่ ญาติพี่น้องของเขาเหล่านั้นเท่านั้น ที่เดินอ่านป้ายเกือบทุกแผ่นอย่างช้าๆ เหมือนการหาใครสักคนที่เค้ารู้จัก



We think of him still as the same and say " He is not dead.He is just away" หนึ่งในคำอาลัยบนแผ่นป้ายของใครบางคน ที่จำมาได้ ตราบใดที่สงครามยังกำเนิดบนโลกใบนี้ ความพลัดพรากก็ต้องบังเกิดอย่างหลีกเลี่ยงไปไม่ได้ ก่อนที่จะสำลักสำนวนไปกว่านี้ เราต้องรีบแล้วละ ไม่งั้นได้ถึง สังขละบุรีมืดค่ำแน่ ถึงแม้จากตัวกาญฯ ไปสังขะบุรีอีกแค่ 200 กว่ากิโล แต่ก็ต้องผ่านขุนเขาอีกมากมาย อีกอย่าง เราอยากจะแวะเที่ยวอีกสัก 2 -3 ที่ระหว่างทางก่อน ตามเส้นทางก็จะมีป้ายบอกสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ยังคุยกับเพื่อนอยู่เลยว่าจะแวะไหนกันดี เพราะมีแหล่งท่องเที่ยวมากมายจริงๆ ป้ายแรกที่จอดก็เป็น ปราสาทเมืองสิงห์ ด้วยความเข้าใจเดิมนึกว่าอยู่จังหวัดสิงห์บุรี แต่ไงมาโผล่เอาที่เมืองกาญ ฯละนี่ ขอแวะเข้าไปดูหน่อย แม้จะเป็นปราสาทขนาดเล็ก ไม่ใหญ่โตเท่า นครวัด นครธม ที่ได้ไปเยือนเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่รู้สึกประทับใจมากกว่าเพราะที่เขมรอะทั้งร้อน ทั้งฝุ่น ฝูงชนก็ยังกะว่าถ้าไม่ได้ชมแล้วจะตายให้ได้ มันต่างจากที่นี้จังเลย ด้วยบรรยากาศร่มรื่น ต้นไม้เยอะ คนไปเที่ยวก็ไม่มากเท่าไหร่ ทำให้ซึมซับบรรยากาศได้มากกว่า ลมเย็นสบาย ใบไม้ร่วงหล่นมาเบาๆ อย่างกะถ่ายมิวสิควีดีโอ ที่สร้างความตื่นเต้น ก็คือ ลานดอกปีบด้านหลังปราสาท มันร่วงหล่นเต็มลาน มีกลิ่นหอมแบบไทย นั่งพักชมปราสาทอย่างสบายอารมณ์ ลืมความหิวไปชั่วขณะ ทั้งๆ นี่ก็เที่ยงพอดีเลย



ปราสาทองค์นี้สร้างขึ้นมาเมื่อประมาณยุคลพบุรีตอนปลาย ค่าเข้าชม 5 บาทเอง แต่ถ้าเอารถยนต์ก็คิดเพิ่มอีก 40 บาทมั้ง เอาบรรยากาศมาให้ดู ถ้าใครชอบมาเที่ยวแนวโบราณสถาน ก็ไม่ควรพลาดนะ



ออกจากทางเข้าปราสาทเมืองสิงห์ก็ยังเห็นต้นปีบเรียงรายข้างทางมากมาย แสนโรแมนติกจริงๆ ป้ายต่อไปที่ดึงดูดความสนใจ คือ น้ำตกไทรโยค ได้ยินชื่อมานานแล้ว มีทั้งไทรโยคน้อย ไทรโยคใหญ่ แต่ด้วยช่วงนี้เป็นวันหยุด ผู้คนมาเที่ยวน้ำตกเลยเยอะ โดยเฉพาะดูจากจำนวนรถที่จอดอยู่ริมถนนไทรโยคน้อย ก็เลยเปลี่ยนใจ ขอไปไทรโยคใหญ่แล้วกัน อีกประมณ 30 กิโล แต่ท้องเริ่มหิวแล้ว .....ถึงทางเข้าอุทยาน จ่ายค่าผ่านประตูไปแล้ว ก็ตะลึงกับหมู่ต้นสักที่มากมายเลยเกิน บรรยากาศเลยดูมืดๆ เย็นๆ ลงจอดปุ๊บ แวะร้านอาหารทั้งที่ ทั้งส้มตำ ไก่ย่าง และปลาแรดทอด จากนั้นเดินไปดูน้ำตกไทรโยค



....อะไรหว่า ทำไมมีแค่นี้เองอะ ไม่สวยเลย เกือบแสดงความโง่ออกมาครับ เพราะมันเป็นสายน้ำสายเล็กๆ แล้วไปไหลลงตรงผ่านริมน้ำแควนิดเดียวเอง แล้วมองจากฝั่งที่น้ำตกลงก็ไม่สวยไร หรือว่าเราต้องนั่งแพถึงจะเห็นวิวที่สวยงาม คิดว่าไม่มีเวลา ก็ชวนเพื่อนออกไปเถอะ เดี่ยวไปถึงสังขบุรีค่ำเกิน แต่ที่ไหนได้ เพื่อนบอกไปถ่ายจุดชมวิวแป๊บก่อน เท่านั้นแหละ เป็นจุดเปลี่ยนเลย อะ มันมีสะพานแขวนข้ามไปฝั่งโน้นด้วย อิอิ ชอบ แล้วยังจะเห็นหมู่เรือนแพเต็มไปซะหมด สวยดี ตอนเดินบนสะพานมันสั่นๆ อะ กลัวหล่น ก้าวขาไม่ออกเลย แต่สุดท้ายก็ได้วิวน้ำตกสวยๆมาฝากจนได้ ถ้ามีเวลานะอยากจะนอนค้างที่นี้สักคืน เรือนแพน่านอนมาก คงต้อง trip ต่อไปแล้ว



อ้อ แถมให้นิดนึงที่ชื่อไทรโยคนั้น มันมีทีมา แปลจากบทกลอนนี้เอาเองแล้วกัน " เขาเล่าว่า เจ้าสัก หลงรักไทร
เข้ารุกไล่ ปลุกปล้ำ ทำสุงสิง ไทรวิโยค โศกทรุด สุดประวิง ทอดต้นกลิ้ง ลงน้ำ สุดครามโครม ตัดใจพราก จากผา ที่อาศัย ขอฝากไว้ แต่ชื่อ บันลือโฉม ว่าไทรโยค น้ำตกผา ซ่าๆโครม งามพอโน้ม จิตให้ คลายอาวรณ์ " ........ไทร โยคหนี ต้นสักนี่เอง .......



ออกจากน้ำตกสักบ่ายสอง คราวนี้ลุยเดินทางยาวเลยครับ อีก 200 กว่ากิโล ที่ต้องผ่านขุนเขา แต่ทางค่อนข้างดี ไม่น่ากลัวเท่าไร ผ่านบริเวณเขื่อนเขาแหลม ก็ได้เห็นวิวสวยๆ



ต้องรีบแล้วละจะ 5 โมงเย็นแล้ว กลัวไม่ทันพระอาทิตย์ตกที่สะพานมอญ.... สุดท้ายก็ไม่ทันจริงๆ แหละ เพราะหาทางลงไปสะพานมอญไม่เจอ แต่มาได้มุมกว้างจากจุดชมวิว พอดี บรรยากาศนวลๆดี พระจันทร์ลอยอยู่เหนื่อฟ้า



แต่ก็ยังฮึกนะ ถามทางแล้ว ก็แอบไปจอดรถตรง สามประสบรีสอร์ท ที่จริงเค้าไม่ให้คนที่ไม่ได้พักจอด แต่อ้อน คนงานเค้าหน่อยๆ ความจิงจะมาพักที่นี้แหละ เห็นมีแต่คนในพันทิพ แนะนำ แต่ที่พักมันเต็มแล้ว เลยได้บรรยายกาศที่มืดๆไปเสียหน่อย แต่ก็ยังคงมีนักท่องเที่ยว นั่งเล่น นั่งคุย เดินไป เดินมา เยอะพอสมควร เอาวะ พรุ่งค่อยมาแต่เช้าตอนพระอาทิตย์ขึ้นก็ได้



......เออ ว่าแต่จะนอนไหนดีนี่ บังเอิญตอนหลงทางไปจุดชมวิว เห็นรีสอร์ทซองกาเลีย อยู่ริมสะพาน เลยแวะเข้าไปถามดู เหลืออีกห้องเดียวอะ 800 บาท ห้องแอร์ เอาก็ได้ เริ่มเหนื่อยกับการเดินทาง แต่ที่พักก็สบายดี มีร้านอาหาร มีเด็กๆมาเล่นกีตาร์ ร้องเพลงให้ฟังก็โอเค แต่กว่าจะได้ทานข้าว รอนาน มากๆ แต่โอเคอะ เพราะคืนนี้ไม่มีโปรแกรมอะไร ด้วยความบันเทิง ยังเข้ามาไม่ถึงเท่าไร ก็ดีแล้ว เป็นเมืองที่ฝรั่งน้อยๆดีแล้ว ตอนไปหลวงพระบางก็ชอบนะ เมืองที่วัฒนธรรม วิถีชีวิตดั้งเดิมยังคงอยู่ แต่ไม่ชอบไอ้พวกฝรั่งเลยอะ เข้ามาที่ไหน อะไรมันก็จะเปลี่ยนไปเมื่อนั้น ที่นี้ถือว่ายังโอเค ไม่มีความศิวิไลซ์มาเจือปน เพราะหลายที่ท่องเที่ยวของเมืองไทย เหมือนตกเป็นเมืองขึ้นเลย ฝรั่งเยอะกว่าไทย



นี่ละ บรรยากาศเช้าๆ ของสะพานอุตตมานุสรณ์ ที่มาจากศรัทธา แล้วเปลี่ยนความคิดของข้าพเจ้าว่ามาดูไร ก็แค่สะพาน.... ก็มันเหมือนมีชีวิตอะ มันเหมือนผู้เฒ่าผู้แก่ของที่นี้ เป็นแหล่งรวมของคนที่นี้ มันเป็นสะพานไม้ที่มีคุณค่า นอกจาก บรรยากาศที่สวยงามรายรอบ หรือว่าเป็นสะพานไม้ยาวที่สุดในประเทศ แต่มันเป็นสายใยความผูกพัน ผูกจิตใจของคนที่นี้ไว้ด้วยกัน ...เชื่อมไปถึงการศรัทธาต่อศาสนา



พล่ามจังเลยเรา อ่านเข้าใจไหมนี่ ...ดูสะพานอีกดีกว่า ....



นั่งเรือชม วัดที่จมอยู่ใต้น้ำจากการสร้างเขื่อนดีกว่า บรรยากาศดีมาก แม้จะ 9 โมงเช้า อ้อ...ก็เพราะวันนี้ มันไม่มีแดด มันมีเมฆปกคลุมเยอะมาก รูปพระอาทิตย์ก็เลยฟาล์วอีก ไม่ได้ถ่าย แต่อากาศกำลังดี มีหมอกเหนือน้ำ แต่พอไม่มีแดด รูปถ่ายเลยมืดๆ ไปด้วย เห็นยอดหอระฆังไหมละ เด่นกลางน้ำเชียว



บริเวณเมืองสังขละบุรีนี่ เป็นแหล่งรวมของแม่น้ำสามสายคือ อันได้แก่ ห้วยซองกะเลีย ห้วยบิคลี่ และห้วยรันตี ไหลมาบรรจบกันเป็นแม่น้ำแควน้อย
จึงกลายเป็นแหล่งน้ำ อันอุดมสมบูรณ์ กว้างใหญ่ เห็นวิถีชีวิตของคนแถวนี้ และบ้านริมฝั่งน้ำ



....มองไปบนฝั่ง เห็นเจดีย์วัดพุทธคยาตั้งตระหง่าน แหม ถ้าได้แดดอีกหน่อย คงส่งเป็นสีทองเป็นประกาย



....ส่วนบริเวณนี้ก็คือที่ตั้งของพระอุโบสถภ์ ช่วงนี้น้ำหลาก เลยเห็นแค่นี้ ในช่วงน้ำลดนะ จาก รูปที่โชว์อยู่บนสะพาน จะเห็นเค้าโครงความสวยงาม ของวัดนี้ทีเดียว



ขึ้นฝั่งละ เจอสาวมอญเทินของบนศรีษะ ซึ่งเป็นความสามารถพิเศษของคนที่นี้เลยละ มอญแท้ต้องปะแป้งและเทินของได้



ไปเที่ยว วัดวังเวก์วิการามต่อ เป็นช่วงวันสวดอภิธรรมของหลวงพ่ออุตตามะ ครบ 50 วันพอดี ใช้คำถูกเปล่านี่ บังเอิญผมเป็นมุสลิมอะ



จึงมีงานบุญที่นี้ ได้เห็นคนมารวมตัวกันที่วัด อัธยาศัย ดีมากๆ ทักทายปราศัย ชื่นใจจัง เด็กๆ ผู้ใหญ่ อยู่ในวัดกันหมด มาช่วยงานกันเต็มที่



....ดูเค้ามีความสุขกันจัง ใบหน้าอิ่มเอิบ ไม่เห็นต้องมี option ในชีวิตไรอะไรมากมายเลย เสื้อ สไบ โสร่ง ก็โอเคแล้ว



-ข้ามไปอีกด้าน 500 เมตรเห็นจะได้ ก็เป็นวัดพุทธคยา ชอบ สิงห์ที่เฝ้าหน้าวัดอะ



ส่วนตัวเจดีย์ก็สวย มีพระพุทธรูปองค์เล็กๆ รายล้อมตามกรอบ ตามช่องของผนังเจดีย์ แต่ถ่ายรูปออกมาได้ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ ด้วยฝีมือยังไม่ถึงขั้น แต่เราก็ดันโทษเจ้ากล้องดิจิตอลที่จะแสนธรรดา lumix fx 7 ของเรานี้แหละ จึงตั้งปณิธานกับเพื่อนว่า ก่อนสิ้นปีหน้า ต้องสอยกล้องซูมดีๆ มาเป็นเจ้าของให้ได้ ส่วนเรื่องฝีมือ คงต้องศึกษาจากผู้รู้บ้าง เห็นเค้าถ่ายภาพสวยๆ แล้วอิจฉา



ก่อนออกจากวัดก็เห็นหอระฆังรูปทรงแปลกตาดี



เที่ยงแล้วละ จะกลับกาญฯ แล้ว แวะทานข้าวที่ร้านสมชายกาแฟสดก่อน เห็นคนในเนตพูดถึงด้วย อาหาร และกาแฟอร่อยดี .....โปรแกรมคือกลับกาญ ไปดู แสง สีเสียงที่สะพานข้ามแม่น้ำแคว ในตอนค่ำ แล้วค่อยกลับเมืองหลวงกัน.....มีวิวบ้านแพใต้สะพานข้ามแม่น้ำรันตีก่อนออกจากสังขละบุรี ให้ชมด้วย



ระหว่างทางกลับว่าจะแวะน้ำตกเอราวัณก่อน แต่พอเลี้ยวตรงทางเข้าน้ำตก มันอีก ตั้ง 40 กิโล ก็เลยเปลี่ยนใจ ตอนขามา สะดุดกับป้ายบอกทาง แดนมหามงคล ก็ให้ฉงนแล้ว มันคืออะไร จึงตัดสินใจเข้าไป ซึ่งจากถนนใหญ่เข้าไปอีก 4 กิโลเท่านั้น ...และแล้วเราก็เจอดินแดนอันมหามงคลนี้ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมมีแม่ชีอยู่หลายท่าน แต่ละคนพูดจาไพเราะ คอยต้อนรับ ด้วยความยิ้มแย้ม แนะนำสถานที่ภายในให้เราได้รู้จัก โดยเฉพาะเจดีย์ที่อยู่บนยอดเขา ต้องปีนขึ้นไปด้วยบันได 1600 ขั้น ซึ่งขณะนั้นเวลา 4 โมงเย็น เค้าไม่อนุญาตให้ขึ้นไปแล้ว แต่ฟังแม่ชีอธิบายความสวยงามแล้ว อยากขึ้นไปมาก แล้วจากการแหงนขึ้นมองด้วยตา ก็คิดว่ามันคงอลังการและสวยงามอยู่มากเช่นกัน เสียดายมาก



แต่แค่ได้สัมผัสบรรยากาศพื้นล่างก็ประทับใจแล้ว มีสะพานข้ามแม่น้ำที่สวยงาม รายล้อมด้วยภูเขา ต้นไม่ร่มรื่น สถานที่สะอาดสอ้าน



ผู้คนล้วนห่มขาว เราเองก็ต้องเปลี่ยนชุดเป็นสีขาวที่เค้าเตรียมมาให้ด้วย แต่ด้วยวันนั้นเค้าจะมีสวดถวายพระพรในหลวงจึงอนุญาตให้เราใส่ชุดเหลืองเข้าไๆปได้ ใครที่อยากสงบจิตสงบใจ ขอแนะนำเลยครับ สวยมากๆ เงียบสงบ เค้ายินดีต้อนรับทุกคน เอาเสื้อผ้าไปได้เลย จะค้างกี่คืนๆ ก็ตามสะดวก ไม่เสียตังค์ อกกมาด้วยควมอิ่มใจ สบายใจ โดยแท้



มาถึงตัวเมืองกาญฯ เกือบหกโมงเย็น รีบไปจองตั๋ว งานแสดงแสงสีเสียงก่อนเลย คนเยอะ มาก เค้าจัดงานได้ยิ่งใหญ่จริง บริเวณงานกว้าง เดินกันไม่หวาดไม่ไหวหรอ
งานแสดงเริ่มทุ่มครึ่ง เลยดูนิทรรศการที่เค้าจัดแสดงให้ชมกัน ฆ่าเวลาไปก่อน



...... ก็อลังการงานสร้างอีกเช่นกัน แอบเบื่อตอนต้นๆ ที่ไม่ชอบคือ มันมี แสง สี แสียง อย่างเดียวจริงๆ ด้วย ไม่มีคนแสดงอะ แต่ก็ตื่นเต้นดี โดยเฉพาะตอนที่ทหารอเมริกา บุกโจมีค่ายกักกันทหาร กับถล่ม สะพาน แต่อีกตามเคย กล้องนี่ถ่ายออกมาไม่สวยเลย เบลอไปหมดเลย (โทษกล้องซะงั้น ) จริงถ่ายรูปน้อยมาก แบตกล้องก็ดันมาหมดอีก..



ก็จบ trip กาญฯ แต่โดยดี กลับถึง กทม เกือบเที่ยงคืน เพื่อนมันก็สบายแล้ว ถึงบ้านเค้าแล้ว แต่เราพรุ่งนี้ ก็ต้องเดินทางกลับ ปัตตานีอีก 1,100 กิโล ทริปนี้คุ้มจริงๆ เฉลี่ยรายจ่ายแล้ว คนละ สองพันกว่าบาท หมดกับน้ำมันซะเยอะ ยังไงก็อย่าลืมไปเที่ยวกันบ้างนะครับ







 

Create Date : 11 ธันวาคม 2549
36 comments
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2550 20:45:06 น.
Counter : 1673 Pageviews.

 

สวยจ้า น่าสนใจมาก ๆ
เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ !!!

 

โดย: ZAZA501 21 ธันวาคม 2549 12:46:16 น.  

 

พื้นสวย แต่อ่านเนื้อหาไม่ค่อยเห็น รูปสวยมากๆจนอยากเห็นหน้าคนถ่ายจังเลย

 

โดย: audy IP: 203.121.166.82 21 ธันวาคม 2549 15:48:39 น.  

 

อ่านแล้วลานตาเฮยตาลาย เป็นลมใครจะช่วยหนอ รูปokจ๋า พื้นหลังก็okสำหรับด...เด็ก ด...! อ่านไม่ซัดจ๊ะ

 

โดย: ปู่โสม IP: 203.121.166.82 21 ธันวาคม 2549 15:58:36 น.  

 

ภาพสวยจ้า วิวก็จ๊วย แต่พื้นหลังบดบังข้อความในการอ่านโหม๊ดเลย อยากเห็นหน้าเจ้าของภาพถ่ายมั่ง

 

โดย: เจ้าหญิงกำมะลอ IP: 203.121.166.82 21 ธันวาคม 2549 16:00:08 น.  

 

สวยครับ แจ่ม.........แต่ตัวอักษรเล็กไปหน่อย
อ้อ.......อีกอย่างครับ ผมว่าน่าจะแยกเป็นเรื่อง ๆนะครับแล้วก้อรูปก้อจะอยู่ในแต่เรื่อง ๆไป จะได้หลายเรื่องหลายหัวข้อนะครับ ที่สำคัญหน้าเว็บเพจจะได้ไม่ยาวจนเกินไปครับ....

 

โดย: air IP: 203.121.166.82 22 ธันวาคม 2549 8:44:21 น.  

 

โอยตาลายไปเลย เปลี่ยนพื้นหลังเถอะครับ
รูปสวยดี ไอเดียก็ดี

 

โดย: เต่าน้อยคอยแฟน IP: 125.24.218.12 22 ธันวาคม 2549 10:52:25 น.  

 

ก่อนอื่นต้องขอชมฝีมือการถ่ายภาพของพี่เราสวยมากๆ ขนาดนักถ่ายมืออาชีพยังอาย
รวมทั้งคำบรรยายเนื้อหาอ่านแล้วเหมือนว่าเราได้ไปเที่ยวด้วยเลย
แต่มีความรู้สึกว่า ภาพพื้นหลังกับข้อความ สีจะกลมกลืนมากๆเลยทำให้เวลาอ่านต้องใช้ความสามารถในการอ่านอย่างแรง

 

โดย: nong pharmacy IP: 203.121.166.82 22 ธันวาคม 2549 11:19:29 น.  

 

ขอบคุณนะครับ สำหรับทุกคำแนะนำ อันตัวข้าพเจ้ายังเป็นมือสมัครเล่นอยู่ วันนี้ ได้เข้าไปใน blog ป้ามด เค้าสอนเรื่องการใส่ back ground ตรงกลาง blog ลองทำดู คาดว่าน่าจะอ่านได้ง่ายขึ้นนะครับ

 

โดย: ฟ้าสีแปลก 22 ธันวาคม 2549 14:00:54 น.  

 

อ่านแล้วก็ OK นะใช้ได้ เพิ่มขนาดตัวอักษรก็ดี แก่แล้วมองไม่ค่อยเห็น

 

โดย: กุ๊งกิ๋ง IP: 203.121.166.82 23 ธันวาคม 2549 9:04:57 น.  

 

ถึงจะตาลายไปบ้างแต่รูปสวยนะ อ.ซัง ว่าง ๆ ชวนผมไปมั่งดิครับ........

 

โดย: giggs IP: 125.24.158.110 26 ธันวาคม 2549 12:09:04 น.  

 

ชอบมากๆเลย รูปถ่ายสวย เหมือนมืออาชีพ และได้ฟิลลิ่ง เริ่มอิจฉาคนถ่ายและ ได้ไปเที่ยวบ่อย ไปไม่เคยชวนกันเลยฮับ....สู้ต่อไปคุณครูพี่เลี้ยงที่แสนใจดี และน่ารัก
รักษาสุขภาพดีๆนะคับ

 

โดย: บางรักซอย 9 IP: 125.25.85.31 26 ธันวาคม 2549 22:41:26 น.  

 

ได้เวลาถอยกล้อง DSLR แล้วล่ะ.... !!!!

 

โดย: zaza501 IP: 58.8.151.254 27 ธันวาคม 2549 2:10:48 น.  

 

รูปสวยดีคะ เห็นแล้วอยากไปสังขละ อีกครั้งจังเลย

ขอบคุณนะคะที่ไปเยี่ยม Blog

 

โดย: diary_cs 27 ธันวาคม 2549 11:18:45 น.  

 

ยังไม่เคยไปกาญจน์เลยค่ะ ปีใหม่นี้ว่าจะไปอีสาน ค่อยๆหาเวลาเที่ยวไปเรื่อยๆ อิจฉาคนที่ได้ไปเที่ยวบ่อยๆจัง รูปสวยดีค่ะ

 

โดย: Xinru (Twin dolphin ) 27 ธันวาคม 2549 14:53:23 น.  

 

รูปสวยจังค่ะ

 

โดย: ไข่มุกน้อย IP: 61.14.43.162 27 ธันวาคม 2549 15:28:59 น.  

 

HaPpY bIrTh DaY
ขอให้ ดี รวย เก่ง เจ๋งสุด ๆ ตลอดปีค่ะ

 

โดย: โสดในซอย 1 มกราคม 2550 2:12:16 น.  

 



สวัสดีปีใหม่ 2550/2007 นะค๊า
ขอให้มีความสุขตลอดไปค่ะ

ขออวยพรวันคล้ายวันเกิดด้วยนะค๊า ขอให้มีความสุข คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการค่ะ

 

โดย: เนยสีฟ้า (เนยสีฟ้า ) 1 มกราคม 2550 6:59:24 น.  

 

สวัสดีก๊าบ ... ผมชื่อโชแปงค๊าบ



Happy Birthday นะค๊าบ ขอให้มีความสุขมากๆ รวยมากๆ ในปีนี้นะค๊าบ



Happy Birthday to me บ๊อก บ๊อก
Happy Birthday to me
ชะอุ๊ย Happy Birthday Happy Birthday
Happy Birthday to you บ๊อก บ๊อก


Happy New Year 2007 ด้วยนะค๊าบ คนรายเกิดวันปีใหม่พอดี ฮี่ ฮี่





อ้อ... โชแปงขอฝากวรรณกรรมเพื่อเยาวชนเรื่อง "โชแปงผจญภัย" ที่บล๊อกคุณ rintana เพื่อนคุณแม่ซึ่งเป็นคุณลุงโชแปง ด้วยนะค๊าบ ตอนนี้เป็นตอนที่ 5 แล้วค๊าบ โชแปงออกจากบ้านแล้วค๊าบ แง...ใจแม่แปงปั่นป่วน แง...





 

โดย: โชแปงค๊าบ (nutuang ) 1 มกราคม 2550 9:22:38 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดจ๊า
สวัสดีปี2007
ขอให้โชคดีมีความสุขตลอดปีหมูจ๊ะ

 

โดย: บ้านโคกโจด (my_oom ) 1 มกราคม 2550 9:33:40 น.  

 







สวัสดีค่ะ ขอให้มีความสุขมากๆในวันคล้ายวันเกิดนะคะ สุขภาพแข็งแรง ร่ำรวยเงินทองค่ะ

Happy New Year



 

โดย: Baby I love you 1 มกราคม 2550 9:45:11 น.  

 



ขอให้มีความสุขในวันเกิดและทุกๆวันตลอดไปนะคะ
ด้วยความปราถณาดีจาก"ป้าหู้"ค่ะ


newyear Glitter Graphics From GlitterYourWay.com


พาสาวสวย"เซะซี่"มากระชุ่มกระชวยหัวใจ ต่อนรับปีใหม่ค่ะ
ขอให้พบแต่สิ่งดีๆ คนที่เป็นคนดี มีจิตใจดี และเหตุการณ์ดีๆนะคะ

 

โดย: ป้าหู้เองค่ะ (fifty-four ) 1 มกราคม 2550 10:16:04 น.  

 










HaPpY BiRtHdAy ka มีความสุขมากๆ น่ะค่ะ คิดอะไรให้สมปรารถนาค่ะ มีแต่สิ่งดีดีเข้ามาในชีวิตน่ะค่ะ

 

โดย: icebridy 1 มกราคม 2550 11:33:16 น.  

 


คิดสิ่งใด ขอ ให้สมความปราถนา ทุกประการ
สุขภาพ พลานามัย แข็งแรง
ร่ำรวย ยิ่งๆๆขึ้นไป
นะค่ะ

 

โดย: STAR ALONE 1 มกราคม 2550 16:38:50 น.  

 



Happy Birthday .... ขอให้มีความสุขมากๆ สุขภาพแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ไข้นะคะ .. พร้อมกันนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ด้วยเลยนะคะ สุขสันต์วันปีใหม่ สุขสดชื่นตลอดปี50 และตลอดไปนะคะ

 

โดย: @ ปั๊กกาเป้า @..อิอิ 1 มกราคม 2550 19:27:31 น.  

 

sexy & romantic glitter graphics myspace code sexy images
Happy new year 2007 and happy birthday too ka

 

โดย: Dflatt 1 มกราคม 2550 21:55:59 น.  

 

ขอให้มี

ความสุข

เนื่องในวัน

คล้าย

วันเกิดครับ

 

โดย: somnumberone 1 มกราคม 2550 21:58:00 น.  

 

สุขสันต์วันเกิด และสวัสดีปีใหม่ค่ะ
มีความสุขมากๆ นะคะ

 

โดย: กระจิบหญ้าสีเรียบ 1 มกราคม 2550 23:38:08 น.  

 

ขอให้มี

ความสุข

เนื่องในวัน

คล้าย

วันเกิดครับ



 

โดย: somnumberone 2 มกราคม 2550 1:47:15 น.  

 

 

โดย: โสมรัศมี 2 มกราคม 2550 21:59:31 น.  

 




สวัสดีปีใหม่ค่ะ
HBD ย้อนหลังด้วย
มีความสุขทุกวันนะคะ

ภาพสวยมั่กๆๆ ค่ะ^^...

 

โดย: ขอบคุณที่รักกัน (blueberry_cpie ) 3 มกราคม 2550 8:58:07 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดด้วยคนนะค่ะ......ไม่แน่ใจว่าวันไหนที่คล้ายวันเกิดเจ้าของBlog. เอาเป็นว่าขอให้มีความสุขทุกๆๆๆๆๆๆวันเลยนะค่ะ
****
comment: น่าจะบอกรายละเอียดวิธีการเดินทาง/ข้อมูลสำหรับการเดินทางไปเที่ยวให้เยอะอีกนิด.....เด็กบ้านนอกหลงทางง่าย......อาจจะได้ไปเที่ยวบาง

 

โดย: mmmmm IP: 203.121.166.82 3 มกราคม 2550 16:24:22 น.  

 

ไม่รู้ว่าน้องเกิดวันปีใหม่นะเนี่ย ก็ขอให้มีความสุขมากๆนะค่ะ อยู่ดี กินดี เฮงๆ รวยๆ มีตังค์ไว้เที่ยวเยอะๆนะน้อง

จำได้ว่าไปหลวงพระบางมาไม่ใช่เหรอ มีบล๊อคให้ตามไปเที่ยวด้วยอ่ะป่าว?จ้ะ

 

โดย: pomCNN26 IP: 210.1.58.8 11 มกราคม 2550 14:37:57 น.  

 

กำลังจะไปเหมือนกันไปกาญมาหลายรอบแล้วแต่ยังไม่เคยไปสังขะทริปนี้ว่าจะมุ่งไปเลย...รูปสวยดีครับ

 

โดย: JoE IP: 203.209.25.176 19 มกราคม 2550 11:45:21 น.  

 

รูปสวยจังเลยค่ะ

 

โดย: ไข่มุกน้อย 4 กุมภาพันธ์ 2550 15:45:09 น.  

 

แวะมาเยี่ยมนะครับ มาหลายครั้งแล้วยังไม่เคยเม้นเลย

พี่ไม่ได้อัพ สงสัยงานจะยุ่ง อิอิ

 

โดย: .. IP: 203.113.77.100 12 กุมภาพันธ์ 2550 21:06:44 น.  

 

แบซังถ่ายรูปสวยมั่กๆ เก่งจริงๆ คิดถึงจังเลย คงสบายดีนะ ถ้าอยู่ปัตตานีคงได้ไปเที่ยวไหนๆด้วยคน ชอบเหมือนกันเรื่องเที่ยวเนี้ย ดูแลตัวเองดีๆนะเป็นห่วงเพื่อน พี่ น้องทุกคนที่สามจังหวัดชายแดนมาก

 

โดย: uirv.net IP: 221.128.91.216 16 มีนาคม 2550 23:26:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


ฟ้าสีแปลก
Location :
ปัตตานี Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add ฟ้าสีแปลก's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.