มีนาคม 2557

 
 
 
 
 
 
1
2
3
4
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
ขอวีซ่าไอร์แลนด์ในอเมริกา

ก่อนอื่นเรามาความรู้จักกับประเทศนี้กันก่อนเนอะ ไอร์แลนด์มีชื่อประเทศเต็มๆว่า “สาธารณรัฐไอร์แลนด์” หรือ “Republic of Ireland” ไอร์แลนด์เป็นประเทศที่ตั้งอยู่บนเกาะทางด้านซ้ายมือของเกาะอังกฤษ ประเทศไอร์แลนด์กินพื้นที่ประมาณ 5/6 ของเกาะ ส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 1/6 ของทางทิศเหนือเป็นของประเทศอังกฤษค่ะ พื้นที่ของอังกฤษตรงนี้เรียกว่า “ไอร์แลนด์เหนือ” หรือ “Northern Ireland” ค่ะ


 


การขอวีซ่าไอร์แลนด์นั้น ถ้าเราจะเที่ยวในส่วนของไอร์แลนด์ (Republic of Ireland) ให้ขอวีซ่าแบบ Single entry ก็พอค่ะ แต่ถ้าใครคิดจะเข้าไปเที่ยวในส่วนของไอร์แลนด์เหนือ (Northern Ireland) แล้วจะกลับเข้ามาในพื้นที่ของไอร์แลนด์ (Republic of Ireland) อีกครั้ง ตามที่ระบุไว้ในเวปไซต์ของสถานฑูตไอร์แลนด์ เราจะต้องขอวีซ่าไอร์แลนด์แบบ Multiple entry ค่ะ

ถึงในเวปไซต์จะบอกให้เราขอวีซ่าแบบ Multiple entry แต่ตอนที่บีบีไป เราเช่ารถขับกัน แล้วตอนที่เราขับรถเข้าไปและทั้งขาออกจากไอร์แลนด์เหนือ เค้าไม่มีด่านต.ม.อ่ะค่ะ ไม่มีกระทั่งป้อมยามหรือป้อมตำรวจ ไม่มีใครมาเรียกตรวจดูวีซ่าเราเลยอ่ะ อุตส่าห์ขอแบบ Multiple ไป บีบีแอบคิดในใจว่ารู้อย่างงี้ขอวีซ่าแบบ Single entry ดีกว่า จะได้ประหยัดเงินค่าธรรมเนียมวีซ่าไปอีกตั้ง 50 กว่าเหรียญแน่ะ

ขั้นตอนในการขอวีซ่าไอร์แลนด์ในอเมริกานั้นไม่ยากค่ะ ง่ายกว่าการขอวีซ่าอังกฤษ แต่ยากกว่าการขอวีซ่าเชงเก้นนิดนึง (เอ๊ะ ยังไง 555) การขอวีซ่าไอร์แลนด์ในอเมริกาสามารถขอทางไปรษณีย์ได้ค่ะ เข้าไปกรอกใบสมัครออนไลน์ที่เวปนี้ https://www.visas.inis.gov.ie/AVATS/OnlineHome.aspx กรอกเสร็จแล้วให้ Submit ออนไลน์และปรินท์ใบสมัครออกมาค่ะ เสร็จแล้วเราก็รวบรวมเอกสารประกอบการขอวีซ่าอื่นๆ ส่งไปรษณีย์ไปกงศุลไอร์แลนด์สาขาที่เขา covered state ที่เราอยู่ค่ะ กรณีของบีบี บีบีอยู่รัฐวอชิงตัน กงศุลไอร์แลนด์ที่ covered รัฐวอชิงตัน คือกงศุลไอร์แลนด์สาขาซานฟราซิสโกค่ะ

ถ้าอยากรู้ว่าเราต้องไปขอวีซ่ากับกุงศุลสาขาไหน ให้เข้าไปดูที่เวปนี้ค่ะ http://embassy-finder.com/ireland_in_usa เวปนี้เขาจะรวมรายชื่อกงศุลใหญ่และกงศุลกิตติมศักดิ์ของไอร์แลนด์ไว้ เราก็คลิ๊กที่ลิงค์เวปไซต์ของแต่ละสาขา ในหน้าเวปไซต์ของแต่ละสาขา เขาจะบอกไว้เลยว่าสาขาของเขา covered รัฐไหนบ้าง อย่างกงศุลไอร์แลนด์สาขาซานฟราซิสโก (เวปกงศุล http://www.consulateofirelandsanfrancisco.org/home/index.aspx?id=35626) เขาจะให้บริการแก่ผู้ที่อยู่อาศัยในรัฐ Alaska, Arizona, California, Colorado, Hawaii, Guam & The Marianas, Idaho, Montana, New Mexico, Nevada, Oregon, Utah, Washington and Wyoming เท่านั้นค่ะ


เอกสารที่ใช้ในการขอวีซ่าไอร์แลนด์ในอเมริกา

1. Original Passport and a copy พาสปอร์ตตัวจริงกับสำเนา

2. Original Previous passport and copy ถ้าใครมีพาสปอร์ตเล่มเก่า ให้ส่งพาสปอร์ตเล่มนั้นพร้อมกับสำเนาไปด้วยค่ะ

3. Two color photographs รูปถ่ายขนาด 35x45 มม. จำนวน 2 รูป

4. A signed letter of application จดหมายขอวีซ่า ในตัวจดหมายเราต้องแจ้งเหตุผลว่าเราจะไปไอร์แลนด์เพราะอะไร จะอยู่นานแค่ไหน และย้ำว่าจะไม่อยู่เกินกำหนดเวลาอะไรประมาณนี้อ่ะค่ะ บีบีคิดว่ามันออกแนวจดหมาย cover letter อ่ะค่ะ อธิบายว่าเราเป็นใคร มาจากไหน จะไปทำอะไรที่ไอร์แลนด์ รายละเอียดของทริปที่จะไป ไปประเทศอะไรบ้าง แล้วจะเข้าไอร์แลนด์เมื่อไหร่ ไปนานแค่ไหน หลังจากกลับมาจากไอร์แลนด์แล้วจะทำอะไรต่อ ประมาณนี้ค่ะ (นี่ล่ะ บีบีถึงบอกว่ามันยากกว่าวีซ่าเชงเก้น เพราะวีซ่าเชงเก้นไม่ต้องเขียนจดหมายอะไรเลยนะคะ)

5. Visa application form ใบสมัครวีซ่าที่เรากรอกออนไลน์แล้วปรินท์ออกมาค่ะ อย่าลืมเซ็นต์ชื่อและวันที่ด้วยนะคะ

6. Visa fee ค่าธรรมเนียมวีซ่า จ่ายเป็น Money order ซื้อที่ไปรษณีย์ได้ค่ะ สั่งจ่าย “The Consulate of Ireland” (Single entry = 102USD, Multiple entry = 157 USD)

7. A notarized green card ใบรับรองกรีนการ์ด บีบีเอากรีนการ์ดฉบับจริงไปให้ Public Notary หรือ UPS แถวบ้านรับรองให้ค่ะ เสียค่ารับรองใบละ 10$

8. Original marriage certificate and copy ทะเบียนสมรสฉบับจริงและสำเนา

9. Airline reservation หลักฐานการจองตั๋วเครื่องบิน

10. Schedule of stay and hotel confirmation each night during the trip  หลักฐานการจองที่พักทุกคืนตลอดทั้งทริป บีบีปรินท์ใบคอนเฟิร์มที่พักออกมาจากอีเมล แล้วก็ทำใบปะหน้าเป็นตารางให้ดูว่าคืนนี้เราจะพักที่ไหน เมืองอะไร โรงแรมอะไร ที่อยู่ของโรงแรมที่สามารถติดต่อได้คืออะไร แล้วก็เรียงใบจองโรงแรมตามวันที่จะเข้าพักค่ะ

11. An employment letter จดหมายรับรองการทำงาน

12. Paystubs 3 months สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน

13. Spouse’s employment verification and paystubs 3 months ถ้าคู่สมรสของเราเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในทริปนี้ทั้งหมด เราควรแนบจดหมายรับรองการทำงานและสลิปเงินเดือนของคู่สมรสเราไปด้วยค่ะ

14. Financial support documents สเตทต์เม้นท์จากธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนค่ะ ส่งไปเฉพาะบัญชีหลักๆก็พอค่ะ

15. Health insurance coverage ประกันสุขภาพระหว่างการเดินทาง จริงๆอันนี้ไม่มีก็ได้ค่ะ เพราะเขาไม่ได้ขอ แต่บีบีจัดไปเพราะยังไงเดี๋ยวบีบีต้องขอวีซ่าเชงเก้นต่อ แล้วบีบีต้องใช้อยู่ดีอ่ะค่ะ เลยซื้อไว้เลย

16. Self-return prepaid envelop  ซองเปล่าจ่าหน้าซองถึงตัวเอง จ่ายค่าธรรมเนียมไปรษณีย์ให้เรียบร้อย พร้อมกับมีหมายเลขสำหรับ tracking ด้วยค่ะ


เตรียมเอกสารครบเรียบร้อยแล้ว ควรทำใบ Check list ปะหน้าไว้ด้วยนะคะ แล้วก็เรียงเอกสารตามใบ Check list นั้น เสร็จแล้วก็ส่งไปรษณีย์ไปที่กงศุลไอร์แลนด์เลยค่ะ เขียนวงเล็บไว้ที่มุมซองเอกสารด้วยว่า “Apply for Irish visa”

ก่อนส่งใบสมัครไปเนี่ยะ ที่หน้าเวปของกงศุลไอร์แลนด์ที่ซานฟรานเขาจะบอกไว้เลยว่าอาจจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 2-4 อาทิตย์ แล้วเท่าที่บีบีหาข้อมูลมา ส่วนใหญ่จะใช้เวลากันเกือบ 4 อาทิตย์ นานจนลืมกันเลยทีเดียว   แต่ตอนที่บีบีส่งใบสมัครไปเนี่ยะ เค้าใช้เวลาทำไม่ถึงอาทิตย์หนึ่งเลยอ่ะ คือบีบีเมลเอกสารไปวันที่ 19 แล้ววันที่ 25 บีบีได้รับพาสปอร์ตคืนมาแล้วอ่ะ ตอนแรกที่เห็นซองเอกสารเราก็ตกใจ ทำไมเค้าส่งกลับคืนมาไวขนาดนี้ คิดว่ามีอะไรผิดพลาดรึป่าว แบบว่ากรอกเอกสารผิดหรือเขาอยากได้เอกสารเพิ่มอะไรรึป่าว แต่พอแกะซองออกดูปรากฎว่าวีซ่าอนุมัติแล้ว ตกใจอ่ะ ไวไปป่ะเนี่ยะ เรารึอุตส่าห์เผื่อเวลาไว้ตั้งเดือนหนึ่ง แต่ก็ดีเหมือนกัน จะได้ทำเรื่องขอวีซ่าเชงเก้นต่อเลย ปีนี้ตั้งใจจะขอวีซ่าเชงเก้นกับกงศุลอิตาลีด้วย แล้วก็นะ บีบีได้ยินเสียงลือเสียงเล่าอ้างเกี่ยวกับการทำงานของกงศุลอิตาลี่มาเยอะมาก แง่ลบทั้งนั้นเลยด้วย แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเรื่องขอวีซ่าเนี่ยะเราผ่านฉลุยมาตลอด กับกงศุลอิตาลีก็คงจะเหมือนกันล่ะนะ สาธุ เพี้ยง เพี้ยง








Create Date : 05 มีนาคม 2557
Last Update : 5 มีนาคม 2557 14:30:10 น.
Counter : 2112 Pageviews.

2 comments
  
ขอคำแนะนำด้วยค่ะ ตามอ่านรีวิว europe 2011 แล้ว จัดทริปได้ดีมากเลยค่ะ
ถ้าจะไปเที่ยวยุโรป ควรไปช่วงเดือนไหนดีคะ
โดย: Nannie_pk IP: 223.204.249.71 วันที่: 7 เมษายน 2557 เวลา:13:25:50 น.
  
Nannie_pk

แนะนำว่าให้ไปช่วงหน้าร้อนค่ะ ช่วงเดือนมิถุนา-สิงหา อากาศอุ่นที่สุด แดดเยอะที่สุดค่ะ

ถ้าไปหน้าร้อนไม่ได้ แนะนำให้ไปช่วงฤดูใบไม้ผลิ(ปลายมีนา-พฤษภา) กับฤดูใบไม้ร่วง(กันยา-ตุลา) แทนค่ะ
โดย: Sugar lip วันที่: 18 เมษายน 2557 เวลา:4:32:56 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Sugar lip
Location :
Seattle  United States

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 147 คน [?]



วันหนึ่ง เราจะต้องทำบล็อคหน้าตาสวยๆออกมาให้ได้ คอยดูสิ หึ

บีบีได้มาใช้ชีวิตอยุ่ที่อเมริกาถึงวันนี้ก้อเกือบ 3 ปีล่ะค่ะ การได้มาใช้ชีวิตต่างแดนตัวคนเดียว เวลามีปัญหาหรือข้อสงสัยขึ้นมา มันก้อไม่รุ้จะไปถามใคร ภาษาเราก้อไม่ดี บีบีก้อจะหาข้อมูลในเวป google แล้วบีบีก้อจะได้คำตอบออกมาในรูปแบบของ bloggang บีบีเลยรู้สึกถึงความสำคัญของบล็อค รู้สึกขอบคุณคนเขียนบล็อคทุกๆคน ที่เสียสละเวลามาเล่าประสบการณ์ต่างๆที่เป็นประโยชน์อย่างมากมายกับคนที่ไม่รู้อะไรเลยอย่างบีบี ดังนั้นบีบีก้อเลยตั้งใจไว้ว่าจะทำบล็อคเพื่อบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ และ how to ต่างๆ ของบีบี เผื่อว่าจะได้เป็นประโยชน์แก่คนอื่นๆมั่งค่ะ
New Comments