.....เรื่องราวของฉันผู้หญิงคนหนึ่ง..... Love has no boundaries.
Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
11 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
เมื่อต้องอยู่ ลำพัง กลางเมืองหลวง



เมื่อต้องอยู่ ลำพัง กลางเมืองใหญ่
ขาดคนคอย ใส่ใจ ที่ใฝ่หา
ความปวดร้าว เป็นเหมือนเงา เฝ้าตามมา
อีกน้ำตา เป็นคู่ชิด ติดข้างใจ


ล้าเหลือรับ กับเหตุ อาเพศก่อ
ท้อแสนท้อ ทรมาน พาลอ่อนไหว
คราวเจ็บป่วย ไร้คนแคร์ แลห่วงใย
ต้องเดียวดาย เหมือนถูกสาป รับชะตา


ดุจนกไพร หลงรัง บินคว้างเคว้ง
มองตัวเอง แล้วคิดไป กระไรหนา
ต้องโดดเดี่ยว เวิ้งว้าง กลางพารา
เฝ้าค้นหา จุดหมาย อยู่ไหนกัน


กลางฝูงชน เมืองใหญ่ ไยเหว่ว้า
มองนภา คราหม่น วนเปลี่ยนผัน
ความจริงใจ หายาก จักแบ่งปัน
เสแสร้งปั้น หน้ายิ้ม ดูพริ้มพราย


เมื่อต้องอยู่ ลำพัง กลางเมืองหลวง
เจอก็แต่ สิ่งลวง เป็นบ่วงหมาย
น้ำใจลึก สุดหยั่ง หวังทำลาย
มุ่งปองร้าย คนต่างถิ่น แทบสิ้นแรง


คิดถึงบ้าน คิดถึงเรือน เพื่อนคนเก่า
คนบ้านเรา จริงใจ ไร้สิ่งแฝง
ถึงอยู่ดง ป่าไพร ไม่เคลือบแคลง
ไม่ต้องกลัว ใครแสร้ง แกล้งทำดี/...


***หมายเหตุ
ไม่ได้เจตนา ที่จะพาดพิง หรือกล่าวหา ว่าใครนะคะ
เพียงแต่ เป็นความรู้สึก ซึ่ง บางครั้ง อาจจะเกิด ขึ้นได้ กับใครบางคน
สุ เขียนตามความรู้สึก ของตัวเอง ซึ่งอาจตรงกับชีวิตใครบางคนก็ได้
มันเป็นความรู้สึก ที่เกิดขึ้น เมื่อเรา ไม่สบาย แล้วต้องอยู่คนเดียว
จะรู้สึกเหงาๆ เศร้าๆ ต้องซื้อยาทานเอง ทำอะไรด้วยตัวเองทั้งที่
เหนื่อยอ่อนเหลือเกิน อย่างเช่น เวลานี้ที่เป็นอยู่ค่ะ...











Create Date : 11 กันยายน 2553
Last Update : 11 กันยายน 2553 22:44:31 น. 24 comments
Counter : 818 Pageviews.

 
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ ...





ค่ำคืนที่ฉันหลับหลับใหล............ฟากฟ้าอำไพ
ดังเผยความนัยให้กัน


ดาวน้อยลอยเรียงเคียงจันทร์.......เปล่งแสงอำพัน
กล่อมขวัญนิทราราตรี


เชื่อมรูปลักษณ์จักรราศี..............บรรจบชีวี
ไมตรีจากคนข้างเคียง


จันทร์งามท่ามดาวล้อมเรียง........เสนาะสรรพเสียง
สำเนียงขับกล่อมขานไข


เสียงหนึ่งนุ่มนวลกล่อมไกว.........พาฉันหลับใหล
ล่องลอยตามใจปรารถนา
.
.
.


โดย: ploythana วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:23:01:51 น.  

 
เมื่อต้องอยู่ ลำพัง กลางเมืองใหญ่

โอ....ทำไง จึงได้ ไม่เกิดเหงา
โทรหาเพื่อน ถึงพี่ ดีกว่าเรา
เอาไม่เอา อยู่ไม่ได้ ใจมันเซ


สวัสดี 4 ทุ่มกว่าครับ
......................................
[ Please click me tender ]


โดย: panwat วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:23:10:24 น.  

 
รู้มีคนทนเหงาใจเศร้าหมอง
อยากตระกองกอดหมายให้คลายเหงา
ก็อึดอัดขัดข้องเพราะสองเรา
ไม่รู้เจ้าเขาใครผู้ใดกัน

อยากจะเปล่งสำเนียงเสียงไพเราะ
ให้เสนาะในหูเขาผู้นั้น
ก็ให้เกรงเกินล่วงบ่วงสัมพันธ์
ว่ามีจิตคิดฝันกันฉันใด

จึงได้เพียรเขียนกลอนอักษรสาร
เป็นสะพานปลอบขวัญที่หวั่นไหว
เพียงให้รู้สักนิดในจิตใจ
ว่ามีใครหนึ่งเยือนเป็นเพื่อนกัน

ยามมีสุขสดใสให้ลืมเสีย
ยามอ่อนเปลี้ยเพลียจิตคิดถึงฉัน
จะถอดใจใส่คำที่จำนรรจ์
นิจนิรันค่ำเช้านะเจ้าเอย

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
มาเป็นกำลังใจให้หายป่วยเร็วๆนะครับ


โดย: พันคม วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:23:45:25 น.  

 
สวัสดีครับ แวะเข้ามาทักทายยามดึก



โดย: MaFiaVza วันที่: 11 กันยายน 2553 เวลา:23:46:06 น.  

 
เราต้องทนจำฝืนเพื่อยืนสู้
ใช่มัวกู่ร้องเพรีอกเรียกหาเขา
สองขาก้าวเดินทางเเม้ย่างเบา
จะมัวเขลารอคนอื่นสนใจ

ชีวิตเราของใครที่ไหนนั่น
อย่าเพ้อฝันนอนคอยเขาลอยใกล้
เข้มเเข็งเถิดยามที่ไม่มีใคร
หยัดยืนได้สองขาอย่าล้าเลย

...........




โดย: ป๊าด..ปานเว่ย IP: 125.24.72.216 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:8:11:18 น.  

 
คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

ชีวิตในเมืองใหญ่ๆ เหมือนต่างคนต่างอยู่ อยู่ชนบทบรรยากาศดี สบายใจที่สุดค่ะ


โดย: kapeak วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:9:25:38 น.  

 
สวัสดีวันอาทิตย์ อันร้อนรุ่มครับ
...............................................
รูปสวย น่ารัก glitter emoticon http://www.yenta4.com

..........................................................................................

อาทิตย์เจิด แสงจ้า ฟ้าร้อนรุ่ม
ดังไฟสุม ทรวงใน จนไหม้เผา
ฝนตกมา คราใด ได้บรรเทา
ใยมิตก มาเล่า เจ้าฝนเอย



โดย: panwat วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:10:13:11 น.  

 
ยามรุ่งมีแสงเฉิดฉาย............................สุรีย์แพรวพราว
ไสวกลางท้องนภา

แว่วเสียงลมไหวไปมา..........................ท่ามกลางแดดจ้า
ส่องหล้าทั่วธรณิน

เหล่าฝูงวิหคโบยบิน...............................เริ่มออกหากิน
โผผินจากถิ่นรวงรัง

เจื้อยแจ้วแว่วเสียงความหวัง...................เสริมสร้างพลัง
ฝันฝ่า หาฝันรื่นรมย์


..

หวัดดีจ้า น้องพลอย
ขอบคุณมากค่ะ ที่แวะมา

..


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:00:49 น.  

 
คุณ panwat สวัสดีค่ะ


อยากโทรหา ใครใคร ให้คลายเหงา
โอ้บ้านเรา อยู่ไกล ในไพรป่า
คลื่นเลยหาย โทรอย่างไร ไร้แววมา
ต้องน้อนตรม จมน้ำตา คราเดียวดาย..


ลอเล่นสนุกๆน่ะค่ะ
..


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:06:03 น.  

 
คุณพันคม สวัสดีค่ะ


เพียงกลอนกานท์ สารถ้อย คอยห่วงหา
ก็ซาบซึ้ง เกินค่า กว่าสิ่งไหน
อบอุ่นแทน แขนกอด พลอดพิไล
เพียงแค่ใจ คำนึง คิดถึงกัน

แม้ไร้เสียง ขับขาน คำหวานหว่าน
แต่ดวงมาน กลับชื่น เหมืนคืนฝัน
อยู่แห่งไหน ใช่เรื่อง เคืองสำคัญ
ขอมีใจ ผูกพัน จะหวั่นไย

กำลังใจ ปลอบขวัญ ในวันเหงา
คือสิ่งคลาย ความเศร้า ที่เฝ้าใฝ่
จากชีวิต ปวดร้าว ของชาวไพร
ได้แรงใจ ขานรับ นับว่าดี/…


ขอบคุณมากนะคะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:08:45 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณMaFiaVza

ขอบคุณ ที่แวะมา ทักทายนะคะ


ยินดีทที่ได้รู้จักค่ะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:10:29 น.  

 
ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ ...



โลกสวยด้วยจิตคิดสรรค์...............เลื่อมรุ้งลาวัณย์
วาดฝันบรรเจิดเฉิดฉาย


สริยกานต์แกร่งกล้าท้าทาย............แว่นแก้วก่องประกาย
พร่างพรายจำรัสรัศมี


มุ่งไปตามทางเสรี........................แซ่ซ้องสดุดี
ทวยเทพนิรมิตธานินทร์


หัวใจติดปีกโผผิน........................สุดหล้าฟ้าดิน
ชีวินต้องดำเนินไป


บินล่องท่องนภางค์กว้างไกล..........มิหวั่นเภทภัย
ผิดพลั้งเขลาขลาดพลาดประคอง
.
.
.


โดย: ploythana วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:24:50 น.  

 
•ไกลร้อยเมตรหมื่นไมล์ถ้าใจสู้
ให้โลกรู้ประจักษ์ถึงศักดิ์ศรี
ทั้งทุกข์สุขโศกาประดามี
เป็นเครื่องชี้ความคิดในจิตใจ

•แค่ประคองลองรับกับความโศก
ถึงแม้นโลกทึบเทาไม่ขาวใส
มันผ่านมาแล้วมันจะผ่านไป
ทั้งโชคดีมีภัยใดทั้งปวง

•ไม่ขลาดกลัวหนีไกลเมื่อใจเจ็บ
ถึงหนาวเหน็บเจ็บร้าวราวติดบ่วง
ยังย่างเท้าก้าวไปถึงใครลวง
ไปตามช่วงหัวใจ...อย่างไร้กลัว



โดย: พันคม วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:15:59:07 น.  

 
น้องป๊าดดดดดดดดดดด
...
ไม่ได้ยื้อ ไม่ได้รั้ง ก็ช่างเขา
เพียงแต่เหงา คราวค่ำ ช้ำหนักหนา
อยากจะลืม กลัยจำ ย้ำคืนมา
จะให้ทำ อย่างไรหนา จะบ้าตาย

นั่งนับหนึ่ง ถึงร้อย ค่อยค่อยคิด
เหมือนดวงจิต ยับแยก แตกสลาย
จากร้อยหนึ่ง ถึงพัน ยังมิวาย
นั่งใจหาย ปวดร้าว เศร้า แดเดียว....เฮ้อ..

..


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:18:35:57 น.  

 
คุณ panwat
...

ฝนได้ยิน ใครบ่น ทนร้อนหนัก
จึงได้ผลัก น้ำหล่น ปนเป็นสาย
ปรายโปรยหลั่ง กระเซ็น เย็นสบาย
พรุ่งนี้อย่าตื่นสาย ไปทำงาน (นะคะ)



โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:21:03:48 น.  

 
ขอบคุณ น้องพลอย ที่มาเยี่ยม อีกครั้งค่ะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:21:10:19 น.  

 
ทุกก้าวย่าง ยังก้าวต่อ รอวันสร้าง
ทุกเส้นทาง แม้ทึบเทา ใช่ร้าวไหว
ทุกเวลา ยังมีบ่วง ถ่วงที่ใจ
ทุกคราครั้ง ที่อ่อนไหว มิใช่กลัว-

ความลำบาก ยากไร้ สิ่งใดก่อ
ไม่เคยท้อ เรื่องงาน สำราญทั่ว
แต่ที่เศร้า เพราะบางใคร ใจมืดมัว
เคยพันพัว กลับกลาย ไร้ปราณี

จึงต้องเป็น แบบนี้ อย่างที่เห็น
มีแต่ความ ลำเค็ญ เป็นเจ้าหนี้
เพียงลำพัง เดินดุ่ม กลุ้มทั้งปี
จะหนาวร้อน ก็อย่างนี้ มีแต่เงา..
..
ขอบคุณ คุณพันคม ที่แวะมาอีกครั้งค่ะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:21:11:21 น.  

 
จากบ้านหรู ย้ายไปอยู่ ในห้องเช่า

นอนคนเดียว เปลี่ยวเปล่า เศร้าแค่ไหน

ลูกเมียพร้อม ความสุข เกินบรรยาย

ต้องนอนอยู่ เดียวดาย อะไรกัน

หลังเลิกงาน ตรงดิ่ง ไปร้านเหล้า

ดื่มเพื่อลืม ความเศร้า สุดโศกศัลย์

เมาแล้วหลับ ให้พ้นไป ในวันๆ

บางครั้งนั้น ตื่นกลางดึก ทรมาน

คราเมื่อแฮ้งค์ ลุกตื่น ขึ้นไม่ไหว

มันหิวหนา ตาลาย อยากของหวาน

ไม่มีเลย คนที่ บริการ

เลยต้องคลาน เปิดตู้เย็น พอประทัง

ทั้งถุงเท้า กางเกงใน ไม่เคยซัก

รับบทหนัก แสนหดหู่ ดูคลุ้มคลั่ง

เอาทั้งหมด ใส่ลง กาละมัง

แล้วขึ้นเหยียบ สี่ห้าครั้ง สะอาดดี

นี่คือศึก ครั้งใหญ่ ในชีวิต

เราสามารถ พิชิต แพ้ใช่ที่

สติมั่น ตั้งมั่น แต่สิ่งดี

อย่าจมปลัก จมขรี้ มีแต่ตรม.


โดย: ลมหัวด้วน IP: 114.128.152.78 วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:22:03:56 น.  

 
ขอบคุณ
คุณลม มากค่ะ ที่แวะมาเยี่ยม
แล้วก็ สอน สั่งค่ะ


โดย: สุนันยา วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:22:23:42 น.  

 
ขอบคุณสาย ฝนโปรย ยามโหยอ่อน
ตะวันรอน แดดร่ม มีลมฝน
ร้อนทั้งวัน มันรุ่ม สุมกมล
ก็เป็นคน ที่มักร้อน ก่อนใครใคร

บ้างร้อนใจ ร้อนตัว ร้อนหัวอก
เหงื่อรินตก ท่วมกายา น้ำตาไหล
ได้สายฝน หลั่งมา พาชุ่มใจ
ตกมาใหม่ อีกครา นะฝนเอย
..........................................
[ Please click me tender ]

งานหนักเหลือเกินครับช่วงนี้...มาทักเพื่อนพ้องพี่น้องที...ดึกเลยครับ
สวัสดีดึกๆเลยครับ


โดย: panwat วันที่: 12 กันยายน 2553 เวลา:23:47:11 น.  

 
เป็นถ้อยคำย่ำห่างในปริบท
ไม่สวยสดพจน์ผ่าวราวต้องศร
คือลำนำอำลาของคนจร
หลังผ่านร้าวซุกซ่อนจนกร่อนใจ

ฉันยังอยู่ ณ ที่ตรงนั้น
อยู่กับฝันอ้างว้างแลพรั่นไหว
จารอักษรเดียวดายตามลมไป
หนักแค่ไหนหยัดไว้ทนรับเอา

โศกสายธารน้ำตาไม่มีหรอก
หลังบ่งบอกออกเดินไปจากเขา
ยินดีจมกับเจ็บจนหมดเงา
ไม่ขอเฝ้าสัญญาบนกองทราย

เขียนลำนำห่างนครปรารถนา
ณ เบื้องหน้าฟากฟ้าเหมือนหมดหมาย
เมื่อผ่านคืนระโหยโปรยเดียวดาย
ใจก็ตายกรายพร้อมลมระทม

วิญญาณอาภัพแห่งคืนค่ำ
ดาริกาโศกร่ำต่างล้อมห่ม
สิ หยั่งลงตรงเรื่องเปลืองตรอมตรม
ก่อนกลบถมขมนั้นพลันพลัดแวว


ฝันดีกับคืนมืดๆแต่ฝนโปรยๆค่ะพี่สุ



คืนนี้ฟ้ามืดแปลกๆอีกแล้ว เหมือนภาพนี้จัง


โดย: ญามี่ วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:1:16:30 น.  

 


โดย: Tonkra49 วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:5:30:01 น.  

 


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 13 กันยายน 2553 เวลา:10:47:36 น.  

 
อยู่คนเดียว นั้นแสน จะเปลี่ยวกาย

จะนั่งนอน สบาย แต่ไม่สนุก

เมื่อได้อยู่ ร่วมสอง นั้นครองทุกข์

รวบหัวหาง ต่างสุข และสบาย


โดย: ลมหัวด้วน IP: 117.47.180.69 วันที่: 15 กันยายน 2553 เวลา:1:51:18 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

สุนันท์ยา
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 11 คน [?]




by http://www.zalim-code.com

free counters




ชะตาชีวิต ลิขิตผกผัน
ดิ้นรนฝ่าฟัน..เพื่อฝันที่มี
ผู้หญิงคนหนึ่ง ซาบซึ้งกวี
เรียงร้อยวจี..ฤดีเดียวดาย...



ผู้ชมออนไลน์

New Comments
Friends' blogs
[Add สุนันท์ยา's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.