เพียงแค่ผู้หญิงธรรมดา ไม่ใช่นางฟ้า หรือนางเอกนิยาย ไม่ได้รักเธอมากมาย แต่รักเธอไม่มีนอกใจ
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28 
 
3 กุมภาพันธ์ 2553
 
All Blogs
 
คนโต๊ะหลัง

เคยรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไหมเวลานั่งข้างหน้าใครสักคนที่เราไม่รู้ว่าเขามองเราอยู่หรือเปล่า?

เมื่อก่อนโต๊ะทำงานของฉันเคยอยู่ข้างหลังใครบางคน ที่ฉันไม่ได้สนใจมองให้เป็นเรื่องเป็นราวหรอก

เขาเป็นแค่ผู้ชายเจ้าชู้คนหนึ่งที่ฉันสาปแช่งอยู่ในใจว่าชาตินี้อย่าให้ต้องมีเวรกรรมได้ร่วมชีวิตกับผู้ชายแบบนี้แม้เพียงเสี้ยววินาที

ฉันยังจำได้ ภาพแผ่นหลังของผู้ชายผมหยักศก ผิวเข้ม ตาคม แต่ปากแดงแจ๋ ที่ชอบนั่งเอนตัวจนเก้าอี้จะล้ม เบียดเก้าอี้ที่ฉันใช้นั่งพิมพ์งานและเล่นเนต

ที่จริงโต๊ะทำงานของฉันอยู่ข้างหน้าเขาหรอก แต่ชีวิตวันๆ ที่ต้องประจำอยู่หน้าคอมพ์ ทำให้ฉันต้องนั่งหลังเขา

เวลาเขานั่งแชทกับสาว เขามักจะหันมาดูว่าฉันดูอยู่หรือเปล่า ที่จริงฉันไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าเขาจะทำอะไร แต่ด้วยความที่เป็นคนหวาดระแวง เขาเลยต้องหันหลังทุกครั้งที่ฉันขยับตัว แม้จะไม่ได้ตั้งใจดู แต่ภาพจากเว็บแคมก็ทำให้รู้ว่าเขากำลังคุยกับผู้หญิง

เราเป็นคนติดเกมส์ด้วยกันทั้งคู่ ระหว่างฉันกับเขาที่นั่งหันหลังชนกัน ถ้าว่างเว้นจากงานสิ่งที่เราจะเอ่ยปากคุยกันก็มีเรื่องเกมส์กับเรื่องการ์ตูน ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรกับการเป็นคนนั่งข้างหลัง มีบ้างบางครั้งที่ฉันเสนอหน้าเข้าไปยุ่งดูเขาคุยกับลูกสาว

เพราะปกติฉันกับเขาจะไปเล่นกับเด็กด้วยกันเสมอ คงเป็นเพราะเขาคิดถึงลูกสาว ที่เขาไม่เคยได้เลี้ยงดู ส่วนฉันเองมีปมเรื่องเด็กมานาน ความที่เป็นคนใจอ่อนกับเด็ก ทำให้ฉันเจอเด็กที่ไหนเป็นไม่ได้ ถ้ามีขนมหรือของอะไรติดมือฉันก็มักจะแจกจ่ายแก่เด็กๆ

นานปีที่ฉันฝากของเล่น ของใช้สำหรับเด็กไปให้ลูกสาวเขา ด้วยความเอ็นดู หลายครั้งที่ฉันเป็นเดือดเป็นร้อนแทนเขาโดยที่ไม่รู้ว่ามันอาจจะเป็นการก้าวก่ายชีวิตคนอื่นมากไป

นอกจากเรื่องเกมส์ เรื่องการ์ตูน เรื่องลูกสาว แล้วยังมีเรื่องอะไรอีกที่ทำให้ฉันกับเขาสนิทกัน ไม่มีอะไรหรอกนอกจากเรื่องอู้งานแอบไปทานข้าวด้วยกัน ด้วยเหตุที่เป็นคนหิวไม่ตรงเวลา ทำให้เราหนีออกไปทานข้าวด้วยกันแทบทุกวัน จนมีคนถามว่าเขากับฉันเป็นอะไรกัน? ไม่เราไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าคนโต๊ะหน้าโต๊ะหลัง

อ้อ!!!! ฉันมีความลับปิดบังเขา ความลับเรื่องที่ฉันไม่เคยถามเขาเรื่องลูกแบบที่คนอื่นถาม ตอนที่เขาบอกใครต่อใครว่ามีลูกแล้ว ฉันไม่เคยแม้แต่จะสนใจถาม เขาคงไม่ได้สนใจ แต่ที่จริงแล้ว คืนหนึ่งในค่ำคืนที่เหน็บหนาว ฉันเคยรับโทรศัพท์จากผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง ที่โทรมาถามว่า ฉันเป็นอะไรกับเขา ด้วยเสียงสะอึกสะอื้น

ฉันจะเป็นอะไรกับเขาละ นอกจากคนรู้จักกันที่นั่งโต๊ะหน้าโต๊ะหลัง หลังจากค่ำคืนนั้นก็ทำให้ฉันได้รู้เรื่องราวต่างๆ ในชีวิตเขาจากโทรศัพท์สายนั้น ฉันไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงคนนั้นจึงเลือกโทรหาฉัน ทั้งที่ในรายชื่อผู้ติดต่อในโทรศัพท์ของเขาน่าจะมีคนอื่นอีกมากมาย อาจจะเป็นลางบอกเหตุอะไรให้สักอย่างแก่ฉันตั้งแต่ตอนนั้นก็เป็นได้

หลายอย่างผ่านเข้ามาในชีวิตของฉัน โดยมีเขาเป็นส่วนเกี่ยวข้องที่ไม่สำคัญ เป็นแค่เศษเสี้ยวในเรื่องราวที่มีคนอื่นเป็นตัวแสดงคู่กับฉัน จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อละครเรื่อง "เมียหลวง" ออกอากาศ มีคนวิจารณ์ พฤติกรรมของเขาอย่างเมามัน

แล้วก็มีคนถามความเห็นฉันกับเรื่องของเขา ฉันก็ตอบไปอย่างที่ฉันคิด ทุกคนบอกว่า "เธอเนี่ยทำตัวเหมือน ดร. วิกันดา มากเลยนะ น่าจะเป็นคนที่เหมาะกับเขามากที่สุด" ฉันได้แต่ไม่เข้าใจ เพราะฉันไม่เคยดูละครเรื่องนี้ จนเมื่อไม่นานมานี้เองถึงได้กลับไปหาอ่านเรื่องย่อ ของละครเรื่องดังกล่าว

ฉันไม่รู้ว่าห้วงเวลาที่ผ่านมานานปีที่เขาและฉันนั่งโต๊ะหน้าโต๊ะหลังกัน มันมีอะไรเปลี่ยนแปลงในความรู้สึกไหม ความห่วงใยที่ฉันมีให้เขาไม่เคยเพิ่มหรือน้อยลง มันคงเดิมเสมอ เป็นความห่วงใยระหว่างสายสัมพันธ์แปลกประหลาดที่ฉันเองหรือตัวเขาเองก็ไม่เข้าใจ

หลายอย่างที่เขาไว้วางใจเล่าให้ฉันฟัง หลายอย่างที่ผ่านมาในชีวิตเขาที่มันเลวร้าย เรื่องของเขากับผู้หญิงทั้งหลายในชีวิตที่ฉันรับรู้ ทำให้ฉันกลัวผู้ชายมากขึ้น ฉันกลัวว่าคนที่อยู่ห่างไกลฉันจะเป็นเหมือนเขา

เวลาผ่านไปเนิ่นนานที่ฉันกับเขาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันโดยที่ไม่ได้สำรวจความรู้สึกตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้นท่ามกลางวันเวลาที่ล่วงเลย จนกระทั่ง เมื่อเขาต้องย้ายตำแหน่งโต๊ะทำงาน จากที่ฉันเคยต้องนั่งมองหลังเขา หรือนั่งหันหลังชนกัน ก็กลายเป็นเขาต้องนั่งข้างหลังฉัน และหันข้างชนกัน

ฉันไม่รู้เขาเริ่มมองแผ่นหลังของฉันตั้งแต่วันไหน ทุกอย่างมันผ่านไปโดยไม่รู้ตัว กว่าจะรู้ตัวเราก็ก้าวข้ามขั้นคนโต๊ะหน้าโต๊ะหลังไปโดยไม่ได้หยุดคิด ความรู้สึกที่เหมือนจะไม่เข้าใจมานาน เริ่มจะกระจ่าง พร้อมกับความปวดร้าว สำหรับเขาฉันไม่รู้ว่าเขารู้สึกยังไง

แต่ที่แน่ๆ ฉันเพิ่งรู้ว่าเขาไม่ได้คิดแค่คนโต๊ะหน้าโต๊ะหลังกับฉันเพียงแค่นั้นมาตั้งนานแล้ว ความหยิ่ง ยโส จองหอง ของคนโต๊ะหน้าอย่างฉัน ทำให้เขาอยากเอาชนะ แล้วเขาก็เอาชนะฉันได้อย่างที่เขาต้องการ แต่ไม่ถึงที่สุด เพราะชัยชนะของเขามันไม่สามารถประกาศให้ผู้คนรับรู้ร่วมกับเขาได้

ทุกวันนี้ฉันเลยจำต้องมีสายตาจากโต๊ะหลังที่คอยเขม่นเวลาที่ฉันนั่งทำอะไรสักอย่างในโลกส่วนตัวของฉัน

ฉันก็ยังเป็นฉันที่สนใจจะเรียนรู้แค่ความรู้สึกของตัวเอง ไม่เคยสนใจ หรือเรียนรู้ที่จะเข้าใจจิตใจของผู้อื่น แต่มาถึงตอนนี้แม้แต่ตัวเองฉันก็ไม่อาจจะตอบตัวเองได้อย่างสนิทใจ ว่าฉันเข้าใจความรู้สึกของตัวเองไหม

ฉันอาจจะเป็นคนโต๊ะหน้าที่สมควรหนีให้ห่างไกลที่สุด เพราะความเจ้าอารมณ์เอาแต่ใจ มีโลกส่วนตัวสูง แต่เขาก็ยังไม่ยอมหนีไปไหน เพียงเพราะชัยชนะที่เขาคิดว่าได้รับ ยังไม่ได้ประกาศก้องให้ผู้คนได้รับรู้

ระหว่างฉันกับเขา เราเป็นคนโต๊ะหน้าโต๊ะหลังที่งี่เง่าเอาแต่ใจ ทำร้ายคนรอบข้างไปทั่ว ผู้คนไม่มีทางเข้าใจในการกระทำของเรา เพราะฉันกับเขามีโลกส่วนตัวที่ใครก็ไม่เข้าใจ

บางความรู้สึกของเรา ในความเข้าใจของเรา แม้แต่คนที่อยู่ใกล้ชิดเขาทุกค่ำคืน ก็ไม่อาจจะเข้ามาแทรกแซงได้ สิ่งที่เรารับรู้และสัมผัสท่ามกลางความสับสน เราต่างก็รู้ว่าเราทั้งคู่คิดยังไง

ไม่ใช่นิยายน้ำเน่า ที่รักแต่มีอุปสรรคกีดขวาง ไม่ใช่นิยายน้ำเน่าที่รักแล้วต้องแย่งชิงทุกอย่าง ไม่ใช่นิยายน้ำเน่าที่รักแล้วต้องยอมเสียสละ แต่มันคือนิยายน้ำเน่าที่มีคำว่า "เราเหมือนจะรักกันเพราะความเข้าใจ" มาเกี่ยวข้อง

เราต่างมีโลกส่วนตัวที่คนรอบข้างเข้าไม่ถึง เหมือนโลกแห่งความฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง แต่เป็นโลกที่เราสองคนถือไว้ในอุ้งมือ และมีอยู่จริงสำหรับเราเพียงแค่สองคน

ช่องว่างระหว่างโต๊ะหน้า โต๊ะหลัง ที่ใครต่อใครเดินผ่านไปมาได้ แต่ช่องว่างที่เราเว้นให้แก่กัน มันเป็นช่องว่างที่ใครก็เข้ามายืนขวางหรือผ่านไปมาได้ มันอาจจะเป็นช่องว่างของคงามอิสระ และเสรีภาพที่ใครหลายคู่กำลังค้นหา

ฉันเลือกที่จะหยุดตัวเองไว้ตรงความโดดเดี่ยว เมื่อฉันเห็นแล้วว่า ระหว่างเส้นรอบวงของคนโต๊ะหน้าโต๊ะหลังแบบฉันกับเขา มีแต่จะทำให้ผู้คนเจ็บปวด หากฉันไม่เลือกที่จะยืนคนเดียว เพราะตัวฉันเองไม่ต่างจากเศษแก้วที่แหลมคม

สำหรับเขาฉันเข้าใจว่าเขาไม่สามารถทำแบบฉันได้ เขาจึงทำร้ายคนที่อยู่ข้างๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเพียงแต่ระหว่างเราจะไม่มีโลกส่วนตัว คนอื่นก็อาจจะไม่เจ็บปวด แต่จะทำยังไงได้ ในเมื่อระหว่างฉันกับเขา เรามีโลกส่วนตัวที่คนอื่นเข้าไม่ถึงอยู่ร่วมกัน

ถ้าคุณเป็นใครสักคน ที่เดินเข้ามาเจอพวกเรา คุณเห็นช่องว่างที่น่าจะแทรกตัวเข้ามาอยู่บนโลกส่วนตัวของเรา คุณคงต้องยอมเจ็บปวดแลกกับการได้อยู่ตรงนั้น แล้วจะให้เราทำเช่นไร ในเมื่อพวกเราเป็นเศษแก้วที่แหลมคม

แม้เราจะไม่ได้เป็นเศษแก้วในกองเดียวกัน แต่เราก็เป็นเศษแก้วที่ไม่แยกจากกันไปไหน ไม่ใกล้กันมากกว่านี้ เพราะเรารู้ดีว่าถ้าเข้าใกล้มากไปมันจะทำให้เราบาดเจ็บทั้งคู่ หรือถ้ามีใครเข้ามา เราก็จะทิ่มแทงให้เขาเจ็บปวด

นี่แหละ เรื่องราวของคนโต๊ะหน้าโต๊ะหลัง ที่ใครต่อใครอาจจะบอกว่าเลวทรามต่ำช้า ไม่ใช่เราไม่มีศีลธรรม จริยธรรม แต่มันเป็นเพราะเราเป็นคนโต๊ะหลังที่ต่างเห็นแก่ตัวก่อนเห็นแก่ผู้อื่นแค่นั้นเอง

คำตอบของคำถาม "เคยรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ไหมเวลานั่งข้างหน้าใครสักคนที่เราไม่รู้ว่าเขามองเราอยู่หรือเปล่า?" นี้

สำหรับฉันแล้ว ฉันจะบอกคุณว่า ฉันไม่เคยรู้สึกอะไรเลย เพราะฉันคุ้นเคยกับสายตาที่อยู่ข้างหลังฉันโดยจิตวิญญาณที่ไม่มีใครสามารถเข้าใจได้ ต่อให้เขามอง หรือไม่มอง ความรู้สึกที่ฉันมีต่อคนโต๊ะหลังก็ไม่ต่างกัน

คุณละ มีคนโต๊ะหลังแบบฉันไหม ถ้าคุณมีคนโต๊ะหลังแบบเรื่องของฉัน ฉันคิดว่าคุณคงเข้าใจความรู้สึกของฉันดี นี่แหละคือคนโต๊ะหลังของฉัน ที่มันแสนจะเจ็บปวดสำหรับผู้คน


Create Date : 03 กุมภาพันธ์ 2553
Last Update : 3 กุมภาพันธ์ 2553 2:19:19 น. 1 comments
Counter : 367 Pageviews.

 


โดย: ผมชอบกินข้าวมันไก่ วันที่: 3 กุมภาพันธ์ 2553 เวลา:3:05:30 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

sugarhut
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





ทุกอย่างมีกาลเวลาของมันเอง เมื่อไรก็เมื่อนั้น ที่มันจะมาถึง และเมื่อไรก็เมื่อนั้น ที่มันจะจากไป คิดมากไปก็เท่านั้น รอให้ทุกอย่างหมุนไปตามกาลเวลาของแต่ละสิ่ง ของใครของมัน พอถึงช่วงเวลาที่ต้องเจอกัน มันก็จะหมุนกงล้อมาบรรจบกันเอง



*****************
Destiny under in your hand and protection by God
*********************


Someone told me " Everyone has a couple but God send it to differrent place and different time,
They must find other one who is them couple, When they see each other both of them are LOVER"














เหนือกาลเวลา - พี่เอิดเวิร์ด 'คาไลโดสโคป'
Friends' blogs
[Add sugarhut's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.