มีนาคม 2552

1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
อังกฤษ เรียนเข้าไป พูดได้แค่เนี้ยะ
ยอมรับว่า...ตั้งใจมาบ่น ใครไม่เคยเรียนภาษาอังกฤษ ยกมือขึ้นๆ ..เงียบกริบ คำตอบคือ แทบไม่มี ยกเว้นคนที่ไม่ได้เรียนหนังสือ ก็คงจะแทบไม่มีเหมือนกัน บางคนบอกว่าภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียวเหมือนที่คุณแอนดรูบอก บางคนบอกขอลาขาดกับอังกฤษ เรียนเท่าไรก็ไม่เข้าสมอง ปัญหาคือ เราเรียนภาษาอังกฤษกันไปทำไม ตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ เรียนเพราะมีในหลักสูตร ตอบแบบคิดมากขึ้นก็คือ เรียนไว้เพื่อสื่อสารกับฝรั่ง แต่ปรากฏว่าตามผลการวิจัยคือ คนไทยสื่อสารกับฝรั่งโดยใช้ความรู้ในห้องเรียนได้น้อยมาก

ย้อนไปเมื่อตอนที่เจ้าของบล็อกยังเป็นเด็ก การเรียนภาษาอังกฤษคือการเรียนไวยากรณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต้องบอกว่ามันผิดธรรมชาติของการเรียนรู้ภาษาที่เราฟังเสียงก่อนและแปลออกมาเป็นความหมาย หลังจากนั้นเราจึงเริ่มพูดแล้วจึงจะเขียน เจ้าของบล็อกเป็นเด็กที่ไม่มีใครดูแล จึงขึ้น ป.1 เมื่ออายุห้าขวบ เรียนงูๆปลาๆไป บทเรียนเล่มแรกคือ เล่มที่มีป้ากะปู่กู้อีจู้ ถือว่าเป็นบทเรียนภาษาไทยเล่มสุดท้ายก่อนเปลี่ยนมาเป็น มานี มานะ วีระ ปิติ ชูใจ อย่างไรก็ยังจำได้ว่าครูสอนให้อ่าน กอ อา กา แล้วค่อยพัฒนาเป็นสระอื่นๆ ในขณะที่ภาษาอังกฤษได้เรียนประโยคที่จำได้แม่นคือ This is a book. และตามมาด้วย This is a pen. These are pencils. Those are rulers. พร้อมหลักการใช้ this that these และ those การใช้ a แปลว่าหนึ่ง นำหน้าคำนาม คำนามนับได้ นับไม่ได้ วุ่นวายไปหมด นี่แค่ ป. 1 พอจบ ป.6 ครูที่สอนก็ฝังแกรมม่าให้ข้าพเจ้าแบบแน่นปึ๊ก (สำหรับเด็ก) ขึ้นมัธยมครูก็เน้นเรื่องหลักการใช้แกรมม่า (อีกแล้ว) มีสื่อสารนิดหน่อย ข้าพเจ้าได้รู้จัก Hi Hello /Nice to meet you.Good bye เพิ่มขึ้น

พอจบ ม.6 ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัย คลาสแรกวิชา conversation ถึงกับเอ๋อเหรอ เพราะสปีคไม่ได้ ไม่รู้จักสำนวน ก็ได้แต่ท่องจำเอา ผสมคำนิดๆหน่อยๆ พอเอาตัวรอด แต่ขอบอกว่าแทบตาย คำศัพท์อะไรก็นึกไม่ออก นึกออกแต่ประธานเอกพจน์กริยาเติม s ขนาดว่าจบศิลป์ภาษา ฝึกวิชาฟัง พูด มาพอสมควร และเป็นเด็กแถวหน้าของห้อง รร ประจำจังหวัดด้วยนะ ranking ร.ร ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน สงสัยนักเรียนคงจะโง่เอง จบปี 4 มาด้วยความลำบากยากเย็น วิชาอะไรที่เกี่ยวกับพูดเป็นได้ไม่เกิน c (สมัยนั้นไม่มีระบบ +) เวลาจะพูดอะไรกับอาจารย์ฝรั่งมันช่างลำบากยากเย็น เพื่อนที่มาจาก ร.ร เดียวกันซึ่งเป็นเด็กวิทย์ ยังพุดได้ปร๋อกว่าเราอีก สังเกตดูก็คุณเธอเป็นประเภทกล้าๆหน่อย พูดมั่ว พูดดะ เลยคล่องไปโดยปริยาย มันต้องอย่างนี้สิ ถ้ามัวแต่อื้มๆ เอ้อๆ คงจะติดอยู่แค่คอ ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกมา (ตามทฤษฎีคนที่กล้าพูดมากกว่า หรือคนที่บุคลิกเปิดเผยจะมีแนวโน้มสื่อสารได้ดีกว่า - Stephen D. Krachen)

สุดท้ายจบมา ไปสัมภาษณ์ที่ไหนที่เขาสัมภาษณ์อังกฤษ ก็ได้แต่ กึกๆกักๆ ไม่เห็นเหมือนนักข่าว BBC ที่คล่องปรื๊ดอย่างที่เคยได้ยิน ก็ไหนว่าเรียนจบเอกอิ๊ง ทำไม๊ ทำไม พูดได้ก็ไม่ค่อยดี ซึ่งตอนนี้สามารถวิเคราะห์ออกมาได้ว่า ฝึกน้อย ขวนขวายน้อย การเรียนในมหาวิทยาลัยก็แค่ฝึกในห้อง คุณอยากเก่งกว่านี้ก็ต้องขวนขวายเอง เรียนเพิ่มหรือไปหาฝรั่งคุยที่ไหนก็ได้ พูดๆ มันเข้าไป ผิดๆถูกๆ เดี๋ยวเราฟังฝรั่งพูดเรารู้ว่าผิดก็เลียนแบบสำนวนพูดที่ถูกต้องจากเขาจึงจะดีกว่าอยู่อย่างเหงาๆ ไปวันๆ

ปัญหามันมีอยู่ว่านึกคำศัพท์ที่พูดไม่ค่อยออก เอาล่ะ ลองดูสมมุติ นึกถึงคำว่า ครก ภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไร คนไทยส่วนใหญ่ไม่ได้เรียนอินเตอร์หรือจบนอกต้องนึกนานกว่า สามสิบวินาทีแน่ๆ ก็ฝรั่งไม่ใช้ ครก นี่นา เออ ลองไปเปิดดิกชันนารีดูได้คำว่า mortar คนที่รู้ก็ไม่ค่อยจะมี นี่แค่คำนามแล้วถ้ามันเป็นประโยคที่มีคำหลายชนิดล่ะ เช่น ฉันหงุดหงิดมากเลยเอาดินสอฉันไปสองอัน คำแรกที่ต้องคิดหนักละคือ หงุดหงิด แค่คิดก็ยากแล้ว แกรมม่าท่าทางจะช่วยได้ยากนะงานนี้ จริงๆแล้วไม่ต้องถึงกับ หงุดหงิด ตรงตัวเป๊ะขนาดนั้น เราอาจใช้ unhappy angry คำที่ง่ายที่สุดคือ not fine /not o.k คนที่ไม่ได้มีประสบการณ์กับอังกฤษมากนักก็เอาอีกแล้ว สมมุติ ฉันหงุดหงิด คือ I'm not o.k แล้วมากเลย อีกล่ะ ก็คงจะเป็น very เอาดินสอฉันไปสองอัน take pencils i two each ตลกมากเลยคะ แต่ฝรั่งฟังแล้วรู้เรื่องนะ (ลองมาแล้ว) มาดูพี่กูเกิ้ลแปลให้เราบ้าง
I very edgy เลย me to take two a pencil. ตลกพอๆกัน เจ้าของบล็อกเลยตัดสินใจทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่อง เทคนิคการพูดภาษาอังกฤษ ได้เทคนิคมานิดๆหน่อยๆ และอาจารย์ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ให้เอาไปเผยแพร่บ้าง แต่นี่ก็สิบกว่าปีแล้ว ข้าพเจ้ายังมิได้เผยแพร่เป็นจริงเป็นจัง สำหรับข้าพเจ้าเองคิดว่ามันเวริ์คกว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่ได้ใช้เทคนิคเหล่านี้คะ อ้อ แต่ขอบอกว่าเทคนิคเหล่านี้เหมาะกับคนไทยที่ไม่ได้ไปอยู่เมืองนอกนะคะ เพราะถ้าอยู่นอกก็คงจะคล่องปรื๋อไปเอง และสำนวนพูดก็เป็นแบบเอาตัวรอด ไว้เดี๋ยวมาเขียนให้อ่านคะ และยังอยากเขียนเทคนิคการใช้กูเกิ้ลแปลให้เป็นภาษาเราเองด้วย คือ ให้มันถูกกกว่าเดิม และใช้งานได้ในระดับเบื้องต้น ต่อบล็อกหน้ากันคะ ออ ลืมคะลืม เจ้าของบล็อกจะใช้ประโยค I'am very frustrated because he took 2 pencils of mine.คะ ชอบพูดยาวเฟื้อยเพราะติดประโยคที่อาจารย์สอนเน้นแกรมม่าคะ ฝรั่งบอกพอได้คะ



Create Date : 07 มีนาคม 2552
Last Update : 19 เมษายน 2557 21:05:49 น.
Counter : 496 Pageviews.

3 comments
  
การพูดภาอังกฤษไม่ใช่ของยากเลยค่ะเพียงแต่ว่าต้องกล้าพูดออกมา อย่าไปคำนึงถึงแกรมม่ามากนักในช่วงแรกเพราะจะทำให้กลัวผิดตลอดเวลา ภาษาพูดกับภาษาเขียนต่างกันค่ะ ขอให้นึกถึงเด็กที่เพิ่งเริ่มหัดพูดยังต้องมีพ่อแม่คอยสอนคอยบอก พอเข้าโรงเรียนก็ต้องเริ่มเรียนภาษาไทยใหม่เหมือนกัน

แนะนำให้ใช้ ดิกชันนารี่ อังกฤษ-อังกฤษ จะทำให้ทราบศัพท์เพิ่มขึ้น ใช้ อังกฤษ-ไทย ต่อเมื่อไม่รู้จริงๆว่าความหมายคืออะไร ดูหนังอย่าอ่าน subtitle ฟังเอาค่ะรู้บ้างไม่รู้บ้างช่างมันแล้วก็หัดสังเกตุสำเนียงและการออกเสียงด้วยค่ะ ภาษาอังกฤษแบบอังกฤษกับอเมริกันก็พูดต่างกันออกไปอีก เวลาอยู่คนเดียวที่บ้านก็หัดอ่านออกมาดังๆ ถ้ามีเทปก็อัดไว้แล้วฟังดูว่ามันพอจะเข้าท่าไหม ทุกอย่างอยู่ที่การฝึกฝนค่ะ ให้คิดดูว่าถ้าคนต่างชาติที่อยู่ในเมืองไทยยังพูดภาษาไทยได้ซึ่งเราเองเป็นคนไทยยังคิดว่ามันยาก แล้วภาษาอังกฤษที่เรียนมาตั้งแต่เล็กๆ ทำไมเราพูดไม่ได้

นี่เป็นเพียงข้อแนะนำเล็กๆน้อยๆที่จะให้ได้ ขอให้โชคดีและประสพความสำเร็จค่ะ
โดย: Mellitus วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:19:47:48 น.
  
ลองมาเรียนเอกอิ๊งที่รามดูดิ่คะ
แล้วจะรู้ว่า นรกมีจิงงงงงงงงง
มันยากมากกกกกกกกกกกกกกก
ถึงมากที่สุดดดดดดดดดดดดดด
มะรู้คนที่สอบได้ G เค้าทำกันยังไง
ส่วนเรา แค่ผ่านก้อหรูแล้วค่ะ เลือดตาแทบกระเดน

โดย: Ann (ann_shinchang ) วันที่: 7 มีนาคม 2552 เวลา:20:03:02 น.
  
อย่ากบอกว่าพูดเป็นอังกฤษโก้ด้ายฮิฮฮฮ555+บอกว่าI LOVE เทอโก้ม้ายช่ายอีก
โดย: เด็กชอบภาษาอังกฤษ IP: 118.173.128.88 วันที่: 21 กันยายน 2552 เวลา:13:08:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

angelfly
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 14 คน [?]