พฤศจิกายน 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
17
18
19
20
21
22
26
27
28
30
 
 
สู้ไม่ถอย จากสาวอัมพฤกหลอดเลือดสมองตีบ สู่เส้นทางกราฟฟิกสาวอีกครั้ง




กลับการเขียน blog ครั้งแรก ทั้งๆที่ชอบอ่านของคนอื่นๆมานาน อยากมาแชร์ปสก. บ้างค่ะ

   วันนี้ครบ 2 ปี 2 เดือน กับ 1 วันแล้วสินะที่ต่อสู้กับคนที่ได้ชื่อว่ามีโรคประจำตัว แม้จะอายุแค่ 36 ปี ทั้งๆที่ยังจำได้ดีว่าไปหาหมอทีไรก็บอกว่าเราสุขภาพแข็งแรง ไม่อ้วนไม่ผอมเกินไป นิสัยชอบออกกำลังกายไม่ว่าอารโรบิก โยคะ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่งอยู่เป็นประจำ 4-5 ครั้งต่อสัปดา 
    แล้วทำไมหล่ะ เราถึงกลายมาเป็นคนที่มีโรคประจำตัว ต้องกินยาทุกวัน ทั้งๆที่เราก็ร่างกายและจิตใจ
แข็งแรงมาตลอด ไลฟ์สไตล์ของเราก็เป็นเหมือนสาวๆ ออฟฟิสทั่วไป ที่เรียนจบ ทำงาน กิน เที่ยว รักสวยรักงาม ตามแบบฉบับทั่วๆ ไป 
   การที่เราเป็นโรคประจำตัวเส้นเลือดในสมองตีบ ไม่ใช่แค่ครั้งแรก ต่อไปนี้จะมาเล่าให้ฟังเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม และได้เป็นกำลังใจให้กับคนที่ต้องเผชิญโรคร้ายแบบเรา.....ความว่า

  ในครั้งแรกที่เป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ครั้งนั้นจำได้ดี เพราะพึ่งผ่านพ้นวันที่เราไปช่วยงานแต่งงานน้องชายวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 วันนั้นยังเดินต้อนรับแขก วิ่งช่วยตรงนั้นตรงนี้ได้ พองานเลิก ก็กลับบ้านมานอนได้ปกติดี และเป็นวันที่มีการเลือกตั้งนายกใหม่พอดี  ยังไปเลือกตั้งและนั่งลุ้นกับแฟนเลยว่าใครจะได้ หลังจากดูนับคะแนน จน 5 โมงเย็น เริ่มมีอาการปวดหัวอยากนอน ก็ไปนอนพัก แต่พอตื่นขึ้นมา มีอาการเซ บ้านหมุน กินน้ำไม่ได้ อาเจียรออกหมด คิดไปเองว่าคงไม่สบาย ให้แฟนกลับมาส่งบ้านแม่ และเช้าวันจันทร์ ต้องไปทำงานแต่เช้า พอเช้ามืดซึ่งปกติเป็นเวลาที่ต้องตื่นเพื่อรีบเดินทางไปทำงานแถวสวนลุมพินี (ก็รู้กันอยู่ การออกสายรถมันติดมากมายเพียงไหน) เหมือนเราฝันไป มีอะไรให้คิดตลอดไม่ว่าจะเป็นผลการเลือกตั้ง (ซึ่งครั้งนั้น เราได้นายก ยิ่งลักษ์ มาเป็นรัฐมนตรี) 
       เวลาผ่านไปจน7 โมงเช้า แม่มาปลุกเพราะผิดสังเกตู ว่ายังไม่ขับรถไปทำงานอีก ตอนนั้มาเปิดห้องนอน เรานอนตาค้าง รู้สึกตัว แต่พูดไม่ได้ ออกเสียงลำบาก แม่เห็นว่าไม่สบายไปหาโจ๊กหมูมาให้กินเพื่อกินยา ที่ไหนได้ กินได้ 2 คำ อาเจียรพ่นออกหมด คราวนี้แม่รีบโทรบอกน้องชายมารับไป รพ. ด่วนๆสิจ๊ะ อุ้มไปห้องน้ำ ฉี่ไม่ออก พูดไม่ได้ ไปรพ.ถึงแค่หน้าประตูทางเข้า อาเจียรออกมาและหมดแรงควบคุมอาการไม่ได้ รีบไปฉุกเฉินวัดความดัน ความดันในเลือดสูงประมาณ 190   
พอหมดมาตรวจให้บีบนิ้ว และลองพูดชื่อตัวเอง ทำไม่ได้แล้ว พูดติดขัดมาก มองนิ้วตามหมอไม่ได้ ลอง  CT scan พบว่าผิดปกติ  เข้า ICU ให้ยาละลายลิ้มเลือดด่วนๆ 

      เย็นวันนั้นไป MRI ที่สบาบัน MRI แถวตลาดบองมาเช่ ได้ยินเสียงหวอ ในรถ รพ. มันน่ากลัวจับใจจริงๆ นั้นคือครั้งแรก และมันก็ไม่ไช่ครั้งเดียวสำหรับเรา ผล MRI ออกมา หมอแจ้งกับ พ่อ น้องชาย และแฟนว่า ทำใจว่าเราอาจต้องเป็นเจ้าหญิงนิททรา ด้วยคำพูดแบบนี้ เป็นเหตุให้เกิดการขอย้ายการรักษาไปรพ. อื่น .....เรื่องเป็นยังไรต่อไป ติดตามต่อนะคะ

                                                                                   Chilijang




Create Date : 15 พฤศจิกายน 2559
Last Update : 24 พฤศจิกายน 2559 12:02:26 น.
Counter : 777 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

chilijang
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]



New Comments