เวิ่นเว้อรับปีใหม่55
  นี่คือไดอารี่เวิ่นเว้อรับปีใหม่Smiley

(จริงๆ มันก็เกินปีใหม่มานานละล่ะเนาะ แต่ มันก็ยังอยู่ในเดือนมกรานี่นา : ทาโระได้ว่าไว้)
นิสัยขี้เกียจอัพบล็อกนี้ ท่านได้แต่ใดมา ?
อ้อมันเป็นบรรพลักษณาแต่ก่อนท่านให้.... 5555555Smiley

จริงๆ คือมีเรื่องราวมากมายเกิดขึ้นมาในช่วยครึ่งปีที่ผ่านมา 
และเราก็ยังเรียนไม่จบ จนถึงตอนนี้ ปีสุดท้าย ท้ายสุดของป.โทแล้ว ยังรู้สึกว่าตัวเองกำลังงมอะไรอยู่ในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ อันเป็นที่ทะเลทุกข์ที่มนุษย์กำลังเวียนว่ายไม่ไปไหนสักที (เว่อละ)

แต่ยังไง มันต้องได้ ต้องทำให้ได้ ต้องได้สิ ไม่มีอะไรที่เราผู้มีอวัยวะครบ 32 จะทำไม่ได้ (ถึงสติปัญญาจะไม่ค่อยให้ก็ตามที...เฮ้อ)

พักเรื่องเรียนยังมิจบไว้เพียงเท่านั้นเถิด

เวลาได้กรองหลาย ๆอย่าง และทำให้เราเห็นหลายๆ สิ่งชัดเจนมากขึ้น 
และ เวลา นั้นเองก็ทำให้เพื่อน(ที่เราสนิทและคิดไม่ซื่อ 555) เลิกกะคนรัก
แวบแรกที่เค้ามาบอกว่า 
"เอ้อ คุกกี้ เราเลิกกันแล้วล่ะนะ เมื่อสองสามสัปดาห์ก่อน จริงๆ ตอนนั้นก็เฮิร์ทมากเลยล่ะ แต่ตอนนี้โอเคแล้ว" 

แวบแรกเราก็รู้สึกดีใจ (เยส!!!!!!) ต่อมาก็เศร้าตาม .... แต่สุดท้ายก็รู้สึกดีใจ (อ้าว - - )
คือ เพราะเหตุผลว่า อีกฝ่ายมีผู้ชายอีกคนในใจ เค้าเลยบอกตรง ๆ  ซึ่งมันก็ดีกะเพื่อนเราชิมิ? (แน่นอนที่สุดเบย) 
อืม ... ดีแล้วล่ะ 

และช่วงเวลาที่ไม่ได้อัพบล็อกจนถึงตอนนี้ ทำให้เหลือเพื่อนญี่ปุ่นที่คุยกันฉันท์มิตรจริงๆ ตั้ง 4 คน จากเกือบสิบ ส่วนแฟนหนุ่ม เราก็เป็นคนบอกเลิกเอง เพราะรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรามันไม่ใช่ความรักแบบชาย-หญิง (งั้นเป็นรักเพศเดียวกันเหรอ? ---- ผิด! 55555)
มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นจากเค้าเหล่านั้นด้วย ซึ่งแต่ละคนไม่เหมือนกันสักคนเลย

ถ้าจะให้เม้าท์แต่ละคนด้วยความเอ็นดู พูดสามวันสามคืนยังไม่จบเลย 55555

เอาเปนว่าเรื่องเขาเหล่านี้ วันหลังค่อยมาต่อเนาะ รับรองไม่ดองจริง ๆ ^^ 5555 
(เลือกใช้คำว่า "วันหลัง" โดยไม่ระบุ ฉลาดเนาะเรา อิอิ)

ปีใหม่ทำอะไรบ้าง ... บอกเลยว่า ติสต์แตก ทำโน่นนั่นนี่ไปหมด 
หลังจากได้จักรยาน คันแรกซื้อแบบถูกมากๆ ลดราคาที่โลตัสอ่อนนุชเหลือ 990 บาท ซื้อแล้วปั่นจากอ่อนนุชมาถึงอุดมสุขเลยจ้า....ขาสั่นพั่บๆๆๆๆๆๆ เหนื่อยมาก เพราะจักรยานมันไม่ทุนแรงเลยสักติ๊ด ตั้งชื่อให้งดงามว่า น้อง Redbel
หลังจากนั้น ไม่ไหว ปั่นไปบีทีเอสทีมันทรมานเหมือนออกกำลังกายมาเป็นทศวรรษ เลยพอดีไปเจองานพวก Bike Fair ที่ Terminal 21 พอดี เจอน้องจักรยานทรงยุโรป มีตะกร้า กระดิ่ง และที่นั่งซ้อนหลังด้วย เลยตัดสินใจซื้อคันนี้มา  ตั้งชื่อเสร็จสรรพให้ว่าน้อง CreamPuff ส่วน Redbel พ่อมาขนกลับบ้านต่างจังหวัดไปขี่ชิวๆ ไปตลาดแถวบ้านให้

ที่ซื้อจักรยาน เพราะว่า เราอยากช่วยลดโลกร้อน (จริงๆ งกค่าสองแถว 7 บาท จากปากซอย ไป บีทีเอส 55555) เพราะว่า ช่วงนี้คนกำลังฮิตจักรยานกัน เราเลย พลอยไม่ต้องเขินอายที่จะปั่นมาก มันสบายๆ ดี ค่อยๆ ปั่น ชิว ๆ (จริงๆ ควันก็ถือว่าไม่น่าชิว แต่ใส่ผ้าปิดปากเอา) แล้วก็ถือว่าออกกำลังด้วย สำหรับคนขี้เกียจออกกำลังอย่างเรา จักรยานเป็นสิ่งที่ออกกำลังได้สนุกที่สุด ก็เลย เลือกใช้จักรยานไปบีทีเอสด้วยประการฉะนี้แล ^^
แต่ถ้าพูดถึงปั่นแบบ พี่เสือหมอบ เสือยืนจังก้า เสือไบ เอ๊ย เสือภูเขา เราคงยังไม่ถึงขั้นนั้น แค่ปั่นไปใกล้ๆ สบาย ๆก็โอเคแล้วล่ะ 5555

นอกจากปั่นจักรยานแล้ว เรายังร้องเพลงมากกว่าเดิม จะเข้าห้องน้ำ จะซักผ้า จะทำความสะอาดห้อง จะปั่นจักรยาน บางทียืนๆ บนบีทีเอส อดใจไม่ไหว ร้องมันออกมาเบา ๆ มีวันนึง ทนไม่ไหว เดินเข้าร้านคาราโอเกะญี่ปุ่นมายพอร์ชไปร้องเดี่ยว จนมีน้องๆเด็กหญิงชาวญี่ปุ่นที่ซนๆ หน่อยมากระโดด ๆ ส่อง ๆ ดูว่าใครมันร้องฟะ?... 5555 แต่สะใจมาก เสียงหายเลย


เวิ่นเว่อต่อ...

คือวันก่อนไปดูเรื่อง Blackhat มา 
(เชื่อว่าผู้หญิงหลายคนไปดูเรื่องนี้เพราะจะดูหน้าพี่ลี่หง - Wang Leehom อะดิ๊) เราก็เหมือนกัน 555 คือ ที่จะไปดูะเรื่องนี้ก็เพราะพี่ลี่หง จริงๆ แล้วก็เห็นมีเรื่องเกี่ยวกะ แฮกเกอร์ ดูน่าจะสนุกสนาน มันฮา ดี ... แต่มันเปนหนังที่ค่อนข้าง ไปทาง หะ...ห่....ว.....ย ก็ไม่ห่วยมาก แต่มันจบได้แบบไม่เคลียร์ ไม่อะไรเลย แถมพี่ลี่หง ยัง.....(เค...ไม่สปอยล์เนาะ) เลย เซ็งเลย สรุปออกมาจากโรงแบบ งง และปวดฉี่

พอเมื่อวานเลยอยากไปแก้มือ ดูหนังดี 555 เรื่อง The imitation game ด้วยความที่เราปลาบปลื้ม Benedict Cumberbatch (เขียนงี้ไหม) เปนการส่วนตัว 
แต่หนังมันโอ้ว.....ดีมาก.... คือเรียนประวัติศาสตร์คอมพิวเตอร์ยังไม่รู้สึกว่าเข้าใจได้เท่าดูหนังเลย 555 ไม่อยากจะอวย แต่ Benedict แสดงได้ถึงอารมณ์นะ มันอาจจะไม่ใช่หนังดีเลิศเลอเฟอร์เฟ็ค แต่พอพูดถึงว่ามันเป็นเรืองที่อิงจากเรื่องจริง ที่ไม่น่าจะสนุกอะไรมากมาย แล้วมาทำให้รู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปกะตัวละครเอกได้แบบลุ้นมาก เราก็ว่าเค้าทำได้ดีมากเลย 

หนังทำให้เรานึกถึง วรรณกรรม Holocaust ที่เคยเรียน เพราะตอนนั้นเน้นเรียนเรื่อง ชาวยิว ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในสมัยนาซีนี่เอง (โหดร้ายจนอ่านแล้วหดหู่มากเลย ขอบอก) แต่มันก็ไปแตะนิดนึงเท่านั้น ---  กลับมาสู่ความดีงามของหนังเรื่องนี้ ความบีบคั้นจิตใจเรามันคือ ความขัดแย้งของตัวเอกกับตัวเองและสิ่งรอบตัว ....เอาเปนว่า ใครอ่านมาถึงตรงนี้ก็แนะนำนะคะ ถ้ามีโอกาสไปดู ^^

อีกเรื่องที่ไปดูตอนไม่นานมานี้เองคือเจ้าหญิงคางูยะ ของ ค่ายจิบลิ ... เราผิดหวังมาก ไม่ชอบตอนจบเลย ตอนที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ทำให้เหมือนพระพุทธองค์มารับเจ้าหญิงขึ้นรถกลับไปสวรรค์น่ะ สำหรับเรามันแปลกและขัดแย้งกับใจเราอย่างแรง 55555 คือตอนช่วงแรก ๆ ของชีวิตเจ้าหญิง เราชอบนะ แต่พอตอนจบนี่คือดับความประทับใจหายหมดเลย

เอาล่ะ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นทำให้คิดได้ว่า "อย่าไปหวังกับอะไรมากนักเลย ผิดหวังมันทุกข์" 

55555

เหมือนจะเกี่ยว และไม่เกี่ยว
แต่ก็ขอจบการเวิ่นเว้อไว้เพียงเท่านี้ (มันกลายมาเปนเรื่องหนังได้ไงเนาะ ---- ความคิดไม่เปนระบบเลย 5555 )

ครั้งหน้าจะเอาเรื่องเพื่อน ๆ ต่างชาติมาเม้าท์มอยด้วยความเอ็นดูนะคะ บ๊ะบายยยยย ^^
Smiley




Create Date : 30 มกราคม 2558
Last Update : 30 มกราคม 2558 2:00:49 น.
Counter : 422 Pageviews.

1 comments
  
เวิ่นเว้อได้เพลิดเพลินครบรส

อย่าลืมมาเมาท์มอยเรื่องเพื่อนๆ นะครับ
โดย: kaizank (kaizank ) วันที่: 2 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:23:29:33 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

Star of Perseverance
Location :
กรุงเทพฯ  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



กอกอค่ะ
มาจากกาแลกซี่อันโดรเมดาค่ะ

เพิ่งตัดผมสั้นมาเหมือนทอมเลยค่ะ 5555
ความสนใจไม่แน่ไม่นอน ฝากตัวด้วยนะคะ ^^
New Comments
มกราคม 2558

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
 
All Blog