ตี๋หล่อมีเสน่ห์
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ก็แค่คนๆหนึ่งที่ชอบดูหนัง แต่เดี๋ยวนี้ไม่ได้อัพเดตข้อมูลอะไรเพิ่มแล้วนะครับ


Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2549
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
 
6 สิงหาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ตี๋หล่อมีเสน่ห์'s blog to your web]
Links
 

 
เพลง Can't fight this feeling ของ REO Speedwagon โด่งดังขึ้นอันดับหนึ่งปี 2528 และประกอบหนัง Waiting





เพลง Can't fight this feeling เคยอยู่อัลบั้ม Wheels Are Turnin' ของวง R.E.O Speed Wagon (ที่วางจำหน่ายปี 2527) มาก่อน แล้วหนังเรื่อง Waiting ก็ได้นำเพลงนี้มาประกอบในภาพยนตร์ หนังเรื่องนี้เข้าฉายในอเมริกาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2548 (และทำรายได้ในอเมริกาไปราว 16.1 ล้านเหรียญ) เรื่องราวเกี่ยวกับดีน (แสดงโดย จัสติน ลอง) เขาเป็นบริกรในร้านอาหารชีนานิแกนมากว่า 4 ปีแล้ว (นับจากจบชั้นมัธยมมา) แต่ตอนนี้เขาค้นพบว่า เพื่อนๆของเขาแต่ละคน (ตอนสมัยเรียน) เริ่มได้ดีไปกับหน้าที่การงานอันมั่นคง ขณะเดียวกัน บริกรที่เป็นเพื่อนของดีนอีกคน มอนตี้ (แสดงโดย ไรอัน เรย์โนลด์) เขาไม่ค่อยสนใจอะไรมากมายเท่าไหร่...นอกจากความมันส์ในชีวิตและการได้อยู่กับสาวๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง มอนตี้ได้มีโอกาสฝึกอบรมพนักงานคนใหม่ มิทช์ จนทำให้มิทช์รู้ว่า แท้ที่จริงแล้ว ผู้คนที่ทำงานในร้านแห่งนี้...มีความเพี้ยนกันมากน้อยแค่ไหน

ชื่อวง R.E.O. Speedwagon (ที่ร้องเพลง Can't fight this feeling) ค่อนข้างมีที่มาแบบแปลกๆ (วันที่ผมเห็นที่กล่องเทปสมัยนั้น) จากชื่อเจ้าของโรงงานผลิตรถและชื่อของตัวรถแห่งหนึ่ง การตั้งชื่อวงนี้...ก็จากการแนะนำของเพื่อนสมาชิกในวงที่เคยเรียนเกี่ยวกับรถบรรทุกในวิชาการขนส่งมวลชนที่มหาวิทยาลัยในรัฐอิลลินอยส์นั่นเอง

ช่วงก่อนที่จะมีการแต่งเพลงในอัลบั้มชุด Wheels Are Turnin' นี้ สมาชิกในวงแต่ละคนเข้าสู่ช่วงทางตันในความคิดเรื่องเพลงใหม่ๆครับ ประมาณว่า จะแต่งเพลงออกมายังไงและในรูปแบบไหนดี ต่างคนจึงแยกย้ายไปคนละที่...เพื่อหาสถานที่ส่วนตัวในการแต่งเพลง เควิน โครนิน หนึ่งในสมาชิกเลือกเดินทางไปพักผ่อนที่ฮาวาย ที่นั่นเอง...เขาได้ลองนำเพลงเก่าที่เขาเคยแต่งไว้เกือบ 10 ปีก่อนมาลองเล่นใหม่ดูอีกครั้งหนึ่ง (เป็นเพลงที่เขารู้สึกว่า มันยังไม่สมบูรณ์และเวอร์ชั่นเดิมที่เคยแต่งไว้...ทำเสียงคอรัสออกมาได้แย่มากในความคิดเขา) นั่นคือเพลง My Guiding Light แถมเขายังคิดอีกว่า ชื่อเพลงนั้นยังไม่ตรงใจเขานัก เลยต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆส่วนในเพลงนี้ด้วยกัน ส่วนตัวเนื้อเพลงก็ตรงกับเนื้อหาเพลงล้วนๆเลยครับ...เกี่ยวกับความรักของชายคนหนึ่งที่มีต่อหญิงสาวในฐานะเพื่อนมาเป็นเวลานานนั่นเอง อีกหนึ่งแรงบันดาลใจของเพลงนี้นั้น โครนินเคยเล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะถึงอัลบั้มชุด Wheels Are Turnin' นั่นคือชุด Hi Infidelity ตัวอัลบั้มนี้โด่งดังอยู่ในชาร์ตได้ยาวนานกว่าครึ่งปี นักวิจารณ์เพลงในอเมริกาต่างพากันเรียกพวกเขาว่า เป็นอัลบั้มประเภท One hit wonders (คือโด่งดังมาชุดเดียว...แล้วก็เงียบหายไปเลย) ทำให้ตัวโครนินรู้สึกไม่พอใจกับคำวิจารณ์ทำนองนี้เท่าไหร่ และคิดว่า อัลบั้มต่อไป...มันต้องไม่ใช่อย่างที่ใครหลายคนพูดไว้แน่นอน

เพลง Can't fight this feeling ขึ้นอันดับหนึ่งที่อเมริกาเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2528 เป็นเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกัน แต่ที่เกาะอังกฤษเพลงนี้สูงสุดที่อันดับ 16 ครับ

สำหรับความทรงจำของเจ้าของบล๊อค จำได้ว่าเมื่อตอนที่เพลง Can't fight this feeling ดังใหม่ๆในไทย แล้วอากู๋ผมซื้อเทปมาเปิดฟังครั้งแรก (วันนั้น...ผมเพิ่งกลับมาจากเรียน) แว๊บแรกที่ได้ยินเพลงนี้ ผมหยุดยืนฟังสักพัก มีความรู้สึกว่า ดนตรีที่เป็นเสียงเปียโนขึ้นต้นเพลง...มันเพราะดี เสียงนักร้องก็เพราะ (แต่ตอนนั้น ภาษาอังกฤษยังแข็งแรงไม่เท่าไหร่ก็เลยไม่รู้ว่า เขาร้องอะไรกัน) แต่พอฟังไปเรื่อยๆ เฮ้ย...เพราะจริงๆ เชื่อไหมครับว่า วันรุ่งขึ้นตรงกับวันหยุดพอดี ผมหยิบเอามาเปิดฟังอีกครั้ง วันนั้นผมกรอฟังแต่เพลงนี้ไปกว่า 20 ครั้งเห็นจะได้ (แถมฝนยังตก...บรรยากาศนอกหน้าต่างโรแมนติกเป็นใจอย่าบอกใครเลย) หยิบกล่องเทปมองชื่อวงทันที R.E.O. Speedwagon ตอนนั้นยังคิดในใจว่า ชื่อแปลกและยาวดี หลังจากนั้น ผมก็ได้เห็นเพลงนี้จากรายการ บันเทิงคดี อีกครั้ง...ถึงเห็นหน้าค่าตานักร้องในวงนี้เต็มๆ มิวสิควีดีโอเพลงนี้ผมก็ชอบนะ ถ้าจำไม่ผิดเป็นเด็กเล็กคนนึงที่เติบโตจนแก่ในที่สุด (แม้ตอนนี้มานึกดูอีกที มันจะไม่มีความทันสมัยอยู่เลยก็ตาม...เมื่อเทียบกับในปัจจุบัน แต่ยุคนั้น...มันคลาสสิคดี) ส่วนตัวหนัง Waiting ผมว่า เป็นหนังตลก (แบบเสียดสีนิดๆ) ที่แล้วแต่คนชอบจริงๆ ผมถามเพื่อนหลายคนที่ไปดูมา คนไหนชอบก็ชอบไปเลย คนไหนไม่ชอบก็คือไม่ชอบเพราะมุกที่ไม่ถึงกับฮาอะไรกันตลอดเรื่อง แต่ตัวผมนั้น อยู่ในข้อแรกครับ คือ ชอบบวกประทับใจเล็กๆด้วย แต่ที่ชอบในที่นี้คือ "เสน่ห์ของการเดินเรื่องกับบทที่ดูเป็นธรรมชาติ...ที่มากกว่า คำว่า มุกตลกในเรื่องซะอีก" คือตัวหนังมันเสียดสีสังคมของคนที่อยู่โยงร้านอาหารได้ดีและสะท้อนถึงอุดมการณ์ของวัยรุ่นยุคปัจจุบันได้สนุก ก่อนที่ผมตัดสินใจเข้าไปดูเรื่องนี้...ทีแรกผมคาดหวังความฮาของหนังมากกว่านะ แต่กลับตาลปัตรจริงๆ รู้สึกว่า บทหนังของไรอัน เรย์โนลด์ จัสติน ลอง และแอนนา ฟาร์ริส ต่างมีความสนุกให้น่าจดจำ และทั้งสามก็แสดงได้สนุก

รอบที่ผมดูหนังเรื่องนี้ มีคนดูน้อยครับ...เพียงแค่ 7-8 คน แต่ผมก็ชอบและประทับใจนะ ส่วนตัวเพลง Can't fight this feeling ครั้งแรกที่ได้ยิน...ผมฟังไปกว่า 20 รอบ คงไม่ต้องบอกว่า ผมชอบมากแค่ไหนนะครับ



Create Date : 06 สิงหาคม 2549
Last Update : 3 ธันวาคม 2551 13:32:09 น. 3 comments
Counter : 575 Pageviews.

 
ม า อ่ า น เ รื่ อ ง ร า ว แ ล ะ ฟั ง เ พ ล ง ค่ ะ




โดย: d__d (มัชชาร ) วันที่: 6 สิงหาคม 2549 เวลา:13:30:38 น.  

 
ชอบเพลงนี้เหมือนกันค่ะ


โดย: แม่สลิ่ม IP: 124.120.167.219 วันที่: 7 สิงหาคม 2549 เวลา:16:37:54 น.  

 
เพลงที่เปิดตอนท้ายเรื่อง snake on a plane ชื่อเพลงรัยคะ ช่วยตอบหน่อยนะ


โดย: lekk IP: 58.9.193.123 วันที่: 26 สิงหาคม 2549 เวลา:14:56:58 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.