ตี๋หล่อมีเสน่ห์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่คนๆหนึ่งที่ชอบดูหนัง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้อัพเดตข้อมูลอะไรเพิ่มแล้วนะครับ


Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2548
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
2 พฤศจิกายน 2548
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ตี๋หล่อมีเสน่ห์'s blog to your web]
Links
 

 
ความทรงจำเก่าๆกับโรงหนังในอดีต

ทุกคนย่อมมีความทรงจำที่ดีๆส่วนตัวเกี่ยวกับอะไรก็ตาม สำหรับผม หนึ่งในนั้นก็คือโรงหนังครับ.........

- ที่โรงหนัง พาราเม้าท์ ขณะที่อาโกวซื้อตั๋วหนัง อินเดียน่าโจนส์ (ภาคแรก) เสร็จแล้วเดินออกมา คนออต่อคิวซื้อกันยาวมาก อาโกวใหญ่พูดขึ้นกับอาโกวเล็ก "วันนี้หนังเรื่องนี้ คนดูเต็มโรงเลย มีโต๊ะเสริมด้วย เลยต้องเอาไว้ที่นึง ให้ตี๋ไปนั่งโต๊ะเสริมแล้วกัน เด็กๆนั่ง ไม่เป็นไรหรอก" พอได้ยินปั๊บ หน้าหงุดหงิด "อะไรกันอ่ะ เอาอีกแล๊ะ วุ๊ยยย... ไม่นั่งโต๊ะเสริมอะ เก้าอี้เหมือนเหล็กสังกะสียังไงไม่รู้ นั่งแล้วบางทีมีเสียงดังแก๊กๆด้วย ตอนนั้นตี๋ลุกขึ้นขยับ ไอ้ตรงร่องยาวๆที่เก้าอี้มันยังหนีบตูดตี๋เลย เจ็บด้วย" อาโกวพูดทันทีเลย "ก็นั่งให้มันดีๆดิ เด็กหลังแข็งแรงนั่งไปเหอะ อย่าบ่น"

- "ม่าม๊า เมื่อกี้ ตี๋เห็นโฆษณาอันนึง สวยดีอะ เห็นบอกชื่ออะไรนะ สวนนงนุช อย่าลืมพาตี๋ไปเที่ยวนะ ในโฆษณาเห็นเค้าบอกว่าอยู่ไม่ไกลด้วย" หลังจากดูหนังเสร็จ เดินออกมาจากโรงหนัง โคลัมเบีย

- "หนังเรื่อง จุฬาตรีคูณ ดังมาก ม่าม๊าจำได้ ตอนนั้น รู้สึกมาดูกับป่าป๊าเอ็งแหละ ที่ เฉลิมไทย" "อ้าว แล้วไม่พาตี๋มาด้วยละ" "ก็ม๊ายังไม่แต่งงานเลยนิ" "อ้าว...งง"

- ป่าป๊าคุยกับม่าม๊า "เดี๋ยวคืนนี้พาเด็กๆไปดูหนังรอบมิดไนท์ที่ เพรสซิเด้นท์ แล้วกัน ยังไม่เคยไปดูเลยที่นี่ คืนนี้เด็กๆมันนอนดึกได้ พรุ่งนี้หยุด"

- "อากง ทำไมกระดาษหนัง (ตอนนั้นไม่รู้จัก"โปสเตอร์หนัง") ที่โรงหนัง พาราไดซ์ เรื่องนี้น่ากลัวอะ นี่ไง เงินปากผี (ทำมือชี้ไปที่กระดาษหนังใบนั้น)" อากงหันมามองทำหน้าเฉยๆ "อากง วันนี้อากง มาดูเรื่องอะไรอะ" "ก็เรื่องนี้แหละ" "หา....(อ้าปากตะลึง)" ป.ล.ดูเสร็จ ตอนนั้นจำได้ว่าน่ากลัวมากครับ

- ขณะนั่งรถผ่านแถววังบูรพา "รู้เปล่า ตี๋ ตะก่อนตรงนี้มีโรงหนังเต็มไปหมดเลย ทั้งโรงหนัง คิงส์ ควีน และก็ แกรนด์ ด้วย ฉายแต่หนังอินเดียเกือบหมด อ้อ! มีหนังไทยอยู่หน่อย แต่ม่าม๊าชอบหนังจีนมากกว่า" "อ้าว แล้วมันหายไปไหน โรงหนังพวกนั้น" "ตี๋ เห็นห้างนั้นไม๊" "นี่ห้างเมอร์รี่คิงส์อะ" "สองโรงหนังกลายมาเป็นห้างนี้ ส่วนอีกโรงอยู่ทางโน้น รู้สึกตอนนี้จะกลายเป็นที่ขายของไปแล้ว" "อ๋อ"

- "สามสิบกว่าปีก่อน อากงชอบพาพวกอาโกวมาดูหนัง ชอบราเดอร์ ที่ ศรีราชวงศ์ ตอนนั้น เดวิดเจียง หล่อมากกก อาโกวมาดูก็เพราะเดวิด เจียงนี่แหละ หนังก็สนุกด้วย" "เอ๊ะ ศรีราชวงศ์ อยู่แถวไหนอะ อาโกว" "อยู่เยาวราช ไว้อากงพาเอ็งไปเป็นเพื่อนซื้อยาจีน นั่งรถผ่าน ให้อากงจะชี้ให้ดูก็แล้วกัน" อาโกวใหญ่เล่าให้ฟัง

- "อาเจก นั่นเขาทำอะไรอะ ผู้ชายคนนั้นเห็นเดินไปพูดกับคนนั้นทีคนนี้ที ครั้งก่อนมาที่ เพชรราม่า ก็เห็นคนเนี้ยแหละ เดินไปเดินมา" อาเจกหันไปมอง "อ๋อ เขาขายตั๋วผี" "ตั๋วผีคืออะไรอะ" "ตั๋วผีก็คือ ตั๋วที่เขาขายแพงกว่าตั๋วที่ไปซื้อที่ตู้ไง และที่นั่งก็ดีกว่าด้วยนะ นั่งหลังๆด้วย เดี๋ยวอาเจกเดินไปจองก่อน ถ้าไม่มีที่ดีๆ อาจจะเอาก็ได้"

- "ตะก่อนอั๊วกับอากงมาเจอกันที่นางเลิ้ง พอมีพ่อลื๊อ กับอาเจกลื้อ ว่างๆ อาม่าก็พาพวกเด็กๆไปดูหนังที่โรงหนัง เฉลิมธานี แถวนั้นแหละ" "นานหรือยังอาม่า" "40 กว่าปีเลี้ยว" อาม่าเล่า

- "อากง หนังการ์ตูนเข้าที่โรงหนัง ฮอลีวู้ด อีกแล้ววว อย่าลืมพาตี๋ไปดูด้วยนะ เรื่องนี้มีสัตว์ทะเลเยอะแยะ กุ้ง หอย ปู ปลา เต็มไปหมดเลยยยย น่าสนุก" พูดทันทีหลังจากเห็นข่าวในโทรทัศน์

- "ม่าม้า ทำไม นั่งรถผ่านแถวนี้ตอนกลางคืนทีไร เห็นมีรถเข็นขายผลไม้เต็มไปหมดเลย" "อ๋อ นั่นเขาเรียก ผมไม้ดอง ที่หน้าโรงหนัง ปารีส ก็อย่างนี้แหละ เขาขายให้คนที่มาดูหนังตอนกลางคืนซื้อกินกัน ม่าม๊ายังเคยไปซื้อกินเลย อร่อย ที่อื่นก็มี ไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว"

- "สมัยก่อน พวกอาอี๊ไปดูหนังเรื่อง มนต์รักลูกทุ่ง ที่โรงหนัง เฉลิมกรุง ด้วย มิตรกับเพชราแสดง อี๊จำได้ว่าเพลง สิบหมื่น ดังมาก มิตรก็ดังด้วย"

- "โห ป่าป๊า ดูดิ ที่โรงหนัง แอมบาสเซอเดอร์ มีกระจกกั้นสี่เหลี่ยมทางเข้าโรงด้วย มองไปข้างล่างเห็นคนเต็มไปหมดเลย ป่าป๊า มาดูนี่ซิ โรงหนังนี้เขาทำดีเน๊อะ" พูดพร้อมเสียงตื่นเต้น

- "ตอนพวกอาโกวเป็นเด็กๆ อาม่ากับอากงเอ็ง ชอบพาพวกอาโกวนั่งสามล้อมาดูหนังที่ โอเดี้ยน โกวจำได้ เรื่อง เดชไอ้ด้วน ที่หวังหยู่เล่น บางทีอาม่าก็พาอาโกวมาดูงิ้วแถวนี้เหมือนกัน เด็กๆตอนมาดูก็สนุกดีเหมือนกัน" อาโกวใหญ่เล่าให้ฟัง

- ขณะเดินออกมาจากโรงหนัง หลังจากดูหนังเรื่อง เดอะ คิลลิ่งฟีล เสร็จ อาโกวพูดขึ้น "พ่อเอ็ง ตะก่อนลากพวกอาโกวมาดูหนัง บัญญัติ 10 ประการที่โรงหนัง สยาม นี่แหละ หนังยาวตั้ง 3 ชั่วโมงแน่ะ ฉายอยู่ดีๆ โรงหนังไฟดับขึ้นมาเฉย จอก็ดับไปด้วย ตกใจกันใหญ่ทั้งโรง ที่แท้ เค้าให้พักครึ่ง เข้าห้องน้ำ นึกแล้วตลกดีนะ เอ้อ! แล้วโรงหนังแถวนี้ เมื่อก่อน ทันสมัยมาก มีบันไดเลื่อนด้วย วัยรุ่นตอนนั้นทุกคน ต้องมาขึ้นกัน" "อ๋อ งั้นตี๋รู้แล้ว เหมือนกับพาต้าที่มีลิฟต์แก้วใช่ไหม ที่อาโกวพาตี๋ไปต่อคิวขึ้นกันน่ะ"

- "โอ้โห อาอี๊ ทำไม โรงหนัง เอเธนส์ จอมันถึงใหญ่อย่างนี้อะ ผ้าม่านปิดจอยังหนากว่าผ่าห่มบ้านเราอีก " "โรงหนังเอเธนส์ ใหญ่อยู่แล้ว ดูซิ เก้าอี้เยอะแยะไปหมดเลย เห็นไหม" "อือ...... ใช่ด้วย เยอะแยะไปหมดเลย" "เออ ดูหนังเสร็จ เดี๋ยวลงไปซื้อเทป สาว สาว สาว หน่อย" "ก๊อก ก๊อก ก๊อก ใช่ไหม อาอี๊ วันนั้น ตี๋เห็นที่โทรทัศน์" "เออ ใช่"

- "ที่โรงหนัง อินทรา เนี้ย เมื่อก่อน อาอี๊เคยมาดูเรื่อง โลกแตก โอ้โห สมัยนั้น เครื่องเสียงดีมาก เก้าอี้นี่สั่นเลย เสียงดังสนั่นไปทั่วโรง" อาอี๊เล่าความตื่นเต้นให้ฟัง

- "อาม่า ดูดิ ตัวอีทีบะเริ้มเทิ้มเลย ใหญ่กว่าตัวตี๋อีก นิ้วมีไฟสีแดงกระพริบด้วย เอ้ย!........(เสียงดีใจ ให้ผู้ใหญ่เสียตังส์อีก) อาม่า ดูตรงข้างในดิ ตี๋เห็นตุ๊กตาอีทีด้วยเขากำลังขาย อาม่าอย่าลืมซื้อให้ตี๋นะ จะเอาอะ.....(กระชาก ลากแขนอาม่าเต็มที่ที่หน้าโรงหนัง สกาล่า - ป.ล.บาปจริงๆ ตรู)"

- "เมื่อก่อน โกวเล็ก อดได้มาดูเรื่อง ดิเอ๊กโซซิส เลยที่ ลิโด้ เพราะเขาบอก หนังน่ากลัวมาก ถ้าคนไหนยังเล็กๆอยู่ ที่บ้านจะไม่พาไป โกวเล็กเลยอดดูเลย"

- "ป๊า หนัง เบนเฮอร์ สมัยก่อนดีหรือเปล่า" "ดี หนังเรื่องนี้ตอนนั้นคนดูเยอะ ป๊ายังไปดูที่โรงหนัง เฉลิมเขต เลย อยู่แถวยศเสนี่แหละ"

- "เมื่อก่อนกู๋ใหญ่ ก็ชอบไปดูหนังที่ แมคแคนน่า ที่นี่มีหนังแนวคาวบอยเข้าเยอะ กู๋ใหญ่ชอบหนังแนวนี้"

- "ตี๋ชอบโรงหนังนี้อะ ม่าม๊า ใหญ่ดี มาดูที่นี่บ่อยๆก็ดีเหมือนกันนะ โปสเตอร์หนังเยอะดีด้วย ข้างหน้าโรงกว้างดี ทางบันไดหน้าโรงก็กว้างดี" "ที่นี่ เขาดังมานานแล้ว ป๊าเอ็งเคยพาม่าม๊ามาดูหนังเรื่อง จอร์ ที่นี่ ดูแล้ว ตอนนั้นกลัวทะเลไปเลย" พูดกันขณะกำลังจะเข้าไปดูหนังเรื่อง น้ำพุ ที่ โคลีเซี่ยม

- กู๋เล็กพูดขึ้น "ตี๋รู้หรือเปล่า เมื่อเดือนก่อน อากู๋เคยจีบผู้หญิงคนหนึ่ง พาเขามาดูหนังลาบูม ที่โรงหนัง วอชิงตัน ด้วย ได้จับมือด้วย ตื่นเต้นจริงๆเลยหวะ" "ไหน สวยป่าว" กู๋หัวเราะ "อยู่แล้วววว"

- "ม๊า ตี๋ขอไปเล่นรถไฟเหาะที่ด้านหลังนะ เอ๊ะ! แต่ชั้นล่างทางเดินไปสวนสนุก ทำไมมันโล่งจังอะ" "ก็ห้าง พันธุ์ทิพย์ เขาเพิ่งสร้างเสร็จไม่นานนิ มันเลยดูโล่งๆอย่างนี้แหละ" "เอ๊ะ ห้างนี้มีโรงหนังด้วยม่าม๊า ดูซิ" "อ๋อ...เออ"

- "ตอนหนังเรื่อง 18 ยอดมนุษย์ทองคำ ฉาย ป๊าก็มาดูที่นี่แหละ" นิ้วก็ชี้ไปที่โรงหนัง กรุงเกษม ให้ดู "หนังดังมาก ตอนนั้นใครไม่ได้ดูเรื่องนี้ เชย"

- "ไหน ตี๋! อ่านภาษาอังกฤษให้ป๊าฟังซิ หนังเรื่องนี้ อ่านว่าอะไร" "ไหน.....ดูดิ๊ (ทำเสียงสะกด) พี... โอ... แอล... อ่านว่า โป โหยยย!...ทำไมที่เหลือ มันยากอะ ตี๋อ่านไม่ได้หรอก คำนี้ครูยังไม่ได้สอน ป๊า ก็อ่านเอาเองดิ" "เอ๊ะ!.... ไอ้ห่...นิ (เติมสระอาครับ) เอ็งเรียนสูงกว่าป๊าอีก ป๊าไม่รู้หรอก" "งั้นป๊า ก็อ่านภาษาไทยไปแล้วกัน นี่ไง เขียนว่า ผีหลอกวิญญาณหลอน จะเข้าเร็วๆนี้" พ่อลูกทะเลาะกันนิดหน่อยที่หน้าโรงหนัง โอเอ - ป.ล. คำนั้นคือคำว่า Poltergeist ครับ โรงเรียนวัดก็อย่างนี้แหละครับ อิอิอิ

- "เอาที่หลังๆหน่อยแล้วกัน 40 บาทก็ได้ ขี้เกียจนั่งกลางๆหน้าๆ" เสียงม่าม๊าจองหนังจีนเรื่องหนึ่ง ที่ เซ็นจูรี่ ขณะที่คนขายตั๋วก็เอาปากกาเมจิกหัวใหญ่ๆขีดบนกระดาษเบอร์ที่นั่งรอบนั้นที่เลือกไว้ แล้วขีดคล่อมเส้นยาวๆไปบนตั๋วหนังด้วย สุดท้ายก็ปั๊มดัง "ตึ้ง"

- "ม่าม๊าซื้อข้าวโพดให้กินหน่อย (เรียกป๊อปคอร์นไม่เป็น) ตี๋เอาคิกคาปู้ด้วยนะ" "ไอ้นี่ ห่วงแต่กินอยู่นั่นแหละ ไปยยย.... รีบไปซื้อเลย" เหตุการณ์เย็นวันหนึ่งที่หน้าโรงหนัง ราม่า

- "ป๊า สุกี้อร่อยดี" ผมพูดกับป๊า "ตี๋รู้หรือเปล่าว่า สุกี้ที่นี่เคยเป็นโรงหนังมาก่อนนะ" "อ้าว จริงเหรอ โรงหนังอะไรอะ" "ก็ โรงหนัง เท๊กซัส ไง"

- "สมัยก่อน มีหนังอยู่เรื่องหนึ่ง อาโกวอยากดูมาก ให้อากงพามาดู แต่อากงเขาไม่รู้เรื่องหนังฝรั่งหรอก พามาดูอย่างเดียว ดูเสร็จ รุ่งขึ้น พอไปโรงเรียน ร้องเพลงนี้กับเพื่อนทั้งวันเลย" "อ้าว แล้วอาโกวไปดูเรื่องอะไรอะ" " เรื่อง เดอะ ซาวน์ออฟมิวสิค ที่โรงหนัง เพชรเอ็มไพร์ ไง" อาโกวเล็กพูดขึ้น

- ขณะที่เดินไปซื้อยาขมน้ำเต้าทองแถวเยาวราช "เมื่อก่อน อาเจก เคยมาดูหนังเรื่อง เล็บครุฑ ที่โรงหนัง เฉลิมบุรี ตรงนี้ (ทำมือชี้ไป) ลือชา กับ อมรา เล่นคู่กัน ตอนนั้น เอ็งยังเป็นวุ้นอยู่เลย" "อะไร! วุ้นคืออะไร งง" ตอนนั้น พออาเจกเห็นผมทำสีหน้างงเท่านั้นแหละ หัวเราะเสียงดังออกมาเลย ไอ้เราก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่

- "อาอี๊ ดูนี่ซิ ตี๋รู้แล้วว่าทำไมห้างนี้เขาถึงเรียกชื่อนี้ สร้างมาตั้งหลายเดือนแล้ว เพิ่งรู้นะเนี้ย" "อะไร พูดเรื่องอะไร รู้อะไรอีก" "ก็นี่ไง หุ่นรูปปั้นสองอันนี้ คนหนึ่งชื่อ มา อีกคนชื่อ บุญครอง เลยกลายเป็น มาบุญครอง ไง" "อ๋อเหรอ เออ...เก่ง อาอี๊ ก็ไม่รู้เหมือนกัน เพิ่งรู้เนี้ยแหละ" "น้ำพุในห้างนี้สวยเหมือนกันนะ เออ... อาอี๊ แล้วห้างใหญ่ๆอย่างนี้เขาไม่มีโรงหนังด้วยเหรอ" "อนาคต คงจะมีมั๊ง" อาอี๊ตอบ - ป.ล. เป็นที่มาของโรงหนัง เมเจอร์ ที่ชั้นหนึ่งในเวลาต่อมาครับ

- และสุดท้ายครับ "อากง วันนี้อย่าลืมพาตี๋ไปดูหนังที่ถนนราชดำเนินนะ เห็นโทรทัศน์บอกมีหนังตั้ง 200 จอแน่ะ" อากงทำหน้างง หันไปถามอาโกว "วันนี้มันมีงานอะไร" "อ้าว ก็ งานฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปีไง" อาโกวพูดจบ อาม่าก็พูดต่อ "พามันไปเดินต้องคอยดูจับมือมันด้วยนะ เวลาปิดถนนราชดำเนิน คนเยอะไปหมด เดี๋ยวหลงขึ้นมาเสร็จเลย จับมือมันไว้ให้ดี" ป.ล.ไม่รู้หรอกว่าความเป็นห่วงคืออะไร ผมขอสนุกอย่างเดียว

หลายปีต่อมา Back to the future - บางเหตุการณ์ "ถึงทีผมบ้างละ"

- "เฮ้ย ตี๋ เดี๋ยวนี้จองผ่านทีวีเลยหรือ อ้าว... นั่น... ทำไมมีกระดาษโผล่ขึ้นมาที่โต๊ะด้วย นั่นมันอะไร" "ก็ป๊าไม่ได้ดูหนังตั้งนานแล้ว นี่ก็คือ ตั๋วหนัง ไง เดี๋ยวนี้ เขาทันสมัยแล้ว ไม่ต้องใช้เมจิกเขียนเหมือนสมัยก่อน" "โอ้โห เปลี่ยนไปเยอะจริงๆหวะ" หลังจากจองหนังเรื่อง ทวิสเตอร์ (Twister) เสร็จ ขณะที่คนขายตั๋วได้ยิน.....ก็ยิ้มๆ

- "ตี๋ โรง 9 อยู่ไหนวะ อาโกว งงไปหมด โรงหนังสมัยนี้! ที่นี่ไม่เคยมาด้วย ซับซ้อนหวะ ตี๋เดินนำไปแล้วกัน รีบเดินไปเลย เดี๋ยวดู หมาป่า ไม่ทัน" "ใครบอก หมาป่า นั่นเขาเรียก "แวนเฮลซิ่ง" (Van Helsing)"

- "โอ้โห เดี๋ยวนี้หนังทำทันสมัยจริงๆ ทำเหมือนด้วย เทคนิคเยี่ยม (ไม่รู้จักคำว่า เอฟเฟ็ค ครับ) หนัง มัมมี่ เรื่องนี้ มันส์มาก" อาเจกพูดหลังจากดู The Mummy Returns ภาค 2 เสร็จ

- "ไอ้หย๋า ทำไม ตั๋วแพงอย่างนี้ ใบตั้งละ 120" "อาม่า ที่นี่ เค้าใช้บัตรลดได้ เหลือ 100 นึง" "โห...100 นึงก็ยังแพงอยู่ดี ดูไปได้ยังไง" "เอาหน่า ดูไปเถอะ อาม่าไม่ได้เป็นคนออกตังส์ซะหน่อย ตี๋ออกอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ บ่นจริง" "อ้าว แล้วโต๊ะข้างหน้ากับโต๊ะข้างหลังราคาเหมือนกันหรือเปล่า" "เหมือนซิ อาม่า" "งั้น ลื้อต้องฉลาดๆนะ จองข้างหลังเอาไว้" "ตี๋ให้อาม่านั่งสบายอยู่แล้วนะ ไม่ต้องห่วง" เถียงกันหยอกกันเล่นๆหน้าโรง ก่อนจะดูหนัง แฟนฉัน

และนี่คือเหตุการณ์ตอนช่วงแรกๆที่มีการปฏิวัติวงการโรงหนังของเมเจอร์ซีนีเพล็ค อีจีวี และเอสเอฟซีนีม่า ที่เป็นเรื่องขำๆของบ้านผมในยุคหลัง แต่เดี๋ยวนี้ทุกคนคล่องขึ้นแล้วครับ

หมายเหตุ อ้างอิงจากเรื่องจริงแต่มีการดัดแปลงข้อความบ้างเนื่องจากผ่านกาลเวลาที่นานมาแล้วและมีการแปลภาษาจีนแต้จิ๋วบางส่วนเป็นไทยเพื่ออรรถรสในการอ่านด้วยครับ


Create Date : 02 พฤศจิกายน 2548
Last Update : 3 ธันวาคม 2551 13:13:49 น. 15 comments
Counter : 1252 Pageviews.

 
ฮ่า คุณตี๋นี่อารมณ์ขันเยอะจริงน้า
ตกลงพูดได้กี่ภาษาครับเนี่ย


โดย: คนตามสื่อ IP: 161.200.91.31 วันที่: 3 พฤศจิกายน 2548 เวลา:10:53:14 น.  

 
จำได้ว่าตอน 4- 5 ขวบไปดูหนังจีนที่โอเดี้อนกับป๊าม๊า เวลาปวดฉี่ก็ฉี่กันตรงพื้นเลย (คิดแล้วสงสารคนที่นั่งแถวข้างหน้าจัง) ส่วนโรงหนังอินทรา ดูเรื่องมนต์รักทะเลใต้เป็นหนัง 70 มม. ตอนพักครึ่งมีลูกโลกแบบดิสโก้แสงแว๊บๆหมุนด้วย


โดย: ตาตี๋ IP: 203.209.121.49 วันที่: 4 พฤศจิกายน 2548 เวลา:14:02:34 น.  

 
ปกติดูหนังอยู่ไม่กี่โรงเอง
มี สยาม ลิโด้ สกาลา
อินทรา กับ โอเอ น้อยมาก
บ่อยสุด วอชิงตัน ค่ะ


โดย: i_namm IP: 203.148.187.196 วันที่: 10 พฤศจิกายน 2548 เวลา:8:45:50 น.  

 
ก่อนที่ cineplex จะระบาดปรกติดูที่ MGM The Mall รามน่ะครับ
ยังเด็กเกิดไม่ทันหลายยุคเลยครับ


โดย: หลังโรง IP: 203.107.158.156 วันที่: 17 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:53:02 น.  

 
ฮ่ะ น่ารักอ่า

Back to the future มีเอาคืนด้วย


โดย: เล่นด้วยทำเคลิ้ม IP: 210.246.67.69 วันที่: 23 พฤศจิกายน 2548 เวลา:11:48:30 น.  

 
โชคดีจังที่ผมมีรูปโรงหนังเหล่านี้เก็บเอาไว้อยู่บ้าง
พอมาฟัง"อาเฮียดูดีตี๋หล่อ" เล่าไปด้วย เลยพอจะนึกบรรยากาศออก

หากใครอยากเห็นรูปโรงไหนก็ลองเขียนมาคุยกันซิ จะส่งให้ดูครับ mixurrama@yahoo.com


โดย: peeep IP: 203.149.15.76 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2548 เวลา:15:31:36 น.  

 
โรงหนังศรีราชวงศ์เมื่อก่อนอยู่ตรงข้ามบ้านเก่าผมเอง ถัดมาอีกหน่อยจะเป็นโรงหนังศรีเยาวราช
จำได้ว่าตอนเด็ก ๆ บางครั้งคืนวันเสาร์ ป่าป๊าจะมาปลุกตอนตี 1 กว่า ๆ ชวนไปดูหนังจีนกำลังภายในรอบตี 2
ก็ใส่ชุดนอนเดินข้ามไปดู พอดูจบก็กลับมานอนต่อ สนุกดีเหมือนกัน พูดแล้วก็คิดถึงช่วงนั้น
แถวเยาวราชนี่คึกคักแทบจะทั้งวันทั้งคืน คนจีนเจี๊ยวจ๊าวกันทั้งวัน เป็นอะไรที่ไม่เบื่อ คุยกันทีชาวบ้านได้ยินหมด
ตรงปากซอยที่ฆ่าไก่เมื่อก่อนยังมีโรงหนังอีกโรง คือโรงหนังคาเธ่ย์ โรงนี้ตอนหลังรื้อไปแล้วมาทำเป็นห้างสรรพสินค้าคาเธ่ย์ แต่ตอนนี้เป็นอะไรแล้วก็ไม่รู้
ที่โรงหนังคาเธ่ย์นี่แหละถ้าจำไม่ผิด ผมดูหนังอินเดียเรื่องช้างเพื่อนแก้วที่นี่ หนังเรื่องนี้เมื่อก่อนถือว่าเป็นหนังดีเรื่องนึงเลย
เรื่องนี้ไปดูตั้ง 3 รอบได้มั๊ง
เดินตัดไปตรงถนนเจริญกรุงจะมีโรงหนังสิริราม่า โรงนี้ชอบฉายก็อตซิล่า แถวนั้นมีโรงเก่าอีกโรงชื่อนครสนุกมั๊ง เมื่อก่อนได้ยินผู้ใหญ่พูดถึงบ่อยแต่ผมคงไม่ทัน ไม่งั้นก็เด็กเกินไป
อีกที่นึงแถว ๆ ตรงข้ามเท็กซัส คือเทียนกัวเทียน ไม่รู้เป็นโรงงิ้วหรือโรงหนัง ไม่เคยเข้าไปซักที
ที่คิดออกตอนนี้ก็มีแค่นี้มั๊ง อีกบางโรงยังนึกชื่อไม่ค่อยออก


โดย: ไซมึ๊งชวยเสาะ IP: 202.57.174.174 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:13:19:10 น.  

 
เพิ่มอีกนิด
โรงหนังควีนนี่จำได้ว่าเข้าไปดูออกมาเมื่อยคอมาก
เก้าอี่เอนนอนไม่ค่อยได้ต้องเงยหน้าดูหนังทั้งเรื่องเลย
วันนั้นดูแบบประหยัดด้วยซื้อตั๋วถูกสุด นั่งหน้าสุดเลย
ตอนนั้นโฆษณาว่า "ควีนยุคพัฒนา กลิ่นหอมเย็นสบายใจ"
ฮ่า ๆๆๆ คิดถึงแล้วตลกดี


โดย: ไซมึ๊งชวยเสาะ IP: 202.57.174.174 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:13:26:57 น.  

 
พอเริ่มเป็นวัยรุ่น ก็เริ่มดูหนังที่สกาล่า ลิโด้ สยาม แมคแคนน่า ฯลฯ ช่วงนั้นไม่มีอะไรมากมาย
มีหนังที่ฮิต ๆ กันก็เรื่องลาบูมที่รัก บลูลากูน พาราไดซ์ อะไรพวกนี้
แต่พอมาเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมานี่สิ หลังจากที่เลิกดูหนังไปนานมาก
ตอนนั้นเข้าไปดูหนังที่เมเจอร์รัชโยธิน โรง Platinum โอ้โห....ตั๋วแพงน่าดู
แถมเดินเข้าไปหาโรงไม่เจอ โรงหนังเยอะแยะไปหมดไม่รู้โรงไหน
พอนั่งเสร็จ (วันนั้นพอดีไม่ได้ซื้อของกินเข้าไปด้วย มัวแต่หาโรง)
พอหนั่งเสร็จ พนักงานเดินมาถาม จะเอาน้ำหรืออะไรมั๊ยครับ
ผมก็คิดในใจ เออ....ดีเนอะเดี๋ยวนี้ดูหนังมีบริการแถมน้ำแถมของกินด้วย ก็เลยบอกไปว่าเอาป๊อปคอร์นกับเป๊บซี่
ซักพักนึงพนักงานก็เดินกลับมาพร้อมกับของที่สั่งไป
พอผมรับมา เอ๊ะ.....ทำไมพนักงานเค้าไม่ไปซักทียืนมองหน้าผมอยู่ตรงนั้นอยู่นั่นแหละ
ประมาณเกือบ ๆ นาทีก็นึกขึ้นมาได้ ก็เลยต้องถามว่า อ้อ..เท่าไหร่ครับ
แล้วก็ควักเงินจ่ายค่าป๊อบคอร์นกับเป๊บซี่ไปด้วยความหน้าแตกนิด ๆ ที่คิดว่าเค้าคงคิดว่าเราเพิ่งมาจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเป็นครั้งแรกแน่ ๆ
จนบัดนี้ก็ยังสงสัยว่าโรง platinum มันแตกต่างจากโรงธรรมดายังไง


โดย: ไซมึ๊งชวยเสาะ IP: 202.57.174.174 วันที่: 3 ธันวาคม 2548 เวลา:13:57:47 น.  

 
ของเราเป็นเมื่อสมัยเรียนพานิช แถวบ้านจะใกล้ศูนย์การค้าวรรัตน์ (ตรอกจันทน์สะพาน3) ที่ดูบ่อยๆก็เป็นช่วงที่ลลิตา-บดินทร์ดุ๊ก กำลังดัง เริงฤทธิ์-ลลิตา สิเรียม มาช่า เพิ่งจะแตกเนื้อสาว เข้าวงการกันใหม่ๆ ยุคนั้น หนังไทยประเภทรักกุ๊กกิ๊กเยอะมากๆ ลลิตาจะเล่นเยอะที่สุด อย่าง ด้วยรักคิดถึง ยุคนั้น นิยมให้นางเอกต้องร้องเพลงคู่กะพระเอกแก้เกี้ยวกันในเรื่องด้วย โรงที่เคยหนีเรียนไปดูก็ จันทน์ซีนีมา กับ ดาวสยาม เป็นโรงหนังประเภทติดดิน สกปรกนิดๆ (ที่จริงอาจจะมากแต่มันมืดไงเลยไม่เห็น)


โดย: panda on line วันที่: 6 ธันวาคม 2548 เวลา:17:46:50 น.  

 
ของผมสมัยเด็กๆจะดูตามเดอะมอลล์ราม ไม่ก็โรงหนังจำชื่อไม่ได้ที่ต่างจังหวัดเลยครับ คิดๆดูแล้วบรรยากาศให้มากเลยนะ หน้าโรงจะมีไอ้ป้ายขาวๆมีขีดๆบรรทัดที่เค้าเอาไว้ติดชื่อหนัง แล้วก็มีบันไดใหญ่ๆไว้รองรับคนที่จะเดินออกจากโรงด้วย

เมื่อก่อนรู้สึกว่าโรงหนังใหญ่มากๆ เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไปเหมือนที่พี่ตี๋บอกเลยครับ

ผมเพิ่ง 20 เองนา อิอิ


โดย: แวะมาเยี่ยมพี่ตี๋ค้าบ (Dead-of-[A]Saleman ) วันที่: 17 ธันวาคม 2548 เวลา:0:36:02 น.  

 
พระขโนงเธียเตอร์ ผมว่าใหญ่กว่า เอเธนส์ นะ
เทียนกัวเทียน เป็นโรงงิ้ว และโรงหนังด้วยครับ เขาว่าแต่ก่อนฉายหนังจีนพากษ์แต้จิ๋วด้วย
พ่อผมสมัยก่อนก็เคยขายตั๋วผี จนผมย่างเข้าสู่วัยรุ่นยังมีเหลือให้เห็นเล็กน้อยช่วงเทศกาล


โดย: ฉั่วเป่งใช้ IP: 203.151.140.119 วันที่: 20 ธันวาคม 2548 เวลา:12:57:40 น.  

 
ดาวสยามคือบ้านเกิดและสถานที่ที่จะจำไปตลอดชีวิตชั่วของผม ...มันคืออดีตที่ไม่เคยจางหายไปแม้แต่น้อย ...มันคืออดีตที่ไม่หวลกลับมาแล้ว ..20ปี....(ความทรงจำตลอดไปของลูกคนหนึ่งซึ่งเคยคลุกคลี)............. ลาก่อนแต่ไม่ลาจากนะ


โดย: หมง IP: 203.113.34.11 วันที่: 2 สิงหาคม 2550 เวลา:2:47:45 น.  

 
คิดถึงจัง โรงหนังที่เป็นตำนาน เราจำได้เราดูแผลเก่าที่ พาราเม้าท์ อินทรา เฉลิมไทยดูทั้งหมด10รอบ ดูครูบ้านนอก เวอร์ชั่น ปิยะ เล่น ดูหนังจีน แถวโรงหนังเซ็นจูรี่ ดู หนังเรือ่งเเรก ของนพพล โกมารกุล เรือ่ง ใต้ฟ้าสีคราม ที่ สยาม ดู รักเอย ของหม่อมทิพยฉัตร ดูหนังฝรั่งมันส์ๆอีกหลายเรือ่งที่สกาล่า คิดถึงจัง คิดถึงความหลังในอดีตที่หอมหวาน ลาก่อนโรงหนังที่เป็นตำนาน


โดย: หนอนในฟิมล์ IP: 124.120.196.247 วันที่: 10 มีนาคม 2554 เวลา:1:27:09 น.  

 
ว่ากันไปตามเเต่ละมุมมองครับ แต่ภาพเก่าๆในอดีตคิดไปแล้วก็สุขใจจริงๆ เวลาเดินผ่านโรงหนังอินทรายังคิดถึงหนังเรือ่งแผลเก่า ทุกทีเลย ชอบมากๆ ผ่านไปตรงแถวนั้นที่ไรใจมันจะพองโตเหมือนได้เจอะเจอกับเพือ่นเก่าอีกครั้งนึง


โดย: มนุษย์โบราณ IP: 124.120.20.123 วันที่: 11 มีนาคม 2555 เวลา:0:58:02 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.